“ห้องผ่าตัด” ปลอดภัย ได้มาตรฐานห้องผ่าตัด กระทรวงสาธารณสุข สำคัญอย่างไร?

ห้องผ่าตัด เป็นห้องที่ใช้สำหรับทำการผ่าตัด ไม่ว่าจะเพื่อการรักษาโรค หรือการทำศัลยกรรมใดๆ ก็ตาม โดยห้องที่ใช้ในการผ่าตัดนั้นจะต้องมีลักษณะที่ถูกต้องตามกฏของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งจะมีองค์ประกอบอยู่หลายปัจจัยและหลายขั้นตอนในการที่จะได้มาซึ่ง ใบรับรองห้องผ่าตัด (Certified Operating Roomที่ถูกต้อง เพื่อการันตีในเรื่องของความปลอดภัย สุขอนามัย คุณภาพ และเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ รวมถึงทำให้ผู้ที่เข้ารับบริการเกิดความมั่นใจในสถานบริการ

รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ ได้รับการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข ว่ามี ห้องผ่าตัดขนาดใหญ่ (Certified Operating Roomที่ถูกต้องตาม มาตรฐานห้องผ่าตัด อีกทั้งได้รับการรับรองคุณภาพมาตรฐานระดับสากล American Accreditation Commission International หรือ AACI จากประเทศสหรัฐอเมริกา เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพบุคลากร และกระบวนการบริหารจัดการให้มีคุณภาพ ช่วยเพิ่มความปลอดภัย และเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่เข้ามาศัลยกรรมความงาม หรือรักษาโรคได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ห้องผ่าตัดมาตรฐาน (Operating Room – OR) ประกอบด้วยอะไรบ้าง?

มาตรฐานห้องผ่าตัด ที่ถูกต้องตามกฏของกระทรวงสาธารณสุขนั้น มีองค์ประกอบที่สำคัญอยู่หลายอย่าง ทั้งในเรื่องของ

  • ลักษณะของห้องผ่าตัด มีการออกแบบ หรือ มีโครงสร้างที่ถูกต้องตามมาตรฐาน
  • การดูแลรักษาความสะอาด หรือมีระบบสุขาภิบาล
  • การป้องกันการติดเชื้อ
  • มีเครื่องมือแพทย์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ครบครัน พร้อมใช้งาน
  • งานระบบสนับสนุนต่างๆ เช่น งานระบบแก๊สทางการแพทย์ งานระบบไฟฟ้า งานระบบปรับอากาศและระบายอากาศ งานระบบป้องกันอัคคีภัย งานระบบสื่อสาร งานระบบสุขาภิบาลและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

ข้อดีของการที่มี ห้องผ่าตัด ถูกต้องตามมาตรฐาน

  1. แพทย์สามารถทำการรักษาผู้ป่วยได้อย่างปลอดภัย และถูกต้องตามกฏหมาย โดยจะต้องมีทีมแพทย์ วิสัญญีแพทย์ พยาบาล ฯลฯ ตามหลักทางการแพทย์
  2. สร้างความมั่นใจแก่ผู้ที่เข้ารับบริการ ว่าสถานบริการมีเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ครบครัน ถูกต้อง และปลอดภัยตามมาตรฐานทางการแพทย์ ซึ่งเมื่อหากเกิดเหตุฉุกเฉิน สามารถทำการรักษาเบื้องต้นได้ทันที
  3. ยกกระดับมาตรฐาน และสร้างความน่าเชื่อถือ ของสถานบริการ
กลับสู่สารบัญ

ลักษณะห้องผ่าตัด หรือ มาตรฐานห้องผ่าตัด ที่ถูกต้อง

  • ขนาดห้องผ่าตัด จะต้องมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 25 ตารางเมตร หรือมีพื้นที่แคบสุดไม่ต้องไม่น้อยกว่า 5 เมตร
  • จะต้องมีพื้นที่วางเตียงผ่าตัด พร้อมเครื่องมือหรืออุปกรณ์ช่วยชีวิตต่างๆ 1 เตียง ต่อ 1 ห้อง
  • อยู่ในเขตปลอดเชื้อ (Sterile Area)
  • วัสดุที่ใช้ปูพื้น ต้องมีพื้นผิวเรียบ ไม่มีรอยต่อ หรือมีรอยต่อน้อย ไม่ลื่น ไม่ซึมซับของเหลว ป้องกันไฟฟ้าสถิต ทนต่อการขีดข่วน ทนต่อสารเคมี และสามารถรับน้ำหนักใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • วัสดุที่ใช้บุผนัง ทนสารเคมี ผิวเรียบ ไม่มีเหลี่ยมคม ไม่มีรอยต่อหรือรอยต่อน้อย ไม่สะสมสิ่งสกปรก ฝุ่น ละออง เชื้อโรค ทนความชื้น
  • วัสดุที่ใช้ปูฝ้าเพดาน เรียบไม่มีรอยต่อ ไม่มีรูพรุน ไม่สะสมสิ่งสกปรก ฝุ่นละออง เชื้อโรค ทนความชื้น
  • ความสูงฝ้าเพดานของห้องผ่าตัดไม่น้อยกว่า 3 เมตร
  • ประตูห้องผ่าตัด เป็นชนิดใช้ท่อนแขนหรือลำตัวดัน หรือเลื่อนให้บานเปิดออกได้โดยไม่ต้องใช้มือสัมผัส ช่องเปิดประตูความกว้างไม่น้อยกว่า 50 เมตร และมีช่องมองเห็นภายในห้องได้
  • ประตูห้องผ่าตัดมีช่องว่างให้อากาศรั่วไหลน้อยที่สุด เพื่อควบคุมอุณหภูมิและรักษาแรงดันอากาศ ภายในห้องผ่าตัด
  • หน้าต่างและช่องแสงสามารถป้องกันสัตว์และแมลงที่เป็นพาหะของเชื้อโรคได้
  • ระดับพื้นภายในแผนกจะต้องเรียบเป็นระดับเดียวกัน
  • มีระบบควบคุมการเข้าออกแผนกผ่าตัด
กลับสู่สารบัญ

ห้องผ่าตัด กับ ระบบสุขาภิบาลและสิ่งแวดล้อม

ในห้องผ่าตัดไม่จำเป็นต้องมีระบบสุขาภิบาล แต่ภายนอกห้องผ่าตัดจะต้องมีอ่างล้างมือ จำนวน 2 อ่าง (ต่อ 1 ห้องผ่าตัด) สำหรับใช้ล้างมือก่อนเข้าห้องผ่าตัด โดยอ่างล้างมือ จะต้องเป็นวัสดุผิวเรียบ ไม่มีรอยต่อ และระบายน้ำได้ดี รวมถึงต้องมีอุปกรณ์ที่ครบครันสำหรับการล้างมือที่ถูกต้องด้วย นั่นก็คือ ก๊อกสำหรับจ่ายน้ำ น้ำยาล้างมือฆ่าเชื้อเป็นแบบไม่ใช้มือสัมผัส และต้องมีแรงดันน้ำที่เหมาะสม ไม่เกิดการกระเด็น นอกจากนี้อ่างล้ามือ อ่างฟอกมือ จะต้องมีขนาดกว้างและลึกพอที่จะล้างมือได้ถึงข้อศอก

เครื่องมือแพทย์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ภายในห้องผ่าตัด

ภายในห้องผ่าตัดจะต้องมีเครื่องมือแพทย์ อุปกรณ์การแพทย์ที่ครบครัน และพร้อมใช้งาน ซึ่งนอกจากเครื่องมือที่ใช้แยกตามประเภทของการรักษาแล้ว จะต้องมีเครื่องมือและอุปกรณ์สำคัญที่กระทรวงกำหนด ดังต่อไปนี้ด้วย

  • เตียงผ่าตัด (Operating Table)
  • โคมไฟผ่าตัด (Surgical Light)
  • เครื่องดมยาสลบ พร้อมเครื่องช่วยหายใจ (Anesthesia Machines)
  • เครื่องวัดเปอร์เซ็นต์ออกซิเจนในเลือด (Pulse Oximeter)
  • เครื่องวัดความดันโลหิต (Blood Pressure Monitors)
  • เครื่องวัดวิเคราะห์คลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG monitor)
  • เครื่องวัดอุณหภูมิร่างกาย (Thermometer)
  • เครื่องดูดเสมหะ หรือช่องเปิดความดันลบ (Vacuum Outlet)
  • เครื่องจี้ตัดด้วยไฟฟ้า (Electrosurgical Unit)
  • ตู้ดูฟิล์ม หรือมอนิเตอร์ (X-Ray Film Viewing Box)
  • เครื่องกระตุกหัวใจ (Defibrillator) อย่างน้อย 1 เครื่อง
  • เครื่องมือผ่าตัดสำหรับการผ่าตัดตามสาขาโรค
  • อุปกรณ์ฉุกเฉิน เวชภัณฑ์ ยาช่วยชีวิต และฟื้นคืนชีพ
กลับสู่สารบัญ

งานระบบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ ห้องผ่าตัด

ประกอบไปด้วย งานระบบแก๊สทาง งานระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศและระบายอากาศ งานระบบป้องกันอัคคีภัย งานระบบสื่อสาร งานระบบสุขาภิบาลและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น ซึ่งเราจะยกตัวอย่างที่สำคัญๆ ดังนี้ค่ะ

ระบบป้องกันอัคคีภัย ภายในหรือบริเวณสถานบริการ จะต้องมีระบบที่พร้อมรับในเรื่องอัคคีภัย เช่น

  • มีแผนผังเส้นทางหนีไฟต้องติดตั้งในตำแหน่งที่ชัดเจน พร้อมทั้งเส้นทางอพยพตามมาตรฐาน
  • มีข้อมูลสำคัญ เช่น เบอร์โทรศัพท์ของสถานีตำรวจ สถานีดับเพลิง หน่วยบรรเทา สาธารณภัย เป็นต้น
  • ประตูหนีไฟต้องมีป้ายบอกชั้น และป้ายบอกทางหนีไฟที่ด้านในและด้านนอก พร้อมระบบไฟส่องสว่างสำรอง
  • ต้องมีการติดตั้งระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานของสมาคมวิศวกรรมสถาน แห่งประเทศไทย
  • มีถังดับเพลิงชนิดอเนกประสงค์ ซึ่งสามารถใช้ในการดับเพลิงได้

ระบบไฟฟ้าและแสงสว่าง ห้องผ่าตัด การติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า วิธีการเดินสายไฟฟ้า และระบบสายดินในพื้นที่โดยรอบ และภายในห้องผ่าตัด จะต้องเป็นไปตามมาตรฐานการติดตั้งไฟฟ้าในสถานที่เฉพาะสถานพยาบาล เช่น

  • มีการแยกกำลังไฟฟ้าให้กับเครื่องมือและอุปกรณ์เฉพาะที่ใช้ภายในส่วนของห้องผ่าตัด
  • การจ่ายกำลังไฟฟ้าให้กับเครื่องมือและอุปกรณ์ ต้องติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันเป็นไปตามหลักวิศวกรรม
  • แบตเตอรี่สำรองจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ไม่น้อยกว่า 10 นาที จ่ายกระแสไฟฟ้าต่อเนื่องให้กับอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สำคัญ และสำหรับวงจรช่วยชีวิต ซึ่งไม่สามารถหยุดจ่ายกระแสไฟได้ เช่น หม้อแปลงแบบแยก (Isolate Transformer) และโคมผ่าตัด เป็นต้น
  • โคมไฟทั่วไปในห้องผ่าตัด เป็นแบบปิด แบบ CLEAN ROOM เพื่อป้องกันฝุ่นสิ่งสกปรก

ระบบปรับอากาศและระบายอากาศ ห้องผ่าตัด มีความสำคัญเป็นอย่างมาก จะต้องสามารถควบคุมปริมาณการ หมุนเวียนอากาศ การระบายอากาศ อุณหภูมิความชื้น ความดันอากาศ การกรองอากาศที่มีประสทธิภาพ รวมถึงความสะอาดภายในห้องผ่าตัด จะต้องเป็นไปตามมาตรฐาน ISO 14644-1

  • ระบบปรับอากาศ ต้องสามารถหมุนเวียนอากาศภายในห้องผ่าตัด ได้จำนวนไม่น้อยกว่า 25 เท่า ของปริมาตรห้องต่อชั่วโมง (Air Change per Hour,ACH) หรือไม่น้อยกว่า 15 ACH (WHO,CDC) และควรสามารถปรับอุณหภูมิได้ในช่วง 17-27 องศา โดยอุณหภูมิที่เหมาะสมขณะใช้งาน 20-22 องศา หรือ 20-23 องศา
  • ประตูและกรอบประตูห้องผ่าตัดต้องปิดสนิท ต้องเป็นชนิดที่มีซีล (Seal) กันอากาศรั่วทุกด้าน เพื่อควบคุมความดันอากาศภายในห้องได้
  • ต้องติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดและแสดงผลค่าอุณหภูมิ, ความชื้นสัมพัทธ์, ความดันห้อง และความดัน แตกต่างของแผ่นกรองอากาศประสิทธิภาพสูงทุกห้อง
  • มีการตรวจรับรองระบบปรับอากาศและระบายอากาศตามมาตรฐาน ISO 14644 อย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง และเมื่อมีการเปลี่ยน High Efficiency Particulate Air Filter (HEPA Filter)
กลับสู่สารบัญ

ร้ตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์
” ยกระดับความปลอดภัย ด้วยระบบการรับรองคุณภาพตามมาตรฐานสากล
American Accreditation Commission International – AACI “

การนำ Rattinan Medical Center เข้าสู่ระบบมาตรฐานนานาชาติ แบบ AACI ในปีนี้ เป็นหนึ่งในวิสัยทัศน์ที่สำคัญของเราค่ะ เพราะเราให้ความสำคัญของ Patient Safety (ความปลอดภัย) เป็นความสำคัญอันดับ 1 มาตลอด ถึงแม้เราทำระบบคุณภาพภายในมาเป็นระยะเวลานานแล้วก็ตาม แต่การตั้งเป้าเพื่อให้เข้า สู่การรับรองและตรวจสอบระบบจากบุคคลภายนอก โดยเฉพาะจากระบบมาตรฐานของสหรัฐอเมริกา AACI (American Accreditation Commission International) นั้นทำให้ระบบภายในจะถูกตรวจสอบได้ โดยไม่มีอคติ ให้ระบบภายในโดยเฉพาะส่วนของการผ่าตัดดูดไขมัน แต่ละมาตรฐานสูงสุด เพื่อความปลอดภัยของคนไข้ทุกท่านค่ะ.

รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ ได้ให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยของผู้ที่เข้ามารักษาอย่างมาก และได้นำมาใช้ในทุกกระบวนการทำงานตั้งแต่เรื่องวิธีการจ่ายยาให้กับคนไข้ วิธีการแจ้งข้อมูลให้คนไข้ได้รับทราบ รวมไปถึงกระบวนการทำงานภายในห้องผ่าตัด จนกระทั่งถึงคุณภาพของบุคลากรที่ต้องได้รับการอบรมพร้อมกับมีใบประกาศนียบัตร ตั้งแต่บุคลากรกลุ่มแพทย์ ไปจนถึงพนักงานที่ให้บริการ นอกจากนี้ยังครอบคลุมไปถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้ในการรักษา และสิ่งของเครื่องใช้อื่นๆ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของ AACI อย่างแท้จริง

แม้ว่าห้องผ่าตัดใหญ่จะได้รับใบรับรอง Certified Operating Room จาก กระทรวงสาธารณสุขแล้ว ทาง AACI ยังได้มีการเข้ามาตรวจวัดมาตรฐานเรื่องของคุณภาพต่อเนื่องทุกปี เพื่อให้มั่นใจว่าระบบคุณภาพมีความยั่งยืนและสม่ำเสมอ พร้อมยังเป็นการช่วยกระตุ้นให้บุคลากรภายในองค์กรเกิดความตื่นตัว และทำตามมาตรฐานอย่างสม่ำเสมอ

ทั้งนี้.. คนไข้ที่เข้ามาศัลยกรรมเสริมความงามและรักษากับ รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ สามารถมั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี จากทีมศัลยแพทย์และทีมแพทย์มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มีประสบการณ์กว่า 20 ปี และประสบการณ์ทางการแพทย์กว่า 30 ปี พร้อมกับทีมแพทย์ พยาบาล ที่ได้รับการอบรมฝึกฝนเป็นอย่างดี มีความชำนาญในการรักษา ด้วยเครื่องมือทันสมัย สถานที่สะอาด ปลอดเชื้อโรค มาตรฐานระดับสากล ด้วยราคาที่เหมาะสมและยุติธรรม

สุดท้ายนี้ อยากจะฝากทุกคนที่กำลังตัดสินใจทำศัลยกรรม ที่ต้องมีการผ่าตัด หรือใช้ ห้องผ่าตัด ร่วมด้วยว่านอกจากจะพิจารณาเรื่อง แพทย์ที่ทำการรักษา ประสบการณ์และความชำนาญของแพทย์แล้ว สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันเลยก็คือสถานบริการที่ทการรักษา “ห้องผ่าตัด จะต้องได้ มาตรฐานห้องผ่าตัด มีใบรับรองที่ถูกต้อง ด้วยนะคะ

ติดต่อสอบถาม ปรึกษาแพทย์ ผ่านช่องทางไลน์ หรือโทรศัพท์

086-570-7040 086-323-4040