ปัจจุบัน เทรนด์ความงามไม่ได้หยุดอยู่แค่การแก้ไขจุดบกพร่อง แต่คือยุคของ Skin Quality หรือการมีคุณภาพผิวที่ดีจากภายในสู่ภายนอก กระแส Glass Skin ผิวฉ่ำวาวราวกับกระจก และเทรนด์ Pre-juvenation หรือการดูแลผิวเพื่อชะลอวัยก่อนเกิดปัญหาจริง จึงกลายเป็นสิ่งที่คนไข้ให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งการทาครีมเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป
ท่ามกลางตัวเลือกมากมาย “Belotero” (เบโลเทโร) โปรแกรมฟิลเลอร์เกรดคุณภาพจากสวิตเซอร์แลนด์ หรือที่หลายคนคุ้นตาในชื่อ “Colorful Filler” (ฟิลเลอร์กล่องหลากสี) ได้กลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมที่ครองใจแพทย์และผู้ใช้ทั่วโลก ด้วยจุดเด่นเรื่องเทคโนโลยีการผลิตที่ทำให้เนื้อฟิลเลอร์มีความ “เนียน กลืน ดูเป็นธรรมชาติ” ไม่เป็นก้อน และแทบดูไม่ออกว่าฉีดมา
บทความนี้ รัตตินันท์ คลินิก จะพาคุณไปเจาะลึกจักรวาลของ Belotero ให้ครบทุกสี ว่าแต่ละรุ่น (Soft, Balance, Intense, Volume) เหมาะกับปัญหาหน้าแบบไหน และไฮไลท์สำคัญที่เราจะเจาะลึกเป็นพิเศษ คือ “Belotero Revive” ฟิลเลอร์งานผิวที่เป็น Secret Weapon ของผิวโกลว์ใสในปัจจุบันนี้
ทำความรู้จัก Belotero โปรแกรมฟิลเลอร์ Colorful จากสวิตเซอร์แลนด์
Belotero (เบโลเทโร) คือสารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid (HA) คุณภาพเยี่ยม นำเข้าจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ผลิตโดยบริษัท Merz Aesthetics จุดเด่นที่ทำให้ Belotero แตกต่างจากฟิลเลอร์ยี่ห้ออื่นอย่างชัดเจนคือภาพลักษณ์แบบ “Colorful Filler” ที่มีการแยกสีกล่องตามคุณสมบัติของเนื้อเจลอย่างชัดเจน เพื่อแก้ปัญหาผิวที่แตกต่างกันได้อย่างแม่นยำ
แต่สิ่งที่ทำให้แพทย์ทั่วโลกยอมรับไม่ใช่แค่สีสันที่สวยงาม แต่คือเทคโนโลยีการผลิตที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะ ที่เรียกว่า CPM Technology นั่นเอง
CPM Technology นวัตกรรมเพื่อความเนียนของผิว
หัวใจสำคัญของ Belotero คือเทคโนโลยี CPM (Cohesive Polydensified Matrix) ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ทำให้เนื้อฟิลเลอร์มีความพิเศษกว่าแบบเดิม ๆ ดังนี้
- ความยืดหยุ่นสูง (Elasticity) คืนตัวได้ดี ทนต่อแรงขยับบนใบหน้า ยิ้มแล้วไม่แข็ง ไม่เป็นก้อน
- การเกาะตัวกันดีเยี่ยม (Cohesivity) เนื้อเจลมีความคงตัว ไม่ไหลย้อยไปผิดตำแหน่ง
- ความสามารถในการปั้นทรง (Plasticity) แพทย์สามารถปั้นแต่งทรงได้สวยงามดั่งใจ
ผลลัพธ์ที่ได้ ด้วยโครงสร้างแบบนี้ทำให้ Belotero สามารถ “แทรกซึมและกลืนไปกับผิว (Seamless Integration)” ได้อย่างแนบเนียนที่สุด แทบดูไม่ออกว่าฉีดมา ลดความเสี่ยงในการเกิดก้อน (Lumps) หรือปัญหายิ้มแล้วเป็นลำ แม้ในจุดที่ผิวบางมาก ๆ ก็ตาม
มาตรฐานความปลอดภัยที่ตรวจสอบได้
ความปลอดภัยคือสิ่งที่สำคัญที่สุด Belotero ผ่านการรับรองมาตรฐานจากหลายแห่ง ได้แก่
- US FDA ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา สหรัฐอเมริกา
- CE Mark มาตรฐานความปลอดภัยของยุโรป
- Thai FDA ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย. ไทย)
นอกจากนี้ Belotero ยังเป็น Non-Animal Hyaluronic Acid คือไม่ได้สกัดมาจากสัตว์ จึงช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอาการแพ้ (Allergy) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มั่นใจได้ในความปลอดภัยระยะยาว
เจาะลึก Belotero 5 รุ่นยอดฮิต รุ่นไหนเหมาะกับปัญหาอะไร?
เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงามและดูเป็นธรรมชาติที่สุด แพทย์จำเป็นต้องเลือก “รุ่น” ของฟิลเลอร์ให้เหมาะสมกับ ปัญหาผิว และ ชั้นผิว ที่ต้องการแก้ไข Belotero จึงออกแบบมาให้มีคุณสมบัติความแข็งและความยืดหยุ่นที่ต่างกันถึง 5 รุ่น (สังเกตได้ง่าย ๆ จากสีแถบบนกล่อง) ดังนี้
1. Belotero Soft (กล่องสีเหลือง)
- จุดเด่น: เป็นรุ่นที่เนื้อนิ่มที่สุด เบาบาง และเนียนละเอียดมาก
- เหมาะสำหรับ: เก็บรายละเอียดริ้วรอยตื้น ๆ (Fine lines) ในจุดที่ผิวบอบบาง เช่น ริ้วรอยรอบดวงตา (ตีนกา) ริ้วรอยหน้าผาก หรือใช้ฉีดเทคนิคเก็บหลุมสิวตื้น ๆ
- ผลลัพธ์: เรียบเนียน ไม่เป็นก้อนปูดนูน
2. Belotero Balance (กล่องสีส้ม)
- จุดเด่น: เนื้อมีความนิ่มปานกลาง ยืดหยุ่นดี ให้ความเป็นธรรมชาติสูง (Natural Look)
- เหมาะสำหรับ: เติมเต็มร่องลึกระดับปานกลาง เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก หรือเติมริมฝีปากให้ดูอวบอิ่มแบบไม่แข็งจนเกินไป
- ผลลัพธ์: เติมเต็มร่องให้ตื้นขึ้นโดยที่ขยับยิ้มแล้วยังดูเป็นธรรมชาติ
3. Belotero Intense (กล่องสีชมพู)
- จุดเด่น: เนื้อมีความแข็งและคงตัวสูงกว่ารุ่น Balance มีแรงยกกระชับที่ดี
- เหมาะสำหรับ: แก้ปัญหาร่องลึกมากที่ต้องการแรงพยุง เช่น ร่องแก้มลึก เติมคาง หรือเติมแก้มตอบให้ดูเต็มขึ้น
- ผลลัพธ์: คงรูปได้ดี ทนต่อแรงขยับ เหมาะกับจุดที่ต้องการความชัดของรูปทรง
4. Belotero Volume (กล่องสีม่วง)
- จุดเด่น: เนื้อแน่นที่สุด มีความคงตัวสูงมาก ออกแบบมาเพื่อทดแทนกระดูกและไขมันที่หายไป (Volume Loss)
- เหมาะสำหรับ: ปรับรูปหน้า เติม Volume ให้ใบหน้าดูมีมิติ เช่น ขมับ คาง แก้มส้ม และกรอบหน้า (Jawline)
- ผลลัพธ์: หน้าดูยกกระชับ มีมิติ ปรับโครงสร้างหน้าได้ชัดเจน
5. Belotero Revive (กล่องสีขาว-เขียว)
- จุดเด่น: ฟิลเลอร์งานผิวตัวแรก ที่ไม่ได้เน้นแก้เรื่องรูปหน้า แต่เน้นเรื่อง คุณภาพผิว (Skin Quality) โดยเฉพาะ มีส่วนผสมพิเศษของ Glycerol
- เหมาะสำหรับ: ผู้ที่มีผิวแห้ง ขาดน้ำ รูขุมขนกว้าง ริ้วรอยแรกเริ่ม และต้องการผิวที่ดูฉ่ำวาว (Glass Skin)
- ผลลัพธ์: ผิวเด้ง อิ่มน้ำ เรียบเนียน และเล่นแสงได้ดีกว่าเดิม
6. Belotero Lips – Shape (กล่องสีแดงเข้ม)
- จุดเด่น: เนื้อมีความยืดหยุ่นสูง ขึ้นรูปได้ดีโดยไม่จับตัวเป็นก้อน ให้สัมผัสที่นุ่มและกลืนไปกับเนื้อริมฝีปากจริง
- เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการเพิ่มความอวบอิ่ม (Volume) ให้ริมฝีปากดูเต็มขึ้น แก้ปัญหาริมฝีปากบาง หรือต้องการปั้นทรงปากสายฝอที่ดูอูมสวย รวมถึงช่วยยกมุมปากที่ตก
- ผลลัพธ์: ริมฝีปากดูอิ่มฟู และนุ่มเด้งดูเป็นธรรมชาติ
7. Belotero Lips – Contour (กล่องสีแดงสด)
- จุดเด่น: เนื้อมีความเกาะตัวกันสูง โดดเด่นเรื่องการสร้างเส้นสายที่คมชัด ล็อคทรงได้ดี ไม่ไหลเยิ้ม
- เหมาะสำหรับ: การเก็บรายละเอียดขอบปากให้ชัดเจน แก้ปัญหาขอบปากเบลอ หรือต้องการปั้นทรงปากกระจับให้ดูคมสวยได้รูป
- ผลลัพธ์: รูปปากและขอบปากคมชัด ช่วยให้ใบหน้าดูมีจุดเด่น และทาลิปสติกได้สวยขึ้น
ตารางสรุป เลือก Belotero รุ่นไหนดี?
| รุ่น (สีกล่อง) | ความแข็ง/ความหนาแน่น | บริเวณที่แนะนำ | จุดเด่นพิเศษ |
| Soft (เหลือง) | น้อย (เนื้อนิ่มสุด) | ใต้ตา, หางตา, ริ้วรอยตื้น | เก็บงานผิวบาง ๆ ได้เนียนกริบ |
| Balance (ส้ม) | ปานกลาง | ร่องแก้ม, ร่องน้ำหมาก | ยิ้มแล้วไม่แข็ง ดูเป็นธรรมชาติ |
| Intense (ชมพู) | สูง | ร่องลึก, จมูก, คาง | แรงยกดี คงรูปสวย |
| Volume (ม่วง) | สูงมาก (เนื้อแน่นสุด) | ขมับ, แก้มส้ม, กรอบหน้า | ปรับโครงสร้างหน้า เติมวอลลุ่ม |
| Revive (เขียว) | งานผิว (Hydro) | ทั่วใบหน้า (Skin Quality) | ผสม Glycerol ช่วยอุ้มน้ำ 2 เท่า |
เจาะลึก Belotero Revive ฟิลเลอร์งานผิวตัวจริง ตั้งแต่ยุคบุกเบิก
แม้ปัจจุบันจะมีหัตถการงานผิวเกิดขึ้นมากมาย แต่ Belotero Revive ยังคงยืนอยู่ลำดับต้น ๆ ในฐานะ “The First Skin Quality Filler” หรือฟิลเลอร์ตัวแรก ๆ ของโลกที่ถูกผลิตมาเพื่อฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยเฉพาะ
Belotero Revive คืออะไร? คือฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม (Soft Consistency) จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่ออกแบบมาเพื่อการทำ Skin Rejuvenation หรือการคืนวัยเยาว์ให้ผิวโดยตรง ไม่ใช่การเติมเต็มเพื่อเปลี่ยนรูปหน้า แต่เป็นการบำรุงลึกถึงชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) ช่วยกู้ผิวที่แห้งกร้าน ขาดน้ำ และเริ่มมีริ้วรอย ให้กลับมาดูอิ่มเอิบ เปล่งปลั่ง และดูสุขภาพดีจากภายใน สอดรับกับเทรนด์ “Pre-juvenation” ของปัจจุบัน ที่เน้นกันไว้ดีกว่าแก้นั่นเอง
Hyaluronic Acid + Glycerol คู่หูกู้ผิวพัง
ความพิเศษที่ทำให้ Belotero Revive แตกต่างจากฟิลเลอร์รุ่นอื่น หรือแม้แต่ Skin Booster ทั่วไป คือการผสมผสาน 2 ส่วนประกอบสำคัญเข้าด้วยกัน
- Cross-linked Hyaluronic Acid (HA) กรดไฮยาลูโรนิคที่มีโครงสร้างตาข่าย ช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นและพยุงโครงสร้างผิว
- Glycerol (กลีเซอรอล) พระเอกตัวจริงของรุ่นนี้
ทำไมต้องมี Glycerol? ปกติ HA จะดึงดูดน้ำได้ดีอยู่แล้ว แต่เมื่อเติม Glycerol เข้าไป มันจะทำหน้าที่เป็น “เกราะล็อคความชุ่มชื้น” (Moisture Lock) และเป็นตัวดูดซับน้ำที่ทรงพลัง (Hygroscopic agent) ช่วยให้โมเลกุลของ HA อุ้มน้ำได้ดียิ่งขึ้นและยาวนานขึ้น ส่งผลให้ผิวไม่เพียงแค่ชุ่มชื้นชั่วคราว แต่มีความยืดหยุ่น แข็งแรง และทนต่อสภาพอากาศหรือมลภาวะได้ดีกว่าเดิม
ผลลัพธ์ 4 ด้าน สู่ผิวสวยเปล่งประกาย
จากการศึกษาและใช้งานจริง Belotero Revive ช่วยอัปเกรดคุณภาพผิวใน 4 ด้านหลัก ดังนี้
- Skin Hydration (ความชุ่มชื้น) ผิวดูฉ่ำวาว อิ่มน้ำ ลดความแห้งกร้านทันทีหลังทำ (Glass Skin Effect)
- Skin Smoothness (ความเรียบเนียน) รูขุมขนดูกระชับขึ้น ผิวที่เคยขรุขระดูละเอียดและเนียนตาขึ้น
- Skin Elasticity (ความยืดหยุ่น) ผิวเด้ง คืนตัวได้ดี (Bounce back) เมื่อสัมผัสจะรู้สึกถึงความนุ่มแน่น ไม่เหลว
- Skin Firmness (ความกระชับ) ช่วยกระชับผิวหน้าแก้มที่เริ่มหย่อนคล้อยเล็กน้อย ให้ดูเต่งตึงขึ้นดูเป็นธรรมชาติ
Belotero Revive เหมาะกับใคร?
ถ้าคุณกำลังลังเลว่าตัวเองควรฉีด Belotero Revive ดีไหม? หรือควรไปทำเลเซอร์ตัวอื่นดีกว่า? ลองเช็กดูว่าคุณมีปัญหาเหล่านี้หรือไม่ ถ้าตรงเกิน 2 ข้อ แสดงว่า Belotero Revive คือคำตอบที่คุณตามหาอยู่
- ผู้ที่มีปัญหาผิวแห้ง ขาดน้ำ แต่งหน้าไม่ติด (Dehydrated Skin) นี่คือกลุ่มเป้าหมายหลักเลย ใครที่ผิวดูไม่อิ่มเอิบ ทาครีมเท่าไหร่ก็ไม่ชุ่มชื้น หรือเวลาลงรองพื้นแล้วเป็นคราบ (Cakey makeup) ตกร่องระหว่างวัน Belotero Revive จะช่วยเติมน้ำให้ผิวฉ่ำวาว แต่งหน้าติดทนขึ้น ผิวดูสุขภาพดีเหมือนดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว
- ผู้ที่เริ่มมีริ้วรอยแรกเริ่ม (Early Aging) เหมาะสำหรับคนวัย 25-35 ปี ที่ยังไม่มีร่องลึกชัดเจน แต่เริ่มเห็นริ้วรอยเล็กๆ บริเวณหน้าแก้มหรือช่วงรอยต่อต่าง ๆ ผิวเริ่มไม่กระชับเหมือนก่อน การฉีด Revive จะช่วยยืดอายุผิว (Pre-juvenation) ชะลอให้ริ้วรอยลึกมาช้าลง
- สายทำเลเซอร์บ่อยจนผิวแห้ง (Post-Laser Dryness) จุดนี้สำคัญ สำหรับคนที่ชอบทำ Hifu, Ulthera, Thermage หรือเลเซอร์หน้าใสบ่อย ๆ แม้หน้าจะยกกระชับแต่ผิวมักจะแห้งกร้านจากการโดนความร้อนสะสม Belotero Revive คือตัวช่วยที่ดีมากในการ “คืนความชุ่มชื้นและปลอบประโลมผิว” ให้กลับมาสมดุล ไม่แห้งตึง
- ผู้ที่กลัวการฉีดฟิลเลอร์แล้วดู ล้น หรือ หน้าแข็ง ใครที่อยากสวยขึ้นแต่กลัว “โป๊ะ” กลัวหน้าเป็นก้อน หรือกลัวยิ้มแล้วไม่เป็นธรรมชาติ สบายใจได้เลย เพราะ Revive เน้นงานคุณภาพผิว ไม่ได้เน้นเติมวอลลุ่มจนหน้าเปลี่ยน เหมาะกับทั้งผู้หญิงและผู้ชายที่ต้องการผลลัพธ์แบบ “Less is More”
- ผู้ที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง ผิวไม่เรียบเนียน ผลพลอยได้จากความชุ่มชื้นที่ถึงขีดสุดคือ “รูขุมขนที่ดูกระชับขึ้น” ผิวหน้าจะดูเรียบเนียน (Smoothness) ละเอียดขึ้น เวลาถ่ายรูปหน้าสดจะเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจน
ตำแหน่งที่ฉีด Belotero และ Belotero Revive ได้
การฉีดฟิลเลอร์ให้ผลลัพธ์ออกมาสวยและปลอดภัย ไม่ใช่แค่การเลือกยี่ห้อที่ดี แต่หัวใจสำคัญคือการที่แพทย์ประเมินและวางตัวยาได้ ถูกตำแหน่ง และ ถูกชั้นผิว
เนื่องจาก Belotero แต่ละสีมีความหนาแน่นและคุณสมบัติการอุ้มน้ำที่ต่างกัน แพทย์ที่รัตตินันท์ คลินิก จึงมีการทำ Facial Mapping ออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล โดยเลือกใช้รุ่นที่เหมาะสมในแต่ละจุดของใบหน้า
โดยทั่วไป ฟิลเลอร์รุ่นปรับรูปหน้า (ม่วง, ชมพู, ส้ม) จะเน้นฉีดในชั้นลึกเพื่อเสริมแทนกระดูกหรือไขมัน แต่สำหรับ Belotero Revive นั้น มีเทคนิคการฉีดที่พิเศษและแตกต่างออกไป
Focus Zone - ตำแหน่งฉีด Belotero Revive เพื่องานผิว
Belotero Revive เน้นการฉีดเข้าสู่ ชั้นหนังแท้ (Dermis) ในระดับความลึกที่พอเหมาะ เพื่อให้ตัวยากระจายตัวเข้าฟื้นฟูโครงสร้างผิวได้ดีที่สุด โดยบริเวณที่นิยมฉีด มีดังนี้
- บริเวณหน้าแก้ม และ แก้มส้ม (Mid-face & Apple Cheeks) นี่คือจุดยุทธศาสตร์ของการสร้างผิวฉ่ำวาวแบบ Glass Skin การฉีดกระจายทั่วบริเวณหน้าแก้มจะช่วยให้ผิวดูอิ่มน้ำ เล่นแสงไฟได้ดี รูขุมขนดูกระชับขึ้น และช่วยให้ใบหน้าโดยรวมดูสดใสขึ้นทันที
- บริเวณกรอบหน้า และ ช่วงล่างของใบหน้า (Lower Face & Jawline) เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีความหย่อนคล้อยเล็กน้อย ผิวไม่กระชับ การฉีด Revive บริเวณนี้จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น (Elasticity) ทำให้ผิวบริเวณกรอบหน้าดูเฟิร์มกระชับขึ้น และช่วยลดริ้วรอยเล็ก ๆ ข้างแก้มได้
- ทั่วใบหน้า (Full Face Rejuvenation) สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวแห้งกร้านทั่วทั้งหน้า ต้องการการบูสต์ผิวแบบเร่งด่วน แพทย์สามารถใช้เทคนิคการฉีดกระจายตัวยาครอบคลุมทั่วใบหน้า เพื่อปรับสภาพผิวองค์รวมให้กลับมาแข็งแรงและชุ่มชื้นอีกครั้ง
เปรียบเทียบชัด ๆ Belotero Revive vs Skin Booster / Rejuran / Gouri
ในยุคที่หัตถการงานผิวมีให้เลือกมากมายจนตาลาย ทั้งงานฉีดหน้าใส งานซ่อมผิว และงานกระตุ้นคอลลาเจน คำถามที่คนไข้ถามหมอบ่อยที่สุดคือ ควรฉีดตัวไหนดี? หรือ ตัวไหนคุ้มกว่ากัน?
รัตตินันท์ คลินิก ขอสรุปข้อแตกต่างให้เข้าใจง่าย ๆ เพื่อให้คุณเลือกสิ่งที่ตรงกับปัญหาผิวที่สุด ดังนี้
1. Belotero Revive vs Skin Booster ทั่วไป
- Skin Booster ทั่วไป (Non-crosslinked HA) ส่วนใหญ่เป็น Hyaluronic Acid โมเลกุลเดี่ยว ที่ไม่ได้ผ่านการเชื่อมพันธะ ข้อดีคือราคาถูกกว่า แต่ข้อเสียคือ สลายไวมาก (อยู่ได้เพียง 2-4 สัปดาห์) เหมือนการทาครีมเข้มข้น พอล้างหน้าหรือผ่านไปสักพักความชุ่มชื้นก็หายไป
- Belotero Revive เป็นฟิลเลอร์เนื้อนิ่มที่มีการเชื่อมพันธะ (Cross-linked) ผสมกับ Glycerol ทำให้มีความคงตัวสูง อุ้มน้ำได้นาน 6-9 เดือน ไม่สลายไปง่าย ๆ
- สรุป ถ้าอยากสวยประเดี๋ยวประด๋าว Skin Booster ทั่วไปอาจตอบโจทย์ แต่ถ้ามองหาความคุ้มค่าและความยั่งยืนของผิว Revive ชนะขาด
2. Belotero Revive vs Rejuran
คู่ชกที่ถูกจับมาเทียบกันบ่อยที่สุดแห่งปี แต่ความจริงแล้วทั้งสองตัวทำหน้าที่คนละอย่างกัน
- Rejuran (Polynucleotide – PN): คือ Skin Healer เน้นการ ซ่อมแซม เซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ เหมาะกับคนที่มีรอยสิว หลุมสิวตื้น ๆ หรือผิวบางแพ้ง่าย ต้องการให้ผิวแข็งแรงขึ้น
- Belotero Revive (HA + Glycerol) คือ Skin Hydrator เน้นการ “เติมน้ำ” และปรับคุณภาพผิวให้เรียบเนียน เล่นแสง (Glass Skin) เหมาะกับคนผิวแห้ง รูขุมขนกว้าง อยากหน้าฉ่ำวาวทันที
- ทำคู่กันได้ไหม? ทำได้และดีมาก เป็นเทรนด์ปี 2026 ที่เรียกว่า Perfect Combo โดยใช้ Rejuran ซ่อมโครงสร้างผิว และใช้ Revive เติมความฉ่ำวาว ผิวจะสวยเปล่งปลั่งเป็นอย่างมาก
3. Belotero Revive vs Biostimulator (Gouri / Sculptra / Radiesse)
กลุ่ม Biostimulator เป็นกลุ่มยาที่มาแรงมากในปีนี้ แต่กลไกต่างจาก Revive โดยสิ้นเชิง
- Biostimulator (สารกระตุ้นคอลลาเจน) ไม่ใช่ฟิลเลอร์ แต่เป็นสารที่เข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาเอง เน้นแก้เรื่อง ผิวหย่อนคล้อย ไม่กระชับ ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ดีขึ้นใน 1-3 เดือน
- Belotero Revive เป็นสารเติมเต็ม (Filler) ที่ให้ผลลัพธ์เรื่องความชุ่มชื้นและงานผิว ทันทีหลังทำ
- สรุป ถ้าปัญหาหลักคือหน้าห้อย ผิวไม่แน่น ให้ไปกลุ่ม Biostimulator แต่ถ้าปัญหาหลักคือผิวแห้ง หน้าไม่สดใส แต่งหน้าไม่ติด ให้เลือก Belotero Revive แทน
ตารางสรุป เลือกตัวไหนดี? ให้เหมาะกับปัญหาผิว
| หัวข้อเปรียบเทียบ | Belotero Revive | Rejuran (รีจูรัน) | Biostimulator (Gouri/Sculptra) |
| ส่วนประกอบหลัก | HA + Glycerol | Polynucleotide (PN) | PCL / PLLA / CaHA |
| หน้าที่หลัก | เติมน้ำให้ผิว + ผิวฉ่ำวาว (Glow) | ซ่อมแซมเซลล์ผิว + ลดรอยสิว | กระตุ้นคอลลาเจน + ผิวยกกระชับ |
| ความเห็นผล | เห็นผลทันที – 2 สัปดาห์ | ต้องทำต่อเนื่อง 3-4 ครั้ง | ค่อยๆ เห็นผลใน 1-3 เดือน |
| ระยะเวลาคงอยู่ | 6 – 9 เดือน | 6 – 12 เดือน (เมื่อทำครบคอร์ส) | 1 – 2 ปี |
| เหมาะกับใคร | ผิวแห้ง, ขาดน้ำ, อยากหน้าฉ่ำ | ผิวพัง, รอยสิว, ผิวแพ้ง่าย | ผิวหย่อนคล้อย, มีอายุ, หน้าไม่แน่น |
ขั้นตอนการทำ และ วิธีดูแลตัวเองก่อน-หลังฉีด Belotero Revive
เพื่อให้การทำหัตถการราบรื่น ทุกขั้นตอนปลอดภัย และได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยลดโอกาสเกิดรอยช้ำและอาการบวมได้มาก นี่คือคู่มือการปฏิบัติตัวฉบับอัปเดต จากรัตตินันท์ คลินิก
- งดยาและวิตามินบางชนิด ควรงดกลุ่มยาแก้ปวด (NSAIDs, Aspirin) วิตามินอี น้ำมันปลา (Fish Oil) สารสกัดจากใบแปะก๊วย และโสม อย่างน้อย 1 สัปดาห์ ก่อนทำ เพราะสารเหล่านี้ทำให้เลือดไหลเวียนดี อาจทำให้เลือดหยุดยากและช้ำง่ายขึ้น
- งดแอลกอฮอล์ ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด 24 ชั่วโมง ก่อนฉีด เพื่อลดการสูบฉีดของเลือด
- แจ้งประวัติการแพ้ หากมีประวัติแพ้ยาชา หรือเคยฉีดฟิลเลอร์แล้วมีปัญหา ต้องแจ้งแพทย์ให้ทราบก่อนทุกครั้ง
- พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อม ช่วยให้หลังทำฟื้นตัวได้ไวขึ้น
ช่วง 2 สัปดาห์แรกคือ “Golden Period” ที่ฟิลเลอร์กำลังเซตตัว การดูแลที่ดีจะทำให้ผิวสวยขึ้นอย่างชัดเจน
- ดื่มน้ำเยอะ ๆ (สำคัญที่สุด) เนื่องจาก Belotero Revive มีส่วนผสมของ Glycerol ที่อุ้มน้ำได้ดีมาก การดื่มน้ำอย่างน้อย 1.5 – 2 ลิตรต่อวัน จะช่วยให้ฟิลเลอร์ฟูเต็มที่ ผิวจะดูฉ่ำวาวและอิ่มน้ำไวขึ้น
- เลี่ยงความร้อนจัด งดการทำซาวน่า (Sauna) โยคะร้อน เลเซอร์หน้า หรือการอยู่หน้าเตาความร้อนสูง ๆ เป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพราะความร้อนอาจรบกวนการเซตตัวของฟิลเลอร์
- งดนวด-กด-ปั้น ห้ามกดหรือนวดบริเวณที่ฉีดแรง ๆ ด้วยตัวเอง เพราะอาจทำให้ฟิลเลอร์เสียรูปทรงได้ (ยกเว้นแพทย์แนะนำ)
- การแต่งหน้า สามารถทาครีมบำรุงและแต่งหน้าเบา ๆ ได้หลังทำ 12 ชั่วโมง หรือในวันรุ่งขึ้น
วิธีดูฟิลเลอร์ Belotero ของแท้ เช็กให้ชัวร์ก่อนฉีด
ความปลอดภัยคือสิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึง เพราะปัจจุบันมีฟิลเลอร์ปลอมและ ฟิลเลอร์หิ้ว (ของหนีภาษีที่ไม่ได้มาตรฐาน) ระบาดในท้องตลาดจำนวนมาก ซึ่งอาจส่งผลเสียร้ายแรงต่อใบหน้าได้ เพื่อความมั่นใจ รัตตินันท์ คลินิก ขอแนะนำ 3 ขั้นตอนง่าย ๆ ในการตรวจสอบ Belotero ของแท้จากบริษัท Merz Aesthetics Thailand ดังนี้
ที่ด้านข้างกล่อง Belotero ทุกรุ่น จะมีสติกเกอร์ป้องกันการเปิด (Security Seal) ติดอยู่
- สังเกต ต้องเป็นสติกเกอร์ที่ยังไม่เคยถูกแกะหรือฉีกขาด
- วิธีเช็ก ขูดแถบสีเงินออกจะเห็น QR Code ให้ใช้สมาร์ทโฟนสแกน หรือใช้แอปพลิเคชันตรวจสอบ (เช่น Merz Aesthetics Thailand Line OA) เมื่อสแกนแล้วระบบจะแจ้งว่าเป็น “ของแท้” และแสดงข้อมูลบริษัทนำเข้าที่ถูกต้อง
ฟิลเลอร์ที่นำเข้าอย่างถูกกฎหมายต้องมีเอกสารกำกับยาเป็น “ภาษาไทย” ติดอยู่ที่ข้างกล่องหรือภายในกล่อง พร้อมระบุเลขทะเบียน อย. ที่ชัดเจน สามารถตรวจสอบได้
Tip: ของหิ้วมักจะไม่มีฉลากไทย หรือเป็นภาษาต่างประเทศล้วน ๆ ซึ่งเราไม่สามารถมั่นใจได้เลยว่าถูกเก็บรักษาในอุณหภูมิที่เหมาะสมหรือไม่
ก่อนฉีด แพทย์ควรแกะกล่องให้ดูต่อหน้า ให้คุณสังเกตเลข Lot Number (เลขแสดงครั้งที่ผลิต) และวันหมดอายุ (Expiry Date) ว่าตรงกันทั้ง 2 จุดหรือไม่ ดังนี้
- เลขที่ข้างกล่อง
- เลขที่ซองบรรจุหลอดฟิลเลอร์ หรือที่ตัวหลอดด้านใน ถ้าเลขไม่ตรงกัน สันนิษฐานได้เลยว่าเป็นของปลอมหรือถูกสับเปลี่ยน
อันตรายจากฟิลเลอร์หิ้ว และของปลอม
อย่าเสี่ยงกับคำว่า ราคาถูก จนเกินไป เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจประเมินค่าไม่ได้
- ฟิลเลอร์ปลอม (ซิลิโคนเหลว/สารแปลกปลอม) ฉีดแล้วไหลย้อย เป็นก้อนแข็ง อักเสบ ติดเชื้อ ร้ายแรงที่สุดคือเนื้อตายและตาบอด
- ฟิลเลอร์หิ้ว (ของแท้แต่หนีภาษี) แม้จะเป็นยี่ห้อจริง แต่การขนส่งที่ไม่ได้มาตรฐาน (ไม่ควบคุมอุณหภูมิ) จะทำให้ฟิลเลอร์เสื่อมสภาพ ประสิทธิภาพลดลง ฉีดแล้วอยู่ได้ไม่นาน หรือเกิดอาการแพ้ได้ง่าย
มั่นใจได้ที่ รัตตินันท์ คลินิก เราใช้ฟิลเลอร์ Belotero สั่งตรงจากบริษัท Merz Aesthetics Thailand ทุกกล่อง “แกะกล่องใหม่ให้ดูต่อหน้าทุกเคส” คุณสามารถขอกล่องกลับบ้านหรือตรวจสอบ QR Code ด้วยตัวเองได้เลย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Belotero และ Belotero Revive
โดยปกติ Belotero Revive จะให้ผลลัพธ์นานประมาณ 6-9 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและสภาพผิวเดิม สำหรับผู้ที่เริ่มทำครั้งแรก แนะนำให้ฉีดต่อเนื่อง 2-3 ครั้ง (ห่างกันทุก 1 เดือน) เพื่อบูสต์ผิวให้ฉ่ำวาวและแข็งแรงถึงขีดสุด หลังจากนั้นสามารถมาเติมปีละ 1 ครั้งเพื่อ maintain ผลลัพธ์
คำถามยอดนิยมของรัตตินันท์ คลินิกเลย
- Belotero Revive เด่นเรื่อง ความชุ่มชื้น & ผิวโกลว์ทันที ด้วยส่วนผสมของ Hyaluronic Acid + Glycerol เหมาะกับคนผิวแห้ง อยากได้ลุค Glass Skin หน้าฉ่ำวาว
- Rejuran เด่นเรื่อง “การซ่อมแซม & ฟื้นฟูโครงสร้าง” ด้วย Polynucleotide (PN) เหมาะกับคนมีรอยสิว ผิวแพ้ง่าย ต้องการให้ผิวแข็งแรง
- Skin Booster ทั่วไป เน้นเติมน้ำอย่างเดียว แต่อาจไม่อุ้มน้ำได้นานเท่า Revive ที่มี Glycerol ช่วยล็อคความชุ่มชื้น (Tip สามารถทำคู่กันได้เพื่อผลลัพธ์แบบ Double Action)
จุดเด่นที่สุดของ Belotero คือเทคโนโลยี CPM (Cohesive Polydensified Matrix) ที่ทำให้เนื้อฟิลเลอร์มีความ ยืดหยุ่นและกลืนไปกับผิว สูงมาก (Seamless Integration) จึงแทบไม่มีโอกาสเป็นก้อน หรือเกิดปรากฏการณ์ Tyndall Effect (เห็นเป็นแสงสีฟ้า ๆ ใต้ผิว) เหมือนฟิลเลอร์รุ่นเก่า ๆ มั่นใจได้เลยว่าดูเป็นธรรมชาติ
สำหรับการบูสต์ผิวทั่วใบหน้า โดยทั่วไปแพทย์แนะนำที่ 2 CC ต่อครั้ง (ข้างละ 1 CC) เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่แก้มหน้าแก้ม และกรอบหน้า แต่หากต้องการเน้นเฉพาะจุด หรือผิวแห้งมาก อาจประเมินเพิ่มตามความเหมาะสม
แทบไม่ต้องพักฟื้นเลย อาจมีรอยเข็มเล็ก ๆ หรืออาการบวมแดงเล็กน้อยหลังทำทันที ซึ่งจะหายไปเองภายใน 2-3 วัน สามารถแต่งหน้าและใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ (แนะนำให้งดนวดหน้าแรง ๆ ในช่วง 2 สัปดาห์แรก)
ทำได้ แต่ “ลำดับการทำ” สำคัญมาก หากวางแผนจะทำเครื่องยกกระชับ (Energy Device) แนะนำให้ทำกลุ่มพลังงานความร้อนก่อน แล้วค่อยฉีดฟิลเลอร์ตามทีหลัง แต่ถ้าฉีดฟิลเลอร์ไปแล้ว แนะนำให้เว้นระยะห่างอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ เพื่อป้องกันความร้อนไปรบกวนการเซตตัวของฟิลเลอร์
สรุป ทำไมถึงควรเลือก Belotero Revive ที่ รัตตินันท์ คลินิก
การเลือกฉีดฟิลเลอร์ในปัจจุบัน ไม่ใช่แค่เรื่องของราคา แต่คือเรื่องของ ความปลอดภัย และ ผลลัพธ์ที่ออกแบบเฉพาะบุคคล โดยเฉพาะงานผิวละเอียดอ่อนอย่าง Belotero Revive ที่ต้องอาศัยเทคนิคการฉีดที่แม่นยำเพื่อให้ตัวยากระจายตัวได้ดีที่สุด
ที่ รัตตินันท์ คลินิก เราให้บริการด้วยความปลอดภัยมาตรฐาน AACI พร้อมดูแลคุณด้วย 3 เหตุผลหลักที่คุณมั่นใจได้ ดังนี้
- แพทย์ผู้ใส่ใจในรายละเอียด เรามีทีมแพทย์ที่เข้าใจโครงสร้างชั้นผิวลึกซึ้ง (Facial Anatomy) สามารถวิเคราะห์และวางตำแหน่งยา Belotero Revive ได้อย่างแม่นยำ แก้ปัญหาตรงจุด ไม่บวมช้ำ และดูเป็นธรรมชาติ
- มั่นใจยาแท้ (Genuine Product) เราคือพาร์ทเนอร์ที่ถูกต้องของ Merz Aesthetics Thailand มั่นใจได้ว่าฟิลเลอร์ทุกกล่องเป็นของแท้ ใหม่ แกะกล่องให้ดูต่อหน้า และสามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน
- การดูแลแบบ Personalized เราไม่ได้ขายแค่ฟิลเลอร์ แต่เราขายผลลัพธ์ แพทย์จะประเมินสภาพผิวของคุณอย่างละเอียดก่อนทำ เพื่อดูว่าควรใช้ Revive เดี่ยว ๆ หรือควรทำร่วมกับหัตถการอื่น (Combination Therapy) เพื่อให้คุณได้ผิวที่สวยที่สุดในเวอร์ชันของตัวเอง
อย่าปล่อยให้ผิวแห้งกร้านทำลายความมั่นใจของคุณ มาเปิดสวิตช์ผิวให้ฉ่ำวาว อิ่มน้ำ รับเทรนด์ Glass Skin ไปพร้อมกับเรา
สนใจปรึกษาหรือสอบถามโปรโมชั่น Belotero Revive
หากคุณมีข้อสงสัย หรืออยากให้คุณหมอช่วยประเมินรูปหน้า สามารถส่งรูปมาประเมินเบื้องต้นได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
ทีมแพทย์รักษาผิวพรรณ
รัตตินันท์ คลินิก
พญ. รัตตินันท์ ตรีรัตน์
ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ
พญ. นฤมล วิเชียร
แพทย์หญิง
พญ. จุฑามาศ ตันคุณากร
แพทย์โรคผิวหนัง


ในฐานะนักเขียนสายสุขภาพ ฉันมุ่งพัฒนาเนื้อหาที่ถูกต้อง อิงหลักการแพทย์ และเข้าใจง่ายสำหรับผู้อ่านทุกกลุ่ม โดย อ้างอิงข้อมูลจากงานวิจัยทางการแพทย์ที่เชื่อถือได้มาตรฐานสากล และแหล่งข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ เพื่อให้บทความที่เผยแพร่มีความถูกต้อง เป็นกลาง และเป็นข้อมูลที่ผู้อ่านไว้วางใจได้อย่างแท้จริง