ดูดไขมันด้วยการ ฉีดยาชาเฉพาะจุด กับ ดมยาสลบ ต่างกันอย่างไร?

ฉีดยาชา หรือวางยาสลบ ต่างกันอย่างไร

ศัลยกรรมดูดไขมัน ในปัจจุบันนั้น สามารถเลือดทำโดยใช้ การฉีดยาชาเฉพาะจุด หรือ ดมยาสลบ ได้ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย และการวินิจฉัยของแพทย์ผู้ที่ทำการรักษา เราจะอธิบายให้ฟังว่า การดูดไขมันด้วย ยาชาเฉพาะจุด กับ ดมยาสลบ นั้นต่างกันอย่างไร?

  • เหมาะกับการดูดไขมันในบริเวณเล็กๆ แค่จุดเดียว ใช้เวลาการดูดไขมันไม่นาน เช่น เหนียง ต้นแขน น่อง หนอกคอ เป็นต้น
  • คนไข้รู้สึกตัวตลอดเวลา ซึ่งจะมีอาการเจ็บหรือแสบขณะที่ทำการฉีดยาชาเพื่อเตรียมดูดไขมัน แต่ขณะทำจะไม่ได้รู้สึกเจ็บแล้ว ข้อดีคือ ในบริเวณที่ต้องมีการพลิกตัวหรือเปลี่ยนท่าทาง เนื่องจากบางตำแหน่งเช่น ต้นแขน หรือต้นขา มีหลายมุมที่จะต้องดูด ก็จะสามารถทำได้ง่ายขึ้น และเกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
  • ยาชาที่ให้มีส่วนผสมและความเข้มข้นที่เพียงพอ จะสามารถช่วยลดความเจ็บขณะให้ยาชาและในระหว่างที่ดูดไขมันได้ และทำให้ยาชาออกฤทธิ์ได้นานขึ้นต่อเนื่อง 8-10 ชั่วโมง ช่วยลดความเจ็บหลังจากดูดเสร็จได้ด้วย
  • หลังทำเสร็จสามารถลุกขึ้นมาได้เลย ไม่ต้องนอนพัก และกลับบ้านได้ทันที
  • ไม่ต้องงดน้ำหรืออาหาร ก่อนดูดไขมัน
  • ไม่ต้องเอ็กซเรย์ปอด ตรวจการทำงานของตับและไต
  • ใช้เวลารวดเร็วกว่าในการดูดไขมัน

อย่างไรก็ตามการดูดไขมันด้วยการฉีดยาชาเฉพาะที่นั้น จำเป็นต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของแพทย์เป็นอย่างมาก เพราะต้องมีการเลือกใช้ยาชาที่มีความเข้มข้นสูง และต้องมีการคำนวณอัตราส่วนในการใช้ให้เหมาะสมในคนไข้แต่ละคน เพื่อเกิดประสิทธิภาพที่ดีที่สุด และเพื่อความปลอดภัยของคนไข้เป็นสำคัญ

ดูดไขมัน BodyTite ที่รัตตินนัท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ ดูแลโดย นพ.สุทธิพงษ์ อาจารย์แพทย์สอนดูดไ
ดูดไขมันไม่เจ็บ ด้วยเทคนิคการให้ยาชา Tumescent
ดูดไขมัน เทคนิคเฉพาะรัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ แผลเล็ก เจ็บน้อย ไม่ต้องพักฟื้น ผลลัพธ์สวยงาม

การดูดไขมันโดยการ ดมยาสลบ

  • การดูดไขมันโดยวิธีดมยาสลบเหมาะกับการดูดไขมันบริเวณกว้างและหลายบริเวณพร้อมกัน เช่น หน้าท้อง หรือรอบขา ซึ่งคนไข้จะอยู่ภายใต้การควบคุมของวิสัญญีแพทย์ แต่อย่างไรก็ตาม จากการการศึกษาพบว่าการดูดไขมันในแต่ละครั้งไม่ควรเกิน 3.5 ลิตร เนื่องจากการดูดไขมันปริมาณมากเพียงครั้งเดียว จะทำให้เกิดอันตรายกับผู้ที่เข้ารับการดูดไขมันเป็นอย่างมาก การดูดไขมันทั้งตัวจึงเป็นเรื่องที่ควรหลีกเลี่ยง
  • ก่อนที่จะทำการดูดไขมัน วิสัญญีแพทย์จะประเมินและตรวจเช็คร่างกายอย่างละเอียด เพราะสิ่งสำคัญที่จำเป็นมากที่สุดรองลงมาจากศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่จะทำการดูดไขมันนั้น ก็คือวิสัญญีแพทย์ ซึ่งหน้าที่ในการควบคุมและวางแผนเกี่ยวกับการใช้ยาในขณะทำการดูดไขมัน
  • วิสัญญีแพทย์จะอยู่ใกล้ชิดกับคนไข้ตลอดระยะเวลาที่ดูดไขมัน เพื่อตรวจเช็คคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ความดันเลือด ดูการหายใจ และเช็คระดับออกซิเจนเพื่อเฝ้าระวังความผิดปกติของร่างกาย โดยไม่ให้เกิดอันตรายต่อตัวคนไข้ในระหว่างทำการดูดไขมัน
  • จะต้องงดน้ำ งดอาหาร ก่อนมาทำการดูดไขมัน 6-8 ชั่วโมง
  • คนไข้จะรู้สึกผ่อนคลาย เพราะจะไม่มีความเจ็บปวดระหว่างการดูดไขมัน ทำให้การดูดไขมันง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น
  • ศัลยแพทย์ก็จะสามารถดูดไขมันออกมาได้เต็มที่ และสามารถออกแบบสรีระให้สวยงามตามต้องการได้
  • เมื่อคนไข้ได้รับการดูดไขมันเสร็จเรียบร้อยแล้ว วิสัญญีแพทย์ก็จะยังเฝ้าสังเกตอาการในขณะที่คนไข้ยังไม่ได้สติอยู่ประมาณ 1-2 ชั่วโมง เพื่อติดตามอาการอีกระยะในกรณีที่คนไข้ยังมีอาการปวด และยังไม่ได้สติกลับคืนมาเต็มที่
  • หากขณะดมยา จำเป็นต้องใส่ท่อช่วยหายใจ หลังตื่นแล้ว อาจจะมีอาการระคายคอหรือเจ็บคอได้

ในปัจจุบันการดมยาสลบนั้นไม่ได้อันตรายอย่างที่เราเคยคิดกัน แต่ต้องควบคุมโดยวิสัญญีแพทย์ การดมยาสลบนั้นต้องใช้ หมอดมยา หรือวิสัญญีแพทย์ ที่มีความชำนาญสูง ในการทำหัตถการแต่ละอย่างวิสัญญีแพทย์เองก็จะมีวิธีที่จะให้ยาระงับความรู้สึกที่เหมาะกับการทำหัตถการชนิดนั้นๆ ซึ่งไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เราเคยคิดกันว่าต้องเป็นการทำผ่าตัดใหญ่ๆ เท่านั้นถึงจะดมยาสลบได้

ดมยาสลบ เพื่อดูดไขมันทั้งตัว อันตราย!

การดูดไขมันด้วยการวางยาสลบ ถึงแม้ว่าจะได้รับการนิยมอย่างแพร่หลาย เนื่องจากสามารถทำให้ชาได้ทั้งตัว เพราะคนไข้อยู่ในอาการสลบ ทำให้สามารถดูดได้หลายจุดในครั้งเดียว หรือที่เรียกว่า “การดูดไขมันทั้งตัว” ซึ่งมักจะเป็นที่นิยมของหลายๆท่าน ที่ต้องการหุ่นสวยฉบับเร่งด่วน

อย่างไรก็ตาม จากการการศึกษาพบว่าการดูดไขมันในแต่ละครั้งไม่ควรเกิน 3.5 ลิตร เนื่องจากการดูดไขมันปริมาณมากเพียงครั้งเดียว จะทำให้เกิดอันตรายกับผู้ที่เข้ารับการดูดไขมันเป็นอย่างมาก การดูดไขมันทั้งตัวจึงเป็นเรื่องที่ควรหลีกเลี่ยง

เนื่องจากหลายครั้งที่เกิดเหตุการณ์ร้ายๆขึ้นระหว่างการผ่าตัดดูดไขมัน ไม่ว่าจะด้วยความประมาทเลิ่นเล่อของแพทย์ หรืออันตรายแอบแฝงที่มากับการวางยาสลบ เช่น กรณีการแทงเข็มทะลุตับ ขณะทำการดูดไขมัน เนื่องจากการวางยาสลบทำให้คนไข้ไม่สามารถรู้ตัวได้เลย ในขณะเดียวกันหมอก็ไม่สามารถทราบได้

เหตุการณ์เหล่านี้ล้วนไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ดังนั้นจึงเป็นเหตุให้ทางรัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ ลือกที่จะทำการผ่าตัดดูดไขมัน BodyTite ด้วยการวางยาสลบ ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยกับผู้ที่เข้ารับการทำมากที่สุด นอกจากนี้เรายังเลือกใช้ผลิตภัณฑ์อย่างดีทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นผ้าพันแผลที่นำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกาโดยเฉพาะ กับคุณหมอฝีมือเยี่ยมที่ได้รับการยอมรับจากระดับนานาชาติ หรือการเลือกใช้เครื่องมืออัลตราซาวน์ในขณะทำแบบเรียลไทม์ เพื่อที่จะสามารถควบคุม และลดความเสี่ยงที่จะเกิดข้อผิดพลาดลงไปได้แน่นอน

บทความที่เกี่ยวข้อง

*นมน้อย หรือ ก้อนไขมันใต้รักแร้ คืออะไร? แก้ด้วยการดูดไขมันใต้รักแร้ได้ไหม