ไอเรื้อรัง จากกรดไหลย้อน เสี่ยงภาวะ “หลอดลมอักเสบ เรื้อรัง” อันตรายกว่าที่คิด!

หลอดลมอักเสบ คืออะไร

หลอดลมอักเสบ นั้นสามารถเกิดได้จากหลาบปัจจัยทั้งภายในและภายนอกร่างกาย เช่น อาจเกิดจากโรคภูมิแพ้ โรคหืด การสูบบุหรี่เป็นระยะเวลานาน สัมผัสกับมลภาวะ เช่นฝุ่น ควัน หรือสารพิษ เป็นต้น รวมถึงคนที่เป็น โรคกรดไหลย้อน ก็เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคหลอดลมอักเสบได้เช่นกัน อาการที่พบมักจะไอเรื้อรัง เจ็บหน้าอก หรือมีเสมหะ หากปล่อยไว้ไม่รีบรักษา อาจทำให้ส่งผลเสียต่อปอด กลายเป็นปอดอักเสบได้ 

โรค หลอดลมอักเสบ คืออะไร? เกิดจากอะไร?

หลอดลมอักเสบ เป็นโรคระบบทางเดินหายใจที่เกิดจากการอักเสบของเยื่อบุภายในหลอดลม ซึ่งเป็นท่อที่นำลมหรืออากาศที่หายใจเข้ามาสู่ปอด เมื่อเยื่อบุหลอดลมบวม ร่วมกับต่อมที่ผลิตเมือกโตขึ้น ก็จะมีการหลั่งเมือกหรือเสมหะออกมามากผิดปกติ เกิดการไปอุดกั้นช่องทางเดินหลอดลมให้แคบลง

ส่งผลให้อากาศไหลผ่านหลอดลมเข้าปอดได้ไม่ดี หายใจลำบาก ทำให้เกิดอาการไอตามมา อาจจะไอแห้งหรือไอมีเสมหะก็ได้ และอาจมีอาการอื่นๆ คล้ายโรคหวัดร่วมด้วย เช่น คัดจมูก น้ำมูกไหล มีไข้ต่ำๆ บางรายมีอาการแน่นหน้าอก หายใจหอบเหนื่อยร่วมด้วย โดยปกติอาการของโรคหลอดลมอักเสบมักหายได้เองภายใน 7-10 วัน แต่อาการไอแห้งอาจเป็นได้นานหลายสัปดาห์ หรือเป็นเดือน

โรคหลอดลมอักเสบแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่

  1. โรคหลอดลมอักเสบชนิดเฉียบพลัน (acute bronchitis) ส่วนใหญ่เป็นอาการที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส ทำให้เกิดอาการไอ มีเสมหะ โดยจะมีอาการไม่เกิน 3 สัปดาห์ ส่วนมากเป็นภายหลังไข้หวัดที่ไม่ได้รับการรักษาหรือรักษาไม่ถูกวิธี ทำให้เชื้อลามลงไปถึงหลอดลม
  2. โรคหลอดลมอักเสบชนิดเรื้อรัง (Chronic bronchitis) เป็นอาการที่เกิดจากการไอเรื้อรังมากกว่า 3 เดือน ติดต่อกันอย่างน้อย 2 ปี สาเหตุมาจาก ภาวะปอดอุดกั้นเรื้อรังจากการสูบบุหรี่เป็นระยะเวลานาน การสัมผัสกับมลภาวะเป็นระยะเวลานาน เช่น ฝุ่น ควัน สารเคมี และการระคายเคืองจากน้ำย่อยในโรคกรดไหลย้อน
หลอดลมอักเสบ เรื้อรัง เกิดจากอะไร
กลับสู่สารบัญ

กรดไหลย้อน เป็นสาเหตุหนึ่งทำให้เกิดโรค หลอดลมอักเสบ

กรดไหลย้อน เป็นสาเหตุหนึ่งทำให้เกิดโรคหลอดลมอักเสบ โดยจะมีอาการต่างๆ ดังนี้

  • ไอเรื้อรัง เกิดจากกรดไหลย้อน เข้าไปในหลอดลม ทำให้เกิดภาวะหลอดลมอักเสบเรื้อรัง ที่แย่กว่านั้นคือ ในบางรายอาจเกิดอาการหอบหืด โดยหลอดลมจะมีความไวต่อสิ่งกระตุ้น เช่น ของที่มีกลิ่นฉุน ฝุ่น ควัน อากาศที่เปลี่ยนแปลงมากผิดปกติ อาการไอหลังกินอาหารเกิดจากอาหารทำให้ความดันในช่องท้องเพิ่มมากขึ้น จนกรดไหลลงไปในหลอดลมได้
  • อาการไอ สำลักน้ำลาย หรือหายใจไม่ออกในเวลากลางคืน เกิดจากกรดไหลลงไปในหลอดลม ทำให้หลอดลมอักเสบ และมีการหดตัวของหลอดลม ที่มักเป็นในเวลากลางคืน เนื่องจากเวลาเรานอน กรดจะไหลได้ง่ายกว่าเวลาที่เรานั่งหรือยืน
  • อาการเจ็บหน้าอก เกิดจากกรดไหลย้อนขึ้นมาผ่านหลอดอาหารที่อยู่ในช่องอก และกระตุ้นเส้นประ สาทในหลอดอาหารทำให้มีอาการดังกล่าวได้ และเมื่อกรดไหลลงไปในหลอดลมและปอด อาจทำให้มีการอักเสบของปอดเป็นๆ หายๆ ได้
หลอดลมอักเสบ จากกรดไหลย้อน
  • เสียงแหบ เกิดจากกรดที่ไหลย้อนขึ้นมา แล้วไปสัมผัสกับเส้นเสียงที่อยู่ทางด้านหน้า ทำให้เส้นเสียงบวม ปิดไม่สนิท เกิดลมรั่ว ทำให้เกิดมีเสียงแหบได้ สาเหตุที่มีเสียงแหบตอนเช้า เกิดจากเวลาเรานอน กรดจะไหลได้ง่ายกว่าเวลาที่เรานั่งหรือยืน เส้นเสียงจึงถูกกรดสัมผัสมากกว่าช่วงอื่น ๆ ของวัน ทำให้ขณะตื่นมาตอนเช้า มักจะมีเสียงแหบได้
  • การที่มีเสมหะอยู่ในคอตลอด เกิดจากการที่กรดไหลขึ้นมา สัมผัสกับต่อมสร้างเสมหะในลำคอ และกระตุ้นทำให้ต่อมดังกล่าวทำงานมากขึ้น นอกจากนี้การที่กรดไปกระตุ้นเส้นประสาทในคอ อาจทำให้มีอาการคันคอ แสบคอ เจ็บคอ หรือระคายคอได้
  • อาการที่รู้สึกคล้ายมีก้อนในคอหรือแน่นคอ หรือกลืนติด ๆ ขัด ๆ หรือกลืนลำบาก คล้ายมีสิ่งแปลกปลอมในคอ เกิดจากกรดไหลย้อนไปสัมผัสกับกล้ามเนื้อคอ ทำให้กล้ามเนื้อหดตัว และเกิดความรู้สึกดังกล่าว การกินยาคลายกล้ามเนื้อก่อนนอน อาจช่วยให้อาการดังกล่าวลดน้อยลง บางรายอาจมีอาการกลืนเจ็บ เจ็บคอ แสบคอ หรือปาก หรือแสบลิ้นได้

คลิ๊กอ่าน! บทความน่าสนใจที่เกี่ยวข้อง

กลับสู่สารบัญ

อาการ หลอดลมอักเสบ แบบไหน? ที่ผู้ป่วยควรต้องรีบไปพบแพทย์

  • มีอาการไอเรื้อรัง ไม่หายภายใน 2 สัปดาห์
  • มีอาการไอเป็นเลือด ร่วมด้วย
  • มีอาการที่สงสัยว่า อาจเป็นปอดอักเสบร่วมด้วย เช่น มีไข้ ไอ และหอบเหนื่อย
  • มีอาการไอมาก จนรบกวนการรับประทานอาหาร หรือการนอนหลับ

การวินิจฉัยโรค หลอดลมอักเสบ

  1. ซักประวัติ เช่น การสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ หรือสาเหตุที่กระตุ้นให้เกิดอาการไอ อาการทางจมูกหรือโรคไซนัส ประวัติภูมิแพ้ในครอบครัว การสูบบุหรี่ การดูดดมสารเคมี ยาที่ใช้ประจำ อาการของโรคกรดไหลย้อน เช่น เรอเปรี้ยว ท้องอืด จุกแน่นหรือแสบร้อนกลางอก เป็นต้น
  2. ตรวจร่างกายโดยเฉพาะในระบบทางเดินหายใจ โดยใช้ที่ฟังปอด ฟังเสียงหลอดลม ว่ามีการตีบแคบของหลอดลมหรือไม่ และอาจมีการตรวจเพิ่มเติม เช่น ส่งตรวจภาพถ่ายรังสีของโพรงไซนัสและปอด การส่องกล้องระบบทางเดินหายใจ การตรวจเสมหะ การตรวจสมรรถภาพการทำงานของปอด
  3. ให้การวินิจฉัยแยกโรคจากโรคอื่นๆ ที่ทำให้มีอาการไอ การที่เสมหะมีสีขาว หรือเขียว ไม่ได้ช่วยแยกว่าผู้ป่วยมีการติดเชื้อไวรัส หรือเชื้อแบคทีเรีย
กลับสู่สารบัญ
หลอดลมอักเสบ ไอเรื้องรัง รักษาอย่างไร

การรักษา หลอดลมอักเสบ

  1. โรคหลอดลมอักเสบชนิดเฉียบพลัน มักจะหายได้เอง ภายใน 7-10 วัน ถ้าปฏิบัติตัวได้ถูกต้อง เพราะส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส จึงไม่จำเป็นต้องรับประทานยาฆ่าเชื้อ
  • พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำอุ่นบ่อยๆ เพราะน้ำเป็นยาละลายเสมหะที่ดีที่สุด
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยง ควัน, กลิ่นฉุน, ควันบุหรี่, สารเคมี, ฝุ่น, สารระคายเคืองต่างๆ ซึ่งจะทำให้การอักเสบในหลอดลมเป็นมากขึ้น
  • ควรพยายามหลีกเลี่ยงอากาศเย็น และแห้ง ซึ่งจะทำให้ไอมากขึ้น โดยเฉพาะแอร์ พัดลมเป่า การดื่มหรืออาบน้ำเย็น ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสอากาศจากเครื่องปรับอากาศหรือพัดลมโดยตรง เนื่องจากอากาศที่เย็นสามารถกระตุ้นเยื่อบุหลอดลม ทำให้เยื่อบุหลอดลมอักเสบมากขึ้น ส่งผลให้มีอาการไอมากขึ้นได้
  • ควรหาสาเหตุที่ทำให้เป็นหลอดลมอักเสบด้วย เนื่องจาก ถ้าผู้ป่วยยังมีภูมิต้านทานต่อโรคดี ผู้ป่วยมักจะไม่เป็นหลอดลมอักเสบ เมื่อใดเป็นหลอดลมอักเสบ แสดงว่าร่างกายมีภูมิต้านทานต่อโรคต่ำ สาเหตุที่พบได้บ่อยที่ทำให้ภูมิต้านทานน้อยลงได้แก่ เครียด, นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ, สัมผัสอากาศที่เย็นมากๆ เช่น ขณะนอนเปิดแอร์หรือพัดลมเป่าจ่อ, ตากฝน หรือมีคนรอบข้างที่ไม่สบายคอยแพร่เชื้อให้ การหาสาเหตุเหล่านี้มีความสำคัญ ถ้าผู้ป่วยไม่ได้หาและไม่หลีกเลี่ยง นอกจากจะทำให้หายช้าแล้ว อาจทำให้เป็นหลอดลมอักเสบซ้ำได้อีก
  • รักษาตามอาการ เช่น ถ้ามีไข้ รับประทานยาลดไข้ ถ้ามีอาการไอมาก จนรบกวนการนอน หรือเป็นที่น่ารำคาญ อาจรับประทานยาลดหรือระงับอาการไอ หรือยาขยายหลอดลม, ถ้ามีเสมหะมาก อาจรับประทาน ยาละลายเสมหะ
  1. โรคหลอดลมอักเสบชนิดเรื้อรัง ควรหาสาเหตุ และรักษาตามสาเหตุ อาจให้ยาลดการอักเสบของหลอดลม ยาขยายหลอดลม และหลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังของหลอดลม
กลับสู่สารบัญ

วิธีป้องกันโรค หลอดลมอักเสบ

  1. โรคหลอดลมอักเสบชนิดเฉียบพลัน ควรหลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้ร่างกายมีภูมิต้านทานต่ำลง ได้แก่ เครียด นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ สัมผัสอากาศที่เย็นมากๆ และหมั่นออกกำลังกาย
  2. โรคหลอดลมอักเสบชนิดเรื้อรัง ควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยง ควัน, กลิ่นฉุน, ควันบุหรี่, สารเคมี, ฝุ่น, สารระคายเคืองต่างๆ รวมถึง ปรับพฤติกรรมและรักษาหากสงสัยว่าตนเองมีอาการกรดไหลย้อน เนื่องจากโรคกรดไหลย้อนก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดหลอดลมอักเสบเรื้อรังตามมา
Ref. https://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=754, https://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/admin/article_files/1225_1.pdf, https://www.bumrungrad.com/th/health-blog/june-2020/chronic-cough, https://www.rcot.org/datafile/_file/_knowledge/7d8cefadcbf965d0366a4db41a0723a5.pdf