ยกกระชับหน้า oligio vs thermage เหมือนกันอย่างไร?
- Oligio กับ Thermage เป็นเทคโนโลยีที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุ (RF) เหมือนกัน ซึ่งจะมีการนำพลังงาน RF ส่งลงไปใต้ผิว เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและทำให้ผิวหดตัว ส่งผลให้ผิวตึงกระชับขึ้น
- Oligio กับ Thermage ไม่ต้องผ่าตัด (Non-Surgical) ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที
- Oligio กับ Thermage ช่วยแก้ปัญหาผิวคล้ายกัน คือ ช่วยเรื่องผิวหย่อนคล้อย, ริ้วรอย, กรอบหน้าไม่ชัด, เหนียงและรูขุมขนกว้าง
- Oligio กับ Thermage กระตุ้นคอลลาเจนระยะยาว ทั้งสองเครื่องไม่ได้ให้ผลลัพธ์แค่ทันที แต่ยังช่วยให้ผิวดีขึ้นต่อเนื่องในระยะ 2–3 เดือนหลังทำ
- Oligio กับ Thermage ทำได้ทั้งใบหน้าและลำคอ รวมถึงบางจุดของร่างกาย เช่น หน้าท้อง ต้นแขน หรือเข่า
ยกกระชับหน้า oligio vs thermage ต่างกันอย่างไร?
-
เทคโนโลยีและการส่งพลังงาน
- Thermage : ใช้ Monopolar RF แบบดั้งเดิม ส่งพลังงานลึกและครอบคลุม
- Oligio : เป็น RF รุ่นใหม่ที่พัฒนาให้กระจายพลังงานสม่ำเสมอ
-
ความรู้สึกขณะทำ
- Thermage : อาจรู้สึกร้อนลึกและจี๊ดในบางจุด
- Oligio: เจ็บน้อย
-
ระยะเวลาในการทำ
- Thermage : ใช้เวลาในการทำประมาณ 60–90 นาที
- Oligio : ใช้เวลาในการทำประมาณ 30–60 นาที
-
จำนวน Shot และความครอบคลุม
- Thermage : เน้นพลังงานลึกต่อ Shot
- Oligio : กระจาย Shot ได้ละเอียด
-
ผลลัพธ์
- Thermage : ยกกระชับได้ลึก เหมาะกับเคสหย่อนคล้อยชัด
- Oligio : ให้ผลลัพธ์นุ่มนวล ดูเป็นธรรมชาติ เหมาะกับการเริ่มต้นดูแลผิว
หลักการทำงานของ oligio
Oligio ใช้เทคโนโลยี Monopolar RF รุ่นใหม่ ที่ออกแบบให้พลังงานถูกส่งลงสู่ผิวอย่างสม่ำเสมอ พร้อมระบบ Cooling ช่วยลดความร้อนบนผิวชั้นบน เมื่อพลังงานลงไปถึงชั้นผิว จะทำให้เกิดความร้อนในระดับที่เหมาะสม ส่งผลให้- เส้นใยคอลลาเจนหดตัวทันที
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่
- ผิวแน่นขึ้น เรียบขึ้น
หลักการทำงานของ thermage
Thermage เป็นเทคโนโลยี RF ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล หลักการทำงาน คือ การปล่อยพลังงานความร้อนลงลึกถึงชั้นผิว เพื่อกระตุ้นให้โครงสร้างคอลลาเจนเกิดการหดตัวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างเข้มข้น ส่งผลให้ผิวยกกระชับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ผู้ที่เหมาะกับ Thermage มักมีอายุ 35 ปีขึ้นไป และมีสัญญาณของความหย่อนคล้อยที่เห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นการยกกระชับเหนียง หรือ กรอบหน้าที่ไม่คมชัดเหมือนเดิม Thermage ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์การยกกระชับที่ชัดเจนข้อดีและข้อเสียของ oligio และ thermage
-
ข้อดี-ข้อเสียของ oligio
- เจ็บน้อยกว่า
- ใช้เวลาทำไม่นาน
- เหมาะกับมือใหม่
- ผิวฟื้นตัวไว
- ให้ผลลัพธ์ดูธรรมชาติ
- ไม่เหมาะกับผู้ที่มีผิวหน้าหย่อนคล้อยมาก
-
ข้อดี-ข้อเสียของ thermage
- ยกกระชับได้ลึกและชัดเจน
- เหมาะกับผิวที่มีปัญหามาก
- ทำครั้งเดียวเห็นผลระยะยาว
- ราคาสูงกว่า
วีธีเลือกเครื่องยกกระชับหน้าที่เหมาะกับคุณ
การเลือก Oligio หรือ Thermage ควรพิจารณาจากปัจจัยเหล่านี้-
ระดับความหย่อนคล้อย
- หากใบหน้าหย่อนคล้อยเล็กน้อย แนะนำให้เลือก Oligio
- หากใบหน้าหย่อนคล้อย ปานกลาง – มาก แนะนำให้เลือก Thermage
-
ความทนต่อความเจ็บ
- หากผู้เข้ารับบริการกลัวเจ็บ การเลือก Oligio จะตอบโจทย์มากกว่า Thermage
-
งบประมาณ
- หากมีงบประมาณจำกัด การเลือก Oligio จะสามารถช่วยประหยัดงบมากกว่า Thermage
-
ผลลัพธ์หลังทำ
- Oligio ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและค่อย ๆ เห็นผล
- Thermage ให้ผลลัพธ์ที่ยกกระชับอย่างชัดเจน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ oligio vs thermage
Oligio กับ Thermage แบบไหนเจ็บกว่ากัน?
โดยทั่วไป Thermage มักเจ็บมากกว่า เนื่องจากพลังงานลงลึกและเข้มข้นกว่า ในขณะที่ Oligio ถูกออกแบบมาให้เจ็บน้อยลงและสบายขึ้น
Oligio กับ Thermage เหมาะกับอายุเท่าไร?
Oligio เหมาะกับผู้ที่อายุ 25-40 ปี ส่วน Thermage เหมาะกับผู้ที่อายุ 35 ปีขึ้นไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคลมากกว่าอายุ
Oligio กับ Thermage ต้องพักฟื้นไหม?
ทั้งสองหัตถการ ไม่ต้องพักฟื้น แต่อาจมีอาการแดงเล็กน้อย ซึ่งจะหายภายในไม่กี่ชั่วโมง
เตรียมตัวก่อนทำ Oligio กับ Thermage
- งดใช้สกินแคร์ที่ระคายเคือง
- หลีกเลี่ยงแดดจัด
- แจ้งแพทย์หากมีโรคประจำตัว
วิธีดูแลตัวเองหลังทำ Oligio กับ Thermage
- ทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ
- ดื่มน้ำมาก ๆ
- หลีกเลี่ยงความร้อน เช่น ซาวน่า
- บำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์


ในฐานะนักเขียนสายสุขภาพ ฉันมุ่งพัฒนาเนื้อหาที่ถูกต้อง อิงหลักการแพทย์ และเข้าใจง่ายสำหรับผู้อ่านทุกกลุ่ม โดย อ้างอิงข้อมูลจากงานวิจัยทางการแพทย์ที่เชื่อถือได้มาตรฐานสากล และแหล่งข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ เพื่อให้บทความที่เผยแพร่มีความถูกต้อง เป็นกลาง และเป็นข้อมูลที่ผู้อ่านไว้วางใจได้อย่างแท้จริง