“เซลล์บำบัด” จากไขมันตัวเอง! ช่วยชะลอวัย เสริมสุขภาพดีในระยะยาว

"เซลล์บำบัด" จากไขมันตัวเอง! ช่วยชะลอวัย เสริมสุขภาพดีในระยะยาว

 ป้องกันความเสื่อมของร่างกายและฟื้นฟูสุขภาพ ด้วยไขมันของตัวคุณเอง เซลล์ที่ได้จากไขมัน มีประโยชน์ต่อร่างกายคนเราเป็นอย่างมาก ทั้งช่วยทดแทน ฟื้นฟู และลดการอักเสบ ส่วนต่างๆ ได้อย่างน่าอัศจรรย์ โดยในทางการแพทย์ เซลล์จากไขมันถูกนำมาใช้รักษาโรคบางชนิด เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาว ปลูกถ่ายไขกระดูก รักษาโรคเบาหวาน เป็นต้น รวมถึงนำมาใช้ในด้านความสวยความงาม ลดริ้วรอย ลดเม็ดสีผิว กระตุ้นคอลลาเจนให้หน้าดูอ่อนกว่าวัย ซึ่งในอดีตไม่เป็นที่นิยมมากนักเนื่องจากมีข้อจำกัดบางอย่าง แต่ในปัจจุบันด้วยการมีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าและผลงานวิจัยอีกมากมายทำให้เราสามารถ เก็บเซลล์จากไขมันของตัวเราเอง และนำมา ป้องกันความเสื่อมของร่างกายและฟื้นฟูสุขภาพ ได้แล้ว เราจะพาไปทำความรู้จักสิ่งนี้กันให้มากยิ่งขึ้น

เซลล์บำบัด คืออะไร ?

เซลล์บำบัด หรือ Mesenchymal stem cells นั้น คือ เซลล์ต้นกำเนิดที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด มีศักยภาพในการพัฒนาตัวเองไปเป็นเซลล์อื่น ๆ ภายในร่างกายได้  ช่วยทดแทนหรือฟื้นฟูเซลล์เก่าที่เสียหาย ลดการอักเสบส่วนต่างๆ ภายในร่างกายที่เสียหายไปให้กลับมาทำงานได้อีกครั้ง และในปัจจุบันเซลล์บำบัดได้นำมาใช้ด้านการชะลอวัย ความสวยความงามบนใบหน้า รวมถึงนำไปรักษาโรคบางกลุ่ม บางชนิด หรือภาวะต่าง ๆ ที่เกิดจากความเสื่อมได้อีกด้วย

ความพิเศษของเซลล์บำบัด คือไม่มีหน้าที่เฉพาะเจาะจง สามารถแบ่งตัวได้เซลล์ที่เหมือนเดิมตลอดเวลา และมีการพัฒนาไปเป็นเซลล์ชนิดต่าง ๆ มากมาย ดังนั้นเซลล์บำบัดจึงเหมาะสำหรับการช่วยเพิ่มอายุยืนยาว ต่อต้านความชรา และต่อสู้กับโรคต่าง ๆ

การเก็บ เซลล์บำบัด เป็นการลงทุนทางด้านสุขภาพที่ดีในระยะยาว

ประโยชน์ของ เซลล์บำบัด ในทางการแพทย์

เซลล์บำบัด ทำงานอย่างไร : ซึ่งโดยปกติแล้ว แล้วเซลล์บำบัดจะวิ่งไปยังส่วนที่ร่างกายต้องการ เมื่อร่างกายเกิดการบาดเจ็บ มีแผล หรือมีเซลล์อักเสบ ร่างกายจะเริ่มหลั่งสารบางชนิดออกมาเพื่อดึงดูดให้สเต็มเซลล์ให้วิ่งเข้าไปหา เพื่อทำการสร้างหรือซ่อมแซมตรงบริเวณนั้นทันที ทางการแพทย์เรียกสิ่งนี้ว่าการ Homing

  1. เซลล์บำบัด สามารถทดแทนเซลล์เก่าที่เสียหายได้ : สเต็มเซลล์สามารถเปลี่ยนตัวเองเป็นเซลล์เนื้อเยื่อต่าง ๆ ของอวัยวะในร่างกายเราเองได้ เช่น เซลล์ผิวหนัง เซลล์ตับอ่อน (Pancreatic islet cells), เซลล์กระดูก (Bone Cells), เซลล์กล้ามเนื้อ (Muscle cells), เซลล์ประสาท (Neurons), เซลล์เม็ดเลือดแดง (Red Blood Cells), เม็ดเลือดขาว (White Blood Cells), เซลล์อื่น ๆ (Other Types of cells) เป็นต้น
  2. เซลล์บำบัด ลดการอักเสบของร่างกาย : โดยจะมีหลั่งสาร Interleukin, Cytokine เพื่อยับยั้งการอักเสบได้ทั่วร่างกาย ช่วยรักษาและชะลอความเสื่อมจากโรคที่รุนแรงจากการอักเสบได้ เช่น โรคกลุ่ม Autoimmune
  3. ใช้ เซลล์บำบัด เพื่อชะลอวัย (Anti-Aging) : Growth Factors สามารถผลิดได้จากเซลล์บำบัด ทำให้เซลล์ต่างๆ ของร่างกายได้รับการฟื้นฟูผ่านการสร้างหลอดเลือดเชื่อมต่อเซลล์
ประโยชน์ของสเต็มเซลล์ (stem cells)

การเก็บ เซลล์บำบัด จากเนื้อเยื่อไขมัน (Adipose Tissue)

เซลล์บำบัด มีอยู่ในทุกส่วนของร่างกาย เช่น ผิวหนัง ปอด หัวใจ น้ำจากไขสันหลัง เซลล์รากผม เซลล์ผิวหนัง ใต้หนังแท้ รวมถึงไขมัน ฯลฯ และเราสามารถดึง เซลล์บำบัด จากทุกส่วนมาใช้ประโยชน์ในด้านการรักษาโรคบางชนิด หรือด้านการชะลอวัย (Anti-Aging) ได้ โดยไม่เป็นอันตราย ไม่ก่อให้เกิดการแพ้ เนื่องจากเป็นเซลล์ตัวเราเอง

ในอดีตนั้นการเก็บเซลล์บำบัด จะนิยมเก็บตั้งแต่แรกเกิด โดยเก็บจากสายรก เนื้อเยื้อสายสะดือเด็กแรกเกิด ซึ่งสามารถจัดเก็บได้เพียงครั้งเดียวในวันคลอดเท่านั้น หรือในการรักษาโรคบางชนิดที่ต้องเก็บเซลล์บำบัดเม็ดเลือดจากไขกระดูกสันหลัง ทำให้เกิดความเจ็บปวดมากๆ จึงไม่ค่อยได้รับความนิยมมากเท่าที่ควรแต่ในปัจจุบันได้มีงานวิจัยทางการแพทย์รวมถึงมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้เราสามารถ เก็บเซลล์ำบัดจากไขมันของตัวเราเอง” (Adipose Tissue) ได้แล้ว สามารถเก็บได้ทุกช่วงวัยและไม่จำกัดอายุ และเพื่อประสิทธิภาพที่ดีของเซลล์บำบัดที่จะนำมาใช้ ยิ่งเก็บเร็ว เก็บในช่วงที่ร่างกายแข็งแรงมากเท่าไหร่ ก็จะทำให้เซลล์มีประสิทธิ์ภาพสูงมากขึ้นเท่านั้น

เซลล์ไขมัน ที่ดูเหมือนไร้ประโยชน์ ในวันนี้ได้กลายมาเป็นอนาคตของการรักษาด้วยเซลล์บำบัด

stem cells คืออะไร มาจากแหล่งไหนบ้าง

ขั้นตอนการเก็บ เซลล์บำบัด จากเนื้อเยื่อไขมัน

การเก็บเซลล์บำบัดจากเนื้อเยื่อไขมัน ที่รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ มีขั้นตอน ดังต่อไปนี้

  1. แจ้งความต้องการกับเจ้าหน้าที่ และนัดหมายวันเก็บเซลล์ไขมันล่วงหน้า

ผู้ที่ประสงค์จะเก็บเซลล์บำบัดควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพื่อให้ทราบถึงประโยชน์ของการจัดเก็บ ไว้ใช้ในอนาคต หลังจากตัดสินใจแล้วจะมีการนัดหมายกับทีมแพทย์ดูดไขมันและห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงเซลล์บำบัด

  1. ดูดไขมันเพื่อจัดเก็บเซลล์ไขมัน และนำไปเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการภายในวันเดียวกัน

ในวันที่ดูดไขมัน แพทย์จะใช้ อุปกรณ์สั่น PAL ของเครื่องดูดไขมัน MicroAire ในการจัดเก็บเซลล์ไขมัน ใช้ปริมาณเพียง 30-50 cc หรือคนที่ต้องการ “ดูดไขมัน” เพื่อกำจัดไขมันส่วนเกินเฉพาะจุดออกอยู่แล้ว ก็สามารถทำการจัดเก็บเซลล์ไขมันเพื่อนำไปเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์ได้เลยเช่นกัน

“สะดวกและปลอดภัยในการจัดเก็บเซลล์ไขมัน
ไม่ยุ่งยาก ใช้เวลาเพียง 30 นาทีเท่านั้น!”

หลังจากจัดเก็บเซลล์ไขมันเสร็จ เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการจะเข้ามารับเซลล์ไปคัดแยกและทำการตรวจวิเคราะห์โรคติดต่อในเซลล์ไขมัน โดยภายในสัปดาห์แรกห้องปฏิบัติการจะส่งรายงานการวิเคราะห์โรคให้เจ้าของรับทราบผ่าน รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ หากไม่มีโรคต้องห้าม หรือเซลล์ไม่มีความผิดปกติ เช่น เปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์มะเร็ง ก็จะเริ่มเข้าสู่ขั้นตอนการเพาะเลี้ยงต่อไป ภายใต้กระบวนการที่ได้มาตรฐานระดับสูงในทุกขั้นตอน

3. การเบิก เซลล์บำบัด ออกมาใช้

เมื่ออยากใช้เซลล์บำบัดในการเสริมความงาม หรือรักษาโรค สามารถแจ้งนัดหมายที่ รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ เพื่อจัดเตรียมเซลล์ให้มีจำนวนที่พอดีต่อการใช้งาน การรักษาด้วยเซลล์บำบัด (เมื่อแจ้งความประสงค์ที่ต้องการใช้แล้ว ไม่สามารถยกเลิกได้ เนื่องจากหากนำเซลล์ออกจากการแช่แข็งแล้ว จะมีอายุการใช้งานที่จำกัด)

วิธีใช้เซลล์บำบัดในการชะลอวัย (Anti-Aging) : ฉีดตรงจุดในบริเวณที่ต้องการซ่อมแซมหรือฟื้นฟู แต่หากในบางอวัยวะที่ไม่สามารถทำได้ ต้องทำการให้ผ่านทางเส้นเลือด เพื่อให้สเต็มเซลล์วิ่งเข้าไปถึงยังบริเวณที่เกิดความเสื่อม หรือมีปัญหาที่ต้องการฟื้นฟู

ธนาคารจัดเก็บเซลล์บำบัด

หลังจากทำการดูดไขมันเพื่อจัดเก็บเซลล์ไขมันแล้ว ในขั้นตอนของการเพาะเลี้ยงและฝากเก็บสเต็มเซลล์นั้น จะต้องเลือก ธนาคารจัดเก็บเซลล์บำบัด ที่มีความน่าเชื่อถือ ได้มาตรฐานสูงสุด พร้อมด้วยการทำงานอย่างมืออาชีพ

  • มีทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านเซลล์บำบัด
  • ใช้เทคโนโลยี AXP AutoXpress Platform หรือ เครื่องคัดแยกอัตโนมัติที่เดียวในประเทศไทย ที่สามารถคัดแยกเซลล์ได้มีอย่างมีคุณภาพสูงสุดถึง 98.7% ลดโอกาสปนเปื้อน ลดการติดเชื้อ และความผิดพลาดจากการคัดแยกเซลล์ด้วยมนุษย์ โดยปฏิบัติงานภายในห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐานเรื่องความสะอาดระดับสูง
  • ห้องปฏิบัติการปราศจากเชื้อที่ได้มาตรฐาน Clean Room Class 100 หรือ ISO Class 7 ขึ้นไป มีความสะอาดสูงสำหรับการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ปราศจากเชื้อ ควบคุมอุณหภูมิและมีระบบจัดการอากาศที่เหมาะสม รวมถึง Good manufacturing practice (GMP) มาตรฐานขั้นตอนการผลิตในห้องปฏิบัติการ
การจัดเก็บ เพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์ ทำอย่างไร

“เซลล์ที่ได้จากไขมัน คัดแยกปริมาณที่มากพอจากไขมันเพียง 30 ซีซี จัดเก็บในห้องปฏิบัติการชั้นสูง สะอาด ปลอดเชื้อ มาตรฐานสากล”

  • การเก็บเซลล์จากเนื้อเยื่อไขมันถูกรักษาไว้ในสภาพเยือกแข็ง อุณหภูมิติดลบ -196 องศา เพื่อรักษาสภาพของเซลล์ให้พร้อมสำหรับการนำมาใช้ประโยชน์ได้ในอนาคต
  • มีเครื่องควอนตั้มที่สามารถเพาะเลี้ยงเซลล์ได้ปริมาณมาก โดยใช้ระบบ Robot automatic เข้ามาช่วยเพาะเลี้ยงเซลล์ ซึ่ง 1 รอบการเลี้ยง สามารถเพราะเลี้ยงเซลล์ได้มาดสุดถึงประมาณ 1000 ล้านเซลล์ โดยจะมีการหมุนเวียนอากาศ ให้น้ำยาเลี้ยงเซลล์อัตโนมัติ ควบคุมอุณหภูมิให้คงที่ได้สม่ำเสมอ ข้อดีคือโอกาสติดเชื้อต่ำมาก ได้เซลล์ที่มีคุณภาพสูงมาก (ไม่ต้องเอาออกมาเปลี่ยนถ่ายหรือให้น้ำยาเลี้ยงข้างนอก ซึ่งมีความเสี่ยงการติดเชื้อ เซลล์ช็อคหรือเซลล์ตายได้)
  • ในการเก็บเซลล์จากเนื้อเยื่อไขมัน สามารถจัดเก็บในธนาคารเซลล์ได้ถึง 60 ปี และก่อนนำออกมาใช้จะมีการตรวจสอบคุณภาพและประสิทธิภาพของสเต็มเซลล์ก่อนทุกครั้ง

รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ ได้ร่วมมือกับพันธมิตรซึ่งเป็น ธนาคารจัดเก็บเซลล์บำบัด อันดับหนึ่งของ Southeast Asia ที่ได้รับรองมาตรฐาน American Association of Blood Banks (AABB) ซึ่งเป็นหนึ่งในหน่วยงานที่ให้การรับรองมาตรฐานแนวทางการดำเนินงานของธนาคารสเต็มเซลล์ที่เข้มงวดที่สุดในโลก การันตีให้คุณมั่นใจในว่ามีฝากเก็บเซลล์อย่างปลอดภัย เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อไขมันให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพสูงที่สุดเมื่อนำไปใช้

“เพาะเลี้ยงเซลล์ที่ดีที่สุด เพื่อส่งต่อเซลล์ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุด
ในการนำไปใช้รักษาโรคหรือชะลอวัย”

การคัดแยกสเต็มเซลล์ stem cells

เซลล์บำบัด รักษาโรคอะไรได้บ้าง ?

ในอดีตโรคบางชนิดที่เกิดขึ้นกับร่างกายไม่สามารถรักษาได้ แต่ด้วยเทคโนโลยีและงานวิจัยทางการแพทย์เกี่ยวกับการใช้เซลล์บำบัดในปัจจุบัน ทำให้สามารถรักษาโรคเหล่านั้นได้แล้ว เช่น

  • Regenerative ใช้เซลล์จากร่างกายตัวเราเอง ในการรักษาเกี่ยวกับโรคทางความเสื่อม โดยการซ่อมแซมฟื้นฟูเซลล์ที่เสื่อมสภาพ สร้างเนื้อเยื่อ หรืออวัยวะใหม่ขึ้นมาทดแทน ทั้งบริเวณผิวหน้าและภายในร่างกาย เพื่อชะลอวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น โรคไขข้ออักเสบ, โรคจอประสาทตาเสื่อม (Macular Degeneration) , โรคเส้นประสาทไขสันหลังขาด (Spinal cord injury), ข้อเข่าเสื่อม (Osteoartritis), โรคข้อเสื่อมต่าง ๆ  ซึ่งจากงานวิจัยพบว่าสเต็มเซลล์สามารถซ่อมแซมและเสริมสร้างการสึกกร่อนของกระดูกอ่อนในข้อเข่าได้จริง
  • Autoimmune (ออโตอิมมูน) หรือ โรคภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ เช่น แพ้ภูมิตัวเอง, โรคพุ่มพวง (SLE), โรคหอบหืด, โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ สเต็มเซลล์ช่วยทำให้อาการดีขึ้น
  • เวชศาสตร์ชะละวัย (Anti-Aging) เมื่อนำมาฉีดใบหน้า จะช่วยในการลดริ้วรอย ลบรอยแผลเป็น ลดกระฝ้า ลดเม็ดสี สร้างคอลลาเจน สร้างเซลล์ใหม่ๆขึ้นมา ชะละวัย ฟื้นฟูผิวหน้าและร่างกาย
stem cells - เสต็มเซลล์ ฉีดหน้า ชะลอวัย ลดริ้วรอย

นอกจากนี้ ประโยชน์ของเซลล์บำบัด ยังมีงานวิจัยค้นพบว่าสามารถช่วยลดความรุนแรงของโรคหรือบางกลุ่มโรค ทำให้อาการทุเลาลงได้ เช่น

  • โรคเบาหวาน ชนิดที่ 1 (Diabetes Mellitus)

เป็นโรคที่พบบ่อย ซึ่งมีสาเหตุจากปัจจัยภายนอก เช่น พฤติกรรมการรับประทานอาหาร หรือบางคนมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานที่เกิดจากพันธุกรรม อย่างที่รู้กันดีว่าโรคเบาหวานทำให้เกิดภาวะแทนกซ้อนต่าง ๆ มากมาย เช่น แผลเป็นเบาหวาน ซึ่งการรักษาด้วยเซลล์บำบัด สามารถรักษาแผลเบาหวานให้ดีขึ้นได้ และยังสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองไปเป็นเซลล์ที่ผลิตอินซูลินได้อีกด้วย ทำให้ลดการใช้ยา รวมถึงอาการแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่เกิดจากเบาหวานลงได้ เช่น อาการชาปลายมือปลายเท้า ปัสสาวะบ่อย เหนื่อยง่าย เป็นต้น

  • โรคที่เกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด

เช่น โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด กล้ามเนื้อหัวใจตาย เส้นเลือดอุดตันหัวใจ รวมถึงโรคหลอดเลือดอื่น ๆ หรือโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ การใช้เซลล์บำบัดเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีในการสร้างเส้นเลือดใหม่ และสร้างเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ

  • โรคทางระบบประสาท

เช่น โรคหลอดเลือดสมองแตกหรือตีบ อัมพฤกษ์ อัมพาต จอประสามตาเสื่อม พาร์คินสัน อัลไซเมอร์ ไขสันหลังบาดเจ็บ ไขสันหลังอักเสบ ฯลฯ ซึ่งในประเทศไทยนั้นมีแนวโน้มพบกลุ่มโรคเหล่านี้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุเฉลี่ยของประชากร

การรักษาในปัจจุบันอาจลดการอาการได้บ้าง แต่ไม่สามารถแก้ไขเซลล์สมองที่ตายไปแล้วได้ แต่การรักษาด้วยเซลล์บำบัดพบว่า สามารถสร้างตัวเองเป็นเซลล์ประสาทได้ และป้องกันการสูญเสียของเซลล์ประสาทได้อีกด้วย

  • โรคที่เกี่ยวกับประสาทในเด็ก เช่น โรคออทิสติก (Autistic), เร็ทท์ ซินโดรม (Rett syndrome มีรายกงานวิจัยพบว่า สามารถช่วยรักษาอาการให้ดีขึ้นได้
  • โรคไตวาย มีผู้ป่วยหลายรายที่ใช้สเต็มเซลล์ในการรักษาอาการไตวาย และพบว่าสเต็มเซลล์ช่วยทำให้การทำงานของไตดีขึ้น ค่าไตดีขึ้น และค่า Creatinine ลดลง
  • ล่าสุด! จากงานวิจัยรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ด้วยเซลล์บำบัด พบว่าสามารถช่วยลดการอักเสบของปอด หลังการติดเชื้อโควิด-19 (Covid-19) ได้

และยังมีอีกหลายโรคทีมีการศึกษา วิจัยกันอย่างต่อเนื่อง สิ่งเหล่านี้จึงทำให้กากจัดเก็บเซลล์บำบัดจากไขมันตัวเราเองจึงเป็นประโยชน์ ที่เราสามรถนำมาใช้รักษาโรคบางชนิดเมื่อถึงคราวจำเป็นได้ เหมือนเป็นหลักประกันทางสุขภาพที่ดีในระยะยาว หรือในอนาคต

สเต็มเซลล์ มีประโยชน์อย่างไร

คำถามเกี่ยวกับ เซลล์บำบัด

เซลล์บำบัด คืออะไร ?
คือการรักษาโดยการนำเซลล์มาคัดแยก เพาะเลี้ยงเพิ่มจำนวนให้มีแข็งแรงและมีประสิทธิภาพสูงที่สุดเพื่อนำกลับมาใช้ฉีดเข้าร่างกาย ใช้ในการรักษาโรค ลดการบาดเจ็บ ฟื้นฟูร่างกาย รวมถึงช่วยในเรื่องการชะลอวัย ความสวยความงาม ลดริ้วรอย เป็นต้น
เซลล์บำบัด สามารถนำมาฉีดหน้าได้ไหม?

การรักษาด้วยเซลล์บำบัด สามารถนำมาใช้ในด้านความสวยความงามได้ เช่น ลดริ้วรอย ชะลอวัย ทำให้ผิวแข็งแรง  เนื่องจากมีการผลิต Growth Factors ทำให้เซลล์ต่างๆ ของร่างกายได้รับการฟื้นฟูผ่านการสร้างหลอดเลือดเชื่อมต่อเซลล์นั่นเอง

เซลล์บำบัด นำมาใช้กับการปลูกผมได้หรือไม่?

เซลล์บำบัด สามารถนำมาใช้รักษาอาการผมร่วงจากกรรมพันธุ์, ผมร่วงจากฮอร์โมน ผมบาง หรืออยากเพิ่มความแข็งแรงของรากผมได้ ใช้วิธีการเก็บเนื้อเยื่อบริเวณหนังศีรษะขนาด 2.5 มม. จำนวน 3-5 ชิ้น และนำเข้าสู่กระบวนการคัดแยกและเพาะเลี้ยงเซลล์จนได้จำนวนที่ต้องการ

หลังจากนั้นก็นำมาฉีดลงบริเวณหนังศีรษะที่มีปัญหา เซลล์ที่เพราะเลี้ยงอย่างมีประสิทธิภาพจะเข้าไปซ่อมแซม ฟื้นฟูเซลล์รากผมที่เสียหายให้กลับมาแข็งแรง และไม่ทำให้เกิดการแพ้ หรือผลข้างเคียงใดๆ เนื่องจากเซลล์ที่นำมาใช้เป็นของตัวลูกค้าเอง

การรักษาด้วย เซลล์บำบัด มีผลข้างเคียงหรือไม่?

เซลล์บำบัด ไม่ว่าจะใช้เพื่อรักษาโรคบางกลุ่ม บางชนิด หรือใช้เกี่ยวกับความสวยความงาม ก็สามารถทำได้โดยที่ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ใดๆ และไม่อันตราย เนื่องจากเซลล์ที่สกัดมานั้นเป็นของตัวลูกค้าเอง ไม่สามารถนำสเต็มเซลล์คนอื่นมาใช้ได้

บรรยากาศ รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์

สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐานสากล พร้อมด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ประสบการณ์กว่า 23 ปี