Sculptra คืออะไร? กระตุ้นคอลลาเจนให้ใบหน้า ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 2 ปี

ในยุคที่ความงามไม่ได้วัดกันแค่ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ในทันที แต่ให้ความสำคัญกับ ความเป็นธรรมชาติ ความปลอดภัย และผลลัพธ์ระยะยาว หัตถการด้านการแพทย์ความงามจึงพัฒนาไปไกลกว่าการ “เติม” หรือ “ดึง” แบบเดิม

หนึ่งในนวัตกรรมที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล และกำลังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง คือ Sculptra หัตถการฟื้นฟูผิวที่ไม่ได้เน้นการเปลี่ยนรูปหน้า แต่เน้นการ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนจากภายใน เพื่อให้ผิวกลับมาแข็งแรง อ่อนเยาว์ และดูดีอย่างเป็นธรรมชาติ

Sculptra คืออะไร

Sculptra คือ สารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (Collagen Biostimulator) ที่มีส่วนประกอบหลักคือ Poly-L-Lactic Acid (PLLA) ซึ่งเป็นสารที่ใช้ในทางการแพทย์มาอย่างยาวนาน และสามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ

Sculptra ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาผิวที่เกิดจาก โครงสร้างผิวเสื่อมตามวัย เช่น

  • ผิวหย่อนคล้อย
  • แก้มตอบ แก้มลึก
  • ร่องลึกที่เห็นชัด
  • ผิวบาง ขาดความยืดหยุ่น
  • ใบหน้าดูโทรม ไม่สดใส แม้พักผ่อนเพียงพอ

ปัญหาเหล่านี้มีต้นเหตุสำคัญจาก การลดลงของคอลลาเจนใต้ผิว ซึ่งร่างกายจะเริ่มสูญเสียคอลลาเจนประมาณ 1–2% ต่อปี ตั้งแต่อายุราว 25 ปีขึ้นไป

ทำไม Sculptra จึงแตกต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไป?

ฟิลเลอร์ทั่วไปทำงานโดยการ เติมเต็มปริมาตรเข้าไปในชั้นผิว ทำให้เห็นผลลัพธ์ทันที แต่ไม่ได้ช่วยฟื้นฟูการทำงานของผิวในระยะยาว

ในขณะที่ Sculptra ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นตัวเติมเต็มโดยตรง แต่จะทำงานในระดับเซลล์ โดยกระตุ้นคอลลาเจนให้กลับมาทำงานใหม่อย่างค่อยเป็นค่อยไป

เปรียบเสมือนการ “ปลุกโรงงานคอลลาเจนที่หยุดทำงาน ให้กลับมาผลิตโครงสร้างผิวใหม่อีกครั้ง” ผลลัพธ์จึงไม่ดูแข็ง ไม่เป็นก้อน และไม่เปลี่ยนรูปหน้าแบบฉับพลัน แต่จะค่อย ๆ ดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

กลไกการทำงานของ Sculptra

หลังฉีด Sculptra เข้าสู่ชั้นใต้ผิว

  1. สาร PLLA จะกระตุ้นการตอบสนองของร่างกาย
  2. เซลล์ไฟโบรบลาสต์เริ่มสร้างคอลลาเจนใหม่
  3. คอลลาเจนจะค่อย ๆ สร้างโครงข่ายรองรับผิว
  4. ผิวมีความแน่น กระชับ และยืดหยุ่นมากขึ้น

โดยทั่วไป ผลลัพธ์จะเริ่มเห็นในช่วง 2–3 เดือน และจะดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

Sculptra เหมาะกับใครบ้าง?

Sculptra เหมาะสำหรับผู้ที่

  • มีอายุประมาณ 30 ปีขึ้นไป
  • เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ร่องลึก หรือผิวบาง
  • ต้องการฟื้นฟูผิวในระยะยาว
  • ไม่ต้องการให้ใบหน้าดูเปลี่ยนทันที
  • ต้องการความอ่อนเยาว์ที่ดูเป็นธรรมชาติ
  • เคยฉีดฟิลเลอร์แล้วรู้สึกว่าผิวไม่แน่นขึ้นจริง

Sculptra ไม่เหมาะกับใครบ้าง?

Sculptra ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่

  • หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ Poly-L-Lactic Acid
  • ผู้ที่มีการติดเชื้อหรือการอักเสบในบริเวณฉีด
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์แบบเห็นชัดทันทีภายในไม่กี่วัน

Sculptra ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

Sculptra ช่วยฟื้นฟูผิว จากต้นตอของปัญหาความเสื่อมตามวัย ด้วยการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนแท้ของร่างกาย ทำให้สามารถแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ร่องลึก และริ้วรอยที่เกิดจากการสูญเสียโครงสร้างผิวได้อย่างเป็นธรรมชาติ

เหมาะสำหรับผู้ที่มีแก้มตอบ ใบหน้าดูโทรม ผิวบาง ขาดความแน่นและความยืดหยุ่น 

เมื่อคอลลาเจนใหม่ค่อย ๆ ถูกสร้างขึ้น ผิวจะกลับมาแน่นกระชับ อิ่มฟูจากภายใน ลดความลึกของร่องแก้มและริ้วรอยต่าง ๆ โดยไม่ทำให้รูปหน้าดูเปลี่ยนชัด

นอกจากนี้ Sculptra ยังช่วยปรับคุณภาพผิวโดยรวมให้แข็งแรงขึ้น ผิวดูเรียบเนียน สุขภาพดี และดูอ่อนเยาว์อย่างยั่งยืนในระยะยาว

ฉีด Sculptra ตรงไหนได้บ้าง

  • ขมับ – เติมเต็มบริเวณที่เริ่มยุบลึก ทำให้หน้าดูสมส่วนและอ่อนเยาว์ขึ้น
  • หน้าผาก – เพิ่มความโค้งมนและมิติให้หน้าผากที่แบนเกินไป
  • ร่องใต้ตา – ปรับปรุงบริเวณใต้ตาที่เริ่มบุ๋มลึกและดูเหนื่อยล้า
  • แก้ม – คืนความอิ่มฟูให้แก้มที่เริ่มแฟบหรือบุ๋มลง สร้างความอ่อนเยาว์
  • ร่องแก้ม (Nasolabial folds) – ลดความลึกของร่องจากจมูกถึงมุมปาก
  • ใต้แก้ม – เสริมความชัดเจนของกรอบหน้าและยกกระชับ
  • ร่องมุมปาก (Marionette lines) – แก้ไขเส้นที่ทำให้ดูเศร้าหรือบึ้ง
  • คาง – เสริมความโดดเด่นและสร้างเส้นกรอบหน้าที่ชัดเจน
  • แนวขากรรไกร (Jawline) สร้างความคมชัดและกระชับของใบหน้า

ฉีด Sculptra อันตรายไหม

Sculptra เป็นสารที่ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาหลายประเทศทั่วโลก หากทำโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ ใช้ผลิตภัณฑ์แท้ และประเมินอย่างเหมาะสม ถือว่ามีความปลอดภัยสูง

Sculptra ต้องฉีดกี่ครั้งจึงจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจน

การฉีด Sculptra โดยทั่วไปแนะนำ 2–3 ครั้ง ห่างกันประมาณ 4–6 สัปดาห์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอายุ ปริมาณคอลลาเจนเดิม และสภาพผิวของแต่ละบุคคลอีกด้วย

Sculptra อยู่ได้นานกี่เดือน

ผลลัพธ์ของ Sculptra สามารถอยู่ได้นานประมาณ 18–24 เดือน ซึ่งถือว่ายาวนานกว่าหัตถการประเภทฉีดส่วนใหญ่

การเตรียมตัวก่อน ฉีดโปรแกรม Sculptra

หยุดยาและอาหารเสริมที่เพิ่มความเสี่ยงเลือดออก

  • หยุดยาแอสไพริน ยาแก้ปวด NSAID เช่น บรูเฟน นาโปรเซน
  • หยุดอาหารเสริม เช่น วิตามิน E, Fish Oil, Ginkgo, Garlic supplements
  • หยุดยาสมุนไพรที่อาจส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด
  • หากจำเป็นต้องใช้ยาแก้ปวด ให้เลือกพาราเซตามอลแทน

ดูแลสุขภาพผิว

  • หลีกเลี่ยงการทำหัตถการผิวหนัง เช่น chemical peel, laser, microdermabrasion
  • ไม่ควรทำ facial หรือ extraction หน้า 1 สัปดาห์
  • หลีกเลี่ยงการใช้ครีมที่มี retinoid หรือ AHA/BHA เข้มข้น
  • ป้องกันแสงแดดอย่างเคร่งครัด ไม่ให้ผิวไหม้แดด

ดูแลสุขภาพร่างกาย

  • พักผ่อนให้เพียงพอ นอนหลับ 7-8 ชั่วโมงต่อคืน
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ 8-10 แก้วต่อวัน เพื่อให้ผิวมีความชุ่มชื้น
  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ เพราะอาจเพิ่มการบวมและรอยช้ำ
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักที่อาจทำให้มีรอยช้ำง่าย

สิ่งที่ต้องแจ้งแพทย์

  • ประวัติการแพ้ยาหรือสารต่างๆ
  • โรกประจำตัวและยาที่กิน ประจำ
  • การตั้งครรภ์หรือการให้นมบุตร
  • การทำหัตถการความงามครั้งล่าสุด

ข้อควรระวังหลังการฉีด Sculptra

หลังการฉีด Sculptra การดูแลตนเองอย่างถูกต้องมีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจาก Sculptra เป็นสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ไม่ใช่ฟิลเลอร์ที่ให้ผลทันที ผลลัพธ์และความเรียบเนียนของผิวจึงขึ้นอยู่กับการกระจายตัวของตัวยาและกระบวนการฟื้นฟูของผิวในช่วงหลังฉีดเป็นหลัก โดยข้อควรระวังและคำแนะนำที่ควรปฏิบัติ มีดังนี้

ประการแรก ควรนวดบริเวณที่ฉีดอย่างสม่ำเสมอ ตามคำแนะนำของแพทย์ ซึ่งมักใช้หลัก 5-5-5 คือ นวดวันละ 5 ครั้ง ครั้งละประมาณ 5 นาที ต่อเนื่องอย่างน้อย 5 วัน เพื่อช่วยให้ Sculptra กระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ ลดความเสี่ยงของการเกิดก้อน และช่วยให้การกระตุ้นคอลลาเจน เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ควร หลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิด เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ เลเซอร์ RF หรือการอาบน้ำอุ่นจัด รวมถึงการตากแดดเป็นเวลานาน อย่างน้อย 1–2 สัปดาห์ เนื่องจากความร้อนอาจกระตุ้นการอักเสบและส่งผลต่อการทำงานของ Sculptra ได้

ในช่วงสัปดาห์แรก ควร งดทำหัตถการอื่นบนใบหน้า เช่น การนวดหน้า ทรีตเมนต์ เลเซอร์ หรือการฉีดสารอื่นเพิ่มเติม เว้นแต่แพทย์เป็นผู้ประเมินว่าเหมาะสม เพื่อไม่ให้รบกวนกระบวนการสร้างคอลลาเจน

ควร ดื่มน้ำให้เพียงพอ พักผ่อนอย่างเหมาะสม และหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์หรือการสูบบุหรี่ ในช่วงแรกหลังฉีด เพราะพฤติกรรมเหล่านี้อาจรบกวนการฟื้นฟูผิวและการสร้างคอลลาเจน

การปฏิบัติตามข้อควรระวังหลังการฉีด Sculptra อย่างเคร่งครัด จะช่วยให้ตัวยากระจายตัวได้ดี ลดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ และทำให้ผลลัพธ์ออกมาดูเป็นธรรมชาติ ผิวแน่น กระชับ และอ่อนเยาว์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในระยะยาว

สรุป โปรแกรม Sculptra คืออะไร ช่วยเรื่องอะไรบ้าง อยู่ได้นานแค่ไหน

Sculptra คือ หัตถการฟื้นฟูผิวจากภายใน ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนแท้ ทำให้ผิวกลับมาแน่น กระชับ อ่อนเยาว์ และดูดีอย่างเป็นธรรมชาติ แตกต่างจากการฉีดทั่วไปที่เน้นเพียงผลลัพธ์ระยะสั้น

Sculptra เป็นนวัตกรรมการฉีดกระตุ้นคอลลาเจนที่ใช้สาร Poly-L-Lactic Acid (PLLA) ซึ่งแตกต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปตรงที่ไม่ได้เติมเต็มชั่วคราว แต่กระตุ้นให้ร่างกายผลิตคอลลาเจนใหม่จริงๆ จากภายใน สามารถช่วยแก้ไขปัญหาผิวหย่อนคล้อย ลดร่องลึกและริ้วรอย เพิ่มความอิ่มฟูให้แก้มและขมับ ปรับปรุงเนื้อผิวให้เรียบเนียนกระจ่างใส และยกกระชับโครงหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ

ผลลัพธ์จะค่อย ๆ เห็นผลใน 2-3 เดือนและคงทนได้ยาวนาน 18-24 เดือน ซึ่งยาวนานกว่าฟิลเลอร์ทั่วไป 2-3 เท่า ทำให้เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับผู้ที่ต้องการความงามที่ยั่งยืนและเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องมาทำซ้ำบ่อยครั้งเหมือนการรักษาแบบอื่น ๆ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ โปรแกรม Sculptra

การฉีด Sculptra มีความเจ็บปานกลาง คล้ายกับการฉีดฟิลเลอร์ทั่วไป แพทย์จะใช้ยาชาเฉพาะที่ก่อนฉีดเพื่อลดความรู้สึกเจ็บ และเทคนิคการฉีดที่เหมาะสมจะช่วยให้รู้สึกสบายมากขึ้น หลังฉีดอาจมีความเจ็บเล็กน้อยเป็นเวลา 1-2 วัน

ผลลัพธ์ของ Sculptra จะเริ่มเห็นได้ใน 2-4 สัปดาห์แรก แต่ผลเต็มที่จะปรากฏใน 8-12 สัปดาห์ เพราะต้องรอให้คอลลาเจนใหม่สร้างขึ้นจากภายใน ต่างจากฟิลเลอร์ที่เห็นผลทันที การรอคอยนี้จะให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและยาวนานที่สุด

Sculptra กระตุ้นให้ร่างกายผลิตคอลลาเจนใหม่จริงๆ ในขณะที่ฟิลเลอร์ทั่วไปเป็นการเติมเต็มปริมาตรชั่วคราว Sculptra ให้ผลลัพธ์ที่ยาวนาน 18-24 เดือน ดูเป็นธรรมชาติมากกว่า และปรับปรุงคุณภาพผิวโดยรวม แต่ต้องใช้เวลาในการเห็นผลและมีราคาสูงกว่า

 โดยทั่วไปต้องฉีด 2-3 ครั้ง ห่างกัน 4-6 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับระดับปัญหาและการตอบสนองของผิวแต่ละคน สำหรับปัญหาเล็กน้อยอาจต้อง 2 ครั้ง ปัญหาปานกลางถึงมาก อาจต้อง 3-4 ครั้ง แพทย์จะประเมินและปรับแผนตามความเหมาะสม

สิ่งสำคัญที่สุดคือการนวดตามกฎ 5-5-5 (5 นาที 5 ครั้งต่อวัน เป็นเวลา 5 วัน) เพื่อให้สารกระจายตัวสม่ำเสมอ รวมทั้งต้องใช้ sunscreen ทุกวัน หลีกเลี่ยงแสงแดดแรง ดื่มน้ำเพียงพอ และหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักใน 24-48 ชั่วโมงแรก

ไม่ควรทำหากแพ้สาร PLLA, กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร, มีผิวหนังอักเสบหรือติดเชื้อบริเวณที่จะฉีด, มีปัญหาระบบภูมิคุ้มกันที่รุนแรง หรือเพิ่งทำหัตถการอื่นในบริเวณเดียวกัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมก่อนการรักษา