ผิวหย่อนคล้อย เกิดจากอะไร? แก้ผิวไม่กระชับได้อย่างไรตามช่วงวัย

ผิวหย่อนคล้อยและไม่กระชับเป็นสัญญาณที่หลายคนเริ่มสังเกตเห็นในกระจกก่อนที่จะรู้ตัว ไม่ว่าจะเป็นแก้มที่เริ่มห้อยลง กรอบหน้าที่ไม่คมชัดเหมือนเดิม หรือดวงตาที่ดูเหนื่อยล้าแม้จะพักผ่อนเพียงพอแล้ว

ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะดูแลตัวเองไม่ดีพอเสมอไป แต่มีสาเหตุที่ลึกกว่านั้น ซึ่งมีตั้งแต่การเสื่อมของคอลลาเจน กล้ามเนื้อใบหน้าที่อ่อนแรงลงตามวัย ไปจนถึงปัจจัยภายนอกที่หลายคนมองข้าม บทความนี้จะพาคุณมาทำความเข้าใจว่าผิวหย่อนคล้อยเกิดจากอะไร เริ่มตั้งแต่ช่วงวัยไหน และมีวิธีแก้ไขอะไรบ้างที่เหมาะกับระดับความหย่อนคล้อยของแต่ละคน

ผิวหย่อนคล้อยคืออะไร

ผิวหย่อนคล้อยคือภาวะที่ผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่นและแรงพยุง ทำให้หย่อนตัวลงตามแรงโน้มถ่วงอย่างค่อยเป็นค่อยไป เกิดจากการที่คอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิวหนังแท้ลดลง เนื้อเยื่อชั้น SMAS ที่พยุงโครงสร้างใบหน้าเริ่มยืดและหย่อนตัวลง รวมถึงกล้ามเนื้อใบหน้าที่อ่อนแรงลงตามวัย ส่งผลให้ผิวชั้นบนหย่อนตามลงมาด้วย

สังเกตได้อย่างไรว่าผิวเริ่มหย่อนคล้อย

สัญญาณที่พบบ่อยและสังเกตได้เองในชีวิตประจำวัน ได้แก่

  • ลองเอานิ้วดันโหนกแก้มขึ้นเบา ๆ แล้วหน้าดูเด็กลงทันที นั่นคือสัญญาณที่ชัดเจนว่าผิวเริ่มหย่อนคล้อยแล้ว
  • กรอบหน้าไม่คมชัดเหมือนเดิม เริ่มมีเหนียงใต้คางหรือแก้มห้อยลง
  • ร่องแก้มลึกขึ้นหรือเริ่มมีร่องน้ำหมาก
  • เปลือกตาหนักขึ้นหรือหางตาตก ทำให้ดวงตาดูเหนื่อยล้าแม้พักผ่อนเพียงพอ
  • ผิวดูหย่อนแม้น้ำหนักตัวไม่ได้เปลี่ยนแปลง

ผิวหย่อนคล้อยเกิดจากอะไร

ผิวหย่อนคล้อยเกิดจากการที่คอลลาเจน อีลาสติน กล้ามเนื้อใบหน้า และโครงสร้างพยุงผิวเสื่อมสภาพลงตามวัยและปัจจัยภายนอก โดยแบ่งออกได้เป็นสองกลุ่มหลัก ดังนี้

ปัจจัยภายใน

  • อายุที่เพิ่มขึ้น หลังอายุ 20 ปี ร่างกายสร้างคอลลาเจนลดลงประมาณ 1 เปอร์เซ็นต์ต่อปี เมื่อเวลาผ่านไปผิวจึงสูญเสียความยืดหยุ่นสะสมจนเห็นได้ชัดในช่วงอายุ 30 ถึง 40 ปี
  • กล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรงลงตามวัย กล้ามเนื้อที่เคยพยุงโครงสร้างใบหน้าให้กระชับเริ่มสูญเสียความแข็งแรงและมวลกล้ามเนื้อ ทำให้ผิวหย่อนลงแม้คอลลาเจนยังไม่ได้ลดมากนัก
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน โดยเฉพาะในผู้หญิงช่วงหมดประจำเดือน ระดับเอสโตรเจนที่ลดลงส่งผลโดยตรงต่อการสร้างคอลลาเจนและความหนาแน่นของผิว
  • พันธุกรรม โครงสร้างผิวและอัตราการเสื่อมของคอลลาเจนขึ้นอยู่กับพันธุกรรมของแต่ละคนด้วย

ปัจจัยภายนอก

  • แสงแดด (UVA และ UVB) เป็นปัจจัยภายนอกที่ทำลายคอลลาเจนได้มากที่สุด รังสี UVA ลงลึกถึงชั้นผิวหนังแท้และทำลายเส้นใยคอลลาเจนโดยตรง
  • มลภาวะและฝุ่นละออง กระตุ้นการเกิด Free Radical ที่ทำลายเซลล์ผิวสะสมทุกวัน
  • การพักผ่อนไม่เพียงพอและความเครียด ขัดขวางกระบวนการซ่อมแซมผิวที่เกิดขึ้นในช่วงหลับ
  • การสูบบุหรี่ ลดการไหลเวียนเลือดสู่ผิวและเร่งการสลายตัวของคอลลาเจนอย่างมีนัยสำคัญ

ผิวหย่อนคล้อยจากการลดน้ำหนัก แตกต่างจากแบบอื่นอย่างไร

ผิวหย่อนคล้อยจากการลดน้ำหนักต่างจากการหย่อนตามวัยตรงที่เกิดเร็วกว่าและมักส่งผลกระทบต่อความรู้สึกมากกว่า เพราะผิวที่เคยถูกยืดออกด้วยไขมันไม่มีเวลาปรับตัวและหดกลับทัน โดยเฉพาะเมื่อลดน้ำหนักเร็วเกินไปหรือลดในปริมาณมาก

ความแตกต่างหลักจากผิวหย่อนตามวัยมีดังนี้

  • เกิดได้ทุกช่วงวัย แม้แต่คนอายุน้อยที่คอลลาเจนยังดีก็อาจมีผิวหย่อนได้หากลดน้ำหนักเร็วเกินไป
  • บริเวณที่หย่อนชัดกว่า มักพบที่หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา และใบหน้าที่ดูตอบและหย่อนลงพร้อมกัน
  • ผิวหน้าดูแก่กว่าวัยทันที เพราะไขมันใต้ผิวที่ช่วยพยุงโครงสร้างหน้าหายไปเร็ว
  • แก้ได้ยากกว่าหากใช้ครีมบำรุงอย่างเดียว เพราะโครงสร้างผิวเปลี่ยนไปแล้ว มักต้องอาศัยหัตถการช่วยกระตุ้นคอลลาเจนหรือยกกระชับร่วมด้วยถึงจะได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ

การลดน้ำหนักอย่างค่อยเป็นค่อยไปในอัตราประมาณ 0.5 ถึง 1 กิโลกรัมต่อสัปดาห์จะช่วยให้ผิวมีเวลาปรับตัวและลดความเสี่ยงของผิวหย่อนได้มากกว่าการลดเร็ว

แต่สำหรับผู้ที่มีผิวหย่อนจากการลดน้ำหนักไปแล้ว ยังมีหัตถการที่ช่วยได้ โดยเฉพาะ Morpheus8 ที่กระตุ้นคอลลาเจนและยกกระชับผิวในชั้นลึกได้พร้อมกัน และ J-Plasma ที่ให้ความร้อนแม่นยำสูงใต้ผิวหนังเพื่อหดรั้งผิวที่หย่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งสองมักใช้ควบคู่กับการดูดไขมันเพื่อให้ผลลัพธ์ดีที่สุดในกลุ่มนี้

ผิวหย่อนคล้อยตามช่วงวัย เริ่มเมื่อไหร่และรุนแรงแค่ไหน

ผิวหย่อนคล้อยไม่ได้เกิดขึ้นทันทีแต่สะสมมาตั้งแต่อายุยังน้อย แต่ละช่วงวัยมีลักษณะและระดับความหนัก-เบาที่ต่างกัน การที่เราเข้าใจตรงนี้จะช่วยให้เริ่มดูแลได้ถูกจังหวะและตอบโจทย์ความต้องการของผิวได้ดียิ่งขึ้น ดังนี้

ช่วงอายุ 20-30 ปี

ร่างกายยังสร้างคอลลาเจนได้ดี ผิวยังแน่นและยืดหยุ่น แต่เป็นช่วงที่ความเสียหายเริ่มสะสมโดยที่ยังไม่เห็นผลชัด ปัจจัยเสี่ยงในวัยนี้คือการโดนแดดสะสม นอนดึก เครียด และสูบบุหรี่ ซึ่งจะส่งผลให้ผิวหย่อนเร็วขึ้นในช่วงวัยถัดไป

ช่วงอายุ 30-40 ปี

เป็นช่วงที่หลายคนเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงครั้งแรก คอลลาเจนลดลงสะสมมากพอที่จะเริ่มเห็นร่องแก้มตื้น ๆ กรอบหน้าเริ่มไม่คมชัด และผิวรอบดวงตาเริ่มบางลง กล้ามเนื้อใบหน้าเริ่มอ่อนแรงลงเล็กน้อย เป็นช่วงที่เหมาะกับการเริ่มป้องกันและดูแลเชิงรุกมากที่สุด

ช่วงอายุ 40-50 ปี

ความหย่อนคล้อยเริ่มชัดเจนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แก้มห้อยลง ร่องแก้มลึกขึ้น เริ่มปรากฏเหนียง และผิวโดยรวมสูญเสียความตึงกระชับ ในผู้หญิงช่วงนี้มักตรงกับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ซึ่งจะยิ่งเร่งการเสื่อมของคอลลาเจนและกล้ามเนื้อใบหน้าให้อ่อนแรงเร็วขึ้นด้วย

ช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป

ความหย่อนคล้อยมักอยู่ในระดับปานกลางถึงสูง โครงสร้างใบหน้าเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ทั้งแก้มห้อย เหนียง และผิวลำคอหย่อนคล้อย กล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรงลงมากจนส่งผลต่อรูปหน้าโดยรวม การดูแลในช่วงนี้มักต้องอาศัยหัตถการที่เข้าถึงทั้งชั้นโครงสร้างลึกและกระตุ้นกล้ามเนื้อไปพร้อมกัน

แก้ผิวหย่อนคล้อยได้อย่างไร หัตถการที่เหมาะกับแต่ละระดับ

วิธีแก้ผิวหย่อนคล้อยที่ได้ผลขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงเป็นหลัก การเลือกวิธีที่ไม่ตรงกับระดับปัญหาอาจให้ผลลัพธ์ที่ไม่คุ้มค่าหรือไม่เพียงพอ

ผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อย

เหมาะกับผู้ที่เพิ่งเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลง ยังไม่มีแก้มห้อยหรือเหนียงชัดเจน สามารถเริ่มจากการดูแลผิวที่บ้านด้วยครีมที่มีส่วนผสมกระตุ้นคอลลาเจน เช่น Retinol และ Vitamin C ร่วมกับทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ หากต้องการผลที่เร็วและลึกกว่า Emface เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับกลุ่มนี้ เพราะกระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้าและช่วยกระชับไปพร้อมกันโดยไม่ใช้เข็มและไม่มี downtime

ผิวหย่อนคล้อยปานกลาง

เหมาะกับผู้ที่มีแก้มเริ่มห้อย ร่องแก้มลึกขึ้น หรือเริ่มปรากฏเหนียง การดูแลผิวที่บ้านอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป ต้องอาศัยหัตถการที่เข้าถึงชั้นโครงสร้างลึกกว่า ได้แก่

  • Ultherapy ส่งพลังงานถึงชั้น SMAS ด้วยระบบ Real-time imaging ที่แม่นยำสูงสุด
  • Thermage FLX ยกกระชับและปรับคุณภาพผิวได้พร้อมกัน เหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ทั้งความหย่อนและคุณภาพผิวในคราวเดียว
  • Morpheus8 เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนร่วมกับรูขุมขนกว้างและรอยสิว
  • Emface เหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับจากการกระตุ้นกล้ามเนื้อและ RF พร้อมกันโดยไม่ใช้เข็ม

ผิวหย่อนคล้อยมาก

เหมาะกับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยในระดับที่เครื่องยกกระชับแบบไม่ผ่าตัดให้ผลลัพธ์ได้ไม่เต็มที่ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาหัตถการกึ่งผ่าตัดอย่าง FaceTite หรือ J-Plasma ที่ยกกระชับจากภายในและมักทำร่วมกับการดูดไขมัน หรือการผ่าตัดดึงหน้า (Facelift) ที่แก้ไขโครงสร้างได้โดยตรงและให้ผลลัพธ์ยาวนานที่สุด

ผิวหย่อนคล้อย ไม่กระชับ ป้องกันและชะลอได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ อย่างไร

ผิวหย่อนคล้อยปกติจะป้องกันได้ไม่ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ช่วยชะลอได้หากเริ่มดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ โดยสิ่งที่ทำได้ในชีวิตประจำวันมีดังนี้

  • ทาครีมกันแดด SPF 50 ขึ้นไปทุกวัน แม้อยู่ในร่ม เพราะ UVA ทะลุกระจกและทำลายคอลลาเจนสะสมทุกวันโดยที่ไม่รู้สึกตัว
  • ใช้ครีมบำรุงที่มีส่วนผสมกระตุ้นคอลลาเจน เช่น Retinol, Vitamin C และ Peptide เพื่อชะลอการเสื่อมของคอลลาเจนในชั้นผิวหนังแท้
  • นอนหลับให้เพียงพออย่างน้อย 7-8 ชั่วโมง เพราะการซ่อมแซมผิวเกิดขึ้นมากที่สุดในช่วงหลับลึก
  • หลีกเลี่ยงการลดน้ำหนักเร็วเกินไป ควรลดในอัตราที่ผิวมีเวลาปรับตัวได้ประมาณ 0.5-1 กิโลกรัมต่อสัปดาห์
  • งดสูบบุหรี่ เพราะสารนิโคตินลดการไหลเวียนเลือดสู่ผิวและเร่งการสลายคอลลาเจนโดยตรง
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอและรับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ผักและผลไม้สีสด เพื่อลดความเสียหายจาก Free Radical (อนุมูลอิสระที่สะสมในแต่ละวัน)

นอกจากการดูแลที่บ้าน การทำหัตถการเชิงป้องกันก่อนที่ปัญหาจะรุนแรงก็เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าในระยะยาว โดยเฉพาะในช่วงอายุ 30 ปีขึ้นไป โดยหัตถการที่เหมาะกับการดูแลเชิงป้องกัน ได้แก่ Ultherapy หรือ Thermage FLX ที่กระตุ้นคอลลาเจนในชั้นลึกปีละครั้ง และ Emface ที่ช่วยรักษาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อใบหน้าก่อนที่จะอ่อนแรงมากจนเห็นได้ชัด

การเริ่มดูแลก่อนที่ผิวจะหย่อนมากทำให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติกว่าและไม่ต้องรักษาบ่อยเท่ากับการปล่อยให้หย่อนมากแล้วค่อยแก้

สรุป ผิวหย่อนคล้อยแก้ได้ด้วยวิธีไหน คุณเริ่มถึงเกณฑ์แล้วหรือยัง

ผิวหย่อนคล้อยเป็นเรื่องที่แก้ได้ ไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นต้องยอมรับไปตามวัย แต่วิธีที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับระดับความหนัก-เบาและช่วงวัยของแต่ละคน ถ้าเพิ่งเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย การดูแลผิวที่บ้านและหัตถการเชิงป้องกันอย่าง Emface ยังเพียงพอ แต่ถ้าแก้มเริ่มห้อย เหนียงเริ่มมา หรือกรอบหน้าไม่คมชัดแล้ว Ultherapy, Thermage FLX หรือ Morpheus8 คือตัวเลือกที่ตรงกับปัญหามากกว่า และหากความหย่อนคล้อยอยู่ในระดับสูงที่เครื่องยกกระชับไม่เพียงพอ J-Plasma หรือการผ่าตัดดึงหน้าอาจเป็นคำตอบที่ดีที่สุด

วิธีง่าย ๆ ที่ใช้ตรวจสอบตัวเองคือลองเอานิ้วดันโหนกแก้มขึ้นเบา ๆ ถ้าหน้าดูเด็กลงทันที นั่นคือสัญญาณว่าถึงเวลาที่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินและวางแผนการดูแลที่เหมาะกับสภาพผิวของคุณโดยเฉพาะ รัตตินันท์ คลินิก ให้บริการทั้ง Ultherapy, Thermage FLX, Morpheus8 และ Emface พร้อมให้คำปรึกษาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ทีมแพทย์รักษาผิวพรรณ
รัตตินันท์ คลินิก

พญ. รัตตินันท์ ตรีรัตน์
ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ

พญ. นฤมล วิเชียร
แพทย์หญิง

พญ. จุฑามาศ ตันคุณากร
แพทย์โรคผิวหนัง

นพ. ศศินทร์ ตรีรัตน์
นายแพทย์