Thermage FLX ยกกระชับผิวย้วย ช่วยปรับกรอบหน้าให้ชัด ไม่ต้องผ่าตัด

บทความนี้ผ่านการตรวจสอบทางการแพทย์โดย พญ. รัตตินันท์ ตรีรัตน์

เลือกหัวข้อที่คุณสนใจ

เมื่อผิวเริ่มหย่อน แก้มเริ่มห้อย เหนียงเริ่มมา หรือกรอบหน้าที่เคยคมชัดกลับค่อย ๆ เลือนหายไป สิ่งเหล่านี้คือสัญญาณแห่งวัยที่เราเริ่มสังเกตเห็นได้ในกระจก และ Thermage FLX คือหนึ่งในหัตถการยกกระชับที่ตอบโจทย์ปัญหานี้ได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

บทความนี้จะอธิบายว่า Thermage FLX ทำงานอย่างไร เหมาะกับใคร ผลลัพธ์ที่คาดหวังได้จริงมีอะไรบ้าง รวมถึงวิธีเตรียมตัวและดูแลตัวเองเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าที่สุด

Highlight

  • Thermage FLX ใช้พลังงาน Monopolar Radiofrequency ส่งความร้อนลงลึกถึงชั้นหนังแท้และโครงสร้างเนื้อเยื่อที่ยึดผิวในชั้นลึก ทำให้คอลลาเจนที่มีอยู่หดตัวและกระชับขึ้นทันที พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนถัดไป
  • ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ได้จำกัดแค่ผิวตึงขึ้น แต่ยังช่วยให้กรอบหน้าดูชัดขึ้น เหนียงลดลง และโครงหน้าโดยรวมดูกระชับขึ้นด้วย เพราะความร้อนส่งลงลึกถึงชั้นคอลลาเจนและโครงสร้างเนื้อเยื่อใต้ผิว ซึ่งเป็นโครงสร้างที่รองรับผิวจากด้านใน
  • ทำทีเดียวต่อครั้ง ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติได้ทันที
  • ผลลัพธ์จะชัดขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วง 2-3 เดือนหลังทำ และสามารถสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ประมาณ 10-20% หลังทำเสร็จ
  • Thermage FLX หน้ามีจำนวนช็อตมาตรฐานที่ 900 ช็อต และแพทย์จะประเมินว่าจำเป็นต้องปรับเพิ่มหรือไม่ ตามสภาพผิว ความหนา และบริเวณที่ต้องการดูแล
  • Thermage FLX และโปรแกรม Ulthera ทำงานต่างกัน เหมาะกับปัญหาต่างกัน บางคนอาจเหมาะกับอย่างใดอย่างหนึ่ง บางคนอาจได้ประโยชน์จากทั้งสอง ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์

Thermage FLX คืออะไร? ทำไมถึงเป็นตัวเลือกสำหรับการยกกระชับพร้อมปรับกรอบหน้า

Thermage FLX คือเครื่องมือแพทย์ที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุแบบ Monopolar Radiofrequency เพื่อยกกระชับผิวและปรับโครงสร้างใบหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด ได้รับการรับรองจาก FDA สำหรับการทำบนใบหน้า คอ รอบดวงตา รวมถึงเปลือกตาโดยตรง และบริเวณร่างกาย

Thermage FLX ทำงานอย่างไร

Thermage FLX ส่งความร้อนลงลึกผ่านผิวหนังโดยไม่ทำลายผิวชั้นนอก โดยใช้คลื่นวิทยุแบบ Monopolar Radiofrequency (พลังงานวิ่งจากหัวอุปกรณ์ลงแนวดิ่งผ่านผิวทั้งหมด) ซึ่งต่างจากเครื่องทั่วไปที่ใช้ Bipolar RF (พลังงานวิ่งระหว่างสองจุดบนผิวและกระจายอยู่แค่ชั้นตื้น)

ความร้อนที่ส่งลงไปจะสะสมในสองชั้นหลักของผิว ได้แก่ ชั้น Dermis (หนังแท้) ซึ่งเป็นที่อยู่ของเส้นใยคอลลาเจน และชั้น Fibrous Septae ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่ยึดผิวกับชั้นไขมันใต้ผิว

Upload Image...

เมื่อความร้อนถึงระดับที่เหมาะสม สองสิ่งจะเกิดขึ้นพร้อมกัน คือเส้นใยคอลลาเจนที่มีอยู่จะหดตัวและกระชับขึ้นทันที และ Fibroblast หรือเซลล์สร้างคอลลาเจน จะได้รับสัญญาณให้เริ่มผลิตคอลลาเจนใหม่ต่อเนื่องอีกหลายเดือนหลังจากทำ นี่คือเหตุผลที่ผลลัพธ์ค่อย ๆ ดีขึ้นในช่วง 2-3 เดือนถัดไป ไม่ใช่แค่วันที่ทำเสร็จ

ส่วนที่ส่งผลต่อกรอบหน้าโดยตรงเกิดจาก Fibrous Septae (เส้นใยพังผืดที่ยึดผิวกับชั้นไขมันด้านล่าง) ที่กระชับขึ้น ทำให้ไขมันที่เคยยื่นหรือหย่อนออกมาถูกยึดไว้ได้ดีขึ้น กรอบหน้าจึงดูชัดขึ้นและเหนียงดูลดลง โดยไม่ได้เกิดจากการลดปริมาณไขมัน แต่เกิดจากโครงสร้างที่รองรับไขมันนั้นแข็งแรงขึ้น

Thermage FLX ต่างจากรุ่นก่อนอย่างไร

จุดเด่นของ Thermage

Thermage รุ่นก่อนหน้าที่ใช้กันมานานคือ Thermage CPT ซึ่งยังได้ผลดี แต่ Thermage FLX ได้ถูกพัฒนาขึ้น 3 ด้านที่ส่งผลต่อประสบการณ์และผลลัพธ์โดยตรง ดังนี้

  • AccuREP™ Technology (ระบบปรับพลังงานอัตโนมัติ) รุ่น CPT ใช้การตั้งค่าพลังงานแบบคงที่ ส่วน AccuREP™ คำนวณและปรับพลังงานให้เหมาะกับผิวในแต่ละจุดโดยอัตโนมัติทุก pulse ทำให้พลังงานที่ได้รับสม่ำเสมอและแม่นยำมากขึ้นทุกจุด
  • Total Tip 4.0 cm² (หัวทรีตเมนต์ที่ใหญ่ขึ้น) ใหญ่กว่าหัวเดิมที่มีขนาด 3.0 cm² ในรุ่น CPT ครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างขึ้นต่อการกดหนึ่งครั้ง ทำให้การทำเร็วขึ้นประมาณ 25% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน
  • Comfort Pulse Technology (ระบบลดความเจ็บ) รุ่นแรก ๆ ของ Thermage มีชื่อเสียงในเรื่องความเจ็บค่อนข้างมาก Thermage FLX แก้จุดนี้ด้วยระบบที่ผสมการปล่อยความเย็นสลับกับพลังงานและการสั่นหลายทิศทาง ผู้รับบริการส่วนใหญ่อธิบายความรู้สึกว่าคล้ายกับการนวดร้อนมากกว่าความเจ็บแบบแสบ ทั้งนี้ความทนทานต่อความเจ็บของแต่ละคนไม่เท่ากัน แพทย์จะปรับระดับพลังงานให้เหมาะสมด้วย

นอกจากสามด้านข้างต้น Thermage FLX ยังรองรับหัวทรีตเมนต์ได้หลายขนาดครอบคลุมทุกบริเวณตั้งแต่เปลือกตาไปจนถึงร่างกาย ทำให้เครื่องเดียวตอบโจทย์ได้หลากหลายกว่ารุ่น CPT

Upload Image...

เจาะลึก Thermage FLX ช่วยอะไรบ้าง?

Thermage FLX ไม่ได้แก้ปัญหาแค่ยกกระชับเรื่องเดียว แต่สามารถช่วยพร้อมกันหลายด้านในการทำหนึ่งครั้ง ตารางด้านล่างสรุปให้เห็นภาพรวมก่อน แล้วจะอธิบายแต่ละด้านเพิ่มเติม ดังนี้

ด้านที่ช่วยได้ ปัญหาที่แก้ ผลลัพธ์ที่สังเกตได้
การยกกระชับ (Lifting) ผิวหย่อน แก้มห้อย กรอบหน้าไม่คมชัด ผิวตึงขึ้น โครงหน้าดูกระชับขึ้น
การปรับกรอบหน้า (Contouring) เหนียง แก้มที่ดูหย่อนหรือบวม กรอบหน้าไม่ชัด กรอบหน้าดูชัดขึ้น เหนียงดูลดลง
คุณภาพผิว (Skin Quality) ผิวหยาบ รูขุมขนกว้าง ผิวไม่เนียน ผิวแน่นขึ้น รูขุมขนดูเล็กลง ผิวดูเรียบเนียน
รอบดวงตา (Eye Area) เปลือกตาหนัก ริ้วรอยรอบดวงตา หางตาตก เปลือกตาดูยกขึ้น ริ้วรอยรอบตาลดลง
ร่างกาย (Body) ผิวหย่อนที่หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา เซลลูไลท์ (ช่วยได้ชั่วคราว) ผิวตึงขึ้น โครงสร้างผิวดูกระชับขึ้น
Upload Image...

ด้านการยกกระชับ (Lifting)

ผิวหย่อนคล้อยเกิดจากคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ที่ลดลงและเสื่อมสภาพตามวัย ความร้อนจาก Thermage FLX ที่เข้าถึงชั้นนี้โดยตรงทำให้เส้นใยคอลลาเจนที่มีอยู่หดตัวและกระชับขึ้นทันที ควบคู่กับการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ต่อเนื่อง ผลที่เห็นได้คือผิวตึงขึ้น แก้มที่เคยห้อยดูยกขึ้น และโครงหน้าโดยรวมดูกระชับขึ้น

ด้านการปรับกรอบหน้า (Contouring)

ความร้อนที่เข้าถึง Fibrous Septae ซึ่งเป็นโครงสร้างเนื้อเยื่อที่ยึดชั้นผิวกับชั้นไขมันใต้ผิวไว้ เมื่อโครงสร้างนี้กระชับขึ้น ไขมันที่เคยยื่นหรือหย่อนออกมาตามแรงโน้มถ่วงจะถูกยึดไว้ในตำแหน่งที่ดีขึ้น ผลที่เห็นคือกรอบหน้าดูชัดขึ้น เหนียงดูลดลง และโครงหน้าดูเรียวกระชับขึ้น โดยไม่ได้เกิดจากการลดปริมาณไขมัน แต่เกิดจากโครงสร้างที่ยึดไขมันนั้นแน่นขึ้นนั่นเอง

ด้านคุณภาพผิว (Skin Quality)

นอกจากการยกกระชับ ความร้อนในชั้นหนังแท้ยังกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูผิวโดยรวม ผิวที่เคยหยาบและรูขุมขนที่เคยกว้างจะดูเนียนขึ้นเมื่อคอลลาเจนในชั้นลึกแน่นขึ้น เป็นผลพลอยได้ที่หลายคนสังเกตเห็นควบคู่กับผลการยกกระชับ โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีปัญหารูขุมขนกว้างร่วมด้วย

ด้านรอบดวงตา (Eye Area)

Thermage Eye มีหัว Eye Tip 0.25 cm² ที่ออกแบบมาสำหรับบริเวณรอบดวงตาและเปลือกตาโดยเฉพาะ และเป็นเครื่อง RF ที่ได้รับการรับรองจาก FDA ให้ทำบนเปลือกตาโดยตรงได้ ผลที่ได้คือเปลือกตาที่หนักหรือหย่อนดูยกขึ้น ริ้วรอยรอบดวงตาลดลง และหางตาที่ตกดูกระชับขึ้น ทั้งนี้หัว Eye Tip ใช้ความร้อนที่แม่นยำและตื้นกว่าเพื่อความปลอดภัยในบริเวณรอบดวงตา และระบบสั่นจะไม่ทำงานเมื่อใช้หัวนี้ พร้อมกับ Eyes Shield ที่สวมใส่ก่อนเพื่อช่วยป้องกันดวงตาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Thermage FLX สำหรับร่างกาย (Body)

Thermage FLX มีทั้งหัวทิปสำหรับใบหน้าและร่างกาย บริเวณที่นิยมทำได้แก่ หน้าท้องที่ผิวหย่อนหลังลดน้ำหนักหรือหลังคลอด ต้นแขนและต้นขาที่ผิวไม่กระชับ รวมถึงบริเวณที่มีเซลลูไลท์ซึ่ง FDA รับรองว่าช่วยปรับปรุงได้ชั่วคราว โดยความร้อนที่เข้าถึง Fibrous Septae ในชั้นลึกช่วยปรับโครงสร้างผิวให้ดูกระชับขึ้น จำนวนช็อตที่ใช้จะมากกว่าใบหน้าเพราะพื้นที่กว้างกว่า

Upload Image...

ใครบ้างที่เหมาะกับการทำ Thermage FLX?

Thermage FLX เหมาะกับคนที่มีผิวหย่อนในระดับน้อยถึงปานกลาง และต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องผ่าตัดหรือพักฟื้น ดังนี้

  • กรอบหน้าไม่ชัด เริ่มมีเหนียงปรากฏ โครงหน้าที่เคยคมชัดเริ่มเลือนไป แก้มดูหย่อนหรือดูบวม กลุ่มนี้มักเห็นผลชัดในด้านกรอบหน้า เพราะ Thermage เข้าถึงชั้นโครงสร้างที่ยึดไขมันใต้ผิวได้โดยตรง
  • ผิวเริ่มหย่อนตามวัย โดยเฉพาะช่วงอายุ 30 ปีขึ้นไป กลุ่มที่มีผิวหย่อนในระดับน้อยถึงปานกลางมักตอบสนองได้ดี เพราะผิวยังมีคอลลาเจนฐานเพียงพอที่จะกระตุ้นได้ และจากการสำรวจแพทย์ผิวหนังใน Asia-Pacific region กลุ่มที่อายุ 40 ปีขึ้นไปที่มีผิวหย่อนระดับน้อยถึงปานกลางเป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์มากที่สุดจากหัตถการนี้
  • ต้องการทั้งผิวแน่นและกรอบหน้าชัดในครั้งเดียว Thermage FLX กระตุ้นคอลลาเจนในชั้นหนังแท้และปรับโครงสร้างที่ยึดไขมันในชั้นลึกพร้อมกัน จึงตอบโจทย์ได้ทั้งสองปัญหาในการทำครั้งเดียว
  • ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องพักฟื้น ไม่มีแผล ไม่มีรอยช้ำ กลับไปใช้ชีวิตปกติได้ทันที ผลที่ได้คือดูดีขึ้นแบบที่คนรอบข้างสังเกตได้ว่าดูดีขึ้น แต่ไม่รู้ว่าไปทำอะไรมา

ข้อกำจัดของการทำ  Thermage FLX อาจไม่ตอบโจทย์กับใคร?

Thermage FLX ไม่ได้ตอบโจทย์ทุกคนหรือทุกระดับปัญหา การเข้าใจข้อจำกัดตรงนี้ช่วยให้ตัดสินใจได้ถูกต้องมากขึ้น

ผิวหย่อนมากในระดับที่ต้องแก้โครงสร้าง

Thermage ทำงานได้ดีกับผิวหย่อนระดับน้อยถึงปานกลาง สำหรับคนที่มีแก้มห้อยมาก เหนียงชัดเจน หรือผิวหย่อนในระดับที่มองเห็นได้ชัดตั้งแต่แรกเห็น ผลลัพธ์จากหัตถการที่ไม่ผ่าตัดอาจไม่เพียงพอ และอาจต้องพิจารณาหัตถการที่เข้าถึงโครงสร้างได้ลึกกว่า เช่น การผ่าตัดดึงหน้า (Facelift) หรือ J Plasma

คาดหวังผลเร็วหรือเปลี่ยนแปลงทันตา

ผลลัพธ์ของ Thermage จะใช้เวลา ความเปลี่ยนแปลงที่ชัดที่สุดเกิดขึ้นในช่วง 2-3 เดือนหลังทำ ไม่ใช่ทันทีหลังออกจากคลินิก คนที่ต้องการเห็นผลเร็วหรือเปลี่ยนแปลงชัดเจนในเวลาสั้นอาจไม่ใช่กลุ่มที่เหมาะที่สุด

กลุ่มที่ทำไม่ได้

  • มีอุปกรณ์ไฟฟ้าฝังในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ เครื่อง AICD cochlear implants หรือ insulin pump เพราะพลังงาน RF อาจรบกวนการทำงานของอุปกรณ์เหล่านี้
  • มีโลหะฝังในบริเวณที่จะทำ
  • ตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
  • มีบาดแผลเปิด การอักเสบ หรือการติดเชื้อในบริเวณที่จะทำ
  • มีโรค autoimmune บางชนิด เช่น Lupus หรือโรคที่ทำให้ผิวไวต่อความร้อนผิดปกติ

ทั้งนี้การประเมินความเหมาะสมที่แม่นยำที่สุดคือการปรึกษาแพทย์โดยตรง เพราะสภาพผิวและประวัติสุขภาพของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

ทำ Thermage FLX เจ็บไหม? อยู่ได้นานแค่ไหน?

ความรู้สึกระหว่างทำขึ้นอยู่กับความทนทานต่อความเจ็บของแต่ละคน แต่ Thermage FLX มีระบบ Comfort Pulse Technology ที่ออกแบบมาเพื่อลดความรู้สึกเจ็บโดยเฉพาะ โดยระบบจะสลับระหว่างการปล่อยความเย็นกับพลังงาน RF พร้อมการสั่นหลายทิศทางในเวลาเดียวกัน ผลคือความร้อนที่ได้รับจะถูกกระจายออกก่อนที่จะรู้สึกแสบสะสม

ที่รัตตินันท์ คลินิก ใช้การผลักยาชาด้วยกระแสไฟฟ้า (Iontophoresis) ก่อนทำ ซึ่งต่างจากการแปะยาชาทั่วไป เพราะกระแสไฟฟ้าจะนำส่งตัวยาลงลึกเข้าสู่ชั้นผิวได้มากกว่า ทำให้ยาชาออกฤทธิ์ครอบคลุมและสม่ำเสมอกว่าการทาแบบปกติ ช่วยให้ผู้รับบริการสบายขึ้นตลอดการทำ

ผู้รับบริการส่วนใหญ่อธิบายความรู้สึกว่าคล้ายกับการนวดร้อน มีบางจังหวะที่รู้สึกร้อนหรือสะดุ้ง โดยเฉพาะบริเวณที่ผิวบางหรือกระดูกอยู่ใกล้ผิว เช่น บริเวณขมับหรือกราม แพทย์จะปรับระดับพลังงานให้เหมาะกับแต่ละคนตลอดการทำ

เมื่อเทียบกับ Thermage CPT รุ่นก่อน Thermage FLX สบายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดที่ผู้ที่เคยทำรุ่นเก่ามาก่อนสังเกตเห็นความต่างได้ชัดเจนที่สุด

เห็นผลเมื่อไหร่ และอยู่ได้นานแค่ไหน

Thermage FLX ให้ผลลัพธ์เป็นสองระยะ

  • ระยะแรกคือหลังทำทันที สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ประมาณ 10-20% ผิวรู้สึกตึงขึ้นและกระชับขึ้น เพราะเส้นใยคอลลาเจนที่มีอยู่หดตัวจากความร้อน
  • ระยะที่สองคือช่วง 2-3 เดือนหลังทำ ซึ่งเป็นช่วงที่ผลลัพธ์ชัดเจนที่สุด เพราะร่างกายใช้เวลาในการสร้างคอลลาเจนใหม่สะสมในชั้นหนังแท้อย่างต่อเนื่อง ผลที่ได้จึงดีขึ้นเรื่อย ๆ แม้จะไม่ได้ทำซ้ำ

ผลลัพธ์โดยทั่วไปอยู่ได้ประมาณ 1-2 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ อายุและสภาพผิวเบื้องต้น การป้องกันแสงแดด การนอนหลับพักผ่อน และการดูแลผิวหลังทำ คนที่ดูแลตัวเองดีและเริ่มทำตั้งแต่ผิวยังหย่อนไม่มากมักรักษาผลลัพธ์ได้นานกว่า

ควรทำบ่อยแค่ไหน

แนวทางทั่วไปคือปีละครั้ง ซึ่งสอดคล้องกับระยะเวลาที่คอลลาเจนใหม่เริ่มเสื่อมสภาพตามธรรมชาติ การทำต่อเนื่องปีละครั้งช่วยให้ผิวมีคอลลาเจนสะสมในระดับที่ดีอยู่เสมอ แทนที่จะปล่อยให้หย่อนมากก่อนแล้วค่อยแก้ ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติกว่าและไม่ต้องใช้พลังงานสูงมากในแต่ละครั้ง

ทั้งนี้ความถี่ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสภาพผิวและเป้าหมายของแต่ละคน แพทย์จะเป็นผู้แนะนำช่วงเวลาที่เหมาะสมหลังประเมินผลลัพธ์จากการทำครั้งก่อน

โปรแกรม Thermage ราคาเท่าไหร่?

ราคาของโปรแกรม Thermage FLX ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ต้องการทำและจำนวนช็อต ที่แพทย์ประเมินว่าเหมาะสมกับแต่ละคน โดยราคาเริ่มต้นของแต่ละโปรแกรมที่รัตตินันท์ คลินิก มีดังนี้

ราคาหัตถการ โปรแกรมยกกระชับ

ราคาเริ่มต้น (บาท)

โปรแกรม Ulthera 300 Line

39,000

โปรแกรม Morpheus8 (Body)

59,000

โปรแกรม Morpheus8 (Face)

59,000

โปรแกรม Morpheus8 (Eye)

39,000

โปรแกรม Thermage Face

69,000

โปรแกรม Thermage Eye

45,000

โปรแกรม Thermage Body

99,000

โปรแกรม EMFACE

55,000

โปรแกรม Fotona 4D (4D Lift)

25,000

ทั้งนี้ราคาที่แสดงเป็นราคาเริ่มต้น จำนวนช็อต และโปรแกรมที่เหมาะสมจะแตกต่างกันในแต่ละคนขึ้นอยู่กับสภาพผิว พื้นที่ที่ต้องการดูแล และเป้าหมายที่ต้องการ แพทย์จะประเมินและแนะนำโปรแกรมที่ตรงกับปัญหาจริง ๆ ก่อนเริ่มทำทุกครั้ง สามารถนัดปรึกษาแพทย์ได้ *ไม่มีค่าใช้จ่าย

เตรียมตัวอย่างไรให้คุ้มค่า?

สิ่งแรกที่ควรทำก่อนนัดทำ Thermage FLX ที่ไหนก็ตามคือขอตรวจสอบเครื่องว่าเป็นเครื่องแท้จากบริษัทผู้ผลิตหรือไม่ วิธีที่ง่ายที่สุดคือการสแกน QR Code ที่บรรจุภัณฑ์ของหัวทรีตเมนต์ ซึ่งจะแสดงข้อมูลการรับรองจากบริษัท Solta Medical ผู้ผลิต Thermage โดยตรง หากคลินิกไหนไม่สามารถให้ตรวจสอบได้หรือหลีกเลี่ยงคำถามนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ควรระวัง

นอกจากเครื่องแล้ว หัวทรีตเมนต์ที่ใช้ควรเป็นหัวใหม่ที่ยังไม่ผ่านการใช้งาน เพราะหัว Thermage FLX ออกแบบมาสำหรับใช้ครั้งเดียวต่อคน การใช้หัวซ้ำนอกจากจะลดประสิทธิภาพแล้ว ยังเป็นความเสี่ยงด้านความปลอดภัยด้วย

จำนวน Shot สำคัญกว่าที่คิด

หนึ่งในคำถามที่ได้ยินบ่อยที่สุดคือ “ควรทำกี่ shot” และคำตอบที่ตรงที่สุดคือ ไม่มีตัวเลขที่ใช้ได้กับทุกคน

ในการประเมินผู้รับบริการแต่ละคน สิ่งที่แพทย์ต้องวิเคราะห์มีหลายปัจจัย ทั้งความหนาของผิวและชั้นไขมัน ระดับความหย่อนคล้อย พื้นที่ที่ต้องการดูแล และเป้าหมายที่ต้องการ คนที่มีผิวหนาหรือมีไขมันในชั้นลึกมากต้องการพลังงานและความครอบคลุมมากกว่าคนที่มีผิวบางและหย่อนเล็กน้อย การทำ 300 shot กับคนที่ต้องการ 600 shot จะให้ผลลัพธ์ที่ไม่เต็มที่ แต่การทำ 900 shot กับคนที่ไม่จำเป็นก็ไม่ได้หมายความว่าผลจะดีกว่าเสมอไป

ตัวเลข shot ที่เหมาะสมจึงเป็นผลจากการประเมินจริง ไม่ใช่แพ็กเกจตายตัว และแพทย์ที่ดีจะอธิบายได้ว่าทำไมถึงแนะนำจำนวนนั้นสำหรับคนนั้นโดยเฉพาะ

ดูแลตัวเองหลังทำเพื่อให้คอลลาเจนทำงานได้เต็มที่

การทำ Thermage FLX เป็นแค่จุดเริ่มต้น แต่การดูแลตัวเองหลังจากนั้นมีผลต่อคุณภาพและความยั่งยืนของผลลัพธ์ไม่น้อยกว่าตัวหัตถการเอง เพราะคอลลาเจนที่ถูกกระตุ้นให้สร้างใหม่ต้องการสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ซึ่งสิ่งที่ช่วยได้มากที่สุดในชีวิตประจำวันมีดังนี้

  • ทาครีมกันแดด SPF 50 ขึ้นไปทุกวัน แสง UVA คือปัจจัยที่ทำลายคอลลาเจนได้เร็วที่สุด และทะลุกระจกรถหรือกระจกหน้าต่างได้ด้วย การละเลยกันแดดหลังทำเท่ากับลดผลลัพธ์ที่ควรได้รับไปโดยไม่รู้ตัว
  • นอนหลับให้เพียงพออย่างน้อย 7-8 ชั่วโมง กระบวนการสร้างคอลลาเจนเกิดขึ้นมากที่สุดในช่วงหลับลึก การนอนน้อยเรื้อรังขัดขวางกระบวนการนี้โดยตรง
  • หลีกเลี่ยงความร้อนสูงในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังทำ เช่น ซาวน่า หรืออบไอน้ำ เพราะผิวยังอยู่ในช่วงฟื้นตัวหลังได้รับพลังงานความร้อน
  • ใช้ครีมบำรุงที่มีส่วนผสมกระตุ้นคอลลาเจน เช่น Peptide เพื่อเสริมกระบวนการสร้างคอลลาเจนจากภายนอกควบคู่ไปด้วย และหากต้องการใช้ Retinol ควรรอให้ผิวฟื้นตัวก่อนอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์หลังทำ เพราะ Retinol อาจทำให้ผิวไวต่อแสงและระคายเคืองในช่วงที่ผิวยังฟื้นตัวอยู่
  • งดสูบบุหรี่ เพราะสารนิโคตินลดการไหลเวียนเลือดสู่ผิวและเร่งการสลายตัวของคอลลาเจนโดยตรง

การดูแลตัวเองหลังทำไม่ใช่แค่การรักษาผลลัพธ์ให้อยู่นาน แต่ยังช่วยให้คอลลาเจนที่กำลังสร้างตัวในช่วง 2-3 เดือนนั้นทำงานได้มีประสิทธิภาพอีกด้วย

ขั้นตอนการทำ Thermage

  • ปรึกษาและประเมินผิว แพทย์ดูโครงสร้างใบหน้าจริงและออกแบบโปรแกรมเฉพาะบุคคล กำหนดจำนวนช็อต และบริเวณที่เหมาะกับแต่ละโซน
  • แปะยาชา ใช้เวลาประมาณ 10-20 นาทีต่อบริเวณ รัตตินันท์ คลินิก ใช้เทคนิคผลักยาชาด้วยคลื่นไฟฟ้า ทำให้ยาชาซึมลึกเข้าสู่ชั้นผิวได้มากกว่าการแปะยาชาธรรมดา ช่วยลดความเจ็บปวดระหว่างทำได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • ทำความสะอาดและวางผังนำทาง เตรียมผิวและวางแผนผังบนใบหน้าเพื่อให้แพทย์ครอบคลุมทุกจุดอย่างสม่ำเสมอ
  • แพทย์ทำการรักษา ส่งพลังงานตามแผนที่วางไว้ทีละจุด ระบบ AccuREP™ ปรับพลังงานอัตโนมัติทุก pulse ระยะเวลารวมประมาณ 30-90 นาที ขึ้นอยู่กับจำนวน shot และพื้นที่ที่ทำ
  • เสร็จสิ้น ไม่มีระยะพักฟื้น กลับไปใช้ชีวิตปกติได้ทันที
Upload Image...

ขั้นตอนการทำ Thermage

คำถามว่าควรทำ Thermage FLX หรือโปรแกรม Ulthera ไม่มีคำตอบตายตัว เพราะทั้งสองทำงานต่างกันและเหมาะกับปัญหาต่างกัน การเข้าใจความต่างตรงนี้ช่วยให้คุยกับแพทย์ได้ตรงจุดมากขึ้น

Thermage FLX โปรแกรม Ulthera
เทคโนโลยี คลื่นวิทยุความถี่สูง (Monopolar RF) Microfocused Ultrasound with Visualization (MFU-V)
ชั้นที่เข้าถึง ชั้นหนังแท้และ Fibrous Septae ชั้นหนังแท้ถึงชั้น SMAS (โครงสร้างพยุงใบหน้าชั้นลึก)
จุดเด่น ปรับคุณภาพผิว กระชับกรอบหน้า ลดเหนียง ผิวแน่นขึ้น ยกโครงสร้างใบหน้าจากชั้นลึก ดึงกรอบหน้า ยกคิ้วและหางตา
เหมาะกับปัญหา ผิวหย่อนระดับน้อยถึงปานกลาง กรอบหน้าไม่ชัด เริ่มมีเหนียง รูขุมขนกว้าง ผิวหย่อนระดับปานกลาง โครงหน้าเริ่มตก คิ้วหรือหางตาตก ต้องการยกชั้นลึก
ความเจ็บ น้อยถึงปานกลาง ระบบลดความเจ็บในตัวเครื่อง ปานกลางถึงมาก ขึ้นกับความลึกและจำนวนไลน์
ระยะเวลาเห็นผล สังเกตเห็นได้บางส่วนหลังทำ ชัดสุดในเดือนที่ 2-3 ชัดสุดในเดือนที่ 3-6
ความถี่ที่แนะนำ ปีละครั้ง ปีละครั้ง
ทำร่างกายได้ไหม ได้ จำกัด (ใบหน้า คอ และหน้าอก)
ทำบนเปลือกตาได้ไหม ได้ (FDA cleared) ไม่ได้

อ่านตารางแล้วยังไม่แน่ใจว่าตัวเองเหมาะกับอะไร

เป็นเรื่องปกติมาก เพราะหลายคนมีปัญหาที่ทับซ้อนกัน เช่น ผิวหย่อนพร้อมกับเหนียงและโครงหน้าตกพร้อมกัน ซึ่งบางครั้งการทำทั้งสองอย่างร่วมกันให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการเลือกแค่อย่างใดอย่างหนึ่ง

สิ่งที่แพทย์จะช่วยได้คือการประเมินสภาพผิวจริงและวิเคราะห์ว่าปัญหาหลักอยู่ที่ชั้นไหน จากนั้นจึงออกแบบโปรแกรมที่ตรงกับปัญหานั้นโดยเฉพาะ ไม่ใช่การแนะนำตามสูตรสำเร็จ

Upload Image...

เลือกหัวข้อที่คุณสนใจ

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)  เกี่ยวกับ Thermage

โดยทั่วไปแนะนำปีละครั้ง ซึ่งสอดคล้องกับวงจรการเสื่อมของคอลลาเจนตามธรรมชาติ การทำต่อเนื่องในระยะห่างที่เหมาะสมช่วยให้ผิวมีคอลลาเจนสะสมในระดับที่ดีอยู่เสมอ แทนที่จะปล่อยให้หย่อนมากก่อนแล้วค่อยแก้ ทั้งนี้ความถี่ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสภาพผิวและผลลัพธ์จากการทำครั้งก่อน แพทย์จะเป็นผู้แนะนำช่วงเวลาที่เหมาะสมในแต่ละคน

ไม่มีอายุตายตัว แต่แต่ละช่วงวัยมีเป้าหมายที่ต่างกัน

  • อายุ 30 ปีขึ้นไป เป็นช่วงที่คอลลาเจนเริ่มลดลงสะสมแต่ยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงชัด การทำในช่วงนี้เป็นการดูแลเชิงป้องกันมากกว่าการแก้ไข ผิวยังมีคอลลาเจนฐานดีพอที่จะตอบสนองได้ดีและรักษาผลลัพธ์ได้นานกว่า
  • อายุ 40 ปีขึ้นไป เป็นช่วงที่เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนขึ้น ทั้งแก้มที่เริ่มห้อย กรอบหน้าที่ไม่คมชัด และเหนียงที่เริ่มปรากฏขึ้น จากการสำรวจแพทย์ผิวหนังใน Asia-Pacific region กลุ่มที่อายุ 40 ปีขึ้นไปที่มีผิวหย่อนระดับน้อยถึงปานกลางเป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์มากที่สุดจาก Thermage FLX เพราะปัญหาตรงกับสิ่งที่หัตถการนี้แก้ได้ดีที่สุด
  • อายุ 50 ปีขึ้นไป ผิวหย่อนมักอยู่ในระดับที่ชัดเจนขึ้น Thermage FLX ยังช่วยได้ แต่แพทย์อาจพิจารณาร่วมกับหัตถการอื่นเพื่อให้ผลลัพธ์ครอบคลุมมากขึ้น เช่น โปรแกรม Ulthera ที่เข้าถึงชั้นโครงสร้างลึกกว่า หรือหัตถการอื่นที่เหมาะกับระดับความหย่อนในช่วงวัยนี้

สิ่งแรกคือแจ้งแพทย์ที่ทำโดยตรง เพราะผลลัพธ์ของ Thermage FLX ใช้เวลาพัฒนาต่อเนื่องในช่วง 2-3 เดือน หากประเมินผลเร็วเกินไปอาจยังไม่เห็นภาพรวมที่แท้จริง แพทย์จะนัดติดตามผลและประเมินร่วมกันว่าผลลัพธ์เป็นไปตามที่คาดหวังไว้หรือไม่ และหากจำเป็นจะวางแผนดูแลเพิ่มเติมให้ตรงกับปัญหาที่ยังค้างอยู่

เป็นคำถามที่พบบ่อยและมีที่มาจากประสบการณ์ของคนที่เคยทำ Thermage รุ่นแรก ๆ ซึ่งในยุคนั้นการควบคุมพลังงานยังไม่แม่นยำเท่ารุ่นปัจจุบัน ทำให้บางรายได้รับพลังงานมากเกินไปในชั้นไขมัน ส่งผลให้หน้าดูตอบลงหลังทำ

Thermage FLX รุ่นปัจจุบันมีระบบ AccuREP™ ที่ปรับพลังงานอัตโนมัติและแม่นยำกว่ารุ่นเก่ามาก ความเสี่ยงนี้ลดลงมากขึ้นเมื่อทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์และใช้เครื่องแท้ที่ได้รับการรับรอง อย่างไรก็ตามการเลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือและแพทย์ที่ประเมินสภาพผิวก่อนกำหนด shot ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด

ได้ แต่ต้องประเมินก่อนเสมอ คนที่มีเนื้อน้อยหรือผิวบางอยู่แล้วไม่ได้ห้ามทำ แต่แพทย์จะปรับระดับพลังงานและจำนวน shot ให้เหมาะสมกับสภาพผิวจริง เพื่อให้ได้ผลการยกกระชับโดยไม่กระทบกับปริมาณเนื้อและไขมันที่มีอยู่อย่างจำกัด การประเมินตรงนี้คือเหตุผลสำคัญที่ไม่ควรเลือกโปรแกรมจากราคาหรือจำนวนช็อตเพียงอย่างเดียว

สรุป Thermage ดีอย่างไร ทำ Thermage พร้อม Ulthera เลยได้ไหม

Thermage FLX ตอบโจทย์คนที่ต้องการยกกระชับผิวและปรับกรอบหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัดหรือพักฟื้น จุดที่ทำให้หัตถการนี้น่าสนใจคือการทำงานพร้อมกันสองระดับในครั้งเดียว ทั้งกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นหนังแท้เพื่อให้ผิวแน่นขึ้น และปรับโครงสร้างที่ยึดไขมันในชั้นลึกเพื่อให้กรอบหน้าดูชัดขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่แค่ผิวตึงขึ้น แต่โครงหน้าโดยรวมดูกระชับและดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นด้วย

สำหรับคำถามว่าทำ Thermage FLX พร้อมโปรแกรม Ulthera เลยได้ไหม คำตอบคือได้ และหลายคนได้ประโยชน์จากการทำทั้งสองในวันเดียวกัน เพราะทั้งสองทำงานคนละชั้นและเสริมกันได้ดี Thermage FLX ดูแลชั้นหนังแท้และโครงสร้างที่ยึดไขมัน ส่วนโปรแกรม Ulthera เข้าถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นโครงสร้างพยุงใบหน้าที่ลึกกว่า การทำทั้งสองจึงครอบคลุมตั้งแต่ชั้นผิวไปจนถึงชั้นโครงสร้างลึก ให้ผลลัพธ์ที่ครบมากกว่าการทำอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งนี้ความเหมาะสมขึ้นอยู่กับสภาพผิวและระดับความหย่อนคล้อยของแต่ละคน แพทย์จะเป็นผู้ประเมินและออกแบบโปรแกรมที่เหมาะสมให้

รัตตินันท์ คลินิก ให้บริการปรึกษาแพทย์ *ไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อประเมินสภาพผิวจริงและวางแผนการดูแลที่ตรงกับปัญหาของคุณโดยเฉพาะ