RF หรือ Radio Frequency คือเทคโนโลยีคลื่นวิทยุที่นำมาใช้ในการยกกระชับผิวและลดริ้วรอยโดยไม่ผ่าตัด ส่งพลังงานความร้อนลงลึกสู่ชั้นผิวหนังแท้เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวแน่น กระชับ และดูอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
หากคุณกำลังสงสัยว่า RF ดีไหม ทำไมถึงได้รับความนิยมมาหลายสิบปีและยังคงเป็นหนึ่งในเทคโนโลยียกกระชับที่แพทย์ผิวหนังทั่วโลกไว้วางใจ คำตอบคืออยู่ที่ความปลอดภัย ใช้ได้กับทุกสีผิว และผลลัพธ์ที่สะสมดีขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้น รัตตินันท์ คลินิก จะพาคุณมาทำความเข้าใจว่า RF คืออะไร มีกี่ประเภท เหมาะกับปัญหาผิวแบบไหน และแตกต่างจาก HIFU อย่างไรบ้าง
RF (Radio Frequency) คืออะไร?
RF ย่อมาจาก Radio Frequency หรือคลื่นวิทยุความถี่สูง เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ใช้กันแพร่หลายในหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่การสื่อสารไร้สายไปจนถึงการแพทย์ ในวงการความงาม RF ถูกนำมาใช้เพื่อส่งพลังงานความร้อนลงลึกสู่ชั้นผิวหนังแท้โดยไม่ทำลายผิวชั้นบน ทำให้ผิวแน่น กระชับ และริ้วรอยดูจางลงอย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่ทำให้ RF แตกต่างจากเลเซอร์คือการที่ RF ไม่ได้ทำงานผ่านสีผิวหรือเม็ดสี แต่ทำงานผ่านความต้านทานของเนื้อเยื่อ ทำให้ปลอดภัยกับทุกสีผิวและทุกโทนสี โดยไม่มีความเสี่ยงเรื่องการเปลี่ยนสีผิวจากความร้อนเหมือนเลเซอร์บางชนิด ซึ่งเครื่อง RF สำหรับความงามชิ้นแรกที่ได้รับการรับรองจาก FDA คือ ThermaCool ของ Thermage ในปี 2002 สำหรับการลดริ้วรอยบนใบหน้า และนับจากนั้นเทคโนโลยี RF ก็พัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
หลักการทำงานของ RF (Radio Frequency)
RF ทำงานโดยส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าผ่านผิวหนังลงสู่ชั้นเนื้อเยื่อที่ต้องการ คลื่นเหล่านี้กระตุ้นให้โมเลกุลของน้ำในเนื้อเยื่อสั่นสะเทือนอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดความร้อนขึ้นจากภายในเนื้อเยื่อโดยตรง แทนที่จะให้ความร้อนจากภายนอกเข้ามา ซึ่งทำให้ควบคุมได้แม่นยำและปลอดภัยกว่า
ความร้อนที่เกิดขึ้นในชั้นผิวหนังแท้นั้นส่งผลสองระยะด้วยกัน ได้แก่ ระยะแรก คือคอลลาเจนเดิมที่หย่อนคล้อยจะหดตัวทันที ทำให้ผิวแน่นขึ้นได้เลยหลังทำ และ ระยะที่สอง คือความร้อนกระตุ้นให้เซลล์ Fibroblast สร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่อย่างต่อเนื่องในช่วง 2-6 เดือน ทำให้ผลลัพธ์ดีขึ้นเรื่อย ๆ ถึงแม้การรักษาจะเสร็จสิ้นแล้วก็ตาม
ทั้งนี้ ขณะที่ทำการรักษา ผิวชั้นบนสุดจะได้รับการปกป้องด้วยระบบทำความเย็นเพื่อป้องกันไม่ให้ผิวเสียหายอีกด้วย
ข้อดีของ คลื่นวิทยุ RF (Radio Frequency)
- ปลอดภัยกับทุกสีผิว เพราะ RF ทำงานผ่านความต้านทานของเนื้อเยื่อ ไม่ผ่านเม็ดสีผิว จึงไม่มีความเสี่ยงเรื่องการเปลี่ยนสีผิวเหมือนเลเซอร์บางชนิด
- ไม่ผ่าตัด ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น กลับไปใช้ชีวิตปกติได้ทันทีหลังทำ
- ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ เพราะใช้กลไกการสร้างคอลลาเจนของร่างกายเอง ไม่เปลี่ยนโครงสร้างใบหน้าอย่างฉับพลัน
- ครอบคลุมปัญหาได้หลากหลาย ทั้งยกกระชับ ลดริ้วรอย สลายไขมัน และปรับคุณภาพผิวโดยรวม ขึ้นอยู่กับประเภท RF ที่เลือกใช้
- มีหลายประเภทและหลายเครื่องให้เลือกตามปัญหาและระดับความลึกที่ต้องการ ตั้งแต่ RF แบบผิวเผินไปจนถึง RF ที่เข้าถึงชั้นไขมันใต้ผิว
- มีหลักฐานทางคลินิกรองรับมายาวนานกว่า 20 ปี นับตั้งแต่ Thermage ที่ได้รับการรับรองจาก FDA เป็นเครื่อง RF ชิ้นแรกในปี 2002
ข้อควรระวังของ คลื่นวิทยุ RF (Radio Frequency)
- ผลลัพธ์ค่อยเป็นค่อยไป ไม่เห็นผลทันทีแบบการผ่าตัด ต้องรอให้คอลลาเจนสร้างสมบูรณ์ใน 2-6 เดือน ผู้ที่คาดหวังผลเร็วอาจต้องปรับความคาดหวัง
- ผลลัพธ์ไม่ถาวร ต้องทำซ้ำเพื่อรักษาผลในระยะยาว โดยทั่วไปแนะนำทำซ้ำทุก 1-2 ปีขึ้นอยู่กับเครื่องที่ใช้
- ไม่เหมาะกับผู้ที่มีอุปกรณ์ฝังในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ หรือโลหะบริเวณที่จะทำ เพราะคลื่น RF อาจรบกวนการทำงานของอุปกรณ์เหล่านั้น
- ควรหลีกเลี่ยงในผู้ที่ตั้งครรภ์ มีการติดเชื้อหรือแผลเปิดบริเวณที่จะทำ
- ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับประเภทของ RF ที่เลือกใช้ โดย RF แบบ Bipolar ให้ผลตื้นกว่า Monopolar RF อย่างเห็นได้ชัด การเลือกเครื่องไม่ตรงกับปัญหาอาจให้ผลลัพธ์ที่ไม่คุ้มค่า
- คุณภาพของผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับความชำนาญของแพทย์ผู้ทำ การทำในสถานที่ที่ไม่ได้มาตรฐานหรือโดยผู้ที่ไม่ใช่แพทย์อาจเพิ่มความเสี่ยงโดยไม่จำเป็น
RF (Radio Frequency) ยกกระชับหน้า แบ่งออกเป็นกี่ประเภท?
RF สำหรับยกกระชับผิวในปัจจุบันแบ่งออกตามรูปแบบการส่งพลังงานได้ 4 ประเภทหลัก โดยแต่ละประเภททำงานในระดับความลึกและเหมาะกับปัญหาที่ต่างกัน ดังนี้
Monopolar RF
Monopolar RF ใช้ขั้วไฟฟ้าเดียวในการส่งพลังงาน โดยกระแสไฟฟ้าจะวิ่งผ่านทุกชั้นผิวหนังตั้งแต่ชั้นนอกสุดลงลึกถึงชั้นไขมันใต้ผิว ก่อนถูกปล่อยออกมาทางแผ่น Grounding Pad ที่ติดไว้บริเวณอื่นของร่างกาย
การที่กระแสไฟฟ้าต้องวิ่งผ่านเนื้อเยื่อในระยะทางไกลทำให้เกิดความร้อนสม่ำเสมอในระดับลึก เหมาะกับการยกกระชับโครงสร้างใบหน้าและสลายไขมัน ตัวอย่างที่รู้จักกันดีคือ Thermage FLX และ Volnewmer
Bipolar RF
Bipolar RF ใช้ขั้วไฟฟ้าสองขั้วที่อยู่ใกล้กันบนหัวยิง ทำให้กระแสไฟฟ้าวิ่งระหว่างสองขั้วนี้เท่านั้น ซึ่งจะส่งผลต่อความลึกของพลังงาน โดยจะจำกัดอยู่ที่ประมาณครึ่งหนึ่งของระยะห่างระหว่างขั้วไฟฟ้า ให้ความร้อนที่ควบคุมได้แม่นยำกว่า เจ็บน้อยกว่า และเหมาะกับการปรับผิวชั้นตื้นถึงปานกลาง ไม่ต้องใช้แผ่น Grounding Pad
Multipolar RF
Multipolar RF พัฒนาต่อยอดจาก Bipolar RF โดยใช้ขั้วไฟฟ้าหลายขั้วสลับกันในหัวยิงเดียว ทำให้พลังงานกระจายครอบคลุมพื้นที่กว้างขึ้นและลดความเสี่ยงของการสะสมความร้อนในจุดเดียว แม้จะมีการตลาดว่าเข้าถึงได้ลึกกว่า Bipolar แต่ในทางฟิสิกส์ยังคงจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกัน เหมาะกับการรักษาพื้นที่กว้างและผู้ที่ต้องการประสบการณ์ที่สบายผิว
Fractional RF Microneedling
Fractional RF Microneedling เป็นการรวมการทำงานของเข็ม Microneedling เข้ากับพลังงาน RF ซึ่งจะทำงานโดยส่งพลังงานลงสู่ชั้นผิวหนังแท้โดยตรงผ่านปลายเข็ม ทำให้ควบคุมความลึกได้แม่นยำและกระตุ้นทั้งการสร้างคอลลาเจนจากเข็มและความร้อนจาก RF ไปพร้อมกัน เหมาะกับปัญหารอยสิว รอยแผลเป็น รูขุมขนกว้าง และผิวหย่อนคล้อย ตัวอย่างที่รัตตินันท์ คลินิก ให้บริการคือ Morpheus8
RF แบบ Invasive (สอดเครื่องมือใต้ผิว)
RF ประเภทนี้ใช้หัวเครื่องขนาดเล็กสอดลงไปใต้ผิวหนังโดยตรง ส่งพลังงาน RF ไปยังชั้นไขมันและพังผืดได้อย่างแม่นยำสูงสุด มักทำร่วมกับการดูดไขมันเพื่อกระชับผิวและลดไขมันพร้อมกัน ตัวอย่างในกลุ่มนี้ได้แก่ FaceTite และ BodyTite
RF (Radio Frequency) ช่วยเรื่องอะไร?
RF ช่วยแก้ปัญหาผิวได้หลากหลายขึ้นอยู่กับประเภทของ RF และเครื่องที่เลือกใช้ โดยครอบคลุมทั้งปัญหาโครงสร้างและคุณภาพผิวโดยรวม ดังนี้
- ยกกระชับใบหน้าและลำคอ ลดแก้มห้อย เหนียง และกรอบหน้าที่ไม่คมชัด โดยเฉพาะ Monopolar RF อย่าง Thermage ที่ทำงานในระดับลึกถึงชั้นไขมันใต้ผิว
- ลดริ้วรอยและเส้นแสดงอารมณ์ กระตุ้นคอลลาเจนใหม่ทำให้ผิวแน่นและริ้วรอยดูจางลงอย่างต่อเนื่อง
- สลายไขมันสะสม บริเวณแก้ม เหนียง และใต้คาง ช่วยให้กรอบหน้าดูคมชัดขึ้น
- ลดรูขุมขนและปรับผิวให้เรียบเนียน โดยเฉพาะ Fractional RF Microneedling อย่าง Morpheus8 ที่ปรับผิวได้ลึกและละเอียดกว่า RF ทั่วไป
- ลดรอยสิวและรอยแผลเป็น Fractional RF Microneedling กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่เพื่อเติมเต็มรอยหลุมและปรับพื้นผิวให้เรียบขึ้น
- กระชับผิวรอบดวงตา ด้วยหัวยิงขนาดเล็กที่ออกแบบมาสำหรับบริเวณนี้โดยเฉพาะ เช่น Thermage Eye
- กระชับผิวบริเวณร่างกาย เช่น หน้าท้อง ต้นขา และแขน ด้วยหัวยิงสำหรับร่างกาย
RF (Radio Frequency) เหมาะกับใคร
RF เหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับและปรับสภาพผิวโดยไม่ผ่าตัด เหมาะกับทุกสีผิวและทุกเพศ โดยกลุ่มที่มักได้ผลดีได้แก่
- ผู้ที่เริ่มสังเกตเห็นความหย่อนคล้อยของผิวหน้า แก้มห้อย เหนียง หรือกรอบหน้าที่ไม่คมชัดเหมือนเดิม
- ผู้ที่มีริ้วรอยตื้นถึงปานกลางและต้องการให้ผิวแน่นและเรียบเนียนขึ้น
- ผู้ที่มีรูขุมขนกว้าง รอยสิว หรือรอยแผลเป็น โดยเฉพาะเมื่อเลือกใช้ Fractional RF Microneedling
- ผู้ที่มีผิวสีเข้มและกังวลเรื่องความเสี่ยงจากความร้อนของเลเซอร์ เพราะ RF ปลอดภัยกับทุกสีผิว
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและสะสมดีขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่ต้องพักฟื้น
- ผู้ที่ต้องการกระชับผิวบริเวณร่างกาย เช่น หน้าท้อง ต้นขา หรือแขน ซึ่ง RF ครอบคลุมได้กว้างกว่า HIFU
RF (Radio Frequency) ไม่เหมาะกับใคร
RF เป็นหัตถการที่ปลอดภัยมากสำหรับคนส่วนใหญ่ แต่ก็ยังมีบางกลุ่มที่ควรเลื่อนหรืองดการรักษาไว้ก่อน ได้แก่
- ผู้ที่มีอุปกรณ์ฝังในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ เครื่องกระตุ้นประสาท หรือโลหะบริเวณที่จะทำ เพราะคลื่น RF อาจรบกวนการทำงานของอุปกรณ์เหล่านั้น
- ผู้ที่ตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
- ผู้ที่มีการติดเชื้อ แผลเปิด หรืออักเสบบริเวณที่จะทำ
- ผู้ที่มีโรคผิวหนังที่ยังมีอาการกำเริบ เช่น กลาก โรคสะเก็ดเงิน หรือผื่นแพ้รุนแรง
- ผู้ที่เพิ่งฉีดฟิลเลอร์หรือทำหัตถการอื่นบริเวณใกล้เคียงในระยะเวลาใกล้เคียง ควรแจ้งแพทย์ก่อนเสมอ
- ผู้ที่มีความหย่อนคล้อยระดับสูงมาก ซึ่ง RF อาจไม่เพียงพอและควรพิจารณาหัตถการอื่นร่วมด้วย เช่น การผ่าตัดดึงหน้า
ในทุกกรณีควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมก่อนตัดสินใจเสมอ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ RF
RF กับ Hifu ต่างกันอย่างไร?
RF และ HIFU ต่างกันที่เทคโนโลยีและระดับความลึกที่เข้าถึงได้ RF ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าสร้างความร้อนผ่านความต้านทานของเนื้อเยื่อ ทำงานได้ดีในชั้นผิวหนังแท้ถึงชั้นไขมันใต้ผิว เหมาะกับการปรับคุณภาพผิวและยกกระชับในระดับปานกลาง ในขณะที่ HIFU ใช้คลื่นอัลตราซาวนด์โฟกัสพลังงานไปยังจุดเฉพาะในชั้นลึกถึง SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์เข้าถึงเมื่อผ่าตัดดึงหน้า ทำให้ยกโครงสร้างใบหน้าได้ในระดับที่ RF ทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงได้ สรุปง่าย ๆ คือ RF เหมาะกับการปรับผิวและยกกระชับโดยรวม ส่วน HIFU เหมาะกับการยกโครงสร้างใบหน้าในระดับลึก
เลเซอร์ RF คืออะไร?
เลเซอร์ RF ไม่ใช่คำทางการแพทย์ แต่เป็นคำที่ใช้เรียกกันในชีวิตประจำวันสำหรับหัตถการยกกระชับด้วยเครื่อง RF โดยทั่วไป RF และเลเซอร์เป็นเทคโนโลยีที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เลเซอร์ใช้แสงที่มีความยาวคลื่นเฉพาะทำงานผ่านเม็ดสีในผิว ในขณะที่ RF ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าทำงานผ่านความต้านทานของเนื้อเยื่อโดยไม่ขึ้นกับสีผิว ดังนั้นหากได้ยินคำว่า “เลเซอร์ RF” ในบริบทของความงาม มักหมายถึงเครื่อง RF สำหรับยกกระชับและปรับผิวนั่นเอง
ทำ RF กี่ครั้งเห็นผล
ขึ้นอยู่กับประเภทของ RF และปัญหาที่รักษา โดยทั่วไป Monopolar RF อย่าง Thermage มักทำเพียงครั้งเดียวและเห็นผลสะสมใน 2-6 เดือน ส่วน Fractional RF Microneedling อย่าง Morpheus8 แนะนำให้ทำ 3-4 ครั้ง ห่างกันประมาณ 4-6 สัปดาห์ต่อครั้ง เพื่อให้ผลลัพธ์สะสมและคงอยู่ได้นานขึ้น ทั้งนี้แพทย์จะประเมินและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมให้เป็นรายบุคคลในวันปรึกษา
RF หน้า อยู่ได้กี่เดือน
ระยะเวลาที่ผลลัพธ์คงอยู่ขึ้นอยู่กับประเภทของ RF ที่เลือกใช้ โดยทั่วไป Monopolar RF อย่าง Thermage ให้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 1-2 ปี ส่วน Fractional RF Microneedling อย่าง Morpheus8 ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 1 ปีขึ้นไปขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งที่ทำและการดูแลผิวหลังทำ ปัจจัยที่มีผลต่อระยะเวลาในทุกกรณี ได้แก่ อายุ สภาพผิวเดิม การดูแลผิวหลังทำ และการหลีกเลี่ยงแสงแดด
สรุป ยกกระชับหน้า RF (Radio Frequency) คืออะไร?
RF คือเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ได้รับการพิสูจน์มายาวนานกว่า 20 ปี ปลอดภัยกับทุกสีผิว ไม่ผ่าตัด ไม่มีแผล และมีหลายประเภทให้เลือกตามปัญหาและระดับความลึกที่ต้องการ ตั้งแต่ Monopolar RF อย่าง Thermage ที่เหมาะกับการยกกระชับและสลายไขมัน ไปจนถึง Fractional RF Microneedling อย่าง Morpheus8 ที่เหมาะกับการปรับผิวและลดรอยสิวในระดับที่ลึกและละเอียดกว่า
การเลือก RF ที่ตรงกับปัญหาของคุณมากที่สุดต้องอาศัยการประเมินจากแพทย์ เพราะแต่ละประเภทให้ผลลัพธ์ที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง รัตตินันท์ คลินิก พร้อมให้คำปรึกษาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
ทีมแพทย์รักษาผิวพรรณ
รัตตินันท์ คลินิก
พญ. รัตตินันท์ ตรีรัตน์
ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ

พญ. นฤมล วิเชียร
แพทย์หญิง

พญ. จุฑามาศ ตันคุณากร
แพทย์โรคผิวหนัง

นพ. ศศินทร์ ตรีรัตน์
นายแพทย์

นักเขียนบทความสุขภาพ รัตตินันท์ คลินิก ทำหน้าที่ ค้นคว้าและตรวจสอบงานวิจัยล่าสุด ทั้งเรื่องผิวหนัง สารออกฤทธิ์ เลเซอร์ และศัลยกรรมความงาม เพื่อนำความรู้ที่ซับซ้อนเหล่านั้นมา แปลให้เป็นภาษาที่เข้าใจง่าย ถูกต้อง และเชื่อถือได้ เป้าหมายหลักคือการทำให้ข้อมูลทุกชิ้นที่คลินิกสื่อสารออกไปนั้น มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ (Evidence-based) เพื่อให้คุณผู้อ่านสามารถ ตัดสินใจเลือกการดูแลผิวหรือหัตถการได้อย่างมั่นใจและเหมาะสม โดยไม่ถูกชี้นำเกินจริง และเข้าใจถึงกลไกที่แท้จริงเบื้องหลังผลลัพธ์นั้น ๆ