ดูดไขมันไม่ช่วยลดน้ำหนัก ต้องผ่าตัดกระเพาะเท่านั้น!

“พักนี้ อ้วนขึ้นนะเธอ! ไปดูดไขมันไหม ?” บางคนอาจจะเคยได้ยินประโยชน์ประมาณนี้มาก่อน ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิดมากในการลดน้ำหนัก อีกทั้งศัลยแพทย์บางท่านไม่มีจรรยาบรรณ ฉวยโอกาสทำกำไรจากเรื่องนี้ สร้างโฆษณาชวนเชื่อเพื่อให้คนอยากลดน้ำหนักด้วยการดูดไขมัน จนกลายเป็นความเข้าใจผิดที่เพิ่มมากขึ้น

การลดความอ้วนสามารถทำได้หลายวิธี ทั้ง ไดเอ็ต ออกกำลังกาย ยกน้ำหนัก แบ่งเป็นวิธีย่อยๆ ได้เป็นพันวิธี หาข้อมูลได้มหาศาลบนโลกอินเตอร์เน็ตให้อ่านกันเป็นเดือนก็อ่านไม่จบ แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะทำได้ อาจใช้เวลาลดหลายปีกว่าจะเห็นผล หรือ ล้มเลิกความตั้งใจไปก่อน มีน้อยคนที่สามารถลดความอ้วนจนกลับมาหุ่นดีได้ “การลดน้ำหนักโดยความดูแลของแพทย์” จึงเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในสังคมไทย

โรคอ้วนในยุค 4.0

โรคอ้วน เป็นปัญหาใหญ่ที่พบมากเป็นพิเศษ ในประเทศที่พัฒนาแล้ว โดยมีสัดส่วนประชากรที่มีโรคอ้วนสูงมากกว่าประเทศอื่นๆ ที่กำลังพัฒนา ซึ่งถ้าปล่อยไว้จนมีอายุ จะทำให้เกิดโรคร้ายต่างๆ ตามมา อย่าง เบาหวาน, ความดันโลหิตสูง จนกลายเป็นปัญหาตอนเป็นผู้สูงอายุ ถึงตอนนั้น การลดน้ำหนักแบบทั่วไปดูจะช้าเกินไปจนสังขารไม่เอื้ออำนวย

ไทยเป็นประเทศที่กำลังพัฒนา ทำให้อาหารประเภทจั๊งค์ฟู๊ด ฟาสต์ฟู๊ด เพิ่งมาบูมในไม่กี่ปีที่ผ่านมา ไหนจะขนมหวานแคลอรี่สูงจากต่างแดนนับร้อยรายการที่บินลัดฟ้ามาเปิดสาขาแฟนไชส์ในไทย เครื่องดื่มอุดมด้วยน้ำตาลอย่างกาแฟและกระแสชานมไข่มุกที่มาแรงไม่หยุดบนโลกโซเชียล ใครไม่ดื่มถือว่าเอาท์! บวกกับความสะดวกสบายจากการสั่งผ่านแอพมือถือที่สั่งได้ 7 วัน 24 ชั่วโมง

จากความสะดวกสบายเรื่องอาหารการกินที่เติบโตแบบก้าวกระโดด สวนทางกับเศรษฐกิจ ทำให้แม้ประเทศไทยจะยังไม่พัฒนามากเท่ากับประเทศฝั่งอเมริกา แต่โรคอ้วนมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณที่อาจโตเร็วยิ่งกว่าประเทศที่พัฒนาแล้ว ส่งผลให้คำว่า “ผ่าตัดกระเพาะ” จึงเริ่มเป็นเรื่องใกล้ตัวคนไทยมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดกระเพาะ ทำได้ในโรงพยาบาลใหญ่เท่านั้น ทำให้คลินิกที่ต้องการแสวงหากำไรจากคนอยากลดน้ำหนัก เลือกขายคอร์สการดูดไขมันแทน

* รัตตินันท์คลินิก ดำเนินหัตถการผ่าตัดกระเพาะที่โรงพยาบาล และแพทย์ผู้มีประสบการณ์

การรักษาโรคอ้วนด้วยวิธีการผ่าตัดโดยแพทย์

การผ่าตัดกระเพาะอาหาร (Bariatric Surgery) หรือ การรักษาโรคอ้วนด้วยวิธีการผ่าตัด เป็นวิธีที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ถือเป็นศัลยกรรมประเภทหนึ่ง ความเสี่ยงในการผ่าตัดน้อย ช่วยให้ผู้ประสบปัญหาเรื่องการลดน้ำหนักสามารถคุมน้ำหนักให้ดียิ่งขึ้น

ในหลายประเทศมีผู้เข้ารับการรักษาด้วยวิธีผ่าตัดกระเพาะเพิ่มขึ้นทุกปี และมีกว่า 2 แสนเคสในปี 2017

bariatric - ผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก โดยศัลยแพทย์อันดับต้นๆ ของไทยข้อมูลจาก: สมาคม ASMBS

การผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนักที่นิยมในปัจจุบันมี 4 แบบ คือ

  1. การใส่บอลลูนในกระเพาะ
  2. การใส่ห่วงรัดกระเพาะ
  3. การตัดกระเพาะบางส่วนแบบสลีฟ
  4. การตัดกระเพาะแบบบายพาส

การผ่าตัดกระเพาะ เป้าหมายหลัก คือ ทำให้ทานอาหารได้น้อยลง ฮอร์โมนในร่างกายมีการปรับให้สอดคล้องกับสภาพของกระเพาะอาหาร ส่งผลให้คุมความหิวได้ดีขึ้น น้ำหนักลดลงอย่างเป็นธรรมชาติ กลับมาอ้วนยากมาก ปลอดภัยเพราะอยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของทีมแพทย์

ดังนั้น เมื่อพูดเรื่อง “ลดน้ำหนักโดยแพทย์” ขอให้นึกถึง “ผ่าตัดกระเพาะ” หรือ “การรักษาโรคอ้วนด้วยวิธีการผ่าตัด” ก่อนเป็นอันดับต้นๆ ไม่ใช่ ดูดไขมัน

ผ่าตัดกระเพาะอาหาร
ผ่าตัดกระเพาะอาหาร

ดังนั้น ถ้ามีคนทักว่า “พักนี้ อ้วนขึ้นนะเธอ! ไปดูดไขมันไหม ?”

ควรตอบกลับไปอย่างสุภาพว่า “ดูดไขมันไม่ได้ลดความอ้วน ต้องผ่าตัดกระเพาะนะจ๊ะ” (ถ้าพูดกับเพื่อนสนิท ลองปรับคำพูดให้ดูใกล้ชิดกันมากขึ้นก็ได้ค่ะ”

ดูดไขมัน เพื่ออะไร ?

ย้อนกลับมาเรื่อง “การดูดไขมัน” ให้เกิดประโยชน์จริงๆ แล้ว เหมาะกับคนที่มีรูปร่างปกติ หรือท้วมเล็กน้อย แต่มีไขมันเฉพาะส่วน ที่ไม่สามารถกำจัดออกได้ด้วยวิธีทั่วไป จึงใช้การดูดไขมันมาช่วย เพื่อให้จุดที่มีไขมันสะสมมากเกินไปนั้นลดลง และมีรูปร่างที่ปกติ มีความมั่นใจในการดำรงชีวิตมากขึ้น

การลดน้ำหนักด้วยวิธีปกติเพื่อลดน้ำหนักเฉพาะจุด ลดเร็วสู้วิธีดูดไขมันไม่ได้ เพราะกลไกของร่างกายที่ต้องการสะสมไขมันไว้จำเป็นตามส่วนที่สำคัญตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ทำให้การเรียวเฉพาะจุดเป็นเรื่องยาก ต้องเพิ่มกล้ามเป็นมัดๆ ซึ่งไม่เหมาะกับสาวๆ รวมถึงชายที่ไม่มีเวลาออกกำลังกายจนกล้ามปูแบบพวกนักกล้าม

บวกกับสภาพร่างกายของแต่ละคน ที่มีพฤติกรรมการรับประทาน การออกกำลังกาย ในแต่ละช่วงวัยที่แตกต่างกัน ทำให้การลดน้ำหนักตอนอายุมากขึ้นให้ผลลัพธ์ที่ต่างกันไป

ดังนั้น การดูดไขมันไม่ได้มีเพื่อการลดน้ำหนัก แต่มีเพื่อปรับร่างกายให้ดูสมส่วนมากขึ้น ไขมันที่ลดไปเป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ดูดมากถึงชีวิตได้

ดูดไขมันต้นขา

อ้วนแล้วควรดูดไขมันไหม ?

ความเข้าใจผิดอย่างหนึ่งของการไขมัน คือ การที่คิดว่าเป็นทางเลือกสำหรับคนอ้วน อย่างน้ำหนักเกินมาตรฐานมา 10 กิโลกรัม ขอหมอดูดออกไปสัก 10 กิโลกรัม จะได้หุ่นเข้าที่ …. คิดแบบนั้นไม่ดีนะคะ

คนที่มีภาวะโรคอ้วนไม่เหมาะสำหรับการดูดไขมัน โดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน หรือมีความดันโลหิตสูง หรืออาจจะมีการหยุดหายใจขณะหลับตอนกรน การดูดไขมันในบางเคส อาจจะเพิ่มความเสี่ยงพวกนี้ได้ ไขมันที่หายไปเพียงส่วนน้อยก็อาจกลับมาเพิ่มได้

รัตตินันท์คลินิกจะไม่แนะนำให้ดูดไขมัน เขาอาจจะต้องไปทำวิธีอื่นที่ได้ประโยชน์มากกว่า ซึ่งเราสามารถให้คำแนะนำได้ครบวงจร ตั้งแต่คนที่ไม่อ้วน คนที่ท้วม จนกระทั่งถึงคนที่อ้วนจริงๆ


ปรึกษาปัญหาได้ที่ รัตตินันท์คลินิก โทร. 022331424 , 022331425

Line@Mobile 2 1024x237 300x69 - ฉีดฟิลเลอร์ (Dermal Filler)

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ รัตตินันท์ คลินิก
โทร. 022331424 , 022331425