การตัดสินใจ “ผ่าตัดหน้าอก” (Top Surgery) นับเป็นก้าวสำคัญของการเดินทางเพื่อยืนยันตัวตน (Gender Affirmation) สำหรับผู้ชายข้ามเพศ (Transgender Men) และผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ (Non-Binary) ที่ รัตตินันท์ คลินิก เราเข้าใจดีว่า นี่ไม่ใช่เพียงเรื่องของความงาม แต่คือการปลดล็อกความรู้สึกอึดอัดทางร่างกายและจิตใจ ให้คุณได้ใช้ชีวิตด้วยความมั่นใจในแบบที่เป็นคุณอย่างแท้จริง
ตัดหน้าอก คืออะไร?
ในทางการแพทย์ เราเรียกหัตถการนี้ว่า Masculinizing Chest Surgery หรือ Mastectomy ซึ่งไม่ได้หมายถึงเพียงการนำเนื้อเยื่อเต้านมออกเท่านั้น แต่หัวใจสำคัญคือการ “ปรับแต่งผนังหน้าอก” (Chest Wall Contouring) ให้มีความแบนราบ ได้สัดส่วน และมีการจัดวางตำแหน่งของหัวนมและปานนม (Nipple-Areola Complex) ใหม่ ให้สอดคล้องกับสรีระของผู้ชายมากที่สุด เพื่อให้คุณสามารถสวมใส่เสื้อผ้าได้โดยไม่ต้องพึ่งพาสเตย์รัดหน้าอกอีกต่อไป
ศัลยกรรม ตัดหน้าอก (Top Surgery) เหมาะกับใคร
ก่อนเข้ารับการผ่าตัด แพทย์จะประเมินความพร้อมใน 3 ด้านหลัก เพื่อความปลอดภัยสูงสุดตามมาตรฐานทางการแพทย์ ดังนี้
- ภาวะความไม่สอดคล้องทางเพศ (Gender Dysphoria) มีความรู้สึกอึดอัดหรือไม่สบายใจกับสรีระทางเพศเดิมอย่างต่อเนื่อง
- สุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัวที่มีความเสี่ยงสูง หรือหากมี ต้องได้รับการควบคุมให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
- ความพร้อมทางจิตใจ ผ่านการประเมินและได้รับใบรับรองจากจิตแพทย์ตามเกณฑ์ที่กำหนด (1 หรือ 2 ท่าน ขึ้นอยู่กับกรณีและกฎระเบียบ ณ ปัจจุบัน)
ข้อดีของการตัดหน้าอก มีอะไรบ้าง
การผ่าตัดหน้าอก (Top Surgery) ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนแปลงทางสรีระภายนอก แต่เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตในหลายมิติ ทั้งร่างกายและจิตใจ ดังนี้
- ปลดล็อกความมั่นใจในตัวตน (Gender Affirmation) ช่วยให้สรีระภายนอกสอดคล้องกับอัตลักษณ์ทางเพศภายใน ลดภาวะความไม่สบายใจทางเพศ (Gender Dysphoria) ทำให้รู้สึกเป็นตัวเองได้อย่างสมบูรณ์
- อิสระจากการรัดหน้าอก หมดปัญหาสุขภาพที่เกิดจากการใส่สเตย์หรือเทปรัดหน้าอกเป็นเวลานาน เช่น อาการปวดหลัง หายใจไม่สะดวก ผื่นคัน หรือรอยช้ำกดทับ
- ความคล่องตัวในการใช้ชีวิต สามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย ว่ายน้ำ หรือการเลือกสวมใส่เสื้อผ้าได้หลากหลายสไตล์โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสรีระ
- ผลลัพธ์ระยะยาว เมื่อผ่าตัดนำต่อมน้ำนมออกแล้ว หน้าอกจะแบนราบถาวร (ภายใต้การดูแลน้ำหนักตัวที่เหมาะสม)
ข้อเสียของการตัดหน้าอก
Rattinan Clinic ต้องการให้คุณได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนและลึกซึ้ง เพื่อการเตรียมตัวที่ดีที่สุด
1. ความรู้สึกที่หัวนม (Nipple Sensation) จะหายไปไหม?
- กรณีผ่าตัดแผลเล็ก/ส่องกล้อง: เส้นประสาทที่เลี้ยงหัวนมมักไม่ถูกตัดขาด ความรู้สึกจึงมักจะยังคงอยู่ หรือลดลงเพียงชั่วคราวในช่วงแรก
- กรณีผ่าตัดแผลยาว (ย้ายหัวนม): เนื่องจากต้องมีการตัดหัวนมออกมาและปลูกถ่ายใหม่ (Free Nipple Graft) เส้นประสาทเดิมจะถูกตัดขาด ทำให้ความรู้สึกทางเพศที่หัวนมอาจลดลงหรือหายไป แต่หัวนมยังคงตอบสนองต่ออุณหภูมิได้บ้าง
2. ภาวะ Dog Ear (เนื้อปลิ้นข้างรักแร้) คืออะไร?
ปัญหานี้มักพบในผู้ที่มีเนื้อหน้าอกด้านข้างเยอะ เมื่อเย็บแผลปิด อาจเกิดเนื้อนูน ๆ บริเวณสุดปลายแผลคล้ายหูสุนัข
- แนวทางการป้องกันของรัตตินันท์ ศัลยแพทย์จะใช้เทคนิค ดูดไขมัน ร่วมในการผ่าตัด เพื่อเก็บรายละเอียดบริเวณด้านข้างลำตัวและใต้รักแร้ ให้เรียบเนียน ลดโอกาสการเกิด Dog Ear ตั้งแต่ขั้นตอนแรก
เปรียบเทียบข้อดี vs ข้อเสีย ของการตัดหน้าอก
ด้านร่างกาย
- ข้อดี: หน้าอกแบนราบถาวร เลิกใส่สเตย์ หายใจสะดวกขึ้น
- ข้อเสีย/ข้อควรระวัง: มีรอยแผลเป็น (ขึ้นอยู่กับเทคนิค) อาจสูญเสียความรู้สึกหัวนมในบางเคส
ด้านจิตใจ
- ข้อดี: ลดภาวะ Gender Dysphoria มั่นใจในตัวเอง มีความสุขกับร่างกาย
- ข้อเสีย/ข้อควรระวัง: ต้องมีความพร้อมทางจิตใจสูง และต้องผ่านการประเมินจากจิตแพทย์
การใช้ชีวิต
- ข้อดี: แต่งตัวง่าย ว่ายน้ำ/ออกกำลังกายสะดวก
- ข้อเสีย/ข้อควรระวัง: ต้องใช้เวลาพักฟื้น 2-4 สัปดาห์ และดูแลแผลต่อเนื่อง 3-6 เดือน
5 เทคนิค ตัดหน้าอก ที่ รัตตินันท์ คลินิก มีกี่แบบ?
ศัลยแพทย์ตกแต่งที่รัตตินันท์ คลินิก ให้ความสำคัญกับการออกแบบเฉพาะบุคคล โดยจะพิจารณาจาก “ขนาดหน้าอก” และ “ความยืดหยุ่นของผิวหนัง” เป็นหลัก เพื่อเลือกเทคนิคที่เหมาะสมที่สุด ดังนี้
1. เทคนิคแผลเล็ก
- เหมาะสำหรับ: ผู้ที่มีหน้าอกขนาดเล็ก (Cup A) และผิวหนังมีความยืดหยุ่นดีมาก ไม่มีความหย่อนคล้อย
- วิธีการ: แพทย์จะเปิดแผลเล็กๆ เป็นรูปครึ่งวงกลมบริเวณขอบปานนมด้านล่าง เพื่อดูดไขมันและตัดเนื้อเยื่อต่อมเต้านมออก
- จุดเด่น: รอยแผลมีขนาดเล็กมากและซ่อนเนียนไปกับขอบสีของปานนม ทำให้แทบมองไม่เห็นรอยแผลเป็น
2. เทคนิคแผลรอบปานนม (Double O / Donut / Omega)
เทคนิคนี้เป็นการพัฒนาต่อยอดเพื่อรองรับผู้ที่มีหน้าอกขนาดปานกลาง (Cup B) หรือมีผิวหนังส่วนเกินเล็กน้อย โดยแบ่งย่อยได้ดังนี้:
- Double O (Donut): กรีดแผลเป็นวงกลมรอบปานนม 2 วง (วงนอกและวงใน) แล้วนำผิวหนังระหว่างกลางออก จากนั้นเย็บกระชับเข้าหากันคล้ายขนมโดนัท เหมาะกับคนที่ต้องการลดขนาดปานนมร่วมด้วย
- Omega / T-Scar: หากมีผิวหนังเกินด้านข้าง แพทย์อาจขยายแผลออกเป็นรูปคล้ายสัญลักษณ์โอเมก้า หรือรูปตัว T เพื่อเก็บผิวหนังให้เรียบเนียนยิ่งขึ้น
- จุดเด่น: ไม่มีแผลยาวใต้ราวนม แต่สามารถเก็บกระชับผิวหนังได้มากกว่าเทคนิคแผลเล็กธรรมดา
3. เทคนิคแผลยาว (Double Incision with Nipple Graft)
หรือที่เรียกว่า Breast Amputation เป็นเทคนิคมาตรฐานสำหรับผู้ชายข้ามเพศส่วนใหญ่
- เหมาะสำหรับ: หน้าอกขนาดใหญ่ (Cup C ขึ้นไป), ผู้ที่มีหน้าอกหย่อนคล้อยมากจากการรัดสเตย์นาน ๆ, หรือผู้ที่มีตำแหน่งหัวนมต่ำกว่าปกติ
- วิธีการ: แพทย์จะเปิดแผลยาวแนวนอนบริเวณใต้ราวนมเพื่อนำเนื้อเยื่อเต้านมและผิวหนังส่วนเกินออกทั้งหมด พร้อมทำ Nipple Graft คือการย้ายตำแหน่งหัวนมและปานนมไปแปะในตำแหน่งใหม่ที่เหมาะสมกับแผงอกผู้ชาย
- จุดเด่น: หน้าอกแบนราบที่สุด สามารถแก้ไขปัญหาหน้าอกห้อยย้อยหรือผิดรูปได้ดีเยี่ยม
4. เทคนิคผ่าตัดส่องกล้องไร้แผลหน้าอก (Endoscopic Assisted) Signature
เทคนิคผ่าตัดส่องกล้องไร้แผลหน้าอกที่ รัตตินันท์ คลินิก ตั้งใจมุ่งมั่นพัฒนาโดยนำเทคโนโลยีส่องกล้องมาช่วยในการผ่าตัด
- เหมาะสำหรับ: หน้าอกขนาดเล็กถึงปานกลาง (Cup A-B)
- วิธีการ: แพทย์จะเปิดแผลขนาดเล็กซ่อนไว้บริเวณ “รักแร้” และใช้กล้อง Endoscope สอดเข้าไปเพื่อตัดแต่งเนื้อเยื่อเต้านม
- จุดเด่น: ไร้รอยแผลเป็นบริเวณหน้าอก ลดการบอบช้ำของเนื้อเยื่อภายใน ฟื้นตัวได้ดีกว่าการผ่าตัดแบบเปิดปกติ
5. การดูดไขมันหน้าอก (Breast Liposuction)
- เหมาะสำหรับ: ผู้ที่มีหน้าอกนูนจากไขมันสะสม (Fatty Breast) แต่ไม่มีก้อนเนื้อต่อมเต้านม หรือมีน้อยมาก
- วิธีการ: ใช้เครื่องดูดไขมันสลายไขมันส่วนเกินออกผ่านรูแผลเล็ก ๆ โดยไม่ต้องตัดหนัง
- จุดเด่น: แผลเล็กมาก เจ็บน้อย และพักฟื้นไวที่สุด
ตารางเปรียบเทียบ เลือกเทคนิคไหนที่เหมาะสำหรับคุณ?
| เทคนิค | ขนาดหน้าอกที่เหมาะสม | ลักษณะแผลเป็น | การย้ายหัวนม | ความรู้สึกหัวนม |
| แผลเล็ก (Keyhole) | เล็ก (Cup A) | รอบปานนม (ครึ่งวงกลม) | ไม่ต้องย้าย | ปกติ / ลดลงเล็กน้อย |
| แผลตัว O (Donut) | ปานกลาง (Cup B) | รอบปานนม (วงกลม) | ขยับตำแหน่งเล็กน้อย | ปกติ / ลดลงเล็กน้อย |
| แผลยาว (Double Incision) | ใหญ่ / หย่อนคล้อย | ยาวใต้ราวนม | ย้ายตำแหน่ง (Graft) | ลดลง / อาจหายไป |
| ส่องกล้อง (Endoscopic) | เล็ก – ปานกลาง | ซ่อนใต้รักแร้ | ไม่ต้องย้าย | ปกติ / ลดลงเล็กน้อย |
| เทคนิคดูดไขมัน (Liposuction) | ผู้ที่มีหน้าอกนูนจากไขมันสะสม แต่ไม่มีก้อนเนื้อต่อมเต้านม | เป็นจุดเล็ก ๆ ไม่เกิน 1 ซม. | ไม่ต้องย้ายตำแหน่งหัวนม ความรู้สึกยังคงปกติ | ปกติ |
หมายเหตุ: ผลลัพธ์และการเลือกเทคนิคขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์และสรีระของแต่ละบุคคล
ศัลยกกรรมตัดหน้าอก ทำไมจึงต้องมีหลายเทคนิค
เพราะ “สรีระแต่ละคนไม่เหมือนกัน” การจะได้หน้าอกผู้ชายที่แบนราบและดูเป็นธรรมชาติ แพทย์ต้องออกแบบ โดยพิจารณาจาก 3 ปัจจัยหลัก ดังนี้
- ปริมาณเนื้อหน้าอก เนื้อน้อยทำแผลเล็กได้ แต่ถ้าเนื้อเยอะต้องเปิดแผลกว้างเพื่อเอาออกให้หมด
- ความยืดหยุ่นของผิวหนัง สำคัญที่สุด หากผิวหย่อนคล้อยแต่ฝืนทำแผลเล็ก หน้าอกจะเหี่ยวย่น ไม่เรียบเนียน จึงจำเป็นต้องทำแผลยาวเพื่อตัดหนังส่วนเกินออก
- ตำแหน่งหัวนม หากหัวเดิมอยู่ต่ำหรือคล้อยมาก ต้องทำการย้ายตำแหน่งใหม่ (Nipple Graft) ให้สมส่วนกับแผงอกผู้ชาย
สรุป เทคนิคที่ดีที่สุด คือเทคนิคที่ “เหมาะกับสรีระคุณที่สุด” หากเลือกผิดวิธีเพียงเพราะอยากได้แผลเล็ก ผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่คุ้มค่า
เตรียมตัวอย่างไรก่อนตัดหน้าอก
เพื่อให้การผ่าตัดเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยตามมาตรฐานสากล ผู้รับบริการควรเตรียมตัวดังนี้
- การหยุดฮอร์โมน (Testosterone)
- ผู้ที่ได้รับฮอร์โมนเพศชายมาต่อเนื่อง อาจมีค่าความเข้มข้นของเลือด (Hematocrit) สูง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อลิ่มเลือดอุดตัน
- คำแนะนำแพทย์ ควรหยุดฮอร์โมนอย่างน้อย 2 สัปดาห์ – 1 เดือน ก่อนผ่าตัด และต้องตรวจเลือดดูค่าความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) ให้ผ่านเกณฑ์ความปลอดภัย
- ใบรับรองแพทย์ (Psychiatrist Letter)
- ต้องใช้ใบรับรองจากจิตแพทย์เพื่อยืนยันภาวะ Gender Dysphoria ตามข้อกำหนดของแพทยสภาและกฎหมายปัจจุบัน (โปรดสอบถามจำนวนใบรับรองที่ต้องใช้กับเจ้าหน้าที่อีกครั้ง เนื่องจากมีการอัปเดตตามระเบียบโรงพยาบาล)
ตัดหน้าอก ใช้เวลาพักฟื้นนานไหม
ระยะเวลาการพักฟื้นของการผ่าตัดหน้าอก จะแตกต่างกันไปตามเทคนิคที่ใช้และสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปแพทย์จะแนะนำให้เตรียมตัวพักฟื้นอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ ก่อนกลับไปทำงาน (สำหรับงาน Office) และควรงดออกแรงหนักต่อเนื่อง 1-2 เดือน
ดูแลตัวเองอย่างไรหลังผ่าตัดหน้าอก
การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดส่งผลต่อความสวยงามของแผลถึง 50% นี่คือไทม์ไลน์คร่าว ๆ ที่คุณควรทราบ
- Day 1-3 (ช่วงพักฟื้น) อาจต้องใส่สายระบายเลือด (Drain) เพื่อลดอาการบวมและป้องกันเลือดคั่ง ต้องสวมชุดกระชับหน้าอกตลอดเวลา อาการปวดสามารถควบคุมได้ด้วยยา
- Day 5-7 (ถอดสายเดรน) แพทย์จะนัดติดตามอาการเพื่อถอดสายเดรนและตัดไหม (ในบางกรณี) เริ่มอาบน้ำได้ตามคำแนะนำแพทย์
- Week 2-4 (เริ่มใช้ชีวิตปกติ) อาการบวมช้ำจะค่อย ๆ ลดลง สามารถกลับไปทำงานที่ไม่ต้องใช้แรงยกของหนักได้
- Month 1-3 (ดูแลแผลเป็น) เป็นช่วงเวลาดีมาก ๆ (Golden Period) ในการทายาลดรอยแผลเป็น เพื่อป้องกันคีลอยด์ เริ่มออกกำลังกายเบา ๆ ได้
- Month 6 (เข้าที่สมบูรณ์) กล้ามเนื้อหน้าอกและผิวหนังจะกระชับเข้ารูป แผลเป็นจางลงจนดูเป็นธรรมชาติ
รีวิว ตัดหน้าอก ที่ รัตตินันท์ คลินิก
ตัดหน้าอก ราคาเท่าไหร่?
หากคุณกำลังตามหาว่า ตัดหน้าอก ราคาเท่าไหร่? ค่าใช้จ่ายจริงจะขึ้นอยู่กับเทคนิคการผ่าตัดที่แพทย์ประเมินว่าเหมาะสมกับสรีระและขนาดหน้าอกเดิมของคุณ ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคแผลเล็ก, แผลโอ หรือแผลยาว รวมถึงความซับซ้อนของแต่ละเคส
ที่รัตตินันท์ คลินิก เราให้ความสำคัญกับความปลอดภัยตามมาตรฐาน AACI และความโปร่งใสของราคา โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง ท่านสามารถตรวจสอบตารางราคาและรายละเอียดแพ็กเกจเบื้องต้นได้ด้านล่างนี้
ราคาหัตถการตัดหน้าอก (Mastectomy) | ราคาเริ่มต้น |
ผ่าตัดหน้าอกทอม (Mastectomy) แบบส่องกล้อง | 330,000 |
ผ่าตัดหน้าอกทอม (Mastectomy) แบบปานนม | 200,000 |
ผ่าตัดหน้าอกทอม (Mastectomy) แบบใต้ราวนม | 280,000 |
ผ่าตัดหน้าอกทอม (Mastectomy) แบบใต้ราวนมร่วมกับย้ายหัวนม | 330,000 |
ตัดหน้าอกที่ไหนดี ทำไมต้องที่ รัตตินันท์ คลินิก
- มาตรฐาน AACI (American Accreditation Commission International) เราได้รับการรับรองมาตรฐานด้าน Ambulatory Plastic Surgical Center ซึ่งเน้นความปลอดภัยของผู้ป่วยนอกเทียบเท่าโรงพยาบาลชั้นนำ 3 ปี ซ้อนด้วยคะแนน 98%
- ดมยาโดยวิสัญญีแพทย์เฉพาะทาง ทุกเคสผ่าตัดใหญ่ จะได้รับการดูแลเรื่องการระงับความรู้สึกโดยวิสัญญีแพทย์แบบ 1:1 ตลอดการผ่าตัด
- เทคนิค Chest Wall Contouring แพทย์ของเราไม่เพียงแค่ “เอาออก” แต่ “ออกแบบ” โดยใช้ศิลปะในการเหลาและดูดไขมัน เพื่อให้หน้าอกดูเป็นทรงกล้ามเนื้อผู้ชายอย่างเป็นธรรมชาติ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการตัดหน้าอก
ระหว่างการผ่าตัดผู้รับบริการจะได้รับการดมยาสลบ จึงไม่รู้สึกเจ็บใด ๆ หลังตื่นขึ้นมาอาจมีความรู้สึกตึงหรือปวดหนึบ ๆ คล้ายกับการออกกำลังกายหน้าอกอย่างหนัก ซึ่งสามารถบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวดที่แพทย์จัดให้ และอาการจะดีขึ้นอย่างรวดเร็วภายใน 3-5 วัน
การผ่าตัดจะนำเนื้อเยื่อต่อมเต้านมออกไปเกือบทั้งหมด ทำให้หน้าอกไม่สามารถกลับมาขยายขนาดแบบเต้านมผู้หญิงได้อีก อย่างไรก็ตาม หากมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นมาก อาจมีการสะสมของ “ไขมัน” บริเวณหน้าอกได้ เช่นเดียวกับผู้ชายทั่วไปที่มีภาวะอ้วนลงพุง
การผ่าตัด Top Surgery ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมได้มาก เนื่องจากเนื้อเยื่อเต้านมส่วนใหญ่ถูกตัดออกไป แต่แพทย์ไม่ได้ตัดออก 100% (เพื่อคงรูปทรงที่สวยงาม) จึงยังมีความเป็นไปได้ทางทฤษฎี (แต่น้อยมาก) ดังนั้นการตรวจสุขภาพประจำปียังคงเป็นสิ่งที่แนะนำ
สรุป
เปลี่ยนความอึดอัด… ให้เป็นความมั่นใจในแบบที่คุณเลือก
หากคุณกำลังหาข้อมูลหรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การผ่าตัดหน้าอก (Top Surgery) ทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ของรัตตินันท์ คลินิก พร้อมให้คำปรึกษาด้วยความเข้าใจและเป็นส่วนตัว


นักเขียนบทความสุขภาพ รัตตินันท์ คลินิก ทำหน้าที่ ค้นคว้าและตรวจสอบงานวิจัยล่าสุด ทั้งเรื่องผิวหนัง สารออกฤทธิ์ เลเซอร์ และศัลยกรรมความงาม เพื่อนำความรู้ที่ซับซ้อนเหล่านั้นมา แปลให้เป็นภาษาที่เข้าใจง่าย ถูกต้อง และเชื่อถือได้ เป้าหมายหลักคือการทำให้ข้อมูลทุกชิ้นที่คลินิกสื่อสารออกไปนั้น มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ (Evidence-based) เพื่อให้คุณผู้อ่านสามารถ ตัดสินใจเลือกการดูแลผิวหรือหัตถการได้อย่างมั่นใจและเหมาะสม โดยไม่ถูกชี้นำเกินจริง และเข้าใจถึงกลไกที่แท้จริงเบื้องหลังผลลัพธ์นั้น ๆ