ศัลยกรรม ตัดหน้าอก (Top Surgery ) คืออะไร?
ศัลยกรรม ตัดหน้าอก ต่างจาก ลดขนาดหน้าอก อย่างไร?
ศัลยกรรม ตัดหน้าอก (Top Surgery) เหมาะกับใคร
- ภาวะความไม่สอดคล้องทางเพศ (Gender Dysphoria) มีความรู้สึกอึดอัดหรือไม่สบายใจกับสรีระทางเพศเดิมอย่างต่อเนื่อง
- สุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัวที่มีความเสี่ยงสูง หรือหากมี ต้องได้รับการควบคุมให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
- ความพร้อมทางจิตใจ ผ่านการประเมินและได้รับใบรับรองจากจิตแพทย์ตามเกณฑ์ที่กำหนด (1 หรือ 2 ท่าน ขึ้นอยู่กับกรณีและกฎระเบียบ ณ ปัจจุบันของ ราชกิจจานุเบกษา) (ที่มา)
ข้อดีของการตัดหน้าอก มีอะไรบ้าง
- ปลดล็อกความมั่นใจในตัวตน (Gender Affirmation) ช่วยให้สรีระภายนอกสอดคล้องกับอัตลักษณ์ทางเพศภายใน ลดภาวะความไม่สบายใจทางเพศ (Gender Dysphoria) ทำให้รู้สึกเป็นตัวเองได้อย่างสมบูรณ์
- อิสระจากการรัดหน้าอก หมดปัญหาสุขภาพที่เกิดจากการใส่สเตย์หรือเทปรัดหน้าอกเป็นเวลานาน เช่น อาการปวดหลัง หายใจไม่สะดวก ผื่นคัน หรือรอยช้ำกดทับ
- ความคล่องตัวในการใช้ชีวิต สามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย ว่ายน้ำ หรือการเลือกสวมใส่เสื้อผ้าได้หลากหลายสไตล์โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสรีระ
- ผลลัพธ์ระยะยาว เมื่อผ่าตัดนำต่อมน้ำนมออกแล้ว หน้าอกจะแบนราบถาวร (ภายใต้การดูแลน้ำหนักตัวที่เหมาะสม)
ข้อจำกัดของการตัดหน้าอก
- ความรู้สึกที่หัวนม (Nipple Sensation) จะหายไปไหม?
- ภาวะ Dog Ear (เนื้อปลิ้นข้างรักแร้) คืออะไร?
วิธีการตัดหน้าอกมีกี่แบบ ?
เทคนิคตัดหน้าอกแผลเล็ก (Minimal Scar)
- ขนาดหน้าอกเล็ก ส่วนใหญ่ต้องไม่เกิน คัพ A หรือ B ต้นๆ
- ผิวหนังยืดหยุ่นดีมาก: ผิวต้องเต่งตึง เมื่อเอาเนื้อข้างในออกแล้ว ผิวต้องสามารถหดกลับไปราบเรียบได้เอง (เหมือนปลอกหมอนที่ยืดหยุ่น)
- หัวนมอยู่ในตำแหน่งที่ดี: หัวนมเดิมต้องไม่อยู่ต่ำเกินไป เพราะวิธีนี้ย้ายตำแหน่งหัวนมไม่ได้
- หน้าอกใหญ่ (คัพ C ขึ้นไป) เพราะจะมีเนื้อเยื่อและผิวหนังส่วนเกินมากเกินกว่าจะดึงให้เรียบผ่านแผลเล็กๆ ได้
- หน้าอกหย่อนคล้อย หากมีผิวหนังย้วยหรือเสียความยืดหยุ่น (เช่น จากการรัดหน้าอกมานานหลายปี หรืออายุมาก) ถ้าฝืนทำแผลเล็ก ผิวหนังจะเหลือและดูเหี่ยวเป็นถุงกาแฟ
- คนที่อยากย้ายตำแหน่งหัวนม ถ้าหัวนมเดิมอยู่ต่ำหรือห่างกันเกินไป วิธีนี้ช่วยไม่ได้
- แผลเป็นน้อยที่สุด ซ่อนเนียนไปกับขอบปานนม เหมาะกับคนชอบถอดเสื้อ
- รักษาความรู้สึก มีโอกาสสูงมากที่หัวนมจะยังรับความรู้สึกได้เหมือนเดิม (เพราะไม่ได้ตัดขั้วประสาท)
- ฟื้นตัวไว แผลขนาดเล็กทำให้เจ็บน้อยกว่าและกลับไปใช้ชีวิตปกติได้เร็ว
- ผิวหนังไม่เรียบ ถ้าผิวไม่ยืดหยุ่นพอ หลังทำผิวอาจจะย่นหรือหย่อนคล้อย
- ย้ายหัวนมไม่ได้ ต้องยอมรับตำแหน่งหัวนมเดิมที่ธรรมชาติให้มา
- อาจเหลือเนื้อเยื่อตกค้าง เนื่องจากช่องผ่าตัดแคบ หมออาจมองเห็นข้างในไม่ทั่วถึงเท่าแผลใหญ่ (แต่อาจดูดไขมันช่วยได้)
- ปานนมย่น ในวิธี Periareolar ถ้าดึงผิวหนังมากไป แผลรอบปานนมอาจเป็นจีบๆ ในช่วงแรก
เทคนิคตัดหน้าอกแผลขนาดกลาง
คือเทคนิคที่เป็นจุดกึ่งกลางระหว่างแผลเล็กกับแผลยาว โดยมีการกรีดแผลรอบปานนมร่วมกับแผลแนวดิ่งหรือแนวนอนสั้นๆ เพื่อให้สามารถเอาเนื้อเยื่อและผิวหนังส่วนเกินออกได้มากกว่าวิธีแผลเล็ก แต่ไม่ต้องเปิดแผลยาวจนถึงข้างลำตัว โดยรอยแผลแบ่งเป็น- Lollipop แผลรอบปานนมและกรีดแนวดิ่งลงมาถึงฐานอก
- Inverted-T เพิ่มแผลแนวนอนสั้นๆ ที่ฐาน โดยเลาะเนื้อนมออกขณะที่ยังรักษา “ขั้วประสาทและเส้นเลือด” ที่เลี้ยงหัวนมเอาไว้ แล้วจึงเย็บปิดผิวหนังให้ตึง
เทคนิคตัดหน้าอกแผลยาว (Double Incision – DI)
คือเทคนิคมาตรฐานที่นิยมที่สุด (Standard) โดยการกรีดแผลแนวนอนยาว 2 เส้นใต้ฐานหน้าอก เพื่อเปิดทางให้แพทย์ตัดเนื้อเยื่อและ “ผิวหนังส่วนเกิน” ออกได้มากที่สุดเท่าที่ต้องการ เพื่อสร้างหน้าอกให้แบนราบและเข้ารูปกล้ามเนื้อมากที่สุด แพทย์จะกรีดแผลแนวนอนยาวใต้แนวกล้ามเนื้ออก นำเนื้อเยื่อและผิวหนังส่วนเกินออกทั้งหมด จากนั้นมักจะใช้วิธี Nipple Graft คือการตัดหัวนมและปานนมออกมา ปรับขนาดให้เล็กลง แล้วนำไป “แปะ” ในตำแหน่งใหม่ที่เหมาะสมกับสรีระชายเปรียบเทียบเทคนิคตัดหน้าอก แตกต่างกันอย่างไร
เทคนิคการผ่าตัด | เหมาะกับใคร (ขนาดหน้าอก/ผิวหนัง) | ลักษณะแผลเป็น | การรักษาความรู้สึกที่หัวนม | ข้อดีหลัก | ข้อจำกัด/ความเสี่ยง |
1. แผลเล็ก (Keyhole) | เล็กมาก (Cup A), ผิวหนังยืดหยุ่นสูงมาก | แผลเล็กโค้งครึ่งวงกลม ขอบล่างปานนม | สูงมาก (ไม่ได้ตัดขั้วประสาท) | แผลเล็กที่สุด พักฟื้นไวมาก | กำจัดเนื้อเยื่อได้น้อย ไม่สามารถย้ายตำแหน่งหัวนมได้ |
2. รอบปานนม (Periareolar / Double O) | เล็กถึงกลาง (Cup A-B), ผิวหนังยืดหยุ่นดี | แผลวงกลมรอบขอบปานนม | สูง (รักษาขั้วประสาทไว้ได้) | แผลซ่อนเนียนกับขอบปานนม ปรับขนาดปานนมได้ | ผิวหนังอาจย่นเป็นจีบ (Purse-string) หากผิวไม่ยืดหยุ่นพอ |
3. แผลปานนม ขยายข้าง (Omega / Extended Peri) | ขนาดกลาง (Cup B), มีความหย่อนคล้อยเล็กน้อย | แผลรอบปานนม ขีดออกด้านข้างเล็กน้อย | ปานกลางถึงสูง | เอาเนื้อเยื่อออกได้มากกว่าแบบวงกลมปกติ | เห็นรอยแผลยื่นออกมาจากขอบปานนมชัดขึ้น |
4. แผลรูปตัว T (Inverted-T / Anchor) | ขนาดกลางถึงใหญ่, ต้องการเก็บความรู้สึกหัวนม | แผลรอบปานนม แนวนอนใต้ฐาน แนวตั้งเชื่อมกัน | สูง (ใช้เทคนิค Pedicle รักษาเส้นประสาท) | หน้าอกแบนราบแต่ยังมีความรู้สึกที่หัวนม | แผลเป็นค่อนข้างเยอะ (รูปสมอเรือ) |
5. แผลใต้ฐานอก (Double Incision - DI) | ใหญ่ / หย่อนคล้อยมาก (ทุกไซส์ทำวิธีนี้ได้) | แผลแนวนอนยาว 2 เส้น ใต้กล้ามเนื้อหน้าอก | ต่ำมาก (มักใช้วิธีแปะหัวนมใหม่ - Nipple Graft) | หน้าอกแบนราบที่สุด กำจัดผิวหนังส่วนเกินได้สมบูรณ์ | แผลเป็นยาวเห็นชัด และสูญเสียความรู้สึกหัวนมถาวร |
6. ดูดไขมัน (Liposuction) | เล็กมาก และมีไขมันเป็นส่วนประกอบหลัก | แผลจุดเล็กๆ (2-3 มม.) | สูงมาก | ไม่มีแผลผ่าตัดยาว แทบไม่ต้องพักฟื้น | ไม่สามารถ กำจัดต่อมน้ำนมแข็งๆ ออกได้ มักใช้ทำร่วมกับวิธีอื่น |
เทคนิค ผ่าตัดหน้าอกแบบส่องกล้องผ่านแผลใต้รักแร้ จาก รัตตินันท์ คลินิก
ตัดหน้าอกที่ไหนดี ทำไมต้องที่ รัตตินันท์ คลินิก
- มาตรฐาน AACI (American Accreditation Commission International) เราได้รับการรับรองมาตรฐานด้าน Ambulatory Plastic Surgical Center ซึ่งเน้นความปลอดภัยของผู้ป่วยนอกเทียบเท่าโรงพยาบาลชั้นนำ 3 ปี ซ้อนด้วยคะแนน 98%
- ดมยาโดยวิสัญญีแพทย์เฉพาะทาง ทุกเคสผ่าตัดใหญ่ จะได้รับการดูแลเรื่องการระงับความรู้สึกโดยวิสัญญีแพทย์แบบ 1:1 ตลอดการผ่าตัด
- เทคนิค Chest Wall Contouring แพทย์ของเราไม่เพียงแค่ “เอาออก” แต่ “ออกแบบ” โดยใช้ศิลปะในการเหลาและดูดไขมัน เพื่อให้หน้าอกดูเป็นทรงกล้ามเนื้อผู้ชายอย่างเป็นธรรมชาติ
เตรียมตัวอย่างไรก่อนตัดหน้าอก
- การหยุดฮอร์โมน (Testosterone)
- ผู้ที่ได้รับฮอร์โมนเพศชายมาต่อเนื่อง อาจมีค่าความเข้มข้นของเลือด (Hematocrit) สูง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อลิ่มเลือดอุดตัน
- คำแนะนำแพทย์ ควรหยุดฮอร์โมนอย่างน้อย 2 สัปดาห์ – 1 เดือน ก่อนผ่าตัด และต้องตรวจเลือดดูค่าความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) ให้ผ่านเกณฑ์ความปลอดภัย
- ใบรับรองแพทย์ (Psychiatrist Letter)
- ต้องใช้ใบรับรองจากจิตแพทย์เพื่อยืนยันภาวะ Gender Dysphoria ตามข้อกำหนดของแพทยสภาและกฎหมายปัจจุบัน (โปรดสอบถามจำนวนใบรับรองที่ต้องใช้กับเจ้าหน้าที่อีกครั้ง เนื่องจากมีการอัปเดตตามระเบียบโรงพยาบาล)
ตัดหน้าอก ใช้เวลาพักฟื้นนานไหม
ดูแลตัวเองอย่างไรหลังผ่าตัดหน้าอก
- Day 1-3 (ช่วงพักฟื้น) อาจต้องใส่สายระบายเลือด (Drain) เพื่อลดอาการบวมและป้องกันเลือดคั่ง ต้องสวมชุดกระชับหน้าอกตลอดเวลา อาการปวดสามารถควบคุมได้ด้วยยา
- Day 5-7 (ถอดสายเดรน) แพทย์จะนัดติดตามอาการเพื่อถอดสายเดรนและตัดไหม (ในบางกรณี) เริ่มอาบน้ำได้ตามคำแนะนำแพทย์
- Week 2-4 (เริ่มใช้ชีวิตปกติ) อาการบวมช้ำจะค่อย ๆ ลดลง สามารถกลับไปทำงานที่ไม่ต้องใช้แรงยกของหนักได้
- Month 1-3 (ดูแลแผลเป็น) เป็นช่วงเวลาดีมาก ๆ (Golden Period) ในการทายาลดรอยแผลเป็น เพื่อป้องกันคีลอยด์ เริ่มออกกำลังกายเบา ๆ ได้
- Month 6 (เข้าที่สมบูรณ์) กล้ามเนื้อหน้าอกและผิวหนังจะกระชับเข้ารูป แผลเป็นจางลงจนดูเป็นธรรมชาติ
ทีมแพทย์ตัดหน้าอก รัตตินันท์ คลินิก
" The Aesthetic Wisdom "ตัดหน้าอก ราคาเท่าไหร่?
ราคาหัตถการตัดหน้าอก (Mastectomy) | ราคาเริ่มต้น |
ผ่าตัดหน้าอก (Mastectomy) แบบส่องกล้อง | 330,000 |
ผ่าตัดหน้าอก (Mastectomy) แบบปานนม | 200,000 |
ผ่าตัดหน้าอก (Mastectomy) แบบใต้ราวนม | 280,000 |
ผ่าตัดหน้าอก (Mastectomy) แบบใต้ราวนมร่วมกับย้ายหัวนม | 330,000 |


นักเขียนบทความสุขภาพ รัตตินันท์ คลินิก ทำหน้าที่ ค้นคว้าและตรวจสอบงานวิจัยล่าสุด ทั้งเรื่องผิวหนัง สารออกฤทธิ์ เลเซอร์ และศัลยกรรมความงาม เพื่อนำความรู้ที่ซับซ้อนเหล่านั้นมา แปลให้เป็นภาษาที่เข้าใจง่าย ถูกต้อง และเชื่อถือได้ เป้าหมายหลักคือการทำให้ข้อมูลทุกชิ้นที่คลินิกสื่อสารออกไปนั้น มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ (Evidence-based) เพื่อให้คุณผู้อ่านสามารถ ตัดสินใจเลือกการดูแลผิวหรือหัตถการได้อย่างมั่นใจและเหมาะสม โดยไม่ถูกชี้นำเกินจริง และเข้าใจถึงกลไกที่แท้จริงเบื้องหลังผลลัพธ์นั้น ๆ