Emface คืออะไร
หลักการทำงานของ Emface
1) Synchronized RF ช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิวจากภายใน
พลังงานคลื่นวิทยุ (RF) จะถูกส่งลงสู่ผิวตั้งแต่ชั้นหนังแท้ (Dermis) ไปจนถึงระดับกล้ามเนื้อ โดยมีระบบ AI ควบคุมอุณหภูมิไม่ให้เกิน 42°C เพื่อความปลอดภัยและลดความเสี่ยงผิวไหม้ ผลลัพธ์ คือ ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเส้นใยอิลาสติน ทำให้ผิวแน่น เรียบ และริ้วรอยลดลง โดยมีรายงานผลลัพธ์ว่าสามารถลดริ้วรอยได้เฉลี่ยประมาณ 37% จากสภาพผิวเดิมอีกด้วยนั่นเอง2) HIFES™ – เสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อใบหน้า
เทคโนโลยี HIFES™ (High-Intensity Facial Electrical Stimulation) จะช่วยกระตุ้นให้กล้ามเนื้อเกิดการหดเกร็งแบบเข้มข้นเป็นจังหวะ รวมประมาณ 125 cycles ต่อการรักษา ช่วยเพิ่มคุณภาพและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อใบหน้าได้ประมาณ 30% จากพื้นฐานเดิม อีกทั้งพลังงานยังสามารถลงลึกได้ถึงประมาณ 20 มิลลิเมตร โดยมี AI ช่วยประเมินความลึกและความเหมาะสมในแต่ละบริเวณ เพื่อให้เกิดการยกพยุงอย่างสมดุล และเมื่อ 2 เทคโนโลยีทำงานร่วมกันอย่างลงตัว จะเกิดการทำงานพร้อมกันของ Synchronized RF + HIFES™ ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้จะเกิดทั้งผิวที่แน่นขึ้นและกล้ามเนื้อที่แข็งแรงขึ้นในขั้นตอนเดียว ส่งผลให้โครงสร้างใบหน้าดูยกกระชับจากภายในสู่ภายนอก
Emface ช่วยเรื่องอะไรบ้าง
1) ยกกระชับลึกถึงระดับโครงสร้าง
Emface กระตุ้นกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการยิ้ม การแสดงสีหน้า และกล้ามเนื้อหน้าผาก ให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้ใบหน้าดูยกขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยการทำงานครอบคลุมลึกถึงระดับโครงสร้างมากกว่าชั้น SMAS พร้อมทั้งเสริมความแข็งแรงของเส้นใยยึดระหว่างชั้นผิว (Connective Tissue)2) ฟื้นฟูคุณภาพผิว
นอกจากการยกพยุงโครงหน้า ยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 26% และเพิ่มเส้นใยอิลาสตินได้ถึง 2 เท่า ทำให้ผิวแน่น เรียบเนียน และลดริ้วรอยอย่างเป็นธรรมชาติ3) ปรับรูปหน้าให้ดูสดชัดขึ้น
เมื่อกล้ามเนื้อมีความแข็งแรงมากขึ้น โครงหน้าจะถูกยกและพยุงได้ดีขึ้น ส่งผลให้- ชั้นตาดูเปิดและยกขึ้นเฉลี่ยประมาณ 3.25 มิลลิเมตร
- ใบหน้าดูมีวอลลุ่มคล้ายการเติมเต็มบริเวณคางหรือแก้มส้ม
- กรอบหน้าและ Jawline ดูเรียวชัดขึ้น
4) ครอบคลุมทุกชั้นผิว
Emface ทำงานตั้งแต่- ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis)
- ชั้นหนังแท้ (Dermis)
- ชั้นไขมัน Subcutaneous
- ชั้น SMAS
- ชั้นกล้ามเนื้อ
Emface เหมาะกับใคร
1) ผู้ที่ต้องการยกกระชับหน้าและเหนียง
Emface จะช่วยยกกรอบหน้า ลดความหย่อนคล้อยจากอายุที่เพิ่มขึ้น รวมถึงช่วยให้ดวงตาดูเปิดกว้างและสดใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ2) ผู้ที่ต้องการชะลอวัยแบบองค์รวม
Emface ช่วยฟื้นฟูประสิทธิภาพการทำงานของกล้ามเนื้อใต้ผิวให้แข็งแรงขึ้น จึงช่วยพยุงใบหน้าจากภายใน ไม่ใช่แค่ตึงผิวด้านบน3) ผู้ที่ต้องการลดริ้วรอยและปรับคุณภาพผิว
Emface กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเส้นใยอิลาสติน ผิวจะดูแน่น เรียบ และอ่อนวัยขึ้น4) ผู้ที่กลัวเข็มหรือไม่ต้องการสารแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย
Emface เหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการฉีดสาร เช่น โบทูลินัมท็อกซิน หรือสารเติมเต็มอย่างไฮยาลูรอนิก แอซิด5) ผู้ที่ไม่ต้องการผ่าตัดหรือพักฟื้นนาน
เพราะหลังจากการทำ Emface ผู้เข้ารับบริการสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีหลังทำ6) ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ครอบคลุมในขั้นตอนเดียว
Emface จะช่วยดูแลทั้งกล้ามเนื้อและผิวในเครื่องเดียว ลดความจำเป็นในการทำหลายหัตถการพร้อมกันEmface ไม่เหมาะกับใคร
- ผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับกล้ามเนื้อ หรือภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง
- สตรีมีครรภ์หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตร
- ผู้ที่มีผิวอักเสบ บาดแผลเปิด หรือการติดเชื้อบริเวณที่จะทำ
- ผู้ที่ฝังเครื่องกระตุ้นหัวใจ เครื่องกระตุ้นเส้นประสาท หรือมีโลหะฝังบริเวณใบหน้า
- ผู้ที่อยู่ระหว่างการรักษามะเร็งหรือเนื้องอก
- ผู้ที่มีโรคหัวใจและหลอดเลือดรุนแรง
- ผู้ที่มีโรคลมชัก
ข้อดีของ Emface
- ยกกระชับจากโครงสร้างภายใน
- กระตุ้นคอลลาเจนและอิลาสติน
- ไม่ใช้เข็ม ไม่ต้องผ่าตัด
- เจ็บน้อย และแทบไม่มี Downtime
- ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ
- ครอบคลุมในเครื่องเดียว
ข้อควรระวังของ Emface
- ไม่เหมาะกับบางกลุ่มโรคประจำตัว เช่น ผู้ที่มีเครื่องกระตุ้นหัวใจ โรคลมชัก โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือสตรีมีครรภ์ ควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่งค่ะ
- ผลลัพธ์อาจจะยังไม่เห็นผลทันทีเหมือนศัลยกรรม เพราะ Emface จำเป็นต้องทำต่อเนื่องตามแผนการรักษา และรอให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนอย่างเต็มที่
- อาจรู้สึกเกร็งกล้ามเนื้อขณะทำ เป็นความรู้สึกปกติจากการกระตุ้นกล้ามเนื้อ ไม่ถือว่าเป็นอันตราย
- หากผิวหย่อนคล้อยรุนแรงอาจต้องทำร่วมกับวิธีอื่น ซึ่งในบางกรณี การทำหัตถการเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอค่ะ
เปรียบเทียบ Emface กับเครื่องยกกระชับอื่น
เลือกทำแบบไหนดี?
- ถ้าหาก อยากยกกระชับจากภายในทั้งกล้ามเนื้อและผิว – Emface
- ถ้าหาก อยากยกลึกถึงโครงสร้างใหญ่ – Ulthera
- ถ้าหาก เน้นสลายไขมัน + ยกไว – Morpheus8
- ถ้าหาก อยากฟื้นฟูผิวโดยรวม – Fotona 4D
- ถ้าหาก อยากเน้นสร้างคอลลาเจนใต้ผิว – Thermage
ทำ Emface กี่ครั้งจึงจะเห็นผล? และอยู่ได้นานแค่ไหน?
ทีมแพทย์รักษาผิวพรรณ
รัตตินันท์ คลินิก
พญ. รัตตินันท์ ตรีรัตน์
ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ
พญ. นฤมล วิเชียร
แพทย์หญิง
พญ. จุฑามาศ ตันคุณากร
แพทย์โรคผิวหนัง
นพ. ศศินทร์ ตรีรัตน์
นายแพทย์
ราคา Emface ที่ Rattinan คุ้มค่าอย่างไร?
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Emface (FAQ)
Q : Emface เจ็บไหม?
A : Emface เป็นหัตถการที่ ไม่เจ็บและไม่ต้องใช้เข็ม ระหว่างทำจะรู้สึกอุ่น ๆ บนผิว ร่วมกับความรู้สึกเหมือนกล้ามเนื้อถูกกระตุ้นให้หดเกร็งเป็นจังหวะ ๆ บางคนอาจรู้สึกตึงหรือกระตุกเล็กน้อยบริเวณหน้าผากหรือแก้ม แต่โดยรวมถือว่าทนได้สบาย ไม่ต้องทายาชา และไม่มีแผลหลังทำQ : Emface เหมาะกับคนอายุเท่าไหร่?
A : โดยทั่วไปเหมาะกับคนอายุประมาณ 25 ปีขึ้นไป- อายุ 25–35 ปี : เหมาะสำหรับการทำแบบ Preventive ชะลอความหย่อนคล้อยตั้งแต่เนิ่น ๆ
- อายุ 35–55 ปี : เป็นช่วงที่เห็นผลชัด เพราะเริ่มมีการสูญเสียกล้ามเนื้อและคอลลาเจน
- มากกว่า 55 ปี : ยังทำได้ แต่ผลลัพธ์จะขึ้นกับระดับความหย่อนคล้อย หากหย่อนคล้อยมาก อาจต้องพิจารณาร่วมกับหัตถการอื่น


นักเขียนบทความสุขภาพ รัตตินันท์ คลินิก ทำหน้าที่ ค้นคว้าและตรวจสอบงานวิจัยล่าสุด ทั้งเรื่องผิวหนัง สารออกฤทธิ์ เลเซอร์ และศัลยกรรมความงาม เพื่อนำความรู้ที่ซับซ้อนเหล่านั้นมา แปลให้เป็นภาษาที่เข้าใจง่าย ถูกต้อง และเชื่อถือได้ เป้าหมายหลักคือการทำให้ข้อมูลทุกชิ้นที่คลินิกสื่อสารออกไปนั้น มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ (Evidence-based) เพื่อให้คุณผู้อ่านสามารถ ตัดสินใจเลือกการดูแลผิวหรือหัตถการได้อย่างมั่นใจและเหมาะสม โดยไม่ถูกชี้นำเกินจริง และเข้าใจถึงกลไกที่แท้จริงเบื้องหลังผลลัพธ์นั้น ๆ