ฟิลเลอร์ (Filler) คืออะไร? ก่อนตัดสินใจ “ฉีดฟิลเลอร์” ต้องรู้อะไรบ้าง

เติมเต็มใบหน้าด้วย ฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์ หรือการฉีดฟิลเลอร์ เป็นการทดแทนคอลลาเจนของผิวหนังด้วยสารที่มีความปลอดภัย ซึ่งเมื่อร่างกายมีอายุมากขึ้น การผลิตคอลลาเจนจะทำได้น้อยลง เมื่อขาดคอลลาเจน ผิวหนังจะขาดความยืดหยุ่น ขาดความชุ่มชื้น ทำให้เกิดการหย่อนคล้อยของผิวหนัง หลายคนเลือกที่จะฉีดฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็มสิ่งที่ผิวต้องการ

ฟิลเลอร์ คืออะไร?

ฟิลเลอร์ (Filler) คือ สารเติมเต็มชนิดหนึ่ง ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับน้ำหล่อเลี้ยงตามธรรมชาติของผิวหนัง เพื่อเติมเต็มความชุ่มชื้นและยืดหยุ่นให้กับผิว ทดแทนในส่วนที่หายไปตามกาลเวลา และช่วยแก้ปัญหาต่างๆ บนใบหน้า โดยสารส่วนใหญ่ที่มักจะใช่ในการฉีดฟิลเลอร์ คือ สารฮายารูโรนิก แอซิด (Hyaluronic Acid) เรียกสั้นๆว่า HA เนื่องจากเป็นสารเพียงชนิดเดียวที่ผ่านอย. ในประเทศไทย และ USFDA จากสหรัฐอเมริกา สามารถสลายไปได้ 1-2 ปี หลังจากใช้ จึงมีความปลอดภัยสูง และไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ใดๆ

ฟิลเลอร์ มีกี่ชนิด?

ฟิลเลอร์ (Filler) หรือการฉีดสารเติมเต็ม ในปัจจุบันจะมีด้วยกัน 4 ประเภท

1. ฟิลเลอร์ประเภท HA (Hyaluronic Acid) นิยมใช้กันด้านเสริมความงามทั้งในไทยและต่างประเทศมากทีสุด สามารถสลายเองได้ตามธรรมชาติ และมีความปลอดภัย

สารฮายารูโรนิก แอซิด คืออะไร? : สารฮายารูโรนิก แอซิด (Hyaluronic Acid หรือ HA) คือ สารสกัดจากธรรมชาติที่ปกติผิวหนังเรามีอยู่แล้ว แต่ด้วยอายุที่มากขึ้น ทำให้ร่างกายสามารถ ผลิตได้น้อยลง เกิดเป็นริ้วรอย หรือร่องยุบต่างๆ การใช้สารฮายารูโรนิก แอซิด ที่เป็นสารประเภทเดียวกับที่มีในร่างกาย จึงมีความปลอดภัย และมีโอกาสเกิดอาการแพ้ได้น้อยกว่าสารสังเคราะห์ชนิดอื่น

2. ฟิลเลอร์ประเภท Collagen (คอลลาเจน) ที่มาจากสัตว์ ซึ่งปัจจุบันไม่นิยมใช้ เนื่องจากก่อให้เกิดอาการข้างเคียง เช่น อาการแพ้ฟิลเลอร์ บวมแดง  เป็นต้น

3. การเติมเต็มใบหน้าด้วยไขมันตัวเอง หรือ Transplanted Fat (Fat Grafting , Lipofilling , Fat Transfer) คือการฉีดไขมันหน้า โดยผ่านการดูดไขมันส่วนเกินจุดใดจุดหนึ่งของร่างกาย และนำไขมันกลับมาฉีดใบหน้าส่วนต่างๆ เพื่อเติมเต็ม ปรับรูปหน้า

การฉีดหน้าด้วยไขมันตัวเอง (Fat Grafting) นั้นสามารถทำควบคู่กับการดูดไขมันร่างกายได้ เรียกว่าเป็น 2IN1 คือ กำจัดไขมันส่วนเกินร่างกายด้วยการ ดูดไขมัน ออก เช่น ดูดไขมันต้นขา ดูดไขมันต้นขา ดูดไขมันหน้าท้องออก จากนั้นจะนำไขมันที่ได้ไปเข้าเครื่องปั่น แล้วนำกลับมาฉีดใบหน้าเพื่อเติมเต็ม หรือปรับรูปหน้าได้ตามต้องการ แต่ผลลัพธ์ก็จะไม่ถาวร ไขมันสามารถสลายไปได้เช่นกัน จึงต้องมีการกลับมาเติมซ้ำ

4. ฟิลเลอร์ประเภท Biosynthetic polymers หรือ ซิลิโคนเหลว เป็นฟิลเลอร์ที่ไม่ผ่านอย. หากฉีดซิลิโคนเข้าใบหน้าแล้วอาจก่อให้เกิดอันตราย เช่น อาการแพ้ บวมแดง ติดเชื้อ เนื้อซิลิโคนฝังในโครงสร้างกระดูก ฯลฯ ซึ่งอาจทำให้ผิวหน้าเสียหาย ใบหน้าเสียโฉมไปเลยก็มี และวิธีแก้คือการขูดหรือผ่าตัดเท่านั้น เพราะซิลิโคนไม่สามารถสลายไปได้เองตามธรรมชาติ

ติดต่อสอบถาม ปรึกษาแพทย์
ผ่านช่องทางไลน์ หรือโทรศัพท์

086-570-7040
คลิ๊ก ติดต่อไลน์ รับส่วนลด
คลิ๊ก ติดต่อ messenger Facebook

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์

  • ฉีดฟิลเลอร์เพื่อลดเลือนริ้วรอย แก้ปัญหาริ้วรอยบนใบหน้า คอ หรือมือ เป็นต้น หรือในบริเวณที่ไม่สามารถแก้ปัญหาด้วยการฉีดโบทูลินั่มท็อกซินได้
  • แก้ไขปัญหาผิวหย่อนคล้อย ให้ใบหน้ากลับมาเต่งตึงอีกครั้ง
  • เติมเต็มใต้ตา ลดรอยคล้ำใต้ตา เปลี่ยนใบหน้าอ่อนล้าให้กลับมาสดใส
  • ฉีดฟิลเลอร์เพื่อปรับรูปหน้า เช่น หน้าผาก ขมับ คาง ให้ใบหน้าดูสมส่วนสวยงาม
  • เติมฟิลเลอร์เพื่อปรับโหวงเฮ้ง
  • เพิ่มความชุ่นชื่นให้แก่ผิว ผิวฉ่ำวาว
  • ช่วยแก้ปัญหาหลุมสิว รักษาหลุมสิวให้ตื้นขึ้น
  • ฟิลเลอร์มีความปลอดภัย ผ่านอย. จึงไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ หรือมีสารตกค้างในร่างกาย
  • สามารถเติมใหม่ได้เรื่อยๆ ตามต้องการ หรือฉีดสลายได้โดยใช้ยาเฉพาะสลายฟิลเลอร์ โดยไม่ก่อให้เกิดอันตราย
  • หลังการฉีดฟิลเลอร์จะให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ เห็นผลทันที โดยไม่ต้องนอนพักฟื้น

ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์

หากฉีดฟิลเลอร์แท้จะไม่มีผลเสียใดๆ แต่หากฉีดฟิลเลอร์ปลอม อาจทำให้เกิดการติดเชื้อ ซิลิโคนไหล อาการแพ้ บวมแดง หรือเกิดเป็นก้อนไตแข็งๆ ซึ่งการรักษาจะต้องทำการขูดหรือผ่าตัดออกเท่านั้น อาจทำให้เสียทั้งเงิน เวลา และใบหน้าที่เสียหายได้

ฉีดฟิลเลอร์จุดไหนได้บ้าง ?

  1. ฟิลเลอร์หน้าผาก เหมาะสำหรับคนที่หน้าผากแบน หน้าผากยุบ อยากปรับหน้าผากให้นูนสวย ดูมีมิติ รวมถึงปรับโหวงเฮ้ง เป็นการศัลยกรรมหน้าผากที่ไม่ต้องผ่าตัดเสริมซิลิโคนหน้าผาก
  2. ฟิลเลอร์ขมับ เป็นการเติมเต็มขมับที่บุ๋ม ทำให้ใบหน้ารับกัน ได้รูปสวยงาม และได้สัดส่วน รวมถึงเป็นการปรับโหวงเฮ้งอีกหนึ่งจุดด้วย เชื่อว่า การมีขมับ หน้าผาก หรือใบหน้าที่อวบอิ่ม จะช่วยเรื่องของทรัพย์ ค้าขาย ธุรกิจ ที่ดีขึ้น เป็นต้น
  3. ฟิลเลอร์ใต้ตา เติมเต็มรองลึกบริเวณใต้ตา ช่วยแก้ปัญหาใต้ตาดำ ใต้ตาคล้ำ ริ้วรอยใต้ตา และใต้ตาเป็นร่อง เติมเต็มให้อิ่มฟู เปลี่ยนคนจากที่ใบหน้าดูอ่อนล้า ให้กลับมามีใบหน้าที่สดใส สดชื่น หน้าดูเด็กลง อีกทั้งยังแก้ปัญหาความหย่อยคล้อยใต้ตา ลดถุงใต้ตาได้อีกด้วย
  4. ฟิลเลอร์แก้ม ช่วยแก้ปัญหาแก้มห้อย แก้มหย่อน เติมเต็มแก้มทำให้ใบหน้าดูสดใส มีแก้มส้มเหมือนวัยเด็ก
  5. ฟิลเลอร์ร่องแก้ม เติมฟิลเลอร์เพื่อช่วยลดริ้วรอยที่ลึก และทำให้ร่องแก้มดูตื้นขึ้น
  6. ฟิลเลอร์คาง หรือการเสริมคางด้วยฟิลเลอร์ ช่วยแก้ปัญหาคางสั้น คางถอย ปรับให้ใบหน้าเรียวยาว (V-Shape) ขึ้น
  7. ฟิลเลอร์ปาก ช่วยเติมเต็มปากให้ดูอวบอิ่ม สดใส และเป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรงในปัจจุบัน อย่างการ ฉีดฟิลเลอร์ปากสายฝอ ปากเซ็กซี่แต่ก็ยังดูเป็นธรรมชาติ
  8. ฟิลเลอร์เสริมจมูก ในบางคนที่ไม่อยากเสริมจมูกด้วยซิลิโคน เช่น กลัวการผ่าตัด แพ้ยาสลบ หรืออยากลองฉีดฟิลเลอร์จมูกเพื่อดูก่อนว่าอยากได้ทรงจมูกแบบไหน ฯลฯ ก็จะฉีดฟิลเลอร์จมูกแทน แต่การฉีดฟิลเลอร์จมูกนั้นต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก และต้องทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์เท่านั้น

ติดต่อสอบถาม ปรึกษาแพทย์
ผ่านช่องทางไลน์ หรือโทรศัพท์

086-570-7040
คลิ๊ก ติดต่อไลน์ รับส่วนลด
คลิ๊ก ติดต่อ messenger Facebook

ฟิลเลอร์มีกี่ประเภท ?

เนื้อฟิลเลอร์ มีอยู่ 3 ประเภทด้วยกัน ซึ่งโมเลกุลของเนื้อเจลจะมีความหนาแน่นที่แตกต่างกัน ดังนี้

  1. ฟิลเลอร์เนื้อเบา หรือ เนื้อนิ่ม ลักษณะเนื้อเจลค่อนข้างเหลว มีความยืดหยุ่นน้อยที่สุด คงรูปน้อยที่สุด จึงเหมาะกับการฉีดผิวบริเวณตื้นและบาง หรือเหมาะกับคนที่ต้องการเติมน้ำให้ผิวฉ่ำวาว ชุ่มชื่นมากกว่า เช่น ฟิลเลอร์ปากสายฝอ ปากอวบอิ่ม , ฟิลเลอร์ร่องน้ำตา เป็นต้น
  2. ฟิลเลอร์เนื้อปานกลาง ลักษณะเนื้อเจลนิ่ม มีความยืดหยุ่นสุง เหมาะสำหรับฉีดเพื่อเติมเต็มใบหน้า ปรับรูปหน้าให้สวยงาม และดูเป็นธรรมชาติ ใบหน้าดูละมุน เช่น ฟิลเลอร์หน้าผาก ฟิลเลอร์ขมับ ฟิลเลอร์ปาก ฟิลเลอร์ร่องแก้ม เป็นต้น
  3. ฟิลเลอร์เนื้อหนัก หรือ เนื้อแข็ง เนื้อเจลจะมีความยืดหยุ่นสูงที่สุด เหมาะสำหรับใช้ปั้นเพื่อปรับรูปหน้าให้ดูดดเด่น เพิ่มมิติให้ใบหน้าให้ดูชัด ยกกระชับใบหน้า เช่น ฉีดฟิลเลอร์เพื่อปรับคางให้รับกับใบหน้า ฉีดฟิลเลอร์เติมเต็มขมับที่ตอบ หรือใช้ยกกระชับใบหน้าในคนอายุเยอะ แก้มห้อย หน้าตก โดยฉีดใต้ผิวชั้นลึก

ฟิลเลอร์มีกี่ยี่ห้อ ?

ฟิลเลอร์ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันมีด้วยกันทั้งหมด 4 ประเทศ ได้แก่ ฟิลเลอร์อเมริกา, ฟิลเลอร์ฝรั่งเศส, ฟิลเลอร์สวีเดน และฟิลเลอร์สวิตเซอร์แลนด์ และฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อนั้นก็จะแบ่งออกเป็นรุ่นย่อยๆ อีกหลายรุ่น ซึ่งมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน แบ่งตามการใช้งานแต่ละจุดที่ฉีด รวมถึงความคงตัวและระยะเวลาของฟิลเลอร์ด้วย

ซึ่งที่รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ ใช้ฟิลเลอร์ 2 ยี่ห้อคือ Restylane จากประเทศสวีเดน และ Juvederm จากประเทศสหรัฐอเมริกา เพราะเป็นแบรนด์ทีมีคาวมปลอดภัยสูง นิยมใช้กันในด้านเสริมความงามทั่วโลกมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี

ฟิลเลอร์ยี่ห้อ Restylane

ผลิตโดยบริษัท Galderma จากประเทศสวีเดน เป็นฟิลเลอร์ที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี เป็นที่ยอมรับและนิยมใช้กันสำหรับแพทย์กว่า 70 ประเทศทั่วโลก ได้รับมาตรฐานความปลอดภัย FDA จากสหรัฐอเมริกา CE marks จากยุโรป และและ อย.ไทย

คุณสมบัติพิเศษของ Restylane คือใช้เทคโนโลยี NASHA Techology (Non Animal Stabilized Hyaluronic Acid) และ OBT Technology (Optimal Balance Technology) ฟิลเลอร์ชนิดไฮยารูลอนิกแอซิดที่มีความคงตัวสูง ความยืดหยุ่นสูง คงรูปที่ดี เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว เพราะเนื้อฟิลเลอร์ไม่ได้ผลิตหรือสกัดมาจากสัตว์ จึงมีความปลอดภัยสูง ไม่ก่อให้เกิดการแพ้ และฟิลเลอร์อยู่ได้นาน

ฟิลเลอร์ Restylane เนื้อเจลเทคโนโลยีพิเศษ

ฟิลเลอร์ Restylane แบ่งออกเป็นรุ่นย่อยๆ สามารถเลือกใช้ให้เหมาะสมกับปัญหาและความต้องในแต่ละจุดของคนไข้ได้อย่างเหมาะสม เช่น ปรับรูปหน้า แก้ปัญหาร่องลึก เติมเต็มจุดบกพร่อง เพิ่มความชุ่นชื่นแก่ผิว เพราะมีความสามารถดึงโมเลกุลของน้ำเข้ามาเก็บในตัวเนื้อเจล รวมถึงหลังการฉีดเนื้อเจลฟิลเลอร์จะเกาะผิวได้ดี ไม่ไหลไปยังบริเวณอื่น

ฉีดฟิลเลอร์ ยี่ห้อ restylane ที่รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์
  • Restylane Lyft
    ฟิลเลอร์เนื้อแข็ง อยู่ในกลุ่ม Firm gel filler เหมาะสำหรับการยกกระชับใบหน้า ปรับรูปหน้า หรือแก้ไขในจุดบกพร่องบริเวณใหญ่ๆ เช่น ฟิลเลอร์ขมับ ฟิลเลอร์คาง ฟิลเลอร์อยู่ได้นาน 12 เดือน
  • Restylane Classic
    เนื้อเจลอนุภาคใหญ่ ออกแบบมาเพื่อใช้ยกกระชับ และสร้างมิติให้แก่ใบหน้า หรือในบริเวณที่เรียกว่า Midface จึงเหมาะกับการฉีดในบริเวณที่มีรอยพับลึก เช่น ฟิลเลอร์ร่องแก้ม ฟิลเลอร์ร่องมุมปาก ฟิลเลอร์รอยพับคาง เป็นต้น แต่รุ่นนี้มีข้อเสียคือคนไข้จะเจ็บมาก เพราะเนื้อเจลแข็ง ต้องใช้เข็มขนาดใหญ่ในการฉีดเข้าผิว ฟิลเลอร์อยู่ได้นาน 12 เดือน
    *ข้อควรระวัง* ฟิลเลอร์เนื้อแข็งที่ดีนั้นจะต้องมีความยืดหยุ่นสูง คืนทรงและคงรูปได้ดีไม่ไหลไปยังบริเวณอื่นแม้เกิดแรงกดทับ
  • Restylane Defyne
    เนื้อเจลมีความนิ่มระดับปานกลาง ยืดหยุ่นสูง เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์เติมเต็มบริเวณร่องแก้ม ฟิลเลอร์แก้มส้ม ฟิลเลอร์หน้าผาก ฟิลเลอร์ขมับ ฟิลเลอร์ปาก เป็นต้น อยู่ได้ 18 เดือน
  • Restylane Refyne
    เนื้อเจลมีความเข้มข้นสูง เนือเจลนิ่มและยืดหยุ่น เหมาะกับการฉีดเพื่อแก้ปัญหาริ้วรอยเล็กๆ ผิวหนังบาง หรือในบริเวณที่ต้องการความเป็นธรรมชาติและมีความละเอียดสูง เช่น ใต้ตา รอบดวงตา ผิวอิ่มฟูดูอ่อนกว่าวัย ฯลฯ ฟิลเลอร์รุ่น REFYNE สามารถอยู่ได้นานช่วง 12-18 เดือน
  • Restylane Volyme
    เนื้อเจลมีความนิ่มระดับปานกลาง ยืดหยุ่นสูง เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเติมเต็มใบหน้าให้ดูอิ่มสวย เป็นธรรมชาติ เช่น ฟิลเลอร์แก้ม แก้ไขแก้มตอบ ฟิลเลอร์หน้าผาก ฟิลเลอร์ปาก เป็นต้น อยู่ได้ 18 เดือน
  • Restylane Vital
    เนื้อเจลมาความบางเบาเหมาะกับการแก้ปัญหาในบริเวณเล็กๆ ผิวชั้นตื่น เช่น เติมเต็มร่องลึก ลดริ้วรอย เช่น ฟิลเลอร์หน้าผาก อีกทั้ง RESTYLANE รุ่น VITAL นี้จัดอยู่ในกลุ่ม Skin boosters ที่มีคุณสมบัติเด่นเรื่องการเพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่ผิว ทำให้ผิวดูฉ่ำวาวขึ้นอีกด้วย อยู่ได้นาน 12 เดือน
  • Restylane Vital light
    จัดอยู่ในกลุ่ม Skinboosters แต่เนื้อเจลของรุ่นนี้จะมีความเข้มข้นของไฮยารูลอนิกแอซิดน้อยที่สุด ซึ่งจะเหมาะกับการใช้ในบริเวณที่ต้องการความชุ่มชื่นเป็นหลัก และใช้ยาในปริมาณน้อย เช่น ฟิลเลอร์รักษาหลุมสิว ฟิลเลอร์ใต้ตา เป็นต้น อยู่ได้ 6-12 เดือน

เทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ให้ผิวฉ่ำวาว ผิวชุ่มชื่น ด้วย Skin boosters

การฉีดฟิลเลอร์กลุ่ม Skin boosters ที่ต้องการเติมความชุ่มชื่น-ฉ่ำวาวแก่ผิว จะมีเทคนิคการฉีดคือ ฉีดเป็นจุดเล็กๆ กระจายทั่วบริเวณที่ต้องการ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ผลลัพธ์ที่ได้คือ ผิวจะดูอื่มน้ำ ผิวฟู และผิวดูเรียบเนียนขึ้นนั่นเอง แต่ถ้าหากต้องการเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนอาจจะต้องฉีดย้ำ 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 1 เดือน เป็นต้น

ติดต่อสอบถาม ปรึกษาแพทย์
ผ่านช่องทางไลน์ หรือโทรศัพท์

086-570-7040
คลิ๊ก ติดต่อไลน์ รับส่วนลด
คลิ๊ก ติดต่อ messenger Facebook

ฟิลเลอร์ยี่ห้อ Juvederm

ฟิลเลอร์ Juvederm ผลิตโดยบริษัท Allergan จากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นเป็นบริษัทเดียวกับผลิตภัณฑ์ Botox Allergan ได้รับความนิยมจากแพทย์ทั่วโลกเช่นกัน อีกทั้งยังผ่านการรับรองความปลอดภัย FDA จากสหรัฐอเมริกา และ อย.ไทย

ฟิลเลอร์ Juvederm ใช้เทคโนโลยี Hylacross และ Vycross Technology โดยมีรุ่นฟิลเลอร์ที่นิยมใช้กัน เช่น Juvederm Ultra Plus , Juvederm Volift , Juvederm Volite , Juvederm Volbella, Juvederm Voluma, Juvederm Volux

ฉีดฟิลเลอร์ ยี่ห้อ Juvederm ที่รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์
  • Juvederm Volift เนื้อเจลนิ่ม ละเอียด นิยมใช้เก็บรายละเอียดและใช้ฉีดลดเลือนริ้วรอยในบริเวณตื้นๆ เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม ร่องมุมปาก อยู่ได้นาน 12 เดือน
  • Juvederm Voluma เนื้อเจลแข็ง และยืดหยุ่นสูง นิยมนำมาใช้แก้ปัญหาใต้ตาลึก เติมคางปรับรูปหน้า ฟิลเลอร์ขมับ อยู่ได้นาน 18 เดือน
  • Juvederm Ultra Plus เนื้อเจลนิ่ม และมีความยืดหยุ่นสูง เหมาะสำหรับแก้ปัญหาริ้วรอย ร่องลึก อีกทั้งช่วยให้ผิวอิ่มฟู ดูชุ่มชื่น อยู่ได้นาน 12 เดือน

ฟิลเลอร์ของแท้ มีวิธีเช็คอย่างไร ?

ก่อนเข้ารับบริการ ฉีดฟิลเลอร์ สิ่งที่ต้องเช็คเพื่อความปลอดภัยคือ

  • คลินิกหรือสถานที่ให้บริการนั้น มีเอกสารที่ถูกต้องจากบริษัทตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย
  • ก่อนทำการฉีดฟิลเลอร์ ขอดูเลขทะเบียนอย. ที่กล่อง หรือสแกน QR Code , เอกสารกำกับภาษาไทย
  • จากนั้นขอเช็คเลข Lot Number ซึ่งเลขที่กล่อง ซอง และสติกเกอร์ จะต้องตรงกัน
  • ให้แพทย์แกะกล่อง ณ ตอนที่ทำการฉีด กล่องต้องไม่มีการเปิดใช้งานใดๆ มาก่อน (ซีล Viod Tape)
  • เมื่อฉีดเสร็จสามารถขอกล่องกลับได้ เพื่อโทรเช็คเลข Lot กับบริษัทตัวแทนจำหน่าย

ฟิลเลอร์แท้ และ ฟิลเลอร์ปลอม มีวิธีเช็คอย่างไร?

ติดต่อสอบถาม ปรึกษาแพทย์
ผ่านช่องทางไลน์ หรือโทรศัพท์

086-570-7040
คลิ๊ก ติดต่อไลน์ รับส่วนลด
คลิ๊ก ติดต่อ messenger Facebook

การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์

  • เลือกคลินิกและแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องการศัลยกรรมใบหน้า โดยเฉพาะเรื่องโบทูลินั่ม ท็อกซินและฟิลเลอร์ (ควรเลือกคลินิกที่สามารถเลือกแพทย์ได้)
  • ควรเลือกฉีดในคลินิกที่สามารถเลือกแพทย์ได้ ซึ่งแพทย์แต่ละคนมีประวัติและความชำนาญที่แตกต่างกัน
  • ควรตรวจสอบฟิลเลอร์ ว่าเป็นของแท้ ดูที่กล่อง และขวดไม่มีร่องรอยการถูกใช้งาน
  • งดยาและวิตามินบางอย่าง ล่วงหน้า 1 สัปดาห์ เช่น แอสไพริน วิตามินอี โสม ใบแป๊ะก๊วย และพวกยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด
  • 3 วันก่อนทำ เลี่ยงการทายาชนิดผลัดเซลล์ผิว และครีมลดริ้วรอยบางตัวบางชนิด (สอบถามทางคลินิกได้ว่าทายา หรือ ครีม ตัวไหนได้บ้าง)
  • หากมียาที่ต้องทานประจำ หรือ ไม่แน่ใจว่าทานก่อนทำได้หรือไม่ ลองสอบถามเจ้าหน้าที่ผ่านช่องทางต่างๆ
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ และ ออกกำลังกายหนักๆ ช่วง 24 ชั่วโมง
  • สามารถแต่งหน้ามาก่อนฉีดฟิลเลอร์ได้ แพทย์จะลบเครื่องสำอางในบริเวณที่ฉีดให้

การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์

  • ถ้าต้องการประคบเย็น ทำตามคำแนะนำของแพทย์
  • หลังฉีด 2-3 วัน อาจมีบวมบ้าง และมีผลข้างเคียงบางอย่าง ถือเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าอาการหนักควรไปพบแพทย์
  • งดการศัลยกรรมใบหน้าที่ใช้เลเซอร์ความร้อน อย่างน้อย 1 เดือนหลัง
  • ควรเลี่ยงของเผ็ดร้อน ห้องร้อนๆ ออกกำลังกายกลางแจ้ง ประคบร้อน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ของหมักดอง อย่างน้อย 2 วัน และควรเลี่ยงต่อเนื่องไป 14 วัน
  • เลี่ยงการขยับใบหน้าโดยไม่จำเป็น 3 วัน เพื่อให้ฟิลเลอร์ทำงานได้เต็มที่
  • อาการบวมจะหายไปในประมาณ 5 วัน เห็นผลชัดใน 2-3 สัปดาห์

ติดต่อสอบถาม ปรึกษาแพทย์
ผ่านช่องทางไลน์ หรือโทรศัพท์

086-570-7040
คลิ๊ก ติดต่อไลน์ รับส่วนลด
คลิ๊ก ติดต่อ messenger Facebook

ฟิลเลอร์ ที่รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ ดีอย่างไร ?

  • รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ เลือกใช้ผลิตภัณฑ์เฉพาะที่ได้รับการอนุมัติจาก อย.ไทยเท่านั้น เช่น Restylane และ Juvederm
  • พญ. รัตตินันท์ มีประสบการณ์ฉีดฟิลเลอร์และโบทูลินั่ม ท็อกซินมากว่า 15 ปี จะเป็นผู้ทำการรักษาให้ท่านด้วยตัวเอง
  • รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ เคยได้รับรางวัลจาก Allergan ผู้ผลิต Botox และ Juvederm ของแท้ ในฐานะหนึ่งในคลินิกที่ใช้ฟิลเลอร์เป็นจำนวนเคสมากที่สุดในประเทศ
  • คลินิกศัลยกรรมความงามให้บริการในย่านสีลม ที่เปิดให้บริการมานานถึง 20 ปี
  • สถานที่สะอาด ถูกสุขลักษณะ ได้มาตรฐานทางการแพทย์
  • เดินทางสะดวกสบาย คลินิกอยู่ใกล้ BTS และ MRT อาคารมีที่จอดรถให้ลูกค้า

ติดต่อสอบถาม ปรึกษาแพทย์
ผ่านช่องทางไลน์ หรือโทรศัพท์

086-570-7040
คลิ๊ก ติดต่อไลน์ รับส่วนลด
คลิ๊ก ติดต่อ messenger Facebook

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์อันตรายไหม?

ฟิลเลอร์ไม่อันตรายอย่างที่คิด หากเป็นฟิลเลอร์ที่ได้รับการรับรองจาก US FDA หรือ องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาว่ามีความปลอดภัย และนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลกในกลุ่มศัลยกรรมความงาม ว่ามีความปลอดภัย และนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลกในกลุ่มศัลยกรรมความงาม และที่ผ่านมายังไม่เคยพบผู้ที่เกิดอาการแพ้ฟิลเลอร์ ยกเว้นใช้สารที่ไม่ได้มาตรฐาน จากที่ผ่านมามักจะพบปัญหาการฉีดฟิลเลอร์จากผู้ที่ใช้สารอื่นที่ไม่ใช่สาร Hyaluronic Acid หรือใช้สารที่ไม่ได้รับมาตรฐานนั้นเอง

* ยกเว้นกรณีที่เลือกใช้บริการคลินิกที่ไม่ได้รับมาตรฐาน หรือเลือกฉีดฟิลเลอร์กับหมอเถื่อน ซึ่งมีเห็นได้ทั่วไป โดยสารที่ฉีดเข้าไปนั้นส่วนใหญ่เป็นฟิลเลอร์ปลอม เช่น ซิลิโครเหลว ทำให้มีโอกาสที่จะเกิดอันตรายกับร่างกายเป็นอย่างสูง ต้องเช็คให้ดีก่อนตัดสินใจทำว่า

  • สถานที่ให้บริการหรือคลินิกที่ทำนั้น ใช้ฟิลเลอร์นี่ห้อใด ถูกต้องหรือไม่มาตรฐานหรือไม่ เพราะไม่เช่นนั้นอาจเป็นฟิลเลอร์ปลอม ที่ส่งผลเสียหลังการฉีดได้
  • แพทย์ที่ทำการรักษานั้นมีความเชี่ยวชาญหรือชำนาญมากน้อยแค่ไหน เพื่อความปลอดภัย และได้ผลลัพธ์ตามที่คาดหวังไว้

ฉีดฟิลเลอร์ปลอม อันตรายอย่างไร?

มีข่าวออกมาบ่อยครั้งเกี่ยวกับ “ฉีดฟิลเลอร์ปลอม” ที่เกิดจากการคำโฆษณา เช่น ฉีดฟิลเลอร์ราคาพิเศษ ฟิลเลอร์แท้ราคาถูก ราคาเพียงฟหลักพันซึ่งมีราคาที่ต่ำกว่าราคาฟิลเลอร์จริงจนน่าตกใจ! หรือฉีดกับหมอกระเป๋า จนทำให้เกิดผลเสียของการฉีดฟิลเลอร์ปลอม คือ

  • อาการบวมแดง อักเสบ บางรายถึงขั้นติดเชื้อ เป็นหนอง
  • ผิวบริเวณที่ฉีดไม่เรียบเนียน คลำเป็นก้อนขรุขระ
  • ใบหน้าเริ่มผิดเพี้ยนจากการที่ฟิลเลอร์ปลอมห้อย ย้อยลง
  • หรือบางกรณีอาจเกิดเป็นก้อนแข็งๆ หรือพังผืด
  • ฉีดสลายไม่ได้ สารตกค้างอยู่ในโครงสร้างใบหน้าตลอดชีวิต

ซึ่งเมื่อเกิดอาการเหล่านี้จะต้องรีบเข้ารับการรักษาโดยทันที และอย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า ฟิลเลอร์ปลอมไม่สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ ไม่ผ่านอย. และผิดกฎหมาย จะเอาออกด้วยวิธีขูดออก หรือผ่าตัดฟิลเลอร์ปลอมออกเท่านั้น ซึ่งอาจทำให้เกิดบาดแผล รอยแผล หรือเกิดผลเสียบนใบหน้าได้ เพราะฉะนั้นก่อนตัดสินใจทำต้องศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัย

ติดต่อสอบถาม ปรึกษาแพทย์
ผ่านช่องทางไลน์ หรือโทรศัพท์

086-570-7040
คลิ๊ก ติดต่อไลน์ รับส่วนลด
คลิ๊ก ติดต่อ messenger Facebook
  • ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดีที่สุด ?

เนื่องจากฟิลเลอร์นั้นจะมีหลายรุ่นให้เลือกใช้ตามแต่ละจุดที่เหมาะสม ไม่มีฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนที่สามารถฉีดกับใบหน้าได้ทุกจุด เพราะฉะนั้นจึงไม่สามารถบอกได้ว่า ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดีที่สุด แต่ต้องขึ้นอยู่กับ จุดที่ต้องฉีด หรืออยากแก้ปัญหาใบหน้าตรงจุดไหนมากกว่า เมื่อเข้ามาปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแล้ว แพทย์จะเป็นประเมินและแนะนำฟิลเลอร์รุ่นที่เหมาะสมให้กับแต่ละบุคคลมากกว่า

  • ฉีดฟิลเลอร์ปาก งดแอลกอฮอล์กี่วัน

หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก หรือฉีดฟิลเลอร์ส่วนใดก็ตาม ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือของหมักดอง อย่างน้อย 2 วัน และควรเลี่ยงต่อเนื่องไป 14 วัน

  • ฉีดฟิลเลอร์ปาก อยู่ได้นานกี่วัน

ฉีดฟิลเลอร์ปากอยู่ได้นานกี่วัน อาจขึ้นอยู่กับยี่ห้อหรือรุ่นที่ฉีดว่ามีระยะเวลาคงตัวเท่าไหร่ อาจจะประมาณ 6-12 เดือน หรือขึ้นอยู่กับการใช้ชีวิตประจำวัน ที่อาจทำให้ฟิลเลอร์สลายไว เช่น การโดนความร้อนบ่อย เป็นต้น

  • ฉีดฟิลเลอร์ราคาเท่าไหร่ ?

ราคาฉีดฟิลเลอร์เป็นสิ่งที่หลายคนสอบถามกันจำนวนมาก เช่น ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาราคาเท่าไหร่, ฉีดฟิลเลอร์ปากสายฝอราคา, ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาดำราคา หรือ ฟิลเลอร์ Restyalne ใต้ตาราคาเท่าไหร่ อาจไม่สามารถระบุได้ชัดเจนได้ เนื่องจากต้องให้แพทย์ประเมินจุดที่ต้องการฉีด ว่าต้องใช้ยี่ห้อใด รุ่นไหน และปริมาณเท่าไหร่ ซึ่งสามารถสอบถามทางคลินิกได้ คลิ๊กสอบถามราคาและส่วนลดพิเศษที่นี่!

รีวิวฉีดฟิลเลอร์

dr rattinan Allergan Award 2020

รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ คว้ารางวัล
“Certified Allergan Aesthetics Valued Customer 2020”

รางวัลดังกล่าวนี้ ทางบริษัท Allergan (Thailand)  ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ลดริ้วรอยและเติมเต็มใบหน้าหรือที่รู้จักในนามโบท๊อก Allergan และฟิลเลอร์ Juvederm จากประเทศสหรัฐอเมริกา มอบให้กับ รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ ในฐานะคลินิกคุณภาพที่มีผู้ใช้บริการ โบท๊อก Botox และ ฟิลเลอร์ Filler สูงติดอันดับ

และเพื่อเป็นเครื่องหมายการันตีสำหรับผู้ใช้บริการว่าคลินิกแห่งนี้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของแท้จากสหรัฐอเมริกาซึ่งมีมาตรฐานที่สูง ได้รับการรับรองการนำเข้าอย่างถูกต้องจากองค์กรอาหารและยาของไทย (อ.ย.) โดย รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ เป็นคลินิกเสริมความงามที่เลือกใช้เฉพาะผลิตภัณฑ์ของแท้เท่านั้น

ติดต่อสอบถาม ปรึกษาแพทย์
ผ่านช่องทางไลน์ หรือโทรศัพท์

086-570-7040
คลิ๊ก ติดต่อไลน์ รับส่วนลด
คลิ๊ก ติดต่อ messenger Facebook