วิธีแก้ท้องอืด  เมื่อมีลมในท้อง อาหารไม่ย่อย ต้องทำอย่างไร

วิธีแก้ท้องอืด

วิธีแก้ท้องอืด และปัญหาเมื่อมีลมในท้อง รวมถึงการป้องกันอาการไม่ย่อยอาหาร เป็นเรื่องที่ควรใส่ใจอย่างใหม่ เรามาดูวิธีการรับมือกันด้วยกัน การท้องอืดอาจจะเป็นเรื่องปกติ แต่ก็ไม่ควรมองข้ามไป บางครั้งอาจเป็นสัญญาณของปัญหาที่ร้ายแรง เช่น อาการต่อไปนานกว่า 2 สัปดาห์ หรือไม่ดีขึ้นแม้จะได้รับการรักษา นอกจากนี้ยังมีอาการอื่น ๆ เช่น น้ำหนักลด เบื่ออาหาร หรือเห็นว่าตัวเหลือง เป็นต้น ซึ่งอาจเป็นเครื่องสัญญาณของโรคร้ายอย่างมะเร็ง ดังนั้น อย่าปล่อยเรื่องท้องอืดไว้โดยไม่ทำอะไร เพราะอาจมีผลกระทบต่อสุขภาพได้ในระยะยาว

อาการท้องอืด

อาการท้องอืด เกิดจากความรู้สึกที่มีลมหรือแก๊สสะสมในกระเพาะอาหารหรือลำไส้ ทำให้รู้สึกอึดอัดและไม่สบายตัว อาจมีอาการปวดท้องหรือคลื่นไส้ หรือไม่อยากทานอาหารเท่าที่ปกติ สาเหตุของอาการนี้สามารถมาจากการกินอาหารที่มีลักษณะเป็นแก๊ส เช่น อาหารที่ผสมเส้นใยมาก เครื่องดื่มแก๊สโซดา หรือการสูบบุหรี่ การเคี้ยวหมากฝรั่งอย่างต่อเนื่อง 

นอกจากนี้ยังมีผลข้างเคียงจากการใช้ยาบางชนิด เช่น ยานอนหลับ ยากล่อมประสาท หรือยาคลายเครียด ซึ่งอาจทำให้ระบบประสาทของร่างกายเปลี่ยนแปลง และส่งผลให้การทำงานของลำไส้ลดลง ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของอาการท้องอืดได้เช่นกัน การป้องกันและรักษาอาการท้องอืดควรพึงระวังสุขภาพและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินและการใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์เป็นสำคัญ

สาเหตุที่ทำให้ท้องอืด

สาเหตุที่ทำให้ท้องอืด

ท้องอืดเกิดจากหลายสาเหตุ บางครั้งอาจเกิดจากการกลืนอากาศมากเกินไปในขณะที่กินอาหาร ดื่มน้ำ หรือแม้แต่การกลืนน้ำลายก็เป็นไปได้ เมื่ออากาศเข้าไปในระบบย่อยอาหาร ก็จะสะสมอยู่ในท้อง ทำให้เกิดความรู้สึกท้องอืดคลื่นไส้ อีกทั้งการรับประทานอาหารที่ย่อยยากก็เป็นสาเหตุหนึ่ง นอกจากนี้ยังอาจมีความเกี่ยวข้องกับปัญหาสุขภาพที่ส่งผลต่อการย่อยอาหาร เช่น โรคกระเพาะหรือโรคลำไส้แปรปรวน (IBS) นอกจากนี้การขับลมผ่านทางกระเพาะอาจเป็นสาเหตุหนึ่งเช่นกัน ดังนั้นการดูแลสุขภาพท้องและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันอาการท้องอืด  

วิธีแก้ท้องอืดโดยการทานอาหารให้ช้าลง

วิธีแก้ท้องอืด ด้วยการทานอาหารให้ช้าลงเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ การทานอาหารอย่างรวดเร็วอาจทำให้การกลืนอากาศมากขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุของท้องอืดได้ เพราะฉะนั้น เราควรรับประทานอาหารอย่างช้า ๆ และไม่ควรกินอาหารในขณะที่เดินทางหรือทำกิจกรรมที่ต้องใช้ความสนใจอื่น ๆ เช่น เดินเท้าหรือขับรถ นี้จะช่วยลดโอกาสให้กับอากาศหรือลมเข้าไปในท้องลดลงได้

เมื่อท้องอืด วิธีแก้คือลดอาหารที่ทำให้เกิดแก๊ส

เมื่อมี อาการท้องอืด วิธีแก้ที่ดีคือการลดการบริโภคอาหารที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดแก๊สมากขึ้น มีอาหารบางชนิดที่มีการผลิตแก๊สมากกว่าอาหารชนิดอื่น ๆ เช่น กลุ่มคาร์โบไฮเดรตบางประเภท ที่สามารถสะสมอยู่ในลำไส้ใหญ่และเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการเกิดปัญหาทางเดินอาหารได้ ดังนั้น อาหารที่มีกลุ่มคาร์โบไฮเดรตที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดแก๊ส ควรหลีกเลี่ยงไป ได้แก่

  • กลุ่มน้ำตาลเชิงซ้อน เช่น ถั่ว กะหล่ำปลี กะหล่ำดาว บรอกโคลี หน่อไม้ฝรั่ง และโฮลเกรน
  • กลุ่มฟรักโทส เช่น หัวหอม ลูกแพร์ อาร์ติโชค (Artichoke) น้ำอัดลม และน้ำผลไม้
  • กลุ่มแแล็กโทส เช่น ผลิตภัณฑ์จากนม รวมถึง ชีส และไอศกรีม
  • กลุ่มไฟเบอร์ที่ไม่ละลายน้ำ เช่น รำข้าวโอ๊ต ถั่วลันเตา และถั่วต่าง ๆ
  • กลุ่มแป้ง เช่น มันฝรั่ง พาสต้า ข้าวสาลี และข้าวโพด

การลดการบริโภคอาหารจากกลุ่มนี้อาจช่วยลดอาการท้องอืดได้ แต่หากมีปัญหาเรื้อรังหรือไม่แน่ใจเกี่ยวกับอาหารที่เหมาะสม ควรปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการเพื่อคำแนะนำเพิ่มเติม

วิธีแก้อาการท้องอืดด้วยโพรไบโอติกส์ (Probiotics)

วิธีแก้อาการท้องอืดด้วยโพรไบโอติกส์ (Probiotics)

วิธีแก้อาการท้องอืด ด้วย โพรไบโอติกส์ (Probiotics) เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย โพรไบโอติกส์เป็นกลุ่มแบคทีเรียหรือจุลินทรีย์ขนาดเล็กที่มีคุณสมบัติที่ดีต่อสุขภาพของระบบทางเดินอาหาร โดยมีความสามารถในการทนต่อกรดและด่าง และสามารถผลิตสารต้านเชื้อจุลินทรีย์ที่ไม่ดีต่อร่างกายได้ 

โพรไบโอติกส์ช่วยในการย่อยอาหารและปรับสมดุลลำไส้ด้วยการลดจำนวนของจุลินทรีย์ที่ไม่ดี และกระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหารโดยการสร้างเอนไซม์หลากหลายชนิด ซึ่งสามารถช่วยลดอาการท้องอืด ท้องเสีย และบรรเทาอาการลำไส้แปรปรวนได้ โดยอาหารที่มีโพรไบโอติกส์ เช่น นมเปรี้ยว โยเกิร์ต กิมจิ แตงกวาดอง มิโซะ และชาหมัก เป็นต้น สามารถช่วยให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากการบริโภคโพรไบโอติกส์อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ

อาการท้องอืด มีวิธีแก้โดยการเพิ่มการออกกำลังกาย

การเพิ่มการออกกำลังกายสามารถช่วย ลดอาการท้องอืด และเสริมสร้างระบบย่อยอาหารได้ สำหรับวิธีการนี้ เราสามารถเริ่มต้นด้วยการเดินช้า ๆ หลังจากทานอาหารเพื่อช่วยลดอาการท้องอืด และช่วยให้อาหารย่อยได้ดีขึ้น นอกจากนี้ การออกกำลังกายในระดับปานกลาง 4-5 วันต่อสัปดาห์  เช่น การออกกำลังกายแบบแอโรบิก จะช่วยเพิ่มความเรียบร้อยในการเคลื่อนไหวของกระเพาะอาหารและลำไส้ ลดอาการท้องอืด อาหารไม่ย่อย และสามารถช่วยลดอาการจุกเสียดและความแน่นท้องได้ 

อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายทันทีหลังทานอาหาร เพราะการออกกำลังกายอาจทำให้ร่างกายใช้พลังงานมากขึ้น หากกระเพาะยังทำงานในขณะเดียวกันอาจส่งผลกระทบต่อระบบย่อยอาหารไม่ดี ดังนั้นควรรอพักอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมงหลังทานอาหารหรือ 30-60 นาทีหลังอาหารว่างก่อนที่จะเริ่มออกกำลังกาย

การรักษาอาการท้องผูก

การ รักษาอาการท้องผูก เป็นวิธีที่ช่วยแก้ท้องอืดได้ หากมีอาการท้องผูกหรือการถ่ายอุจจาระน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ อาจทำให้เกิดลมในท้องได้ เนื่องจากอุจจาระที่ตกค้างในลำไส้มีแบคทีเรียสะสมอยู่ ทำให้เกิดการสะสมแก๊สและทำให้รู้สึกไม่สบายท้องอีกด้วย 

ดังนั้นการรักษาอาการท้องผูกเป็นสิ่งสำคัญในการแก้ท้องอืด โดยวิธีที่ช่วยรักษาอาการท้องผูกได้แก่การเพิ่มประจำการดื่มน้ำ บริโภคอาหารที่มีใยอาหารมาก เช่น ผักผลไม้ ธัญพืช และอาหารที่เป็นเส้นใย เพื่อช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ให้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มการออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้และช่วยลดอาการท้องอืดได้ด้วย

วิธีการรักษาอาการท้องผูกให้ดีขึ้น

  1. ดื่มน้ำปริมาณ 1.5 – 2 ลิตรทุกวัน เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำและช่วยแก้ท้องผูก โดยน้ำจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับอุจจาระ
  2. ทานอาหารที่มีปริมาณเส้นใย (Fiber) ประมาณ 20 – 35 กรัมต่อวัน โดยเพิ่มเส้นใยอาหารประเภทที่ละลายน้ำได้ (Soluble Fiber) เช่น เส้นใยจากผัก ผลไม้ ซึ่งดีกว่าประเภทที่ไม่ละลายน้ำ (Insoluble Fiber) ซึ่งเป็นเส้นใยจากเมล็ดธัญพืช
  3. การฝึกสุขนิสัยการขับถ่าย ควรถ่ายอุจจาระเมื่อเริ่มรู้สึกอยากขับถ่ายโดยไม่เมินเฉย เพื่อป้องกันการเกิดภาวะท้องผูกเพิ่มเติม
  4. การรักษาด้วยการใช้ยา เมื่อจำเป็นต้องใช้ยาระบาย ควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร และไม่ควรใช้ยาระบายบ่อย ๆ เพื่อลดโอกาสในการติดยาระบาย (ดื้อยาระบาย) โดยควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ก่อนใช้ยาระบายต่อไป

อาการท้องอืดแบบไหนที่พบควรแพทย์

อาการท้องอืดแบบไหนที่พบควรแพทย์

อาการท้องอืด ที่มีความรุนแรงหรือมีอาการร่วมกับอาการต่อไปนี้ควรพบแพทย์เพื่อการประเมินและการวินิจฉัยที่ถูกต้อง

  1. ท้องบวม
  2. อาการปวดท้อง
  3. มีลมในท้องตลอดเวลาและรุนแรง
  4. อาเจียน
  5. ท้องเสีย
  6. ท้องผูก
  7. การลดน้ำหนักโดยไม่ทราบสาเหตุ
  8. ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด

การปรากฏของอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายแรงอื่น ๆ ที่ต้องรักษาหรือรักษาในขั้นตอนเริ่มต้นเพื่อป้องกันปัญหาที่เพิ่มเติมได้ ดังนั้นหากพบอาการดังกล่าวควรปรึกษาแพทย์โดยเร็วที่สุด

สรุป

ท้องอืด เป็นอาการที่ส่งผลกระทบต่อความสบายใจและสุขภาพทั่วไปของบุคคล สาเหตุของอาการนี้อาจมาจากการกินอาหารที่ย่อยยาก การกินอาหารที่ผลิตแก๊สมาก หรือปัญหาสุขภาพอื่น ๆ เช่น โรคทางเดินอาหาร การแก้ไขปัญหาท้องอืดสามารถทำได้โดยการรับประทานอาหารช้าลง ลดการทานอาหารที่ทำให้เกิดแก๊ส เพิ่มการออกกำลังกาย รับประทานโพรไบโอติกส์ (Probiotics) และปรึกษาแพทย์หากมีอาการรุนแรง เช่น ท้องบวม ปวดท้อง อาเจียน หรือการลดน้ำหนักโดยไม่ทราบสาเหตุ เพื่อการวินิจฉัยและรักษาที่เหมาะสมที่สุด

28 thoughts on “วิธีแก้ท้องอืด  เมื่อมีลมในท้อง อาหารไม่ย่อย ต้องทำอย่างไร

  1. NokNoi says:

    ที่จริงแล้วอ่านเจอบทความนี้ก็ดีนะ ช่วยให้เข้าใจว่าทำไมบางทีกินแล้วท้องอืด เป็นคำแนะนำที่ดีที่จะเอาไปปรับใช้ ไม่นึกว่าแค่เลิกกินของแก๊สก็ช่วยได้

  2. jame_421 says:

    ทำไมบางคนกินเหมือนกันแต่ไม่ท้องอืดหรอ มันมีวิธีไหนบ้างที่ได้ผลจริงๆในการลดอาการนี้?

  3. SomO says:

    มันจริงหรือเปล่าว่ายาคลายเครียดกับยานอนหลับสามารถทำให้ท้องอืดได้ ฟังดูเหมือนข่าวลือมากกว่า

  4. PhaiPunYa says:

    ขอบคุณนะครับ รัตตินันท์ ทีม สำหรับคำแนะนำดีๆ จะลองปรับตามดู อยากให้ท้องไม่งอแงแล้วจริงๆ

  5. Komkrit55 says:

    บทความดีมากครับ, ช่วยให้เข้าใจถึงวิธีการจัดการกับอาการท้องอืด แล้วก็ควรออกกำลังกายด้วยมั้ยครับ, ช่วยได้ไหม

  6. Wanwisa says:

    มีอาหารประเภทไหนบ้างที่ไม่ควรกินถ้าไม่อยากท้องอืด อยากรู้เพราะบางทีกินแล้วรู้สึกไม่ดีเลย

  7. Maximizer says:

    เจอบทความนี้ช่างเป็นเรื่องที่ดี การเรียนรู้วิธีจัดการกับท้องอืดคือสิ่งสำคัญทีเดียวเลยทีเดียว

  8. P'Aof says:

    ผมไม่คิดว่ายากล่อมประสาทจะทำให้ท้องอืดนะ แต่ละคนต่างกันไป สำหรับผมน่ะไม่มีปัญหาแบบนี้

  9. Frappé says:

    ตัวเองชอบดื่มกาแฟมาก ไม่รู้ว่ามันเกี่ยวกับท้องอืดมั้ย แต่บทความน่าพิจารณาเลยละ, อาจต้องปรับนิดหน่อย

  10. Somchai99 says:

    ทำไมอาการท้องอืดถึงน่ากังวลนะ Rattinan Team? เราควรไปหาหมอทุกครั้งที่มีลมในท้องหรือเปล่า?

  11. WitoonT says:

    จากประสบการณ์ของผม การหลีกเลี่ยงอาหารที่มีแก๊สและการออกกำลังกายสม่ำเสมอช่วยได้จริงๆ นะ

  12. PakpoomV says:

    อยากทราบว่า ท้องอืดเพราะกินลูกอมบ่อยได้ไหม แล้วมันมีเสี่ยงต่อสุขภาพจริงๆ หรือป่าว

Comments are closed.

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า