การผ่าตัดกระเพาะเพื่อลดน้ำหนักเป็นวิธีการรักษาที่ใช้สำหรับผู้ที่มีภาวะโรคอ้วนรุนแรงและไม่สามารถลดน้ำหนักด้วยวิธีอื่นได้ การผ่าตัดช่วยลดขนาดกระเพาะอาหาร ทำให้ผู้ป่วยทานอาหารได้น้อยลง ส่งผลให้น้ำหนักลดลง แม้ว่าจะมีประสิทธิภาพในการลดน้ำหนัก แต่การผ่าตัดกระเพาะยังมีข้อเสียและความเสี่ยงที่ผู้ป่วยต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ
ผลข้างเคียงหลังผ่าตัดกระเพาะ หัวข้อนี้อาจจะเป็นหนึ่งในหัวข้อที่คนอยากอ่านมากที่สุด และมักจะสอบถามกันเสมอทุกครั้งที่มีการปรึกษาคนไข้ ญาติคนไข้และครอบครัวที่มักมาฟังพร้อมกันจนเต็มห้องปรึกษา
ก่อนอื่นอยากเรียนว่า การผ่าตัดกระเพาะแบบส่องกล้อง โดยเฉพาะการผ่าตัดกระเพาะอาหารแบบสลีฟนั้นใช้เวลาผ่าตัดเพียง 45 นาที ถึง 1 ชั่วโมงครึ่ง ไม่ใช่การผ่าตัดใหญ่ในสายตาของศัลยแพทย์แต่อย่างใด การผ่าตัดใหญ่โดยทั่วไปหมายถึงการผ่าตัดที่ใช้เวลานานกว่า 5-6 ชั่วโมง มีการเสียเลือดมาก ใช้บุคลากรเยอะ และคนไข้มีโอกาสเสียชีวิตสูงระหว่างและหลังการผ่าตัด
การผ่าตัดกระเพาะอาหารนั้นมีความเสี่ยง น่าจะเทียบเท่ากับการผ่าตัดถุงน้ำดีเท่านั้นหรือการผ่าตัดแบบปานกลางอื่น ๆ เช่นการผ่าตัดไส้ติ่ง มีการเสียเลือดน้อยมากจนไม่เคยต้องให้เลือดหลังผ่า เจ็บปานกลางแต่ลุกเดินได้ในอีกวันถัดไป จริง ๆ นอนเพียง 1 คืนก็กลับได้ ในสหรัฐอเมริกาเอง ได้มีการริเริ่มการผ่าตัดกระเพาะแบบทำเช้าเย็นกลับกันแล้ว โดยไม่ต้องค้างคืนแต่อย่างใด
ข้อเสียของการผ่าตัดกระเพาะโดยภาพรวม หรือ ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการผ่าตัดกระเพาะ
การผ่าตัดกระเพาะเพื่อลดน้ำหนักมีความเสี่ยงหลายด้านที่ควรพิจารณาให้ดี เริ่มตั้งแต่ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการผ่าตัด เช่น การติดเชื้อหรือการเกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำ หลังการผ่าตัดอาจพบผลข้างเคียงเช่น ปัญหาในการดูดซึมสารอาหาร การเกิดแผลเป็นภายในกระเพาะ หรือภาวะขาดสารอาหาร ซึ่งอาจต้องการการรักษาเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะรั่วของเยื่อหุ้มกระเพาะอาหาร ที่อาจทำให้เกิดการติดเชื้อรุนแรงและจำเป็นต้องรับการดูแลอย่างใกล้ชิด
นอกจากผลกระทบทางกายภาพแล้ว ผู้ป่วยบางรายยังอาจพบความเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจ เช่น ความเครียดหรือภาวะซึมเศร้า เนื่องจากการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงในวิถีชีวิตและร่างกายหลังการผ่าตัด การดูแลหลังผ่าตัดจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งเพื่อให้การฟื้นตัวเป็นไปอย่างราบรื่น
ที่ รัตตินันท์ คลินิก เรามุ่งเน้นการใช้เทคนิคที่ทันสมัยเพื่อช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ พร้อมทั้งเสนอทางเลือกอื่น ๆ เช่น การใส่บอลลูนในกระเพาะ หรือการเย็บกระเพาะ ที่อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมและปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับผู้ป่วยบางราย
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังการผ่าตัด
หลังการผ่าตัดกระเพาะเพื่อลดน้ำหนัก ผู้ป่วยอาจเผชิญกับผลข้างเคียงหลายประการ หนึ่งในนั้นคือปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร เช่น
- อาการคลื่นไส้ อาเจียน
- การเกิดกรดไหลย้อน
- การดูดซึมสารอาหารที่ผิดปกติ ทำให้เกิดภาวะขาดสารอาหารได้
- การเกิดแผลในกระเพาะอาหาร แผลเป็น หรือการรั่วของเยื่อหุ้มกระเพาะที่อาจทำให้เกิดการติดเชื้อรุนแรง
- การเกิดนิ่วในถุงน้ำดี เนื่องจากการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว
- อาการท้องผูกหรือท้องเสียที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงในระบบย่อยอาหาร
- การเปลี่ยนแปลงทางจิตใจ เช่น ความเครียดหรือภาวะซึมเศร้าหลังการผ่าตัด ผู้ป่วยอาจต้องมีการปรับตัวกับวิถีชีวิตใหม่ ซึ่งอาจสร้างความกังวลใจและความท้าทายทางจิตใจ
การรั่วของกระเพาะที่เย็บ โอกาสเกิดประมาณ 0.2% และขึ้นกับการทานอาหารหลังการผ่าเป็นส่วนใหญ่ วิธีการป้องกันคือการใช้ staple ให้ถูกต้องกับชั้นความหนา อีกทั้งเราเชื่อว่าแม้จะมีการตัดและเย็บกระเพาะด้วย staple แล้ว ควรเสียเวลาเย็บด้วยมืออีกรอบ เพื่อกระชับตะเข็บให้แข็งแรง ป้องกันการขยายออกของกระเพาะในอนาคต จึงเป็นที่มาของเทคนิคแบบ Triple lock เย็บสามชั้นเพื่อป้องกันการรั่ว
การตีบของแผลในกระเพาะที่ตัดออก ส่วนใหญ่จะเกิดกับเทคนิคการผ่า ที่ตัดกระเพาะเหลือน้อยจนเกินไป การผ่าตัดมาตรฐานมักจะตัดออกไป 75% ของเนื้อกระเพาะทั้งหมด มากกว่านี้ไม่ได้ เสี่ยงสูงเกินไป ที่นี่จึงตัดเพียงเท่านี้ และไม่เคยพบปัญหานี้เลย
อาการกรดไหลย้อน เป็นผลข้างเคียงหลังผ่าตัดกระเพาะ จะเป็นมากสำหรับการผ่าแบบสลีฟมากกว่าบายพาส ต้องสกรีนคนไข้ก่อนผ่าดีๆ ว่ามีอาการก่อนทำการผ่าตัดกระเพาะหรือไม่
การขาดสารอาการจนผมร่วง เกิดจากการขาดโปรตีนเป็นหลักและคนไข้ส่วนใหญ่จะขาดวินัย มักจะทานอาหารเฉพาะที่อยากทานเช่นขนม หากทานโปรตีนครบ อย่างน้อย 60 กรัมต่อวัน และทานวิตามิน มักไม่เจอปัญหานี้
การดูแลติดตามผลหลังผ่าตัดเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อช่วยลดผลข้างเคียงและเสริมสร้างสุขภาพที่ดีในระยะยาว ที่ รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ เราให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ป่วยหลังการผ่าตัดอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งให้คำปรึกษาและการสนับสนุนทางจิตใจเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อเสียด้านสุขภาพจิตหลังการผ่าตัดกระเพาะ
การผ่าตัดกระเพาะเพื่อลดน้ำหนักไม่เพียงส่งผลต่อร่างกาย แต่ยังมีผลกระทบต่อสุขภาพจิตของผู้ป่วยด้วย หลังจากการผ่าตัด ผู้ป่วยอาจต้องเผชิญกับความเครียดทางจิตใจที่เกิดจากการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงในรูปร่างและวิถีชีวิต การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วอาจนำไปสู่ความรู้สึกไม่สบายใจหรือความวิตกกังวลเกี่ยวกับการรักษาน้ำหนักในระยะยาว นอกจากนี้ การรับประทานอาหารที่ต้องเปลี่ยนไป อาจทำให้ผู้ป่วยรู้สึกหดหู่หรือหมดแรงจูงใจ
การสูญเสียปริมาณอาหารที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตประจำวันอาจทำให้เกิดความรู้สึกว่างเปล่าและนำไปสู่ภาวะซึมเศร้า นอกจากนี้ ความคาดหวังที่สูงต่อผลลัพธ์ของการผ่าตัด เมื่อไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง อาจทำให้ผู้ป่วยรู้สึกผิดหวังและหมดกำลังใจ การเปลี่ยนแปลงรูปร่างที่รวดเร็วอาจกระตุ้นความรู้สึกไม่มั่นใจในตนเองหรือภาพลักษณ์ของร่างกาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องได้รับการดูแลและสนับสนุนอย่างใกล้ชิด
ผลกระทบระยะยาวของการผ่าตัดกระเพาะ
ข้อเสียของการผ่าตัดกระเพาะ สร้างผลกระทบระยะยาวต่อร่างกายและสุขภาพได้หลายประการ ดังนี้
- ความเสี่ยงในการขาดสารอาหาร เช่น วิตามินและแร่ธาตุสำคัญ
- ภาวะโลหิตจางและปัญหากระดูกพรุนจากการดูดซึมแคลเซียมที่ลดลง
- การเกิดแผลในกระเพาะอาหารและการอุดตันของลำไส้
- ความเสี่ยงในการเกิดนิ่วในถุงน้ำดีจากการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว
- ความเป็นไปได้ในการกลับมาเพิ่มน้ำหนักหากไม่รักษาวิถีชีวิตที่เหมาะสม
การติดตามผลและดูแลสุขภาพในระยะยาวมีความสำคัญเพื่อป้องกันปัญหาเหล่านี้
Dumping Syndrome หลังผ่าตัดกระเพาะการเปลี่ยนแปลงในวิถีชีวิตหลังการผ่าตัด
- การรับประทานอาหาร: ต้องปรับเปลี่ยนการบริโภคอาหารอย่างเคร่งครัด เน้นทานอาหารในปริมาณน้อยและเลือกอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง
- การออกกำลังกาย: ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อช่วยรักษาน้ำหนักและเสริมสร้างสุขภาพโดยรวม
- การดูแลสุขภาพจิต: ต้องปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงในร่างกายและการใช้ชีวิต อาจต้องได้รับการสนับสนุนด้านจิตใจ
- การติดตามผลสุขภาพ: ต้องมีการติดตามและตรวจสุขภาพอย่างต่อเนื่องเพื่อตรวจหาภาวะแทรกซ้อนและรักษาสุขภาพในระยะยาว
ที่ รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ เราพร้อมให้คำปรึกษาและการดูแลในทุกขั้นตอนหลังการผ่าตัด เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถปรับตัวและใช้ชีวิตใหม่ได้อย่างมีคุณภาพ
ความเสี่ยงจากการกลับมาอ้วนอีกครั้งหลังผ่าตัด
- พฤติกรรมการกิน หากผู้ป่วยไม่สามารถรักษาพฤติกรรมการกินที่เหมาะสม เช่น การรับประทานอาหารที่มีแคลอรีสูงหรือละเลยการควบคุมอาหาร อาจทำให้น้ำหนักกลับมาเพิ่มขึ้นได้
- การขาดวินัยในการออกกำลังกาย การไม่ออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องหรือเพียงพอหลังการผ่าตัดสามารถเพิ่มความเสี่ยงในการกลับมาอ้วนได้
- ปัจจัยทางจิตใจ ความเครียดและปัญหาทางอารมณ์อาจนำไปสู่การกินเกินความจำเป็นหรือกินเพื่อปลอบประโลมจิตใจ ซึ่งส่งผลให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นอีกครั้ง
- ปัญหาทางร่างกาย ในบางกรณี ร่างกายอาจปรับตัวและเริ่มดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้น ซึ่งอาจทำให้น้ำหนักกลับมาเพิ่มขึ้นถ้าการรับประทานอาหารไม่ถูกควบคุม
ปัญหาเกี่ยวกับการดูดซึมสารอาหารหลังการผ่าตัด
หลังจากการผ่าตัดกระเพาะเพื่อลดน้ำหนัก ร่างกายอาจประสบปัญหาในการดูดซึมสารอาหารที่จำเป็นได้ การลดขนาดกระเพาะและการเปลี่ยนแปลงในระบบทางเดินอาหารทำให้การดูดซึมวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ เช่น วิตามินบี 12 ธาตุเหล็ก แคลเซียม และวิตามินดี ลดลงอย่างมาก หากไม่ได้รับสารอาหารเหล่านี้อย่างเพียงพอ ผู้ป่วยอาจเผชิญกับภาวะขาดสารอาหาร ซึ่งสามารถนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่รุนแรง เช่น โลหิตจาง กระดูกพรุน หรือปัญหาทางระบบประสาท การป้องกันปัญหานี้มักต้องอาศัยการเสริมวิตามินและแร่ธาตุ รวมถึงการติดตามผลอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินและปรับการรักษาตามความจำเป็น
การดูแลและติดตามผลหลังการผ่าตัดกระเพาะ
การดูแลและติดตามผลหลังการผ่าตัดกระเพาะ เป็นขั้นตอนที่สำคัญในการช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวและรักษาน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลังการผ่าตัด ผู้ป่วยจะต้องได้รับการติดตามผลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์เพื่อตรวจสอบความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อหรือปัญหาการดูดซึมสารอาหาร การตรวจสุขภาพเป็นระยะ ๆ รวมถึงการรับประทานวิตามินและแร่ธาตุเสริมตามคำแนะนำ นอกจากนี้ การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต เช่น การควบคุมอาหารและการออกกำลังกายสม่ำเสมอ ก็เป็นส่วนสำคัญในการดูแลหลังการผ่าตัด เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถรักษาสุขภาพและผลลัพธ์ของการผ่าตัดได้ในระยะยาว
การแก้ปัญหาด้วยการใส่บอลลูนในกระเพาะ
การใส่บอลลูนในกระเพาะเป็นวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัดสำหรับการลดน้ำหนัก เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะอ้วนระดับปานกลางหรือผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักก่อนการผ่าตัดใหญ่ บอลลูนจะถูกใส่เข้าไปในกระเพาะอาหารผ่านทางกล้องส่อง แล้วจึงขยายด้วยน้ำเกลือ ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกอิ่มเร็วและรับประทานอาหารได้น้อยลง วิธีนี้ช่วยให้ผู้ป่วยลดน้ำหนักได้โดยไม่ต้องผ่าตัด และสามารถปรับกลับได้เมื่อจำเป็น หลังจากใส่บอลลูนแล้ว การดูแลเรื่องการรับประทานอาหารและการออกกำลังกายยังคงมีความสำคัญเพื่อให้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืน
การแก้ปัญหาด้วยการเย็บกระเพาะ
การเย็บกระเพาะเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการลดน้ำหนัก โดยไม่ต้องผ่าตัดขนาดใหญ่ การเย็บกระเพาะใช้วิธีการส่องกล้องผ่านทางปาก เพื่อลดขนาดกระเพาะอาหารโดยการเย็บผนังภายในให้เล็กลง ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกอิ่มเร็วขึ้นและทานอาหารได้น้อยลง การเย็บกระเพาะเป็นวิธีที่ปลอดภัยและมีการฟื้นตัวที่รวดเร็ว โดยไม่ต้องมีแผลผ่าตัด การรักษานี้เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการผ่าตัดใหญ่หรือมีข้อจำกัดในการผ่าตัดทั่วไป
ข้อควรพิจารณาก่อนตัดสินใจผ่าตัดกระเพาะ
- สภาพร่างกายและสุขภาพ ตรวจสอบว่าคุณมีภาวะสุขภาพที่เหมาะสมสำหรับการผ่าตัด รวมถึงการตรวจสอบภาวะโรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่น เบาหวานหรือความดันโลหิตสูง
- ความพร้อมทางจิตใจ การผ่าตัดกระเพาะเป็นการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตที่สำคัญ ต้องมีความพร้อมที่จะปรับตัวและรับมือกับความเปลี่ยนแปลงนี้
- ความเสี่ยงและผลข้างเคียง พิจารณาความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
- ความพร้อมในการปฏิบัติตามคำแนะนำ การดูแลหลังการผ่าตัดต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด รวมถึงการควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย และการรับประทานวิตามินเสริม
- ทางเลือกอื่น ๆ ประเมินว่ามีทางเลือกอื่นที่เหมาะสมสำหรับคุณหรือไม่ เช่น การใส่บอลลูนในกระเพาะหรือการเย็บกระเพาะ ที่อาจเป็นวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัดใหญ่
การตัดสินใจผ่าตัดกระเพาะควรพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยปรึกษาแพทย์เพื่อให้ได้ข้อมูลและการประเมินที่ถูกต้องก่อนตัดสินใจ
สาเหตุที่การผ่าตัดกระเพาะมักถูกมองว่าเป็นการผ่าตัดใหญ่และอาจมีความเสี่ยงสูง ส่วนหนึ่งมาจากการที่ในอดีต คนไข้ที่เข้ารับการผ่าตัดมักเป็นผู้ที่มีภาวะอ้วนรุนแรงมากและมีโรคร่วมอื่น ๆ เช่น โรคหัวใจและเบาหวานที่รุนแรง การผ่าตัดในกลุ่มคนไข้เหล่านี้ซึ่งมักมีสุขภาพที่ทรุดโทรม ทำให้มีความเสี่ยงสูงขึ้น การส่งต่อคนไข้ในสภาพที่ไม่สมบูรณ์และการเสียเวลารอการผ่าตัดนานเกินไป อาจทำให้สุขภาพย่ำแย่ลง จนเพิ่มความเสี่ยงต่อการผ่าตัดได้
ทีมแพทย์ลดขนาดกระเพาะ
นพ. ปณต ยิ้มเจริญ
ศัลยแพทย์
น.ท.นพ. เสรษฐสิริ พันธุ์ธนากุล
ศัลยแพทย์
ร.อ.นพ. ดุษฎี สุรกิจบวร
ศัลยแพทย์
นพ. กฤติน อู่สิริมณีชัย
อายุรแพทย์
พญ. ณัฐกานต์ หุ่นธานี
วิสัญญีแพทย์
พญ. สุชาดา ประพฤติธรรม
วิสัญญีแพทย์
แม้ว่าการผ่าตัดกระเพาะเพื่อลดน้ำหนักจะมีประสิทธิภาพ แต่ข้อเสียของการผ่าตัดกระเพาะและความเสี่ยงต่าง ๆ ควรได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบ ภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อ ปัญหาการดูดซึมสารอาหาร และผลกระทบต่อสุขภาพจิตเป็นสิ่งที่ผู้ป่วยต้องรู้และเตรียมตัว การดูแลหลังผ่าตัดเป็นสิ่งสำคัญเพื่อป้องกันปัญหาในระยะยาว การตัดสินใจควรอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ครบถ้วนและการปรึกษาแพทย์เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัย การตัดสินใจควรอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ครบถ้วนและการปรึกษาแพทย์
นพ.ปณต ยิ้มเจริญ เป็นศัลยแพทย์ที่มีความชำนาญในการผ่าตัดผ่านกล้อง (Minimally Invasive Surgery – MIS) และผ่าตัดลดน้ำหนัก โดยให้การรักษาผู้ป่วยมาตั้งแต่ปี 1994 พร้อมทั้งได้เข้ารับการศึกษาต่อในหลายประเทศ รวมทั้งสหรัฐอเมริกาและแคนาดา