คุณหมอสรุปให้ เสริมหน้าอกคืออะไร และทำไมหลายคนไว้ใจรัตตินันท์ คลินิก
การ เสริมหน้าอก การผ่าตัดใส่ซิลิโคนเพื่อเพิ่มขนาดและปรับรูปทรงหน้าอกให้สวย ดูเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้ที่มีหน้าอกเล็ก ไม่เท่ากัน หรือมีความหย่อนคล้อยจากอายุหรือหลังคลอด ซึ่งสามารถเข้ามาปรึกษาศัลยแพทย์ที่ รัตตินันท์ คลินิก ได้ฟรี เพื่อประเมินอย่างละเอียดว่ารูปทรงแบบไหนเหมาะกับคุณที่สุด
เหตุผลอะไรที่ทำให้ควร เสริมหน้าอก
การ เสริมหน้าอก เป็นหนึ่งในหัตถการทางการแพทย์ที่ช่วยแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ รูปทรงและสัดส่วนของหน้าอก ซึ่งอาจเกิดขึ้นจากปัจจัยด้านพันธุกรรม การเปลี่ยนแปลงของร่างกาย หรือช่วงวัยที่เพิ่มขึ้น ปัญหาที่พบบ่อย ได้แก่ เนินหน้าอกไม่เต็ม หน้าอกขาดความอวบอิ่ม ทำให้รูปร่างโดยรวมดูไม่สมส่วน การเสริมหน้าอกสามารถช่วยเพิ่มความอิ่มฟูและปรับรูปทรงให้หน้าอกดูได้สัดส่วนมากยิ่งขึ้น
ในผู้ที่มี หน้าอกเล็กตั้งแต่กำเนิด การ เสริมหน้าอก ช่วยเพิ่มขนาดให้เหมาะสมกับสรีระ ส่งผลให้รูปร่างโดยรวมดูสมดุลและเสริมบุคลิกภาพ สำหรับกรณีของ หน้าอกแบนราบ โดยเฉพาะในกลุ่มบุคคลที่ต้องการปรับลักษณะภายนอกให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์ทางเพศ การเสริมหน้าอกอาจเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์และความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน
นอกจากนี้ ผู้ที่ผ่านการตั้งครรภ์และให้นมบุตร มักประสบปัญหาเนินหน้าอกลดลง หน้าอกแฟบ หรือไม่เต่งตึงเหมือนเดิม การเสริมหน้าอกสามารถช่วยฟื้นฟูรูปทรงและความอวบอิ่มของหน้าอกให้ใกล้เคียงกับสภาพเดิมมากขึ้น
ในบางราย แม้จะมีหน้าอกอยู่แล้ว แต่ รูปทรงหรือสัดส่วนไม่เหมาะสมกับสรีระ เช่น หน้าอกไม่เท่ากัน หรือรูปทรงไม่ได้สัดส่วน การผ่าตัดเสริมหน้าอกและปรับรูปทรงสามารถช่วยให้หน้าอกดูสมดุลและสวยงามมากขึ้น
สำหรับ ปัญหาหน้าอกหย่อนคล้อยจากการเปลี่ยนแปลงตามวัย ซึ่งเกิดจากความเสื่อมของผิวหนังและเนื้อเยื่อ การเสริมหน้าอกสามารถช่วยปรับรูปทรงให้หน้าอกดูเต่งตึงขึ้น ทั้งนี้แพทย์จะเป็นผู้ประเมินความเหมาะสมของเทคนิคการรักษาเป็นรายบุคคล
สุดท้าย ในกรณีของผู้ที่ เคยได้รับการผ่าตัดเต้านมจากโรคมะเร็งเต้านม การผ่าตัดเสริมสร้างเต้านมใหม่เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยฟื้นฟูรูปร่างและคุณภาพชีวิต โดยต้องอยู่ภายใต้การดูแลและประเมินอย่างใกล้ชิดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
การ เสริมหน้าอก มีกี่วิธี อะไรบ้าง เลือกแบบไหนดี?
ปัจจุบันการ เสริมหน้าอก มีหลายวิธี เพื่อให้เหมาะกับสรีระ ความต้องการ และผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน โดยวิธีที่นิยมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 รูปแบบหลัก ดังนี้
-
การเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคน
เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ช่วยเพิ่มปริมาตรหน้าอกได้ชัดเจน เห็นผลทันที สามารถเลือกขนาดและรูปทรงให้เหมาะกับรูปร่างของแต่ละบุคคล เหมาะกับผู้ที่ต้องการเพิ่มขนาดหน้าอกอย่างเห็นได้ชัดและต้องการผลลัพธ์ในระยะยาว
-
การเสริมหน้าอกด้วยไขมันตัวเอง
เป็นการนำไขมันจากส่วนอื่นของร่างกายมาฉีดเติมบริเวณหน้าอก เหมาะกับผู้ที่ต้องการเพิ่มขนาดเล็กน้อย เน้นความเป็นธรรมชาติ และมีไขมันส่วนเกินเพียงพอ ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
-
การเสริมหน้าอกแบบผสมผสาน (ซิลิโคนร่วมกับไขมัน)
เป็นการใส่ซิลิโคนเพื่อเพิ่มขนาดหลัก และเติมไขมันเพื่อเก็บรายละเอียดรูปทรง ช่วยให้หน้าอกดูนุ่ม เป็นธรรมชาติ และลดการเห็นขอบซิลิโคน เหมาะกับผู้ที่ต้องการทั้งขนาดและความเป็นธรรมชาติสูง
การเลือกวิธีเสริมหน้าอกที่เหมาะสม ควรผ่านการประเมินจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นรายบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงามและปลอดภัย
เสริมหน้าอก ด้วยซิลิโคน คืออะไร เหมาะกับใครบ้าง?
การ เสริมหน้าอกด้วยซิลิโคน เป็นหัตถการศัลยกรรมที่ช่วย เพิ่มขนาดและปรับรูปทรงหน้าอกให้สวยสมส่วน โดยผู้รับบริการสามารถเลือก ขนาด รูปทรง และชนิดของซิลิโคน ให้เหมาะกับสรีระและความต้องการของตนเอง
การเลือกซิลิโคนที่เหมาะสมมีผลต่อทั้งความสวยงาม สัมผัส และความเป็นธรรมชาติของหน้าอก
รูปทรงซิลิโคนที่ใช้ในการเสริมหน้าอก
-
ซิลิโคนทรงกลม (Round)
เหมาะกับผู้ที่มีหน้าอกแบน หรือมีหน้าอกหย่อนคล้อยเล็กน้อย รวมถึงผู้ที่มีเนื้อหน้าอกอยู่บ้างและต้องการเพิ่มความอวบอิ่ม
- ข้อดี : เพิ่มความเต็มและความโดดเด่นได้ชัดเจน
- ผลลัพธ์ : หน้าอกอวบอิ่ม โดยเฉพาะช่วงบนของทรวงอก
-
ซิลิโคนทรงหยดน้ำ (Teardrop)
เหมาะกับผู้ที่มีเนื้อหน้าอกน้อย หรือผู้ที่ต้องการลุคที่ดูเป็นธรรมชาติ
- ข้อดี : รูปทรงใกล้เคียงหน้าอกจริง
- ผลลัพธ์ : หน้าอกโค้งมน ไล่ระดับจากบนลงล่าง ดูเรียบเนียนและสมส่วน
-
ซิลิโคนทรงกลมกึ่งหยดน้ำ (Motiva Ergonomix)
เป็นซิลิโคนเจลที่มีความยืดหยุ่นสูง เคลื่อนไหวตามสรีระของร่างกาย
- ข้อดี : สัมผัสนุ่ม ดูเป็นธรรมชาติ
- ผลลัพธ์ : หน้าอกมีความสมดุลทั้งรูปทรงและสัมผัส เหมาะกับผู้ที่ต้องการความเป็นธรรมชาติสูง
ผิวสัมผัสของซิลิโคนกับผลลัพธ์ที่แตกต่าง
นอกจากรูปทรงแล้ว ผิวสัมผัสของซิลิโคน ก็มีผลต่อความสวยงาม ความเป็นธรรมชาติ และความปลอดภัยในระยะยาว
- ซิลิโคนผิวเรียบ (Smooth Surface) – สัมผัสนุ่ม เคลื่อนไหวตามร่างกายได้ดี ให้ความรู้สึกใกล้เคียงหน้าอกธรรมชาติ
- ซิลิโคนผิวทราย (Textured Surface) – ผิวขรุขระเล็กน้อย ช่วยให้ซิลิโคนยึดเกาะกับเนื้อเยื่อได้ดี ลดโอกาสการเกิดพังผืด และช่วยให้ทรงคงตัว
- ซิลิโคนผิวเรียบกึ่งทราย / Nano Textured (Velvet Surface) – ให้ทั้งความนุ่มและความปลอดภัย ลดโอกาสเกิดพังผืด และเคลื่อนไหวเป็นธรรมชาติ เหมาะกับผู้ที่ต้องการหน้าอกดูนุ่มฟูและเป็นธรรมชาติสูง
การ เสริมหน้าอกด้วยซิลิโคน เหมาะกับผู้ที่ต้องการเพิ่มขนาดหน้าอกอย่างชัดเจน สามารถออกแบบรูปทรงให้เข้ากับสรีระ และต้องการผลลัพธ์ในระยะยาว การเลือกชนิดซิลิโคน รูปทรง ผิวสัมผัส และตำแหน่งการวาง ควรอยู่ภายใต้การดูแลและประเมินโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่เหมาะสมที่สุด
เทคนิคการผ่าตัด เสริมหน้าอก ที่รัตตินันท์
การผ่าตัด เสริมหน้าอก จำเป็นต้องมีแผลผ่าตัด เพื่อเปิดช่องสำหรับวางซิลิโคนอย่างถูกต้อง ปลอดภัย และได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม ศัลยแพทย์จึงต้องเลือกตำแหน่งแผลที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพื่อช่วยให้ควบคุมตำแหน่งซิลิโคนได้แม่นยำ ลดการบิดเบี้ยวของทรงหน้าอก และช่วยให้ฟื้นตัวได้เร็วที่สุด
โดยทั่วไป ตำแหน่งแผลผ่าตัดเสริมหน้าอกมีอยู่ 3 ตำแหน่งหลัก ได้แก่ แผลใต้ราวนม แผลใต้รักแร้ และแผลรอบปานนม ซึ่งแต่ละตำแหน่งมีข้อดีและข้อจำกัดแตกต่างกันไป
อย่างไรก็ตาม ในการผ่าตัดจริง ศัลยแพทย์จะพิจารณาเลือกตำแหน่งแผลที่เหมาะสมกับสรีระ โครงสร้างหน้าอก และเป้าหมายของผู้เข้ารับการผ่าตัด เพื่อให้ได้ทั้งความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในระยะยาว
-
แผลใต้ราวนม (Inframammary Fold Incision)
แผลผ่าตัดจะอยู่บริเวณรอยพับใต้ราวนม ความยาวประมาณ 3–4 เซนติเมตร เป็นตำแหน่งที่ศัลยแพทย์สามารถเข้าถึงตำแหน่งวางซิลิโคนได้โดยตรง มองเห็นพื้นที่ผ่าตัดชัดเจน และควบคุมตำแหน่งซิลิโคนได้แม่นยำมากที่สุด
ข้อดี
- ควบคุมตำแหน่งซิลิโคนได้ดี ลดโอกาสซิลิโคนเบี้ยวหรือร่องอกห่าง
- เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว
- แผลซ่อนอยู่ในรอยพับ จางง่าย ดูแลแผลง่าย
- ลดความเสี่ยงต่อพังผืดหดรัด
- โอกาสกระทบเส้นประสาทและท่อน้ำนมน้อย
ด้วยเหตุผลเหล่านี้ แผลใต้ราวนมจึงเป็นตำแหน่งที่ได้รับความนิยมและใช้เป็นหลักที่ รัตตินันท์ คลินิก
-
แผลใต้รักแร้ (Transaxillary Incision)
แผลจะซ่อนอยู่บริเวณรอยพับใต้รักแร้ โดยใช้กล้อง Endoscope ช่วยในการผ่าตัด ทำให้ไม่มีรอยแผลบริเวณหน้าอก เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการเห็นแผลบนเต้านม
ข้อดี
- ไม่มีรอยแผลที่หน้าอก
- ซ่อนแผลได้ดีในรอยพับรักแร้
ข้อจำกัด
- ควบคุมตำแหน่งซิลิโคนได้ยากกว่าแผลใต้ราวนม
- เจ็บมากกว่า และฟื้นตัวช้ากว่า
- มีโอกาสเกิดซิลิโคนเบี้ยว ร่องอกห่าง หรือพังผืดได้มากกว่า
- หากต้องแก้ไขในอนาคต มักต้องเปิดแผลใต้ราวนมเพิ่มเติม
- แผลอาจมองเห็นได้ชัดเมื่อยกแขน ใส่เสื้อแขนกุด หรือโกนขนรักแร้
เหมาะกับผู้ที่ให้ความสำคัญกับการไม่มีแผลบริเวณหน้าอก และยอมรับข้อจำกัดของเทคนิคนี้ได้
-
แผลรอบปานนม (Periareolar Incision)
แผลจะอยู่บริเวณขอบปานนม ซึ่งอาจกลมกลืนกับสีผิวในบางราย แต่เป็นตำแหน่งที่มีข้อจำกัดหลายประการ
ข้อจำกัด
- เสี่ยงกระทบเส้นประสาทและท่อน้ำนม
- เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
- แผลอาจเห็นชัดเมื่อมองใกล้
- ใช้ได้เฉพาะผู้ที่มีปานนมขนาดใหญ่พอ
ด้วยเหตุนี้ แผลรอบปานนมจึงไม่ใช่ตำแหน่งหลักที่นิยมใช้ และไม่ใช่เทคนิคหลักของรัตตินันท์ คลินิก
ทำไมรัตตินันท์ คลินิก จึงเลือกแผลใต้ราวนมเป็นหลัก?
ศัลยแพทย์ของรัตตินันท์ คลินิก ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ความแม่นยำในการวางซิลิโคน และผลลัพธ์ในระยะยาว แผลใต้ราวนมจึงเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุด เพราะช่วยให้ผ่าตัดได้อย่างแม่นยำ เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว และดูแลรอยแผลเป็นได้ดี ลดความเสี่ยงของปัญหาซิลิโคนเบี้ยว ร่องอกห่าง หรือพังผืดในอนาคต
หากคุณต้องการคำแนะนำว่าตำแหน่งแผลแบบใดเหมาะกับคุณที่สุด แนะนำให้เข้ารับการประเมินกับแพทย์โดยตรง เพื่อวางแผนการเสริมหน้าอกที่ปลอดภัยและเหมาะสมกับสรีระของคุณมากที่สุดค่ะ
เสริมหน้าอก ด้วยไขมันตัวเอง คืออะไร เหมาะกับใครบ้าง?
การเสริมหน้าอกด้วยไขมันตัวเอง หรือที่เรียกว่า Fat Transfer Augmentation เป็นวิธีเพิ่มขนาดและปรับรูปทรงหน้าอกโดยไม่ใช้ซิลิโคน แต่ใช้ ไขมันจากร่างกายของผู้รับบริการเอง เช่น บริเวณหน้าท้อง สะโพก หรือต้นขา โดยแพทย์จะทำการดูดไขมันออกมา ผ่านกระบวนการคัดแยกจนได้ไขมันที่บริสุทธิ์และมีคุณภาพ จากนั้นจึงนำมาฉีดเติมเข้าสู่บริเวณหน้าอก
วิธีนี้เป็นการใช้เนื้อเยื่อของร่างกายตนเองอย่างแท้จริง จึงให้ผลลัพธ์ที่ดู เป็นธรรมชาติทั้งรูปทรงและสัมผัส ใกล้เคียงกับหน้าอกจริงมากที่สุด
เสริมหน้าอกด้วยไขมันตัวเอง เลือกขนาดได้เหมือนซิลิโคนหรือไม่?
โดยทั่วไป การเสริมหน้าอกด้วยไขมัน ไม่สามารถเลือกขนาดได้อิสระเหมือนการเสริมซิลิโคน เนื่องจากปริมาณไขมันที่สามารถฉีดให้ติดและไม่สลายตัว มีข้อจำกัดตามสรีระของแต่ละบุคคล ส่วนใหญ่สามารถเพิ่มขนาดหน้าอกได้ประมาณ 0.5–1 คัพ เท่านั้น
หากต้องการเพิ่มขนาดมากกว่านี้ อาจจำเป็นต้องทำซ้ำหลายครั้ง หรือเลือกใช้การเสริมหน้าอกแบบผสมผสานระหว่าง ซิลิโคนร่วมกับไขมันตัวเอง (Hybrid Breast Augmentation) เพื่อให้ได้ทั้งขนาดและความเป็นธรรมชาติ
การเสริมหน้าอกด้วยไขมันตัวเอง ต้องใช้ไขมันเท่าไหร่?
ปริมาณไขมันที่ใช้ขึ้นอยู่กับสรีระ ขนาดหน้าอกเดิม และความเหมาะสมของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปแพทย์จะดูดไขมันออกจากร่างกายประมาณ 200–400 ซีซี ต่อข้าง เพื่อให้ได้ไขมันบริสุทธิ์เพียงพอสำหรับการฉีด หลังจากผ่านกระบวนการคัดแยกแล้ว ปริมาณไขมันที่ฉีดเข้าสู่หน้าอกมักอยู่ที่ประมาณ 150–250 ซีซี ต่อข้าง
ทั้งนี้ แพทย์จะเป็นผู้ประเมินปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้ไขมันสามารถติดได้ดีและได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัย
ข้อดีของการเสริมหน้าอกด้วยไขมันตัวเอง
การเสริมหน้าอกด้วยไขมันตัวเองมีจุดเด่นหลายประการ ได้แก่
- ให้ผลลัพธ์ที่ เป็นธรรมชาติสูง ทั้งรูปทรงและสัมผัส ใกล้เคียงหน้าอกจริง
- ไม่มีสิ่งแปลกปลอมในร่างกาย เนื่องจากใช้ไขมันของตนเอง
- ได้ประโยชน์สองต่อ คือ เพิ่มขนาดหน้าอกพร้อมกับปรับรูปร่าง จากการดูดไขมันส่วนเกิน
- แผลมีขนาดเล็กมาก จากจุดดูดไขมันและจุดฉีด
- โอกาสแพ้น้อยมาก เพราะใช้เนื้อเยื่อของร่างกายตนเอง
ข้อจำกัดที่ควรทราบก่อนตัดสินใจ
แม้ว่าการเสริมหน้าอกด้วยไขมันจะมีข้อดีหลายด้าน แต่ก็มีข้อจำกัดที่ควรพิจารณา ได้แก่
- เพิ่มขนาดได้ไม่มาก เหมาะกับผู้ที่ต้องการความเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป
- ต้องมีไขมันส่วนเกินเพียงพอ ผู้ที่ผอมมากอาจไม่เหมาะกับวิธีนี้
- ไขมันบางส่วนอาจสลายตัวได้ ประมาณ 30–40% ภายในช่วง 3–6 เดือน
- อาจต้องทำหลายครั้ง หากต้องการเพิ่มขนาดเพิ่มเติม
- ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของแพทย์สูง เพื่อให้ไขมันกระจายตัวสวย ลดความเสี่ยงต่อการเกิดก้อนแข็ง
ควรเลือกฉีดไขมันหน้าอก หรือเสริมซิลิโคนดี?
การเลือกวิธีเสริมหน้าอกขึ้นอยู่กับ เป้าหมาย ความต้องการ และสรีระของแต่ละบุคคล หากต้องการเพิ่มขนาดชัดเจนและเลือกไซซ์ได้อิสระ การเสริมซิลิโคนอาจตอบโจทย์มากกว่า แต่หากต้องการความเป็นธรรมชาติสูง ไม่ต้องการสิ่งแปลกปลอมในร่างกาย การเสริมหน้าอกด้วยไขมันตัวเองก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ
เพื่อช่วยในการตัดสินใจ สามารถศึกษาเพิ่มเติม ได้ที่
และหากต้องการทราบว่าวิธีนี้เหมาะกับตนเองหรือไม่ แนะนำให้อ่านต่อที่
ซิลิโคนเสริมหน้าอกมีกี่ยี่ห้อ? ควรเลือกแบบไหนดี
ปัจจุบันซิลิโคนเสริมหน้าอกมีให้เลือกหลายยี่ห้อ แต่ละแบรนด์มีเทคโนโลยีการผลิตและจุดเด่นที่แตกต่างกัน การเลือกซิลิโคนที่เหมาะสมจึงไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงามเท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและผลลัพธ์ในระยะยาวเป็นสำคัญ
สิ่งที่ควรพิจารณาในการเลือกซิลิโคนเสริมหน้าอก ได้แก่
- ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล เช่น FDA หรือ CE
- มีงานวิจัยและข้อมูลด้านความปลอดภัยรองรับ
- เนื้อซิลิโคนมีความยืดหยุ่นดี ไม่แข็งเป็นก้อน
- เปลือกซิลิโคนแข็งแรง ทนทาน ลดความเสี่ยงการแตกหรือรั่ว
- มีรูปทรงและขนาดหลากหลาย เพื่อให้เหมาะกับสรีระของแต่ละบุคคล
ซิลิโคน เสริมหน้าอก ยอดนิยม
-
Motiva
Motiva เป็นซิลิโคนเสริมหน้าอกที่ได้รับความนิยมสูงมากในปัจจุบัน ด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย เนื้อเจลมีความหนาแน่นสูง ให้สัมผัสนุ่ม และมีมาตรฐานด้านความปลอดภัยระดับสากล
จุดเด่นสำคัญของ Motiva คือเทคโนโลยี Ergonomix ที่ช่วยให้ซิลิโคนสามารถขยับและปรับรูปทรงตามการเคลื่อนไหวของร่างกาย เมื่อยืนหน้าอกจะดูเป็นทรงสวย เมื่อเอนตัวหรือขยับ หน้าอกจะดูนุ่มและเป็นธรรมชาติ ทำให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงเต้านมจริงมากที่สุด
ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ Motiva จึงเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ที่ศัลยแพทย์จำนวนมากเลือกใช้ และเหมาะกับผู้ที่ต้องการหน้าอกที่ดูเป็นธรรมชาติสูง
-
Mentor
Mentor เป็นแบรนด์ซิลิโคนระดับคลาสสิกที่อยู่ในวงการเสริมหน้าอกมาอย่างยาวนาน ได้รับความไว้วางใจจากแพทย์และผู้ใช้ทั่วโลกมากว่า 10 ปี จุดเด่นคือคุณภาพที่ผ่านการพิสูจน์ในระยะยาว และมีข้อมูลด้านความปลอดภัยรองรับอย่างชัดเจน
เนื้อซิลิโคนของ Mentor ให้ความรู้สึกอวบอิ่ม นุ่มละมุน และดูเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทรงหน้าอกที่ชัดเจน สวยงาม และคงรูปดี อีกทั้งแบรนด์ยังมีการพัฒนาเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยและความเป็นธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง ทำให้ Mentor ยังคงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ได้รับความนิยมเสมอมา
เตรียมตัวก่อนเสริมหน้าอก
การเตรียมตัวก่อนเสริมหน้าอกเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้การผ่าตัดเป็นไปอย่างปลอดภัย ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และช่วยให้ผลลัพธ์หลังผ่าตัดออกมาสวยงามตามที่คาดหวัง ผู้เข้ารับบริการควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด โดยมีรายละเอียดการเตรียมตัว ดังนี้
-
ปรึกษาแพทย์และกำหนดวันผ่าตัดเสริมหน้าอก
ก่อนการผ่าตัด ควรเข้ารับการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินสรีระ ลักษณะหน้าอกเดิม และพูดคุยถึงความต้องการ เช่น ขนาด รูปทรง และวิธีการเสริมหน้าอกที่เหมาะสม แพทย์จะช่วยแนะนำแนวทางที่ปลอดภัยและเหมาะกับแต่ละบุคคล พร้อมวางแผนการผ่าตัดและกำหนดวันผ่าตัดที่ชัดเจน
-
งดวิตามิน อาหารเสริม บุหรี่ และแอลกอฮอล์ ก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์
ควรงดวิตามิน อาหารเสริม และสมุนไพรทุกชนิด เช่น วิตามินอี น้ำมันปลา โสม หรือแปะก๊วย เนื่องจากอาจส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด
รวมถึงควรงดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด เพราะสารเหล่านี้อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ แผลหายช้า และส่งผลต่อการฟื้นตัวหลังผ่าตัด
-
ตรวจสุขภาพก่อนผ่าตัด
ก่อนเข้ารับการผ่าตัด จะมีการตรวจสุขภาพเพื่อประเมินความพร้อมของร่างกาย เช่น ตรวจเลือด วัดความดันโลหิต และประเมินสุขภาพโดยรวม เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถเข้ารับการผ่าตัดได้อย่างปลอดภัย ซึ่งขั้นตอนนี้เป็นบริการฟรีตามมาตรฐานของคลินิก
-
งดอาหารและน้ำก่อนผ่าตัด 6–8 ชั่วโมง
ก่อนการผ่าตัดเสริมหน้าอก จำเป็นต้องงดอาหารและเครื่องดื่มทุกชนิดอย่างน้อย 6–8 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการสำลักขณะดมยาสลบ และช่วยให้การวางยาสลบเป็นไปอย่างปลอดภัยมากที่สุด
เสริมหน้าอก ราคาเท่าไร
ที่รัตตินันท์ คลินิก เราให้ความสำคัญทั้งความต้องการของผู้เข้ารับบริการและมาตรฐานความปลอดภัยสูง ซึ่งก่อนเข้ารับการผ่าตัดเสริมหน้าอก แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะทำการประเมินอย่างละเอียดในทุกมิติ ตั้งแต่สรีระ ความกว้างของลำตัว ฐานและเนื้อหน้าอกเดิม รวมถึงความหนาและปริมาณไขมันเพื่อออกแบบทรงที่เหมาะสมที่สุด ผลลัพธ์ที่ได้จึงงดงามอย่างเป็นธรรมชาติ และตอบโจทย์ความพึงพอใจในแบบเฉพาะบุคคล
ราคาเสริมหน้าอกที่ รัตตินันท์ คลินิก
เพื่อให้คุณได้เปรียบเทียบราคาและบริการของ รัตตินันท์ คลินิก กับคลินิกอื่น ๆ เราได้รวบรวมข้อมูลมาให้ในรูปแบบของตาราง ดังนี้
หัตถการ เสริมหน้าอก ราคาเริ่มต้น เสริมหน้าอกด้วยซิลิโคน 139,000 - 159,000 บาท เสริมหน้าอกผิวเรียบทรงกลม Mentor 139,000 บาท เสริมหน้าอกผิวทรายทรงหยดน้ำ (Extra Gel) Mentor 139,000 บาท เสริมหน้าอก Motiva รุ่น SilkSurface 139,000 บาท เสริมหน้าอก Motiva รุ่น Ergonomix 159,000 บาท เสริมหน้าอกด้วยไขมัน 69,000 บาท ลดขนาดปานนม 45,000 บาท
บริการและสิ่งที่รวมอยู่ในราคา
- บริการปรึกษาแพทย์ฟรี เพื่อให้คำแนะนำและช่วยเลือกซิลิโคนที่เหมาะสมกับรูปร่างและความต้องการของคุณ
- การตรวจสุขภาพก่อนผ่าตัด รวมอยู่ในราคาเพื่อความปลอดภัยและการวางแผนการผ่าตัดอย่างรอบคอบ
- การผ่าตัดและดูแลหลังผ่าตัด รวมค่าบริการดมยาสลบโดยวิสัญญีแบบ 1:1 การตรวจเช็กและติดตามผลการรักษาหลังการผ่าตัด
- ประกันการผ่าตัด: มีประกันคุ้มครองหลังการผ่าตัดเพื่อความอุ่นใจ
- บริการ After Care ป้องกันการเกิดรอยแผลเป็นและเสริมความมั่นใจในทรวงอก
การเสริมหน้าอก ที่ รัตตินันท์ คลินิก ไม่เพียงแต่จะให้ผลลัพธ์ที่ดีและดูเป็นธรรมชาติ แต่ยังมาพร้อมกับบริการที่ครบในราคาที่คุ้มค่า มีทีมแพทย์และวัสดุคุณภาพดี รัตตินันท์ คลินิก จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่กำลังมองหาการเสริมหน้าอกที่มีคุณภาพและปลอดภัย
สรุป เสริมหน้าอก ที่รัตตินันท์
การ เสริมหน้าอก ที่ รัตตินันท์ คลินิก ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่สวยงามเป็นธรรมชาติ โดยดูแลตั้งแต่การวางแผนกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เลือกเทคนิคและซิลิโคนที่เหมาะกับสรีระของแต่ละบุคคล ผ่าตัดด้วยมาตรฐานทางการแพทย์ พร้อมดูแลหลังผ่าตัดอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ได้หน้าอกที่สวยสมส่วน ฟื้นตัวไว และมั่นใจได้ในระยะยาวค่ะ
คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับการเสริมหน้าอก
| คำถาม (Q) | คำตอบแบบง่าย (A) |
| เสริมหน้าอกแล้ว ให้นมลูกได้ไหม? | ส่วนใหญ่ให้นมได้ค่ะ เพราะซิลิโคนมักจะวางอยู่ใต้ต่อมน้ำนมหรือกล้ามเนื้อ ซึ่งไม่รบกวนท่อน้ำนมโดยตรง |
| เสริมหน้าอกแล้ว ออกกำลังกายหนัก ๆ ได้ไหม? | ได้แน่นอนค่ะ แต่ต้องรอให้หน้าอกหายดีก่อน (ประมาณ 4-6 สัปดาห์) หลังจากนั้นก็ใช้ชีวิตและออกกำลังกายได้ตามปกติ |
| หลังเสริมหน้าอก ต้องพักฟื้นนานแค่ไหนกว่าจะเข้าที่? | อาการเจ็บจะดีขึ้นใน 1-2 สัปดาห์ ก็สามารถกลับไปทำงานเบา ๆ ได้ แต่หน้าอกจะ นิ่มและเข้าที่สวยงามเต็มที่ต้องใช้เวลา 3-6 เดือน |
| เสริมหน้าอก มีเพศสัมพันธ์ได้ไหม | สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ตามปกติค่ะ แต่ต้องมีช่วงเวลาที่ต้องพักฟื้นและระมัดระวังเป็นพิเศษในช่วงแรกหลังการผ่าตัด ในช่วง 7-10 วันแรก หลังการผ่าตัด ถือเป็นช่วงที่แผลกำลังสมานและร่างกายกำลังฟื้นตัว ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมทางเพศ หรือกิจกรรมที่ต้องออกแรงมาก เพื่อป้องกัน:การกระทบกระเทือนบริเวณหน้าอกความเสี่ยงที่แผลจะปริหรือเปิดออกการเพิ่มความดันโลหิต ซึ่งอาจทำให้มีเลือดออกหรือบวมมากขึ้น |
| คำถาม (Q) | คำตอบแบบง่าย (A) |
| ซิลิโคนอยู่ได้นานแค่ไหน? ต้องเปลี่ยนออกไหม? | อยู่ได้ตลอดชีวิตค่ะ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตามกำหนดเวลาเหมือนสมัยก่อน จะเปลี่ยนเมื่อมีปัญหาเท่านั้น เช่น ซิลิโคนแตก หรือเกิด พังผืดรัด หน้าอกแข็ง |
| ต้องผ่าตัดแก้ไขหน้าอกเมื่อไหร่บ้าง? | เมื่อหน้าอกมีปัญหาหลัก ๆ คือ พังผืดรัด จนหน้าอกแข็งผิดปกติ, ซิลิโคนแตก/รั่ว, ซิลิโคนเลื่อนผิดตำแหน่ง, หรือเมื่อคุณ ไม่ชอบผลลัพธ์ ที่ออกมา |
| ถ้าทำแล้วไม่พอใจผลลัพธ์ สามารถแก้ไขได้ไหม? | แก้ได้ค่ะ คุณหมอสามารถทำการผ่าตัดแก้ไขเพื่อเปลี่ยนขนาด รูปทรง หรือปรับตำแหน่งของซิลิโคนให้ดีขึ้นได้ |
| คำถาม (Q) | คำตอบแบบง่าย (A) |
| เสริมหน้าอกแล้วจะเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมไหม? | ไม่ค่ะ โดยทั่วไปไม่เพิ่มความเสี่ยง แต่ถ้าใช้ซิลิโคนผิวหยาบมาก ๆ ต้องคุยกับคุณหมอเรื่องความเสี่ยงมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดหายาก ซึ่งมีโอกาสเกิดน้อยมาก |
| มีซิลิโคนแล้ว ตรวจมะเร็งเต้านม (แมมโมแกรม) ได้ไหม? | ตรวจได้ปกติค่ะ แค่ต้องบอกเจ้าหน้าที่ว่าเราเสริมซิลิโคนมา เขาจะได้ใช้เทคนิคตรวจที่เหมาะสม |
| ซิลิโคนจะแตกได้ไหม? ขึ้นเครื่องบินแล้วจะแตกไหม? | มีโอกาสแตกได้บ้าง ถ้าซิลิโคนเก่ามาก หรือโดนกระแทกแรง ๆ แต่แรงดันอากาศบนเครื่องบินไม่ทำให้ซิลิโคนแตกแน่นอนค่ะ |
| “นม 2 ชั้น” คืออะไร เกิดจากอะไร? | คือการที่หน้าอกมีรอยพับ 2 ชั้น มักเกิดจากซิลิโคนถูกวางตำแหน่งต่ำเกินไป หรือเนื้อหน้าอกเดิมหย่อนคล้อยลงมา |
| ทำหน้าอกใหญ่มาก ๆ มีข้อเสียไหม? | มีค่ะ อาจทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติ, เสี่ยงผิวหนังยืด, อาจปวดหลังหรือปวดไหล่ได้ง่าย และเพิ่มความเสี่ยงการเกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมา |
เสริมหน้าอก เหมาะกับใครและมีข้อดีอย่างไร
ใครที่ควรเสริมหน้าอก
กลุ่มคนที่ควรเสริมหน้าอก คือคนที่มีปัญหาที่ลดความมั่นใจในตัวเอง ดังนี้
- คนที่หน้าอกแบนราบ หรือเล็กมากโดยกำเนิด ต้องการมีหน้าอกที่ใหญ่ขึ้นเพื่อให้รูปร่างมีมิติชัดเจน ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกเพศสภาพ
- คนที่ไม่มีเนินอกอวบอิ่มเต็มเต้า ต้องการเสริมอึ๋มเพื่อเพิ่มความชัดเจนของทรวงอก
- คนที่เป็นคุณแม่หลังคลอด โดยส่วนใหญ่พบว่าหน้าอกจะหย่อนคล้อยภายหลังจากการให้นมบุตร
- คนที่มีหน้าอกไม่สมส่วน ทรงไม่ได้รูป หน้าอกไม่เท่ากัน
- คนที่มีประวัติการผ่าตัดรักษาโรคมะเร็งเต้านม
- คนที่มีหน้าอกหย่อนยานจากอายุที่เพิ่มขึ้น
หรือถ้าหากคุณมีปัญหาหรือข้อกังวลใจเกี่ยวกับทรวงอกของตนเอง สามารถเข้ามาปรึกษาศัลยแพทย์อย่างเป็นส่วนตัวกับเราได้ที่นี่
ข้อดีการเสริมหน้าอก
ข้อดีของการเสริมหน้าอก ที่ รัตตินันท์ คลินิก มีดังนี้
- ช่วยแก้ปัญหาหน้าอกแบนราบให้มีเนินอกใหญ่ขึ้นเต็มตา
- ช่วยแก้ปัญหาสำหรับผู้ที่มีขนาดเต้านมไม่เท่ากัน ไม่สมส่วน ทั้งตั้งแต่กำเนิด และการผ่าตัดต่าง ๆ ให้เท่ากัน สวยงามมากขึ้น
- เพิ่มความมั่นใจในการใช้ชีวิต การแต่งตัว การถ่ายรูป และการพบปะผู้คน
- ช่วยเพิ่มโอกาสในหน้าที่การงานสำหรับบางอาชีพ
ศัลยกรรมแก้ไขหน้าอก
นอกจาก เสริมหน้าอก เรายังมีบริการศัลยกรรมแก้ไขหน้าอกอีกด้วย สำหรับผู้ที่มีปัญหาดังนี้
- ขนาดหน้าอกใหญ่เกินไป อยากแก้ไขเปลี่ยนขนาดให้เล็กลง
- อยากแก้ไขให้หน้าอกดูเป็นธรรมชาติ
- มีปัญหาสุขภาพ เช่น ปวดหลัง ปวดกล้ามเนื้อ ฯลฯ เนื่องจากทำไซซ์ใหญ่เกินไป
- เกิดปัญหาจากการเสริมหน้าอกครั้งก่อน เช่น นมสองชั้น นมสูง นมห่าง นมแฝด ฯลฯ
- มีภาวะพังผืดหนาหดรัดซิลิโคน
- เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ เช่น อักเสบ ติดเชื้อ
รีวิวเสริมหน้าอก ที่ รัตตินันท์ คลินิก
ขั้นตอนการเสริมหน้าอก
ขั้นตอนการผ่าตัดเสริมหน้าอก ที่ รัตตินันท์ คลินิก มีดังนี้
พร้อมให้ยาชา
ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
เพื่อดูอาการก่อนกลับบ้าน
ติดตามผลการรักษาต่อเนื่อง
หลังจากผ่านไปแล้ว 1 เดือน
การเตรียมตัวก่อนเสริมหน้าอก มีอะไรบ้าง
สำหรับการเตรียมตัวก่อนเสริมหน้าอก มีดังนี้
- ปรึกษากับแพทย์และกำหนดวันผ่าตัดเสริมหน้าอก
- งดวิตามิน อาหารเสริมต่าง ๆ รวมถึง บุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก่อนผ่าตัด 2 สัปดาห์
- ตรวจสุขภาพก่อนผ่าตัด (บริการฟรี)
- งดอาหารและน้ำ ก่อนผ่าตัด 6-8 ชั่วโมง
การพักฟื้นหลังการผ่าตัดเสริมหน้าอก
- หลังการผ่าตัด ผู้ป่วยสามารถกลับไปปฏิบัติงานได้ภายในระยะเวลา 2-3 วัน
- ศัลยแพทย์จะจัดการนัดหมายเพื่อตรวจสอบสภาพหน้าอกและดำเนินการตัดไหมหลังจากผ่านไปประมาณ 1 สัปดาห์
- ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงการให้หน้าอกได้รับการกระทบหรือสัมผัสกับวัตถุใด ๆ นอกจากการสวมใส่ยกทรง เพื่อป้องกันความเสียหาย โดยควรปฏิบัติตามนี้เป็นเวลา 3-4 สัปดาห์
- เมื่อเวลาผ่านไป รอยแผลจากการผ่าตัดจะค่อย ๆ ลดลงและเรียบเนียนขึ้น ซึ่งอาจใช้เวลาตั้งแต่ 3 เดือนจนถึง 2 ปี ขึ้นอยู่กับความแตกต่างของแต่ละบุคคลในการฟื้นตัว
การดูแลตัวเองหลังการผ่าตัดเสริมหน้าอก
การดูแลตัวเองหลังการผ่าตัดเสริมหน้าอก มีดังนี้
- งดการยกสิ่งของหนักเป็นเวลา 3-4 สัปดาห์
- งดกิจกรรมหนัก และออกกำลังกายหนัก เป็นเวลา 1 เดือน
- งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เป็นเวลา 1 สัปดาห์ หลังการผ่าตัดเสริมหน้าอก
- ไม่ควรใส่ยกทรงที่มีโครงเหล็กช่วง 3 อาทิตย์แรก หลังการผ่าตัด
- มาติดตามผลการผ่าตัดให้ครบตามนัดหมาย
เสริมหน้าอก TIPS: ซิลิโคน Size เท่ากัน แต่ผลที่ได้ในแต่ละคนจะไม่เหมือนกันแน่นอน เพราะส่วนสูง ขนาดลำตัว รวมทั้งเนื้อหน้าอกของแต่ละคนไม่เท่ากัน ดังนั้นผลที่ได้จะออกมาต่างกันตามรูปร่าง การเลือกขนาดซิลิโคนเสริมหน้าอกจึงควรเลือกและลองขนาดด้วยตัวเอง เพื่อที่คุณหมอจะได้แนะนำขนาดที่ตรงกับความต้องการ และที่สำคัญคือต้องพอดีกับรูปร่าง เพื่อความสวยงามเป็นธรรมชาติและลดโอกาสการเกิดปัญหาในภายหลัง
ก่อนเสริมหน้าอกที่ รัตตินันท์ คลินิก จะมี Sizer อุปกรณ์ที่เป็นตัวช่วยในการเลือกไซซ์ของหน้าอก ทำให้เห็นภาพก่อนทำว่า หากเสริมแล้วขนาดของหน้าอกจะเป็นลักษณะไหน ขนาดเท่าไหร่ ทำให้ช่วยตัดสินใจในการเลือกไซซ์ให้เหมาะกับที่ต้องการ
จริง ๆ แล้ว ซิลิโคนมีส่วนช่วยให้หน้าอกเราสวยขึ้นเพียง 20-30% เท่านั้น เพียงแค่เลือกไซซ์ให้เหมาะสมกับร่างกายก็ช่วยทำให้หน้าอกสวยขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ช่วยทำให้หน้าอกออกมาสวยงาม สมบูรณ์ ปลอดภัยมากกว่า 60% คือฝีมือ ประสบการณ์และเทคนิคของศัลยแพทย์
อ่านเพิ่มเติม :
- ยกกระชับหน้าอก (Breast Lift) ร่วมกับเสริมหน้าอก แก้ปัญหานมยาน คืนทรงสวยเป็นธรรมชาติ
- ฉีดไขมันหน้าอก มีข้อดีข้อเสียอย่างไร เหมาะกับใครบ้าง?
- เสริมหน้าอกพักฟื้นกี่วัน รวมวิธีการดูแลตนเองก่อน-หลังทำนม
- ฉีดไขมันเสริมอก ราคาเท่าไหร่ ไม่แพง เสริมหน้าอก ด้วยไขมันตัวเอง
- หน้าอกไม่เท่ากัน แก้ไขได้ด้วยวิธีเหล่านี้
เสริมหน้าอก ราคาเท่าไหร่
ราคาเสริมหน้าอกที่รัตตินันท์ คลินิกเริ่มต้นที่ 109,000 บาท ผู้สนใจควรปรึกษาแพทย์เพื่อการตัดสินใจที่เหมาะสมและตอบโจทย์ความต้องการส่วนตัวมากที่สุด
ในการเลือกซิลิโคนเสริมหน้าอกนั้นเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะในการเสริมหน้าอกให้ออกมาได้รูปสวยหรือดูดีนั้น จะต้องพิจารณาจากรูปร่างของคนไข้ด้วย ซึ่งซิลิโคนเสริมหน้าอกที่รัตตินันท์ใช้เป็นเกรดพรีเมียม คำนึกถึงความปลอดภัยของคนไข้เป็นอันดับแรก
คำถามที่พบบ่อย
การเกิดนมสองชั้น อาจเกิดจากเทคนิคการผ่าตัดที่แพทย์ไม่เข้าใจสรีระของคนไข้ดีพอ เลือกใช้เทคนิคที่ไม่เหมาะสม ซึ่งในปัจจุบัน จะมีเทคนิค Dual Plane ที่ช่วยทำให้หน้าอกเข้ารูป เป็นทรงสวยงามมากยิ่งขึ้น
แน่นอนว่ามี เช่น ปัญหาสุขภาพ ปวดหลัง ปวดกล้ามเนื้อ เป็นต้น ซึ่งถ้าหากอยากแก้ไข ปรับไซซ์ให้เล็กลงก็สามารถทำได้เช่นกัน
การศัลยกรรมเสริมหน้าอกไม่มีหลักฐานว่าจะเพิ่มความเสี่ยงในการพัฒนามะเร็งเต้านม เนื่องจากวัสดุซิลิโคนที่ใช้ในกระบวนการนี้ได้รับการอนุมัติจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA) ซึ่งระบุว่ามีความปลอดภัยและไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ
น้อยมาก ๆ เพราะปัจจุบันเนื้อเจลในซิลิโคนมีความหนาแน่นและยืดหยุ่นสูง และถ้าหากพบว่าซิลิโคนแตกก็มีการรับประกัน (ตั้งแต่ก่อนการผ่าตัด) สามารถแก้ใหม่ได้ตามระยะเวลาที่กำหนด
การเสริมหน้าอก ซิลิโคนสามารถอยู่ได้นานเกิน 10 ปีไปจนถึงตลอดชีวิต หลังจากผ่านไปแล้ว 5 ปี สามารถตรวจเช็กสภาพหน้าอกตัวเองได้ทุก ๆ ปีเหมือนตรวจสุขภาพทั่วไป
1. ศาสตร์ + ศิลป์ ศัลยกรรมที่เข้าใจเรือนร่างของคุณ
2. ดูแลอย่างปลอดภัยมาตรฐานระดับโรงพยาบาล
3. Luxury Holistic Care ดูแลครบทุกมิติ
4. ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ ไม่ใช่แค่ความสวย แต่คือความมั่นใจ
ได้ค่ะ การเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคนไม่ส่งผลกระทบต่อต่อมน้ำนมและท่อน้ำนม สามารถให้นมบุตรได้ตามปกติ เพราะซิลิโคนจะอยู่ต่างหากจากต่อมน้ำนม โดยเฉพาะการเปิดแผลใต้ราวนมที่รัตตินันท์ คลินิกใช้ จะไม่กระทบต่อระบบการให้นม
ได้ แต่ต้องแบ่งเป็นช่วง ๆ
- 2-3 วันแรก : พักผ่อน หลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวมาก
- 1 เดือนแรก : งดออกกำลังกายหนัก ยกของหนัก โดยเฉพาะท่าที่ใช้กล้ามเนื้ออก
- หลัง 1 เดือน : สามารถออกกำลังกายได้ตามปกติ แต่ค่อย ๆ เพิ่มความหนักทีละน้อย
- หลัง 3 เดือน : ออกกำลังกายได้เต็มที่ รวมถึงกีฬาทุกประเภท
แก้ไขได้ ที่ รัตตินันท์ คลินิก มีบริการศัลยกรรมแก้ไขหน้าอกสำหรับกรณีต่าง ๆ เช่น
- ปรับขนาด : เปลี่ยนซิลิโคนให้ใหญ่ขึ้นหรือเล็กลง
- แก้ไขปัญหา : นมสองชั้น นมสูง นมห่าง นมแฝด
- แก้พังผืด : กรณีมีพังผืดหนาหดรัดซิลิโคน
- ถอดซิลิโคน : ถ้าต้องการถอดออก หรือเปลี่ยนเป็นไขมันตัวเอง
ควรรอให้หน้าอกเข้ารูปสมบูรณ์ประมาณ 3-6 เดือนก่อนพิจารณาแก้ไข เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน
เสริมหน้าอก จะต้องพิจารณาจากหลายปัจจัย ซึ่งรัตตินันท์ คลินิก เราคำนึงถึงความต้องการของคนไข้ และต้องอยู่ภายใต้ความปลอดภัยสำคัญที่สุด ก่อนทำศัลยกรรม ผู้ที่จะเข้ารับการผ่าตัดเสริมหน้าอก จำเป็นที่จะต้องเข้ารับการตรวจและปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง เพื่อพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ เช่น รูปร่าง ความกว้างของลำตัว ฐานหน้าอกเดิม เนื้อหน้าอกเดิม ความหนาของหน้าอก และปริมาณไขมันหน้าอก เป็นต้น เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาสวยงาม และเป็นที่น่าพอใจมากที่สุด


นักเขียนบทความสุขภาพ รัตตินันท์ คลินิก ทำหน้าที่ ค้นคว้าและตรวจสอบงานวิจัยล่าสุด ทั้งเรื่องผิวหนัง สารออกฤทธิ์ เลเซอร์ และศัลยกรรมความงาม เพื่อนำความรู้ที่ซับซ้อนเหล่านั้นมา แปลให้เป็นภาษาที่เข้าใจง่าย ถูกต้อง และเชื่อถือได้ เป้าหมายหลักคือการทำให้ข้อมูลทุกชิ้นที่คลินิกสื่อสารออกไปนั้น มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ (Evidence-based) เพื่อให้คุณผู้อ่านสามารถ ตัดสินใจเลือกการดูแลผิวหรือหัตถการได้อย่างมั่นใจและเหมาะสม โดยไม่ถูกชี้นำเกินจริง และเข้าใจถึงกลไกที่แท้จริงเบื้องหลังผลลัพธ์นั้น ๆ