ปี 2026 คือยุคของ “Skin Longevity” ที่คนไม่ได้แค่อยากผิวขาวใส แต่ต้องการผิวที่แข็งแรงจากภายในและคงความอ่อนเยาว์ได้ระยะยาว Rejuran (รีจูรัน) จึงกลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้งในฐานะ Medical Device ที่เข้าไปซ่อมแซมโครงสร้างผิวชั้นลึก (Skin Architecture) ซึ่งเป็นจุดที่เลเซอร์หรือครีมทาภายนอกอาจเข้าไม่ถึง
ถ้าคุณเคยทำหน้ามาเยอะแล้วเริ่มรู้สึกว่าผิวบางลงทุกที แต่งหน้าไม่ค่อยติด รองพื้นเป็นขุยง่าย รูขุมขนกว้างขึ้นยิ่งดูแลยิ่งไม่ดี ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากครีมที่ใช้ไม่ดี แต่เกิดจากโครงสร้างผิวชั้นลึกที่เริ่มเสื่อมสภาพ
บทความนี้จะตอบทุกข้อสงสัย ตั้งแต่กลไกการทำงานของ Rejuran การเปรียบเทียบกับ Juvelook และ Exosome แบบตรงไปตรงมา อัปเดตราคาปี 2026 ไปจนถึงเทคนิคการฉีดที่ช่วยลดความเจ็บฉบับรัตตินันท์ที่สั่งสมมาจากประสบการณ์จริงในคลินิก
Rejuran: PN (Polynucleotide) คืออะไร?
PN หรือ Polynucleotide คือชิ้นส่วน DNA (DNA Fragments) ที่สกัดมาจากเซลล์สืบพันธุ์ของปลาแซลมอนป่า (Wild Salmon) ในมหาสมุทรธรรมชาติ ผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์จนได้ความเข้มข้น 2% และกำจัดโปรตีนที่อาจก่อให้เกิดการแพ้ออกจนหมด
สิ่งที่ทำให้ PN จากปลาแซลมอนพิเศษกว่าแหล่งอื่นคือ มีลำดับเบส DNA ใกล้เคียงกับมนุษย์ถึง 98% จึงมี Biocompatibility สูงมาก ร่างกายไม่ต่อต้านและสามารถนำไปใช้ในกระบวนการซ่อมแซมเซลล์ได้โดยตรง
Mechanism of Action กลไกการทำงาน 3 ขั้นตอน
- Scaffolding สร้างโครงตาข่ายผิวใหม่
เมื่อ PN เข้าสู่ชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) จะทำหน้าที่เป็นโครงร่างชั่วคราว (Scaffold) ให้เซลล์ Fibroblast เกาะและเพิ่มจำนวน พร้อมกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจน Type I และ Type III ซึ่งเป็นคอลลาเจนที่ให้ทั้งความแข็งแรงและความยืดหยุ่นแก่ผิว
- Growth Factors กระตุ้นสารซ่อมแซมธรรมชาติ
PN จับกับ Adenosine A2A Receptor บนผิวเซลล์ กระตุ้นให้ร่างกายหลั่ง Growth Factors หลายชนิด ได้แก่
-
- IGF (Insulin-like Growth Factor) เร่งการแบ่งตัวของเซลล์ผิว
- FGF (Fibroblast Growth Factor) กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน
- VEGF (Vascular Endothelial Growth Factor) สร้างหลอดเลือดฝอยใหม่เลี้ยงผิว ทำให้หน้าอมชมพู ผิวดูเลือดฝาดมีชีวิตชีวา
- ECM Restoration ฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานผิว
Extracellular Matrix (ECM) คือโครงสร้างพื้นฐานที่ห่อหุ้มและค้ำจุนเซลล์ผิวทั้งหมด PN ช่วยฟื้นฟู ECM ที่เสื่อมสภาพให้กลับมาแข็งแรง ทำให้ผิวหนาตัวขึ้นจากภายใน ไม่ใช่แค่อุ้มน้ำชั่วคราวแบบ Hyaluronic Acid
ผลลัพธ์จากการวิจัย (Clinical Benefits)
จากงานวิจัยทางคลินิกที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ พบข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้
ความชุ่มชื้นเพิ่มขึ้น (Hydration) งานวิจัยในอาสาสมัคร 218 คน พบว่าความชุ่มชื้นของผิวเพิ่มขึ้นหลังการฉีด โดยผิวสามารถกักเก็บน้ำได้ดีขึ้นเพราะโครงสร้าง ECM ที่แข็งแรง ไม่ใช่แค่การเติมน้ำจากภายนอก
ความหนาของชั้นผิวเพิ่มขึ้น (Skin Thickness) การศึกษาแบบ Split-face (เปรียบเทียบซีกหน้าซ้าย-ขวาในคนเดียวกัน) พบว่าด้านที่ได้รับ PN มีความหนาของชั้น Dermis เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับคนที่มีปัญหาผิวบางจากการทำหัตถการซ้ำหลายครั้ง หรือผิวบางตามธรรมชาติ
รูขุมขนเล็กลงและความมันลดลง (Sebum Regulation) งานวิจัยจากเกาหลี พบว่าขนาดรูขุมขนและ Skin Surface Roughness ลดลง เหตุผลคือเมื่อโครงสร้างผิวรอบรูขุมขนแข็งแรงขึ้น รูขุมขนจึงไม่ขยายตัวง่าย และต่อมไขมันทำงานสมดุลขึ้น ซึ่งตอบโจทย์ปัญหาผิวมันของคนไทยที่อยู่ในสภาพอากาศร้อนชื้น
ริ้วรอยลดลง การศึกษาในผู้เข้าร่วม 218 คน พบว่าริ้วรอยรอบดวงตา (Crow’s feet) ลดลงถึง 61.4% ภายใน 12 สัปดาห์ โดยผลข้างเคียงจำกัดอยู่แค่อาการบวมเล็กน้อย รอยแดง และรอยช้ำชั่วคราว
สรุป ฉีด Rejuran ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?
- ฟื้นฟูผิวที่บางลงจากการทำหัตถการซ้ำหลายครั้ง ให้กลับมาหนาตัวและแข็งแรงขึ้น
- ลดขนาดรูขุมขนกว้าง ช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้น
- ปรับสมดุลความมันบนใบหน้า เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย
- เพิ่มความชุ่มชื้นจากภายใน ไม่ใช่แค่อุ้มน้ำชั่วคราว
- ลดเลือนริ้วรอยละเอียด โดยเฉพาะรอบดวงตาและรอบปาก
- ทำให้ผิวดูอมชมพูมีชีวิตชีวาจากหลอดเลือดฝอยที่เลี้ยงผิวดีขึ้น
- ช่วยให้แต่งหน้าติดทนขึ้น รองพื้นไม่เป็นขุยหรือลอกง่าย
ศึกงานผิว 2026 เลือกตัวไหนดี?
ในปี 2026 ตัวเลือกสำหรับงานผิวระดับลึกมีมากขึ้นกว่าเดิม แต่ละตัวมีจุดแข็งต่างกัน การเลือกให้ถูกกับปัญหาผิวจึงสำคัญกว่าการเลือกตามกระแส
Rejuran (PN) - The Healer
จุดเด่น ซ่อมแซมโครงสร้างผิวจากภายใน กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและหลอดเลือดฝอย
เหมาะกับ
- ผิวบางจากการทำหัตถการซ้ำหลายครั้ง ต้องการให้ผิวหนาตัวขึ้น
- ผิวแพ้ง่าย ระคายเคืองบ่อย ต้องการฟื้นฟูให้แข็งแรง
- ต้องการผิวฉ่ำน้ำแบบ Glass Skin มีออร่าจากภายใน
- รูขุมขนกว้างปานกลาง ผิวขาดความชุ่มชื้น
ข้อควรรู้ ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ดีขึ้นตามกระบวนการซ่อมแซมของร่างกาย ไม่ใช่เห็นผลทันทีหลังฉีด
Juvelook (PDLLA + HA) - The Volumizer
จุดเด่น ผสมผสานระหว่างการเติมเต็มและกระตุ้นคอลลาเจน ให้ผลทั้งระยะสั้นและระยะยาว
เหมาะกับ
- หลุมสิวตื้นถึงปานกลาง ต้องการความเรียบเนียน
- รูขุมขนกว้างมาก ผิวมีพื้นผิวขรุขระ
- ผิวฝ่อ ขาด Volume ต้องการเติมเต็ม
- ต้องการเห็นผลเร็วกว่า Rejuran
ข้อควรรู้ เนื้อสัมผัสหนืดกว่า Rejuran อาจมีอาการบวมนานกว่าเล็กน้อย
Exosome - The Cell Booster
จุดเด่น ทำงานเสมือนการสื่อสารระหว่างเซลล์ (Cell Signaling) ช่วยลดการอักเสบและเร่งการฟื้นตัว
เหมาะกับ
- ผิวมีปัญหาการอักเสบเรื้อรัง สิวอักเสบบ่อย
- ฝ้า รอยแดง รอยดำจากสิว
- ต้องการฟื้นฟูหลังทำเลเซอร์หรือหัตถการอื่น
- ผิวที่ต้องการ Reset สมดุลใหม่
ข้อควรรู้ Exosome ในไทยยังไม่ได้รับการรับรองจาก อย. ในรูปแบบ Injectable ควรศึกษาข้อมูลและเลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือ
อ่านบทวิเคราะห์เปรียบเทียบเจาะลึกที่ Exosome vs Rejuran เลือกอย่างไร?
Belotero Revive (HA + Glycerol) - The Hydrator
จุดเด่น เน้นเติมความชุ่มชื้นระดับลึกและปรับปรุงคุณภาพผิวโดยรวม
เหมาะกับ
- ผิวแห้งมาก ขาดความชุ่มชื้นเรื้อรัง
- ริ้วรอยละเอียดจากความแห้ง
- ต้องการผิวนุ่มลื่น Dewy Look
- ผิวที่ไม่ได้มีปัญหาโครงสร้างมาก แค่ขาดน้ำ
ข้อควรรู้ ไม่ได้เน้นซ่อมแซมโครงสร้างเท่า Rejuran แต่ให้ความชุ่มชื้นได้ดีกว่า
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Belotero Revive คืออะไร?
Vital Light (PN + HA + Amino Acids) - The All-Rounder
จุดเด่น รวมส่วนผสมหลายอย่างในหนึ่งเดียว ทั้งซ่อมแซมและให้ความชุ่มชื้น
เหมาะกับ
- ต้องการผลลัพธ์หลายด้านในครั้งเดียว
- ผิวที่มีปัญหาปานกลาง ไม่ได้หนักมากด้านใดด้านหนึ่ง
- งบประมาณจำกัด ต้องการความคุ้มค่า
ข้อควรรู้ เพราะเป็น Multi-function อาจไม่ได้เด่นเฉพาะทางเท่าตัวที่ออกแบบมาเพื่อปัญหาเดียว
สรุปเทรนด์ 2026 Hybrid Protocol
ความจริงที่แพทย์ผิวหนังรู้กันดีคือ ไม่มีตัวไหนที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน เพราะผิวแต่ละคนมีปัญหาซ้อนกันหลายชั้น
เทรนด์ปี 2026 จึงไม่ใช่การเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่คือ Hybrid Protocol หรือการออกแบบโปรแกรมที่ผสมผสานหลายตัวตามปัญหาจริงของผิว เช่น
- Rejuran + Exosome สำหรับคนผิวบางที่มีปัญหาอักเสบร่วมด้วย
- Rejuran + Juvelook สำหรับคนที่ต้องการทั้งซ่อมโครงสร้างและเติมเต็มหลุมสิว
- Rejuran + Revive สำหรับคนผิวแห้งมากที่ต้องการทั้งความชุ่มชื้นและความแข็งแรง
ที่รัตตินันท์ เราจะประเมินสภาพผิวจริงก่อนแนะนำโปรแกรมที่เหมาะสม ไม่ใช่แค่ขายตัวที่กำลังเป็นกระแส
Rejuran vs Chanel / Meso หน้าใสทั่วไป ต่างกันอย่างไร?
หลายคนสงสัยว่า Rejuran ต่างจากเมโสหน้าใสทั่วไปหรือที่เรียกกันว่า ฉีดชาเนล อย่างไร ในเมื่อดูเผิน ๆ ก็เป็นการฉีดสารเข้าผิวหน้าเหมือนกัน คำตอบอยู่ที่ สิ่งที่ฉีดเข้าไป และ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับโครงสร้างผิว
ส่วนผสมและกลไกที่ต่างกัน
- Meso หน้าใส / Chanel ส่วนใหญ่ประกอบด้วยวิตามิน กรดอะมิโน Hyaluronic Acid และสารบำรุงต่างๆ ที่ทำหน้าที่ “เติม” ความชุ่มชื้นและสารอาหารให้ผิวชั้นบน ผิวจะดูใสขึ้น ฉ่ำขึ้นทันทีหลังทำ เพราะมีน้ำและสารบำรุงเข้าไปอยู่ในผิว
- Rejuran ประกอบด้วย Polynucleotide (PN) ซึ่งเป็นชิ้นส่วน DNA ที่ทำหน้าที่ “กระตุ้น” ให้เซลล์ผิวซ่อมแซมและสร้างโครงสร้างใหม่ด้วยตัวเอง ไม่ใช่แค่เติมสารจากภายนอก แต่เปลี่ยนแปลงความสามารถของผิวในการผลิตคอลลาเจนและ ECM
ความคงทน ที่ทำไม Meso หายเร็วกว่า?
- Meso หน้าใส ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 1-2 สัปดาห์ถึง 1 เดือน เพราะสารที่ฉีดเข้าไปจะถูกร่างกายดูดซึมและใช้หมดไป เมื่อสารหมด ผิวก็กลับสู่สภาพเดิม จึงต้องทำซ้ำบ่อยเพื่อรักษาความใส
- Rejuran ผลลัพธ์อยู่ได้ 6-12 เดือน เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่สารที่ฉีดเข้าไป แต่เป็นคอลลาเจนและโครงสร้างผิวใหม่ที่ร่างกายสร้างขึ้นมาเอง แม้ PN จะถูกดูดซึมหมดไปแล้ว แต่โครงสร้างที่สร้างใหม่ยังคงอยู่
ผลลัพธ์ระยะยาว เปลี่ยนโครงสร้างผิวได้จริงหรือ?
นี่คือจุดที่ต่างกันชัดเจนที่สุด
- Meso หน้าใส ไม่ได้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างผิว ผิวไม่ได้หนาขึ้นหรือแข็งแรงขึ้นจริง แค่ได้รับสารบำรุงชั่วคราว ถ้าหยุดทำ ผิวก็กลับมาเหมือนเดิม
- Rejuran มีงานวิจัยยืนยันว่าทำให้ชั้น Dermis หนาขึ้นจริง เพราะมีคอลลาเจนและ ECM เพิ่มขึ้น คนที่ทำ Rejuran ต่อเนื่อง 3-4 ครั้ง จะรู้สึกว่าผิวเปลี่ยนไปอย่างถาวร แม้จะเว้นระยะนานก็ไม่ได้กลับไปแย่เหมือนเดิม
สรุปเปรียบเทียบ
|
หัวข้อ |
Meso หน้าใส / Chanel |
Rejuran |
|
ส่วนผสมหลัก |
วิตามิน, HA, กรดอะมิโน |
Polynucleotide (PN) |
|
กลไกการทำงาน |
เติมสารบำรุงจากภายนอก |
กระตุ้นให้ผิวซ่อมแซมตัวเอง |
|
เห็นผลหลังทำ |
ทันที ผิวใสฉ่ำ |
ค่อยๆ ดีขึ้นใน 2-4 สัปดาห์ |
|
ผลลัพธ์คงอยู่ |
1-4 สัปดาห์ |
6-12 เดือน |
|
เปลี่ยนโครงสร้างผิว |
ไม่ |
ใช่ (ผิวหนาขึ้น แข็งแรงขึ้น) |
|
เหมาะกับ |
ต้องการผิวใสเร็วก่อนงาน |
ต้องการแก้ปัญหาผิวระยะยาว |
|
ความถี่ในการทำ |
ทุก 2-4 สัปดาห์ |
ทุก 1-3 เดือน (4 ครั้งแรก) จากนั้นเว้น 6-12 เดือน |
แล้วควรเลือกอะไร?
- ถ้าต้องการ ผิวใสเร็วก่อนงานสำคัญ และไม่ได้มีปัญหาโครงสร้างผิว Meso หน้าใสก็ตอบโจทย์ได้ดี ราคาถูกกว่า เห็นผลเร็วกว่า
- แต่ถ้ามีปัญหา ผิวบาง รูขุมขนกว้าง ผิวไม่แข็งแรง หรือต้องการ ผลลัพธ์ที่ยั่งยืน ไม่อยากทำซ้ำบ่อย ๆ Rejuran คือการลงทุนที่คุ้มค่ากว่าในระยะยาว
การรับรองจาก อย. จุดที่ต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจ
Rejuran ผ่านการรับรองจาก KFDA (องค์การอาหารและยาเกาหลี) และ อย. ไทย (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) ในฐานะ Medical Device สำหรับฉีดเข้าชั้นผิวหนัง มีเลขทะเบียน อย. ชัดเจน สามารถตรวจสอบได้
Meso หน้าใส / Chanel ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะในตลาดมีทั้งตัวที่ผ่าน อย. และไม่ผ่าน บางตัวนำเข้ามาโดยไม่ถูกต้อง หรือเป็นสูตรผสมที่คลินิกทำขึ้นเอง ซึ่งไม่มีการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัย
วิธีตรวจสอบก่อนทำ
- ขอดูกล่องผลิตภัณฑ์และเลข อย. ก่อนฉีดทุกครั้ง
- Rejuran ของแท้จะมี QR Code และ Hologram Sticker ที่สแกนตรวจสอบได้
- ถ้าคลินิกไหนไม่ยอมให้ดูกล่องหรือตอบไม่ได้ว่าใช้ยี่ห้ออะไร ควรพิจารณาใหม่
ที่รัตตินันท์ เราใช้เฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ผ่าน อย. และแกะกล่องให้ดูต่อหน้าทุกครั้งก่อนทำหัตถการ เพราะความปลอดภัยของคนไข้สำคัญที่สุด
Rejuran มีกี่รุ่น? แตกต่างกันอย่างไร?
เมื่อคุณเห็น Rejuran มาแล้วหลายสี ซึ่งอาจเกิดความสับสนว่าต่างกันอย่างไร ควรเลือกสีไหน คำตอบอยู่ที่ “Viscosity” หรือความหนืดของเนื้อเจล ซึ่งถูกออกแบบมาให้เหมาะกับตำแหน่งและปัญหาผิวที่แตกต่างกัน ดังนี้
1. Rejuran Healer (กล่องดำ) - The Original Best Seller
ความหนืด: ปานกลาง | ความเข้มข้น PN: 2% | ปริมาณ: 2.7 cc / syringe
- ออกแบบมาเพื่อ ฉีดในชั้น Dermis ทั่วใบหน้า เป็นสูตรดั้งเดิมที่ใช้กันมากที่สุด เหมาะสำหรับการฟื้นฟูผิวโดยรวม สร้าง Glass Skin และเป็นตัวเลือกแรกสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ Rejuran
- เหมาะกับ ทุกปัญหาผิวพื้นฐาน ผิวหมองคล้ำ รูขุมขนกว้าง ผิวขาดความชุ่มชื้น ริ้วรอยละเอียด
2. Rejuran HB Plus (กล่องแดง) - The New Standard
ความหนืด: ปานกลาง (ใกล้เคียง Healer) | ความเข้มข้น PN: 2% | ส่วนผสมพิเศษ: Hyaluronic Acid (HA) + Lidocaine (ยาชา) | ปริมาณ: 2.2 cc / syringe
ออกแบบมาเพื่อ ตอบโจทย์ข้อจำกัดของ Healer ที่หลายคนบอกว่าเจ็บ และต้องรอนานกว่าจะเห็นผล HB Plus จึงเพิ่ม HA เข้ามาให้เห็นความฉ่ำทันทีหลังฉีด และมียาชาผสมช่วยลดความเจ็บระหว่างทำ
จุดเด่น
- เจ็บน้อยลงประมาณ 50% เพราะมี Lidocaine ผสม
- เห็นผลฉ่ำน้ำทันทีจาก HA ไม่ต้องรอนานเหมือน Healer
- ยังคงประสิทธิภาพการซ่อมแซมจาก PN เท่าเดิม
เหมาะกับ คนกลัวเจ็บ คนที่อยากเห็นผลทันทีด้วย ปัจจุบันกลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมแทน Healer ในหลายคลินิก
3. Rejuran S (กล่องน้ำเงิน) - The Scar Specialist
ความหนืด: สูงสุดในกลุ่ม | ความเข้มข้น PN: 2% | ปริมาณ: 1 cc / syringe
- ออกแบบมาเพื่อ ฉีดเฉพาะจุดบริเวณหลุมสิว โดยเฉพาะหลุมสิวแบบ Boxcar (ปากกว้าง ก้นแบน) เนื้อเจลที่หนืดสูงจะคงตัวอยู่ในตำแหน่งที่ฉีดได้นาน ไม่กระจายออกไป ช่วยกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ใต้หลุมสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- เหมาะกับ หลุมสิวปากกว้าง (Boxcar) หลุมสิวตื้นถึงปานกลาง แผลเป็นที่ต้องการเติมเต็มจากภายใน
- ข้อควรรู้ ไม่เหมาะสำหรับฉีดทั่วหน้า ใช้เฉพาะจุดที่มีปัญหาเท่านั้น มักใช้ร่วมกับ Healer หรือ HB Plus
4. Rejuran I (กล่องขาว) - The Eye Specialist
ความหนืด: ต่ำที่สุดในกลุ่ม (เหลวมาก) | ความเข้มข้น PN: 2% | ปริมาณ: 1 cc / syringe
- ออกแบบมาเพื่อ บริเวณผิวบางรอบดวงตาและรอบปากโดยเฉพาะ เนื้อเจลที่เหลวมากจะกระจายตัวได้ดีในพื้นที่ที่ผิวบางมาก ไม่เป็นก้อนหรือตุ่มนูนใต้ผิว ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้ถ้าใช้สูตรที่หนืดเกินไปในบริเวณนี้
- เหมาะกับ ริ้วรอยตีนกา ริ้วรอยใต้ตา ผิวรอบดวงตาที่บางและเหี่ยว ริ้วรอยรอบปาก
- ข้อควรรู้ ใช้เฉพาะบริเวณรอบดวงตาและปาก ไม่เหมาะสำหรับทั่วหน้า
สรุปเปรียบเทียบ Rejuran ทุกรุ่น
| รุ่น | สี | ความหนืด | ส่วนผสมพิเศษ | ตำแหน่งที่ใช้ | เหมาะกับปัญหา |
|---|---|---|---|---|---|
| Healer | ดำ | ปานกลาง | PN 2% | ทั่วใบหน้า | ฟื้นฟูผิวโดยรวม, Glass Skin |
| HB Plus | แดง | ปานกลาง | PN 2% + HA + ยาชา | ทั่วใบหน้า | กลัวเจ็บ, อยากฉ่ำทันที |
| S | น้ำเงิน | สูงสุด | PN 2% | เฉพาะจุดหลุมสิว | หลุมสิว Boxcar, แผลเป็น |
| I | ขาว | ต่ำสุด | PN 2% | รอบตา, รอบปาก | ริ้วรอยตีนกา, ใต้ตา |
ที่รัตตินันท์เลือกใช้อย่างไร?
เราไม่ได้ใช้สูตรเดียวกับทุกคน แต่จะประเมินสภาพผิวและปัญหาที่ต้องการแก้ไขก่อน แล้วเลือกสูตรหรือผสมผสานหลายสูตรตามความเหมาะสม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคน
ขั้นตอนการฉีดและเทคนิคเฉพาะที่รัตตินันท์ คลินิก
การฉีด Rejuran แม้จะเป็นหัตถการเล็ก แต่เป็นการเจาะผิวหนังหลายสิบจุด ความสะอาดและการป้องกันการติดเชื้อจึงสำคัญมาก
- ห้องหัตถการปลอดเชื้อ เราทำ Rejuran ในห้องหัตถการที่ได้มาตรฐาน ไม่ใช่ห้องทั่วไปหรือห้องปรึกษา มีการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อตามมาตรฐานทางการแพทย์
- อุปกรณ์ปลอดเชื้อทุกชิ้น เข็มและ Syringe ใช้แล้วทิ้ง แกะจากซองต่อหน้าคนไข้ทุกครั้ง ไม่มีการใช้ซ้ำ
- เทคนิคการฉีดที่ลดความเสี่ยง การฉีดที่ถูกต้องช่วยลดโอกาสเกิดก้อน (Nodule) หรือการติดเชื้อ แพทย์ใส่ใจในรายละเอียดว่าควรฉีดลึกแค่ไหน ห่างกันเท่าไหร่ และปริมาณต่อจุดเท่าไหร่ที่เหมาะสม
- การดูแลหลังทำ เราให้คำแนะนำการดูแลหลังทำอย่างละเอียด และมีช่องทางติดต่อกลับถ้ามีข้อสงสัยหรือปัญหา ไม่ปล่อยให้คนไข้กลับบ้านแล้วต้องเดาเองว่าอาการไหนปกติหรือไม่ปกติ
Rejuran แสบไหม?
ต้องยอมรับตรงๆ ว่า Rejuran แสบตอนเดินยา โดยเฉพาะสูตร Healer ที่ไม่มียาชาผสม หลายคนที่เคยทำมาบอกว่าแสบกว่าเมโสหน้าใสทั่วไป เพราะ PN มีคุณสมบัติกระตุ้นเซลล์ ทำให้รู้สึกแสบร้อนขณะฉีด
แต่ความแสบนี้สามารถจัดการได้ ขึ้นอยู่กับเทคนิคและการเตรียมตัวของคลินิก
เทคนิค Painless & Precision ฉบับรัตตินันท์
จากประสบการณ์ที่สั่งสมมา เราพัฒนาเทคนิคการจัดการความเจ็บปวดที่ช่วยให้ผู้รับบริการสบายขึ้นอย่างมาก
ขั้นตอนที่ 1 การเตรียมผิวและบล็อกยาชา
ก่อนเริ่มฉีด เราใช้ยาชาทาเฉพาะที่ (Topical Anesthesia) ทิ้งไว้ 20-30 นาที ให้ซึมลึกถึงชั้นผิวที่จะฉีด ไม่ใช่แค่ทาบาง ๆ แล้วรีบทำ พร้อมการผลักยาชาสำหรับคนที่กลัวเจ็บมาก ช่วยลดความรู้สึกได้ดียิ่งขึ้น
ขั้นตอนที่ 2 Cooling System ระหว่างฉีด
ระหว่างทำหัตถการ เราใช้เครื่อง Cooling ประคบผิวสลับกับการฉีด ความเย็นช่วยชาผิวชั่วคราวและลดการอักเสบทันที ทำให้แสบน้อยลงและบวมน้อยลงหลังทำ
ขั้นตอนที่ 3 เทคนิคการฉีดที่ถูกต้อง
ความเร็วและความลึกในการฉีดมีผลต่อความเจ็บมาก แพทย์ของเราจะฉีดด้วยความเร็วและแรงกดที่สม่ำเสมอ ไม่กระตุกหรือเปลี่ยนจังหวะกะทันหัน ซึ่งช่วยลดความเจ็บได้อย่างมาก
การฉีด Rejuran ใช้เทคนิค Intradermal Injection (ID) คือการฉีดเข้าชั้นหนังแท้ (Dermis) ซึ่งอยู่ตื้นมาก ไม่ใช่ฉีดลึกลงไปในชั้นไขมันหรือกล้ามเนื้อ
เพราะเป้าหมายของ Rejuran คือการฟื้นฟูชั้น Dermis ซึ่งเป็นที่อยู่ของ Fibroblast (เซลล์สร้างคอลลาเจน) และ ECM (โครงสร้างพื้นฐานของผิว) ถ้าฉีดลึกเกินไป ยาจะลงไปอยู่ในชั้นที่ไม่ใช่เป้าหมาย ไม่ได้ผลเรื่องงานผิว
หลังฉีดจะเห็นตุ่มนูนเล็ก ๆ (Papule) กระจายทั่วบริเวณที่ฉีด หลายคนตกใจว่าผิดปกติหรือเปล่า แต่จริง ๆ แล้วนี่คือสัญญาณว่าฉีดถูกชั้น
ตุ่มเหล่านี้คือ ยาที่ถูกฝากไว้ ในชั้น Dermis จะค่อย ๆ ซึมและกระจายตัว (Slow Release) ภายใน 24-48 ชั่วโมง ถ้าฉีดแล้วไม่เห็นตุ่มเลย แปลว่าฉีดลึกเกินไป ยาจะถูกดูดซึมเร็วเกินไปและได้ผลน้อยลง
Rattinan Signature Glow การจับคู่หัตถการเพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น
การทำ Rejuran เพียงอย่างเดียวก็ให้ผลลัพธ์ที่ดี แต่ถ้าต้องการผลลัพธ์ที่ดีขึ้นไปอีก เทรนด์ปีนี้ คือการจับคู่หัตถการที่ทำงานเสริมกัน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมในเวลาเดียวกัน
ที่รัตตินันท์ เราออกแบบสูตรการจับคู่จากประสบการณ์จริงที่เห็นว่าได้ผลดีกับผู้รับบริการ โดยเลือกเฉพาะคู่ที่ทำงานร่วมกันได้จริง ดังนี้
เหมาะกับ คนที่ต้องการผิวใสขึ้นเร็ว มีงานสำคัญรออยู่ หรือผิวหมองคล้ำ มีจุดด่างดำ รอยสิว ที่ต้องการแก้หลายปัญหาพร้อมกัน
ทำไมคู่นี้ถึงเข้ากัน?
Pico Laser ทำงานที่ชั้นผิวบน สลายเม็ดสี กระตุ้นการผลัดเซลล์ ทำให้ผิวใสขึ้นทันที ส่วน Rejuran ทำงานที่ชั้นลึกกว่า ซ่อมแซมโครงสร้างและกระตุ้นคอลลาเจน
เมื่อทำคู่กัน Pico Laser จะช่วยเปิดทางให้ PN ซึมเข้าสู่ผิวได้ดีขึ้น และ Rejuran จะช่วยเร่งการฟื้นตัวหลังเลเซอร์ ลดอาการแดงและระคายเคือง
ผลลัพธ์ที่ได้
- ผิวใสขึ้นทันทีจาก Pico Laser
- จุดด่างดำและรอยสิวจางลงเร็วขึ้น
- ผิวฟื้นตัวเร็ว ไม่ลอกหรือแดงนาน
- โครงสร้างผิวแข็งแรงขึ้นในระยะยาวจาก Rejuran
ลำดับการทำ ทำ Pico Laser ก่อน แล้วตามด้วย Rejuran ในวันเดียวกัน หรือห่างกัน 1-2 สัปดาห์ก็ได้ ขึ้นอยู่กับสภาพผิว
เหมาะกับ คนที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อย หน้าไม่กระชับ แต่ยังไม่อยากทำศัลยกรรม ต้องการทั้งความกระชับและคุณภาพผิวที่ดีขึ้น
ทำไมคู่นี้ถึงเข้ากัน?
- Ulthera ใช้คลื่นอัลตราซาวด์เข้าถึงชั้น SMAS (ชั้นกล้ามเนื้อใต้ผิวหนัง) กระตุ้นให้เกิดการหดตัวและยกกระชับโครงหน้า ส่วน Rejuran ทำงานที่ชั้น Dermis ซ่อมแซมโครงสร้างผิวและเพิ่มคอลลาเจน
- Ulthera ให้ความกระชับจากชั้นลึก แต่ไม่ได้ปรับปรุงเนื้อผิวชั้นบน Rejuran เติมเต็มส่วนนี้โดยทำให้ผิวละเอียด เรียบเนียน และมีน้ำมีนวล
ผลลัพธ์ที่ได้
- หน้ากระชับ ขอบหน้าชัดขึ้นจาก Ulthera
- ผิวละเอียด เนียนนุ่ม ไม่หยาบกร้าน
- รูขุมขนเล็กลง ผิวดูเด็กลงทั้งโครงสร้างและเนื้อผิว
- ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ ไม่ดูตึงผิดปกติ
ลำดับการทำ ทำ Ulthera ก่อน รอให้ผิวฟื้นตัว 2-4 สัปดาห์ แล้วค่อยทำ Rejuran หรือในบางเคสสามารถทำวันเดียวกันได้ โดยทำ Ulthera ก่อนแล้วตามด้วย Rejuran
หมายเหตุสำคัญ
การจับคู่หัตถการไม่ได้เหมาะกับทุกคน บางคนผิวไวมาก การทำหลายอย่างพร้อมกันอาจทำให้ระคายเคืองเกินไป บางคนมีงบประมาณจำกัด การทำทีละอย่างอาจเหมาะกว่า
ที่รัตตินันท์ เราจะประเมินสภาพผิว ความต้องการ และข้อจำกัดของแต่ละคนก่อนแนะนำ ไม่ใช่ทุกคนต้องทำคู่ และไม่ใช่ทุกคู่จะเหมาะกับทุกคน
Rejuran ของแท้ดูอย่างไร?
เมื่อ Rejuran ได้รับความนิยมมากขึ้น ของปลอมและของหิ้วที่ไม่ผ่านการรับรองก็เพิ่มขึ้นตามมา การตรวจสอบว่าสิ่งที่กำลังจะฉีดเข้าหน้าเป็นของแท้หรือไม่ จึงเป็นสิ่งที่ทุกคนควรรู้ก่อนตัดสินใจ
Rejuran ของแท้จากบริษัท PharmaResearch (ผู้ผลิตจากเกาหลี) จะมี Hologram Sticker พร้อม QR Code ติดอยู่ที่ข้างกล่อง
ขั้นตอนการตรวจสอบ
- มองหา Hologram Sticker ที่ข้างกล่อง สติกเกอร์ของแท้จะเปลี่ยนสีเมื่อเอียงมุมมอง
- ใช้กล้องมือถือสแกน QR Code บน Sticker
- ระบบจะพาไปยังหน้าเว็บไซต์ยืนยันตัวตนของ PharmaResearch
- กรอกรหัสที่ได้รับเพื่อยืนยันว่าเป็นของแท้และยังไม่เคยถูกใช้งาน
สิ่งที่ควรระวัง
- ถ้าสแกนแล้วไม่ขึ้นหน้าเว็บของ PharmaResearch แสดงว่าอาจเป็นของปลอม
- ถ้าระบบแจ้งว่า “รหัสนี้ถูกใช้งานแล้ว” แสดงว่าอาจเป็นกล่องที่ถูกนำมาใช้ซ้ำ
- ของแท้จะสแกนได้ครั้งเดียว ถ้าคลินิกบอกว่าสแกนไม่ได้เพราะเคยสแกนไปแล้ว ควรขอดูหลักฐานการสแกนครั้งแรก
ที่กล่อง Rejuran ของแท้จะมีข้อมูลสำคัญที่ต้องตรวจสอบ
สิ่งที่ต้องดู
- เลข Lot (Batch Number) รหัสการผลิตที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้
- Manufacturing Date วันที่ผลิต
- Expiry Date วันหมดอายุ ต้องยังไม่หมดอายุ ณ วันที่ทำ
- เลขทะเบียน อย. ไทย สำหรับ Rejuran ที่นำเข้าอย่างถูกต้อง
สิ่งที่ควรระวัง
- กล่องที่พิมพ์ไม่ชัด ตัวหนังสือเบลอ หรือสีซีดผิดปกติ
- วันหมดอายุที่ใกล้จะถึงมากผิดปกติ (อาจเป็นของค้างสต็อก)
- ไม่มีเลข อย. ไทย หรือมีแต่ตรวจสอบไม่ได้
กล่องภายนอก
- พิมพ์คมชัด สีสม่ำเสมอ
- มี Hologram Sticker ที่เปลี่ยนสีได้
- ระบุข้อมูลครบถ้วนทั้งภาษาอังกฤษและเกาหลี
ภายในกล่อง
- Rejuran Healer มี 2 Syringe ต่อกล่อง (2.7 cc/syringe)
- Syringe บรรจุในถาดพลาสติกปิดผนึก
- มีเข็มสำหรับฉีดแยกมาให้
- เนื้อเจลใส ไม่มีตะกอนหรือสีผิดปกติ
คำเตือน ความเสี่ยงจากหมอกระเป๋าและยาหิ้ว
ปัจจุบันมี Rejuran ที่ไม่ผ่านการนำเข้าอย่างถูกต้องวางขายในตลาด ทั้งจากการหิ้วมาเอง หรือซื้อจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ
- ของปลอม ไม่มี PN จริง หรือมีสารปนเปื้อนที่เป็นอันตราย
- ของหมดอายุ ประสิทธิภาพลดลง หรืออาจเกิดการปนเปื้อนเชื้อ
- การเก็บรักษาไม่ถูกต้อง Rejuran ต้องเก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสม ถ้าถูกความร้อนระหว่างขนส่งอาจเสื่อมสภาพ
- ไม่มีการรับประกัน ถ้าเกิดปัญหา ไม่สามารถเคลมหรือติดตามได้
- ราคาถูกกว่าท้องตลาดมากผิดปกติ
- คลินิกไม่ยอมให้ดูกล่องหรือสแกน QR Code
- ไม่มีใบรับรองการนำเข้าหรือเลข อย.
- ฉีดนอกสถานพยาบาล เช่น ที่บ้าน โรงแรม หรือร้านเสริมสวย
มาตรฐานที่รัตตินันท์
ที่รัตตินันท์ เราถือเรื่องนี้เป็นมาตรฐานขั้นพื้นฐานที่ต้องทำทุกครั้ง
สิ่งที่เราปฏิบัติ
- ใช้เฉพาะ Rejuran ที่นำเข้าอย่างถูกต้องผ่านตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย
- แกะกล่องให้ผู้รับบริการดูต่อหน้าก่อนทำหัตถการทุกครั้ง
- ให้ผู้รับบริการสแกน QR Code ตรวจสอบด้วยตัวเองได้
- เก็บกล่องและหลักฐานไว้ให้ตรวจสอบย้อนหลังได้
เราเชื่อว่าผู้รับบริการมีสิทธิ์รู้ว่าสิ่งที่กำลังจะฉีดเข้าร่างกายคืออะไร มาจากไหน และเป็นของแท้หรือไม่ ถ้าคลินิกไหนไม่ยินดีให้ตรวจสอบ นั่นคือสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
ทีมแพทย์รักษาผิวพรรณ
รัตตินันท์ คลินิก
พญ. รัตตินันท์ ตรีรัตน์
ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ
พญ. นฤมล วิเชียร
แพทย์หญิง
พญ. จุฑามาศ ตันคุณากร
แพทย์โรคผิวหนัง
นพ. ศศินทร์ ตรีรัตน์
นายแพทย์
ใครเหมาะกับการทำ Rejuran
หลังจากเจาะลึกมาทั้งบทความ คำถามสุดท้ายคือ Rejuran เหมาะกับคุณหรือไม่? ลองตรวจสอบจาก Checklist นี้
ถ้าคุณเคยทำเลเซอร์ เมโส หรือทรีตเมนต์ต่าง ๆ มาหลายปี แล้วเริ่มรู้สึกว่าผิวบางลง ระคายเคืองง่ายขึ้น แพ้ครีมที่เคยใช้ได้ หรือผิวฟื้นตัวช้าลงหลังทำหัตถการ นั่นคือสัญญาณว่าโครงสร้างผิวเริ่มอ่อนแอ
Rejuran ช่วยซ่อมแซมและสร้างโครงสร้างผิวใหม่จากภายใน ทำให้ผิวหนาตัวขึ้น แข็งแรงขึ้น และทนทานต่อการทำหัตถการอื่น ๆ ได้ดีขึ้นในอนาคต
ถ้าเป้าหมายของคุณคือผิวฉ่ำมีน้ำมีนวล ดูสุขภาพดีจากภายใน ไม่ใช่แค่ทาไฮไลท์แล้วดูวาว Rejuran คือคำตอบที่ตรงจุดที่สุด
เพราะ Rejuran กระตุ้นการสร้างหลอดเลือดฝอยใหม่ (VEGF) ทำให้ผิวได้รับออกซิเจนและสารอาหารดีขึ้น ผิวจึงดูอมชมพู มีชีวิตชีวา ฉ่ำวาวจากภายในดูเป็นธรรมชาติ
3. คนที่มีหลุมสิวและรูขุมขนกว้าง
ถ้าคุณมีปัญหาหลุมสิวตื้นถึงปานกลาง หรือรูขุมขนกว้างที่ยิ่งดูแลยิ่งไม่ดีขึ้น Rejuran ช่วยได้โดยการกระตุ้นให้เกิดคอลลาเจนใหม่ใต้หลุมสิวและรอบรูขุมขน
สำหรับหลุมสิวที่ลึกหรือกว้างมาก สามารถใช้ Rejuran S (สูตรหนืดสูง) ฉีดเฉพาะจุดเพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น
ถ้าคุณมีปัญหาหลุมสิวตื้นถึงปานกลาง หรือรูขุมขนกว้างที่ยิ่งดูแลยิ่งไม่ดีขึ้น Rejuran ช่วยได้โดยการกระตุ้นให้เกิดคอลลาเจนใหม่ใต้หลุมสิวและรอบรูขุมขน
สำหรับหลุมสิวที่ลึกหรือกว้างมาก สามารถใช้ Rejuran S (สูตรหนืดสูง) ฉีดเฉพาะจุดเพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น
แต่ Rejuran อาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด ถ้า…
- ต้องการผิวขาวขึ้นเป็นหลัก Rejuran ไม่ได้มีสารไวท์เทนนิ่ง ถ้าเน้นขาว ตัวยาอื่นอาจตอบโจทย์กว่า
- ต้องการผลทันทีก่อนงานสำคัญพรุ่งนี้ Rejuran ต้องรอ 2-4 สัปดาห์กว่าจะเห็นผลชัด ถ้าเร่งด่วนมาก ตัวยาอื่นอาจให้ผลเร็วกว่า
- มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมาก Rejuran ช่วยเรื่องคุณภาพผิว แต่ไม่ได้ยกกระชับ ถ้าเน้นยก ควรพิจารณา โปรแกรม Ulthera หรือ โปรแกรม Thermage ร่วมด้วย
- งบประมาณจำกัดมาก Rejuran มีราคาสูงกว่าเมโสทั่วไป ถ้างบจำกัด อาจเริ่มจากตัวยาอื่นก่อน แล้วค่อยอัปเกรดมา Rejuran ทีหลัง
คำถามที่พบบ่อย
Rejuran อาจทำให้รู้สึกแสบหรือเจ็บเล็กน้อยขณะฉีด โดยเฉพาะสูตร Rejuran Healer ที่ไม่มีการผสมยาชา ความรู้สึกนี้มักมากกว่าเมโสหน้าใสทั่วไป เนื่องจากสาร PN (Polynucleotide) มีคุณสมบัติกระตุ้นการฟื้นฟูของเซลล์ผิว จึงอาจเกิดความรู้สึกร้อนหรือแสบระหว่างการฉีดได้
อย่างไรก็ตาม ระดับความเจ็บสามารถจัดการได้ด้วยเทคนิค Painless & Precision ฉบับรัตตินันท์
ฉีดได้ และ Rejuran ยังช่วยลดการอักเสบของผิวได้ด้วย เพราะ PN มีคุณสมบัติต้านการอักเสบ (Anti-inflammatory) ช่วยให้สิวอักเสบสงบเร็วขึ้น
แต่ถ้ามีสิวอักเสบรุนแรง สิวหนองเยอะ หรือสิวที่กำลังเป็นหัวแดง ๆ หลายจุด ควรปรึกษาแพทย์ก่อน อาจต้องรักษาสิวให้สงบลงก่อนแล้วค่อยทำ Rejuran หรือแพทย์อาจเลี่ยงฉีดบริเวณที่มีสิวอักเสบ
ใน 24 ชั่วโมงแรกหลังฉีด ควรงดสิ่งเหล่านี้
- งดแต่งหน้า รอให้รอยเข็มปิดสนิทก่อน
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะทำให้เลือดไหลเวียนมากขึ้น อาจบวมหรือช้ำมากกว่าปกติ
- งดซาวน่า สตรีม หรือออกกำลังกายหนัก ความร้อนทำให้บวมนานขึ้น
- งดว่ายน้ำ หลีกเลี่ยงการติดเชื้อจากสระ
หลัง 24 ชั่วโมง สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ควรหลีกเลี่ยงการขัดหน้าหรือทำทรีตเมนต์อื่นประมาณ 1 สัปดาห์
ราคา Rejuran ในตลาดต่างกันได้ตั้งแต่ไม่กี่พันถึงหลายหมื่นบาท สาเหตุหลักมาจากหลายปัจจัย
ปัจจัยที่ทำให้ราคาต่างกันอย่างสมเหตุสมผล
- สูตรที่ใช้ต่างกัน (Healer, HB Plus, S, I)
- ปริมาณที่ฉีดต่างกัน (1 syringe vs 2 syringes)
- มาตรฐานคลินิกและประสบการณ์แพทย์
สิ่งที่ควรระวัง
- ราคาถูกผิดปกติอาจหมายถึงยาปลอม ยาหิ้วที่ไม่ผ่าน อย. หรือยาที่ถูกเจือจาง
- บางที่ใช้ยา 1 กล่องแบ่งฉีดหลายคน ทำให้ได้ปริมาณน้อยกว่าที่ควร
- บางที่ไม่ได้เก็บรักษายาในอุณหภูมิที่เหมาะสม ทำให้ประสิทธิภาพลดลง
คำแนะนำ ก่อนตัดสินใจ ควรถามให้ชัดว่าใช้สูตรอะไร ปริมาณเท่าไหร่ และขอดูกล่องยาก่อนทำทุกครั้ง ถ้าคลินิกไม่ยินดีให้ตรวจสอบ ควรพิจารณาใหม่
Rejuran ที่ รัตตินันท์ คลินิก มีราคาบริการที่ครอบคลุม ดังนี้
| Rejuran รุ่น Healer | 26,000 |
| Rejuran รุ่น HB+ | 22,000 |
Rejuran ยังเป็น King of Glass Skin ในปี 2026 ไหม?
คำตอบคือ ยังใช่ แต่ไม่ใช่ราชาเพียงองค์เดียวอีกต่อไป
ในปี 2026 มีตัวเลือกมากขึ้น ทั้ง Juvelook, Exosome และอื่น ๆ แต่ละตัวมีจุดแข็งต่างกัน แต่ว่า Rejuran ก็ยังคงเป็นตัวเลือกที่ดีมากสำหรับการซ่อมแซมโครงสร้างผิว และสร้างผิวฉ่ำวาวจากภายในอย่างแท้จริง
สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ เราไม่จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เทรนด์ Hybrid Protocol ทำให้เราสามารถผสมผสานหลายตัวเพื่อผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ทุกปัญหาของผิวได้
ที่รัตตินันท์ เรายินดีช่วยประเมินสภาพผิวและออกแบบโปรแกรมที่เหมาะสมกับคุณโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น Rejuran เดี่ยว หรือจับคู่กับหัตถการอื่น เพื่อให้คุณได้ผิวที่แข็งแรงและสวยอย่างยั่งยืน

นักเขียนบทความสุขภาพ รัตตินันท์ คลินิก ทำหน้าที่ ค้นคว้าและตรวจสอบงานวิจัยล่าสุด ทั้งเรื่องผิวหนัง สารออกฤทธิ์ เลเซอร์ และศัลยกรรมความงาม เพื่อนำความรู้ที่ซับซ้อนเหล่านั้นมา แปลให้เป็นภาษาที่เข้าใจง่าย ถูกต้อง และเชื่อถือได้ เป้าหมายหลักคือการทำให้ข้อมูลทุกชิ้นที่คลินิกสื่อสารออกไปนั้น มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ (Evidence-based) เพื่อให้คุณผู้อ่านสามารถ ตัดสินใจเลือกการดูแลผิวหรือหัตถการได้อย่างมั่นใจและเหมาะสม โดยไม่ถูกชี้นำเกินจริง และเข้าใจถึงกลไกที่แท้จริงเบื้องหลังผลลัพธ์นั้น ๆ