miraDry เทคโนโลยีกำจัดต่อมเหงื่อใต้รักแร้ ด้วยพลังงานความร้อน

บทความผ่านการตรวจสอบทางการแพทย์โดย พญ. รัตตินันท์ ตรีรัตน์ (หมอแต๋ม)

สารบัญ

คุณหมอสรุปให้ miraDry คืออะไร ทำไมต้อง รัตตินันท์ คลินิก

 

miraDry (มิราดราย) เป็นการรักษาปัญหาเหงื่อและกลิ่นตัว แบบไม่ผ่าตัด โดยใช้พลังงานความร้อน (Thermal Energy) จากเทคโนโลยีคลื่นไมโครเวฟ เข้าไปกำจัดต่อมเหงื่อ ต่อมกลิ่น และลดขนใต้วงแขนอย่างถาวร

  • รัตตินันท์ คลินิก เป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการของ miraDry โดยมีการทดสอบผลลัพธ์ก่อนทำและหลังทำ miraDry ที่ชัดเจน
  • การรักษาปัญหาเหงื่อและกลิ่นตัวด้วย miraDry ที่ รัตตินันท์ คลินิก ใช้เทคนิคการให้ยาชาเฉพาะที่ ซึ่งออกแบบมาเพื่อลดความเจ็บปวด เนื่องจากมิราดรายต้องใช้พลังงานความร้อนสูง ในการทำลายต่อมเหงื่อ ต่อมกลิ่น และรูขุมขนในบริเวณใต้วงแขนอย่างถาวร ซึ่งลดเหงื่อได้ 50-90% หลังการทำ 1 ครั้ง
  • รัตตินันท์ คลินิก รักษาด้วยเครื่องมาตรฐาน FDA โดยแพทย์เฉพาะทาง พร้อมปรึกษาฟรีก่อนตัดสินใจทำ

miraDry คืออะไร

 

miraDry (มิราดราย) คือ เทคโนโลยีทางการแพทย์ ที่เป็นนวัตกรรมล่าสุด ซึ่งออกแบบมาเพื่อกำจัดปัญหาเหงื่อออกใต้วงแขน กลิ่นตัว และขนใต้วงแขนอย่างถาวร โดยไม่ต้องผ่าตัด miraDry เป็นการรักษาเดียวที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (US FDA) และ อย. ไทย ว่าสามารถลดเหงื่อและกลิ่นตัวได้อย่างมาก โดยแก้ไขที่ต้นเหตุของปัญหาคือการทำงานของต่อมเหงื่อใต้รักแร้

กลิ่นตัว เกิดจากอะไร

 

กลิ่นตัว (Body Odor หรือ Bromhidrosis) ไม่ได้เกิดจากเหงื่อโดยตรง แต่เกิดจากปฏิกิริยาของเหงื่อและของเสียที่ขับออกมาจากร่างกายกับ แบคทีเรีย บนผิวหนัง

สาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้เกิดกลิ่นตัว มีดังนี้

1. ปฏิกิริยาของเหงื่อกับแบคทีเรีย (สาเหตุหลัก)

  • ต่อมเหงื่อชนิดอะโพไครน์ (Apocrine Glands) เป็นต่อมเหงื่อที่พบมากบริเวณที่มีขนหนาแน่น เช่น รักแร้ และขาหนีบ เหงื่อจากต่อมนี้จะมีลักษณะข้นและประกอบด้วย ไขมันและโปรตีน
  • แบคทีเรียประจำถิ่น โดยแบคทีเรียที่อยู่บนผิวหนังจะเข้ามาย่อยสลายไขมันและโปรตีนในเหงื่อจากต่อมอะโพไครน์ ทำให้เกิดการปล่อยสารที่มีกลิ่นเฉพาะตัวออกมา เช่น กรดไขมันสายสั้น (Short-chain fatty acids) ซึ่งเป็นสาเหตุของกลิ่นตัวที่ไม่พึงประสงค์

2. ปัจจัยกระตุ้นอื่น ๆ

ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตประจำวัน ก็มีผลต่อกลิ่นตัว เช่น ความเครียด เมื่อเกิดความเครียด ต่อมอะโพไครน์จะถูกกระตุ้นให้หลั่งเหงื่อที่มีส่วนประกอบดึงดูดแบคทีเรียได้สูง ทำให้กลิ่นตัวแรงขึ้น รวมถึง อาหารการกิน อาหารที่มีกลิ่นแรง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สุขอนามัย และ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนสู่ช่วงวัยรุ่น (ต่อมอะโพไครน์เริ่มทำงานเต็มที่)

ลดเหงื่อ ก็เท่ากับลดกลิ่นตัวได้เลยจริงไหม ?

 

การลดเหงื่อสามารถช่วยลดกลิ่นตัวได้ทันที เนื่องจาก กลิ่นตัวไม่ได้เกิดจากเหงื่อเอง แต่เกิดจากปฏิกิริยาของเหงื่อกับแบคทีเรีย บนผิวหนัง โดยเฉพาะเหงื่อที่หลั่งจากต่อมอะโพไครน์ (Apocrine Glands) ที่มีส่วนประกอบของไขมันและโปรตีนซึ่งเป็น อาหารชั้นดีของแบคทีเรีย

ทำไมรักแร้ถึงมีกลิ่นแรงกว่าส่วนอื่น ?

 

รักแร้เป็นต้นตอของปัญหากลิ่นตัวแรง เพราะเป็นบริเวณที่มีต่อมเหงื่อทั้ง 2 ชนิดอยู่เยอะ โดยมีทั้ง ต่อมเอกไครน์ (Eccrine Glands) ที่หลั่งเหงื่อใสเพื่อระบายความร้อน และที่สำคัญคือ ต่อมอะโพไครน์ (Apocrine Glands) ซึ่งมีจำนวนมากและหลั่งเหงื่อที่มี ไขมันและโปรตีน ออกมา
 
สารประกอบเหล่านี้ไม่มีกลิ่นในตอนแรก แต่จะกลายเป็นอาหารชั้นดีให้กับแบคทีเรียประจำถิ่นที่อาศัยอยู่ใต้รักแร้ เมื่อแบคทีเรียย่อยสลายสารอาหารเหล่านี้ ก็จะเกิดเป็น กรดไขมันสายสั้น (SCFAs) ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดกลิ่นตัวฉุนรุนแรง ยิ่งวันไหนที่ร่างกายมีทั้งเหงื่อที่มีสารก่อกลิ่นและอยู่กับสภาพใต้รักแร้ที่อับชื้นนานๆ ก็ยิ่งทำให้วันนั้นปัญหากลิ่นตัวยิ่งแรง

อยากลดกลิ่นรักแร้ทันที miraDry ช่วยได้ไหม

 

คำตอบคือ ช่วยได้ทันที เพราะหลักการทำงานของ miraDry จะไปทำลายต่อมเหงื่อและต่อมกลิ่นที่รักแร้โดยตรง ทำให้ รักแร้แห้งสนิท เมื่อไม่มีเหงื่อ รักแร้ก็ไม่แฉะ แบคทีเรียก็ไม่เติบโต ทำให้กลิ่นตัวหายในทันที เพราะเมื่อแบคทีเรียไม่มีเหงื่อให้ย่อยสลาย กลิ่นตัวที่เคยมีจึงลดลงอย่างเห็นผลชัดเจนทันทีหลังทำ

miraDry เทคโนโลยีใหม่จากประเทศสหรัฐอเมริกาที่ช่วยแก้ไขปัญหาเหงื่อออกรักแร้และกลิ่นตัว ช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับกลิ่นอับชื้นที่เกิดจากต่อมเหงื่อใต้วงแขนได้เป็นอย่างดี ให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ ไปทำงาน ไปพบปะสังสรรค์ได้โดยไม่ต้องเอาเสื้อตัวใหม่ไปเปลี่ยนโดย รัตตินันท์ คลินิก ตัวแทนอย่างเป็นทางการ เจ้าแรกและเจ้าเดียวในประเทศไทย

ภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติ เป็นเพราะอะไร รักษาได้ไหม

 

ภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติ (Hyperhidrosis) เป็นภาวะที่ร่างกายหลั่งเหงื่อออกมามากเกินความจำเป็น ซึ่งเกิดได้จาก 2 สาเหตุหลัก

  • ชนิดปฐมภูมิ (Primary Hyperhidrosis) ที่เกิดจากความผิดปกติของระบบประสาทอัตโนมัติที่กระตุ้นต่อมเหงื่อมากเกินไป โดยมักมีพันธุกรรมเกี่ยวข้องและเกิดเฉพาะที่ (เช่น รักแร้ ฝ่ามือ)
  • ชนิดทุติยภูมิ (Secondary Hyperhidrosis) ที่มีสาเหตุมาจากโรคอื่น ๆ เช่น ไทรอยด์เป็นพิษ เบาหวาน หรือผลข้างเคียงจากยา

หากสงสัยว่ามีอาการเหงื่อออกมากผิดปกติ ควร ปรึกษาแพทย์ผิวหนังหรือแพทย์เฉพาะทาง เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริง

หลักการทำงานของ miraDry กำจัดต่อมเหงื่อได้อย่างไร?

 

miraDry ทำงานโดยอาศัยหลักการทางวิทยาศาสตร์เพื่อกำจัดต่อมที่ทำให้เกิดปัญหาในบริเวณใต้วงแขน

  1. การใช้พลังงานความร้อน (Thermal Energy) ทำลายต่อมที่อยู่ในบริเวณใต้วงแขน

  2. พลังงานคลื่นไมโครเวฟขนาด 5.8 GHz ซึ่งเป็นพลังงานความร้อนที่ถูกส่งลงไปยังบริเวณชั้นผิวหนังแท้และชั้นไขมัน (ระดับชั้นที่อยู่ใกล้เคียงกับรากขน)

  3. ทำลาย ต่อมเหงื่อ (sweat glands), ต่อมกลิ่น (odor glands), และ รูขุมขน (hair follicles) ในบริเวณใต้วงแขน

  4. ผลลัพธ์ถาวร เพราะเมื่อต่อมเหล่านี้ถูกกำจัดออกไปแล้ว จะไม่สามารถงอกกลับมาได้อีก ทำให้สามารถระงับการเกิดเหงื่อและกลิ่นเหม็นบริเวณดังกล่าวได้อย่างถาวร

  5. การป้องกันผิว โดยขณะที่พลังงานความร้อนกำลังทำงาน เครื่องจะปล่อยพลังงานความเย็นแบบไฮโครเซรามิค (hydro-ceramic cooling) ออกมาพร้อมกัน เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวหนังชั้นบนถูกทำลาย

miraDry เหมาะกับใคร

 

miraDry เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาบริเวณใต้วงแขน ดังนี้

  • ผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาเหงื่อออกรักแร้และกำจัดกลิ่นตัวแบบถาวร
  • ผู้ที่มีปัญหาในการแพ้โรลออนหรือสารกำจัดกลิ่นอื่น ๆ รวมถึงสเปรย์ระงับกลิ่นกายแล้วไม่ได้ผลดี
  • ผู้ที่มีภาวะเหงื่อออกรักแร้มากหรือถูกวินิจฉัยว่าเป็น Hyperhidrosis
  • ผู้ที่ไม่ต้องการให้เหงื่อรบกวนเวลาออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา
  • ผู้ที่เคยทำการรักษาด้วยวิธีการฉีดสารโบทูลินั่ม ท็อกซิน เอ มาแล้วแต่ยังไม่พอใจในผลลัพธ์
  • ผู้ที่มีกลิ่นตัวแรงหรือกลิ่นเต่าแรงแม้จะอาบน้ำและใช้สเปรย์แล้ว
  • คนที่ชอบใส่น้ำหอม และไม่อยากให้กลิ่นตัวผิดเพี้ยนเนื่องจาก กลิ่นตัว ผสมกับกลิ่นสเปรย์ดับกลิ่น

ผลลัพธ์หลังทำ miraDry

 

โดยส่วนใหญ่แล้ว กว่า 90% ของคนไข้ที่เข้ามาทำ จะได้ผลลัพธ์ที่พึงพอใจและประสบความสำเร็จในการทำเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกับผู้ที่ไม่เคยแก้ไขปัญหาเหงื่อออกรักแร้และกลิ่นตัวด้วยวิธีการผ่าตัดอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นเหม็นลดลง เหงื่อออกน้อยลง หมดปัญหาเสื้อเป็นวงใต้วงแขน ใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ กล้าโชว์รักแร้มากขึ้น

ข้อดีของ miraDry

ข้อดีของการทำมิราดราย คือ

  1. ขจัดปัญหาเรื่องเหงื่อออกรักแร้และกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ได้อย่างถาวรโดยไม่ต้องผ่าตัด
  2. หยุดปัญหาการแพ้โรลออน ลดการเกิดรักแร้ดำจากการใช้สารเคมี
  3. รากขนบางส่วนถูกกำจัดออกไป (ไม่ใช่การกำจัดขนที่ตรงจุด เป็นเพียงผลพลอยได้)
  4. ไม่ต้องเสียเวลาและงบประมาณในการทำซ้ำหลาย ๆ ครั้ง
  5. ไม่เจ็บ เป็นเทคโนโลยีที่มีความเสถียร ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่แน่นอน มีความสม่ำเสมอ เท่ากัน
มั่นใจในทุกกิจกรรม
miraDry ไม่กลับมาเป็นซ้ำ
miraDry ไม่ต้องทำซ้ำ

เปรียบเทียบ 3 เทคโนโลยี ลดเหงื่อ ลดกลิ่น ใต้วงแขน ในปี 2026

หัวข้อเปรียบเทียบ

Botox (โบท็อกซ์)

Fractional RF ทั่วไป

miraDry

หลักการทำงาน

ฉีดสารยับยั้งการทำงานของต่อมเหงื่อชั่วคราว

ปล่อยพลังงาน RF สู่ชั้นผิว เพื่อทำลายต่อมเหงื่อบางส่วน

ใช้พลังงาน Microwave 5.8 GHz ทำลายต่อมเหงื่อและกลิ่นอย่างตรงจุด

ประสิทธิภาพหลังทำ

ลดลง 70-80%

ลดลง 10-20%

ลดลง 70-80%

ความถี่ในการทำ

ต้องทำซ้ำทุก 4-6 เดือน (ปีละ 2-3 ครั้ง)

ต้องทำต่อเนื่อง 4-5 ครั้ง และต้องทำซ้ำทุกปี

ทำเพียง 1-2 ครั้ง

ระยะเวลาของผลลัพธ์

อยู่ได้ชั่วคราว (ต้องทำซ้ำตลอดไป)

อยู่ได้สั้นๆ (ประมาณ 1 เดือนต่อครั้ง)

ให้ผลลัพธ์ถาวร (ไม่ต้องทำซ้ำอีกในระยะยาว)

ผลลัพธ์ระยะยาว

ไม่ถาวร

ไม่ถาวร

ถาวร

หากต้องเลือกวิธีจัดการปัญหาเหงื่อและกลิ่นรักแร้ การเปรียบเทียบระหว่าง Botox, Fractional RF และ miraDry จะเห็นความต่างที่ชัดเจนในเรื่องของความคุ้มค่าและระยะเวลาครับ
 
ถ้าเน้นความคุ้มค่าสูงสุดในระยะยาว miraDry คือคำตอบที่โดดเด่นที่สุด เพราะใช้พลังงาน Microwave ทำลายต่อมเหงื่อและกลิ่นได้ตรงจุดและถาวร ทำเพียง 1-2 ครั้งจบ ไม่ต้องกลับมาทำซ้ำบ่อยๆ
 
ในขณะที่การฉีด Botox แม้จะลดเหงื่อได้ดีพอๆ กันในทันที แต่ผลลัพธ์จะอยู่ได้เพียง 4-6 เดือน ทำให้คุณต้องเสียเงินและเสียเวลามาฉีดซ้ำไปตลอดชีวิต ซึ่งเมื่อรวมค่าใช้จ่ายสะสมแล้วจะสูงกว่าการทำ miraDry มาก
 
ส่วน Fractional RF นั้นให้ประสิทธิภาพค่อนข้างน้อย ลดเหงื่อได้เพียง 10-20% และต้องทำต่อเนื่องหลายครั้ง จึงอาจไม่ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่มีปัญหาเหงื่อเยอะหรือกลิ่นตัวแรงจริงๆ
 
ดังนั้นหากมองที่การลงทุนครั้งเดียวเพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืน miraDry จึงเป็นเทคโนโลยีที่คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพคงทนที่สุดในปัจจุบัน

รายละเอียดการรักษา

Alert : หลังการทำอาจมีอาการบวมจากการให้ยาชา แต่จะค่อยๆ ดีขึ้น หลังทำการรักษาสามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้ทันที แต่ต้องทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งรัด และหลังการทำ miraDry 1 ครั้งสามารถแก้ไขปัญหาได้ 50-90%

*ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล*

เตรียมตัวอย่างไร ก่อนเข้ามาทำ miraDry ที่ รัตตินันท์ คลินิก?

หลังจากปรึกษาแพทย์หรือเจ้าหน้าที่แล้ว แนะนำให้เตรียมตัวก่อนรับบริการ miraDry ดังนี้

1. โกนขนรักแร้ล่วงหน้า 2-3 วัน ก่อนถึงวันทำหัตถการ
 
2. งดใช้โรลออนหรือสเปรย์ระงับกลิ่นกายในวันนัดหมาย
 
3. สวมชุดที่สบายและเคลื่อนไหวสะดวก หลีกเลี่ยงกระโปรงหรือเดรสแนบตัว
 
4. เลือกสวมรองเท้าแตะไม่มีสันหรือรองเท้าผ้าใบ เพื่อความคล่องตัวในการออกกำลังทดสอบเหงื่อ

ขั้นตอนและวิธีการทำ miraDry ที่ รัตตินันท์ คลินิก มีดังนี้

 

  • เจ้าหน้าที่จะทำการทดสอบปริมาณเหงื่อเพื่อคำนวณบริเวณและวัดขนาดพื้นที่การรักษาด้วย Starch-Iodine Test
  • แพทย์จะทำการวาดตำแหน่งที่จะทำฉีดยาชา
  • เริ่มกระบวนการฉีดยาชาด้วยเทคนิคเฉพาะเพื่อลดการเจ็บ แล้วต่อด้วยการทำหัตถการมิราดรายทีละข้าง ใช้ระยะเวลาประมาณ 40-50 นาที/ข้าง ในขณะที่ทำเจ้าหน้าที่จะแจ้งรายละเอียดและขั้นตอนการทำงานของเครื่องให้เข้าใจ
  • สามารถหลับระหว่างทำได้
miraDry ลดเหลื่อ ลดกลิ่นตัว
ทดสอบเหงื่อ miraDry ลดเหลื่อ ลดกลิ่นตัว
ทดสอบเหงื่อ miraDry
ทดสอบเหงื่อ miraDry

หลังทำ miraDry ควรดูแลตนเองอย่างไร?

 

  • ให้ประคบเย็นใน 24 ชม. แรก
  • งดการเล่นกีฬา หรือออกกำลังในช่วงแรกหลังการทำประมาณ 3-7 วัน
  • งดการใช้ลูกกลิ้งหรือสารระงับกลิ่นกายในช่วง 3-7 วันแรก หรืออาจจะงดไปตลอดเลยก็ได้
  • สามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้ทันทีโดยปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ในส่วนของอาการบวมจะค่อย ๆ ดีขึ้น ภายใน 1 เดือน

ทำไมต้อง miraDry ที่ รัตตินันท์ คลินิก

เพราะที่ รัตตินันท์ คลินิก เป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการ เจ้าแรกและเจ้าเดียวในประเทศไทย

    • ทดสอบผลลัพธ์ ก่อนทำและหลังทำ miraDry ที่ชัดเจน
    • แพทย์ให้บริการยาชาด้วยเทคนิค Single Shot คือการให้ยาชาแบบเข็มเดียวและเฉพาะที่ ซึ่งมีความแตกต่างกับที่อื่นที่ให้ยาชาแบบหลายเข็ม ข้อดีของเทคนิคนี้คือเจ็บน้อยกว่า แผลน้อยกว่า และไม่ก่อให้เกิดการติดเชื้อ
    • แพทย์ผสมยาชาด้วยสูตร Tumescent คือสูตรยาชาที่ต่างกับการให้ยาชาทั่วไป ซึ่งสูตรนี้จะไม่รู้สึกเจ็บขณะทำเพราะการทำมิราดรายต้องใช้พลังงานความร้อนสูง หากการให้ยาชาไม่ได้ประสิทธิภาพที่ดีพอ แพทย์จะไม่สามารถใช้พลังงานได้อย่างเต็มที่ เพราะคนไข้จะทนความเจ็บไม่ได้

ผลลัพธ์ความประทับใจ หลังมาทำ miraDry ที่ รัตตินันท์ คลินิก

miradry Provider in Thailand

ทีมแพทย์รักษาผิวพรรณ
รัตตินันท์ คลินิก

พญ. รัตตินันท์ ตรีรัตน์
ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ

พญ. นฤมล วิเชียร
แพทย์หญิง

พญ. จุฑามาศ ตันคุณากร
แพทย์โรคผิวหนัง

นพ. ศศินทร์ ตรีรัตน์
นายแพทย์

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหัตถการ miraDry ที่ รัตตินันท์ คลินิก

 

เลเซอร์ต่อมเหงื่อ ลดกลิ่นตัว miraDry ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล?

 
ระยะเห็นผลขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของผู้ที่เข้ารับการรักษา เนื่องจากการทำ 1 ครั้งสามารถแก้ไขปัญหาได้ 50-70% ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
 
หากยังไม่ได้รับความพึงพอใจ อาจจะเข้ามาทำอีกครั้งได้ โดยต้องเว้นห่างกันอย่างน้อย 12 สัปดาห์ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วคนไข้จะทำไม่เกิน 2 ครั้ง ก็มีความพึงพอใจต่อผลลัพธ์ที่ได้ ยกเว้นในบางกรณีที่อาจจะต้องทำถึง 3 ครั้ง ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดที่เคยให้การรักษามา แต่เป็นเพียงคนกลุ่มน้อยเท่านั้น
 

miraDry มีผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ไหม?

 
ผลข้างเคียงหลังการรักษาด้วยมิราดรายอาจจะมีการเจ็บจากการฉีดยาชา รวมถึงมีอาการบวมหลังการทำเล็กน้อย แต่ยังสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
 

miraDry ราคาเท่าไหร่?

 
ค่าบริการ  miraDry ที่ รัตตินันท์ คลินิก ตัวแทนอย่างเป็นทางการ เจ้าแรกและเจ้าเดียวในประเทศไทย ราคาปกติ 55,000 บาท