หนังตาตก ริ้วรอยรอบดวงตา ใต้ตาเยอะ แก้ไขอย่างไรดี?

เมื่ออายุมากขึ้น ผิวหนังของคุณจะค่อย ๆ สูญเสียความยืดหยุ่น และเริ่มมีรอยเหี่ยวย่นหย่อนคล้อยไปตามธรรมชาติ ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนบริเวณใบหน้า โดยเฉพาะรอบ ๆ ดวงตา

การรักษาหนังตาตก ที่เกิดจากอายุที่มากขึ้นจะต้องเน้นไปที่การเปลี่ยนแปลงทางกายวิภาคของผิวหนังที่ทำให้เกิดปัญหานี้เป็นสำคัญ” นายแพทย์ Julian Perry  จักษุแพทย์และศัลยแพทย์ตกแต่งดวงตาจาก Cleveland clinic กล่าวไว้ แม้ว่าปัญหาหนังตาตกจะดูเป็นปัญหาด้านความงามเป็นหลักสำหรับผู้คนทั่วไป แต่ปัญหาหนังตาตกนี้ยังสามารถ ทำให้เกิดปัญหาด้านการมองเห็น ด้วยสำหรับบางคน

การเปลี่ยนแปลงของร่างกายจากอายุที่มากขึ้นทำให้เกิดริ้วรอยและถุงใต้ดวงตา

นายแพทย์ Perry ชี้ให้เห็นปัจจัยหลาย ๆ อย่างที่ประกอบกันทำให้เกิดปัญหาด้านความงามรอบ ๆ ดวงตาของคุณจนทำให้เกิด หนังตาตก เมื่อมีอายุเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนี้

  • ผิวหนังที่หย่อนคล้อยทำให้มีรอยเหี่ยวย่นและถุงใต้ตา
  • เนื้อเยื่อไขมันสะสมเพิ่มมากขึ้น ทำให้เปลือกตาทั้งบนและล่างดูบวมมากขึ้น
  • รอบดวงตาดำคล้ำมากขึ้น
  • หนังตาตกจากการที่กล้ามเนื้อรอบดวงตาอ่อนแรงมากขึ้นตามอายุ
  • รอยย่นใต้ดวงตาเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่ออายุยิ่งมากขึ้น

ผู้หญิงหลาย ๆ คน รวมถึงผู้ชายอีกจำนวนหนึ่ง ก็เริ่มเสาะหาวิธีศัลยกรรมความงามที่จะมาแก้ปัญหาหนังตาตก และรอยเหี่ยวย่นรอบดวงตาให้กับตัวเอง ซึ่งโดยมากแพทย์จะแบ่งวิธีการแก้ปัญหานี้ออกเป็น 2 วิธีหลัก ๆ คือ วิธีที่ไม่ใช้การผ่าตัด และวิธีที่รักษาด้วยการผ่าตัดศัลยกรรม

การรักษา หนังตาตก และรอยเหี่ยวย่นโดยไม่ใช้การผ่าตัด

การฉีดผลิตภัณฑ์สังเคราะห์ที่มีส่วนผสมของโบทูลินุมและสารเติมเต็มที่มีส่วนผสมของกรดไฮยาลูโรนิก (hyaluronic acid) เป็นทางเลือกหนึ่งที่สามารถช่วยทำให้ใต้ดวงตาเต่งตึงขึ้น และทำให้ริ้วรอยดูจางลงได้

สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่คนที่เลือกใช้วิธีนี้จำเป็นต้องรู้ คือ ผลิตภัณฑ์พวกนี้ไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตามอายุ วิธีการออกฤทธิ์นั้นแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง นายแพทย์เพอร์รี่กล่าวไว้ ไม่ว่าจะเป็นโบท็อกซ์ หรือดิสพอรต ลักษณะการออกฤทธิ์จะเป็นการทำให้กล้ามเนื้อรอบ ๆ ดวงตาอ่อนแรงลงเป็นหลัก เพื่อให้เวลาคุณยิ้ม ริ้วรอยเหล่านี้จะได้ดูไม่ชัดเจน ทำให้ดูอ่อนกว่าวัย

ส่วนการฉีดฟิลเลอร์จะเป็นการเติมริ้วรอยที่ลึกแถว ๆ ร่องแก้ม และเปลือกตาล่างให้ดูตื้นขึ้น เมื่อมองดูจะได้เห็นริ้วรอยจางลง

“ผมใช้การฉีดฟิลเลอร์ใต้ดวงตามาหลายสิบปีแล้ว และส่วนมากจะได้ผลในการเติมริ้วรอยที่จะทำให้เกิดถุงใต้ตา” นายแพทย์เพอร์รี่บอก “แต่มันไม่ใช้วิธีที่ได้ผลยอดเยี่ยมเสียทีเดียวหรอกนะ บางครั้งวิธีนี้ก็ทิ้งร่องรอยสีเข้ม หรือรอบช้ำไว้แถว ๆ ที่ได้รับการฉีดฟิลเลอร์ได้เหมือนกัน”

“ทั้งการฉีดฟิลเลอร์ และการฉีกโบท็อกซ์ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียของแต่ละวิธีต่างกันไป แต่ทั้งสองอย่างก็สามารถทำให้ใบหน้าและดวงตาดูอ่อนเยาว์ลง ได้ผลค่อนข้างดี”

เขายังกล่าวว่าการใช้ทั้งฟิลเลอร์และโบท็อกซ์ร่วมกันมักจะทำให้เกิดประโยชน์ในการรักษาได้มาก เพราะทั้งสองวิธีก็เหมาะกับปัญหาที่แตกต่างกัน เมื่อใช้ร่วมกันจึงทำให้ได้ข้อดีของทั้งสองวิธีมารวมกัน

หนังตาที่ตกลง ตามอายุ หรือถุงใต้ดวงตา รวมทั้งริ้วรอยเหี่ยวย่นรอบ ๆ ดวงตา การฉีดโบท็อกซ์/ฟิลเลอร์ หรือผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่งก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหา และทำให้ดวงตาของคุณกลับมาดูสดใสมากยิ่งขึ้นได้

กลับสู่สารบัญ

การผ่าตัดศัลกรรมตกแต่งคืออีกขั้นของการคืนความอ่อนเยาว์ให้ดวงตา

การศัลยกรรมตกแต่งเปลือกตาเป็นวิธีหนึ่งที่สามารถตัดผิวหนังและไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่ที่เปลือกตาออกไปได้ ทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นตึงขึ้น หนังตาตกน้อยลง

ถ้าผู้ป่วยคนไหนมีผิวหนังส่วนที่เหี่ยวย่นเกินออกมา ศัลยแพทย์ก็จะตัดผิวหนังส่วนเกินบางส่วนของเปลือกตาล่างออกเพื่อรักษา แต่นายแพทย์เพอร์รี่ก็ยังเน้นย้ำว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้รับการทำศัลยกรรมจะต้องรับทราบว่าการผ่าตัดผิวหนังใต้ตาออกไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุที่ทำให้ผิวหนังหย่อนคล้อย และเกิดถุงใต้ตา การผ่าตัดผิวหนังส่วนเกินนี้เป็นเพียงการปัญหาที่ปลายเหตุเท่านั้น

“การทำศัลยกรรมตกแต่งมีจุดประสงค์ก็เพื่อรักษาปัญหาที่เกิดจากกายวิภาครอบดวงตาเป็นสำคัญ เช่น ริ้วรอยตีนกา หรือรอยเหี่ยวย่นรอบดวงตาที่ลึกขึ้นเมื่ออายุมาก” นายแพทย์เพอร์รี่อธิบายให้ฟัง

สำหรับคนไข้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดเจนกว่านี้ ต้องการลดริ้วรอยมาก ๆ จะต้องเข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่งที่แก้ไขไปจนถึงโครงสร้างลึกลงใต้ผิวหนังด้วย จึงจะสามารถแก้ไขปัญหาจากไขมันส่วนเกินที่ใต้ตา รวมถึงถุงใต้ตาได้

“การผ่าตัดทำศัลยกรรมตกแต่งในสมัยก่อนจะใช้วิธีที่ค่อนข้างเรียบง่ายโดยการตัดไขมันส่วนเกินที่สะสมเป็นถุงใต้ตาออก แต่การรักษาด้วยวิธีนี้จะไม่สามารถแก้ไขร่อยรองลึกที่มักจะอยู่ข้างใต้ของถุงใต้ตาอีกทีได้” นายแพทย์เพอร์รี่อธิบาย การผ่าตัดเอาไขมันออกเพียงอย่างเดียวสามารถทำให้ใบหน้าดูอ่อนล้าลดลง และทำให้ดูสดใสขึ้นได้ก็จริง แต่ไม่สามารถทำให้ดูอ่อนเยาว์ลงได้มากนัก เขากล่าวไว้

สำหรับการแก้ปัญหาร่อยรอยเหี่ยวย่นที่อยู่ใต้ถุงใต้ตานั้น ศัลยแพทย์มักเลือกที่จะเหลือไขมันบางส่วนไว้แทนที่จะผ่าตัดเอาไขมันส่วนเกินออกทั้งหมด และนิยมนำไขมันบางส่วนออกจากบริเวณที่ไม่ต้องการ แล้วย้ายไขมันที่ได้มาเติมบริเวณร่อยรองที่ดูลึกแทน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วการย้ายไขมันแบบนี้สามารถรักษาปัญหาร่องรอยลึกใต้ตา รวมถึงรอยดำคล้ำรอบดวงตาได้ดีกว่าการฉีดฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิกเสียอีก แต่วิธีนี้ต้องอาศัยการเตรียมการผ่าตัดที่ยุ่งยากกว่าพอสมควร เขาอธิบาย

“เมื่อไหร่ที่เราผ่าตัดย้ายไขมันจากใต้ตาลงไปเติมร่องรอยเหี่ยวย่นเหนือแก้ม นั่นแปลว่าเรากำลังก้าวข้ามความเป็นธรรมชาติไปแล้ว ฉะนั้นแผลที่เกิดขึ้นก็จะหายช้าลง บางครั้งอาจะเกิดก้อนหรือรอยบุ๋มที่เราไม่ต้องการขึ้น ซึ่งร่องรอยเหล่านี้มักใช้เวลานานกว่าจะหาย” เขากล่าวไว้

วิธีที่ดีที่สุดที่คุณควรทำเมื่อรู้สึกกังวลเกี่ยวกับผิวที่เหี่ยวย่น และหนังตาที่ตกลงเมื่ออายุมากขึ้นก็คือหาเวลาไปพบจักษุแพทย์ โดยเฉพาะจักษุแพทย์ที่มีประสบการณ์มาก ๆ ด้านการทำศัลยกรรมตกแต่งรอบดวงตา เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับทางเลือกในการรักษาที่เหมาะสมกับคุณมากที่สุด

“พวกเราจะเลือกวิธีการรักษาได้ก็ต่อเมื่อได้ตรวจดูลักษณะทางกายวิภาคของคนไข้แต่ละคนที่แตกต่างกันออกไปอย่างละเอียด และได้พูดคุยถึงความต้องการในการรักษาของแต่ละคนเสียก่อน” นายแพทย์เพอร์รี่กล่าว

Reference: https://health.clevelandclinic.org/the-best-options-for-droopy-eyelids-circles-and-sags/

ติดต่อสอบถาม ปรึกษาแพทย์ ผ่านช่องทางไลน์ หรือโทรศัพท์

086-570-7040 086-323-4040