Microneedling คือหัตถการที่ช่วยกระตุ้นการซ่อมแซมผิวด้วยเข็มขนาดเล็ก ส่งผลให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ช่วยแก้ปัญหาได้ตั้งแต่รอยสิว รูขุมขนกว้าง ริ้วรอย ไปจนถึงผิวหย่อนคล้อย โดยไม่ต้องผ่าตัด
หลายคนที่มีปัญหาผิวเรื้อรังอย่างหลุมสิวหรือรอยแผลเป็น มักเคยลองใช้ครีมและเลเซอร์หลายอย่างแล้วยังไม่ได้ผลเต็มที่ Microneedling เป็นหนึ่งในทางเลือกที่แพทย์ผิวหนังทั่วโลกแนะนำสำหรับปัญหาเหล่านี้ เพราะทำงานในระดับที่ลึกกว่าผิวชั้นนอก รัตตินันท์ คลินิก จะพาคุณมาทำความเข้าใจว่า Microneedling คืออะไร ทำงานอย่างไร และเหมาะกับปัญหาผิวแบบไหนมากที่สุด
Microneedling คืออะไร?
Microneedling คือหัตถการที่ช่วยกระตุ้นการฟื้นฟูผิวโดยใช้เข็มขนาดเล็กเจาะลงบนผิวหนังในระดับความลึกที่กำหนด เพื่อสร้างบาดแผลขนาดเล็กที่ควบคุมได้อย่างแม่นยำ ทำให้ผิวแน่น เรียบเนียน และปัญหาผิวต่าง ๆ ดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
สิ่งที่ทำให้ Microneedling ต่างจากการดูแลผิวทั่วไปคือการที่เข็มลงลึกเข้าสู่ชั้นผิวหนังแท้โดยตรง ซึ่งช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ลึกกว่าครีมทาภายนอก และยังช่วยให้สารบำรุงซึมลึกได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในคราวเดียวกัน โดยสามารถปรับความลึกของเข็มได้ตั้งแต่ 0.5 ถึง 2.0 มม. ขึ้นอยู่กับปัญหาและบริเวณที่ต้องการรักษา
หลักการทำงานของ Microneedling
Microneedling ทำงานโดยอาศัยหลักการที่เรียกว่า Collagen Induction Therapy หรือการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนด้วยแรงทางกายภาพ เมื่อเข็มขนาดเล็กเจาะลงไปในชั้นผิวหนังแท้ ร่างกายจะรับรู้ว่าเกิดบาดแผลและเริ่มกระบวนการซ่อมแซมทันที โดยส่งสัญญาณให้เซลล์ Fibroblast ผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่เพื่อเติมเต็มและฟื้นฟูบริเวณที่ถูกเจาะ
กระบวนการนี้เกิดขึ้นใน 3 ระยะต่อเนื่องกัน ได้แก่ ระยะอักเสบเพื่อกำจัดเซลล์เสียหาย ระยะแพร่กระจายที่ร่างกายสร้างเนื้อเยื่อใหม่ และระยะปรับโครงสร้างที่คอลลาเจนใหม่จัดเรียงตัวให้ผิวแน่นและเรียบเนียนขึ้น ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนี้ใช้เวลาต่อเนื่องหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนหลังทำ นอกจากนี้ช่องเปิดเล็ก ๆ ที่เกิดจากเข็มยังช่วยให้สารบำรุงผิวที่ทาลงไปในขณะทำซึมลึกสู่ชั้นผิวหนังแท้ได้ดีกว่าปกติอีกด้วย
Microneedling ประกอบไปด้วยเครื่องอะไรบ้าง?
Microneedling ไม่ได้มีแค่เครื่องเดียว แต่มีหลายรูปแบบที่พัฒนาต่อยอดจากหลักการเดิม แต่ละแบบเหมาะกับปัญหาและระดับความลึกที่ต่างกัน ดังนี้
- Microneedling แบบ Dermapen หรือ Electric Pen เครื่องมือที่ใช้กันแพร่หลายที่สุดในปัจจุบัน ซึ่งที่รัตตินันท์ คลินิก ให้บริการในชื่อ Skin Pen โดยใช้เข็มขนาดเล็กสั่นขึ้นลงด้วยระบบไฟฟ้าอัตโนมัติ ปลายเข็มสามารถตัดพังผืดใต้ผิวหนังเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ได้โดยตรง ปรับความลึกและความเร็วได้ตามบริเวณและปัญหาผิวของแต่ละคน มักมาพร้อมสารบำรุงกลุ่ม Peptide เพื่อฟื้นฟูผิวหลังทำ และสามารถทำควบคู่กับ PRP หรือ Skinbooster ได้ในคราวเดียวกัน
- Microneedling RF (Radiofrequency Microneedling) พัฒนาต่อยอดจาก Microneedling ทั่วไปโดยเพิ่มพลังงานคลื่นวิทยุ (RF) เข้าไป โดยปล่อยพลังงานผ่านปลายเข็มโดยตรง ทำให้กระตุ้นคอลลาเจนได้ลึกและมีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิม เหมาะกับปัญหาผิวหย่อนคล้อย รอยแผลเป็นลึก และรูขุมขนขนาดใหญ่ ตัวอย่างที่รู้จักกันดีคือ Morpheus8 ซึ่งรัตตินันท์ คลินิก ให้บริการอยู่
- Microneedling แบบ Roller รูปแบบดั้งเดิมที่ใช้ลูกกลิ้งมีเข็มขนาดเล็กรีดบนผิว ปัจจุบันพบได้น้อยลงในคลินิกระดับการแพทย์ เพราะควบคุมความลึกและแรงกดได้แม่นยำน้อยกว่าแบบ Electric Pen
Microneedling ช่วยเรื่องอะไร?
Microneedling ช่วยแก้ปัญหาผิวได้หลากหลายกว่าที่เราคิด เพราะทำงานในระดับชั้นผิวหนังแท้ซึ่งเป็นต้นเหตุของปัญหาส่วนใหญ่ ดังนี้
- รอยสิวและหลุมสิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่เพื่อเติมเต็มรอยหลุมและปรับพื้นผิวผิวให้เรียบขึ้น
- รอยแผลเป็นและรอยผ่าตัด ช่วยปรับโครงสร้างคอลลาเจนในบริเวณแผลเป็นให้กลมกลืนกับผิวโดยรอบมากขึ้น
- ริ้วรอยและเส้นแสดงอารมณ์ กระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสตินทำให้ผิวแน่นและริ้วรอยดูจางลง
- รูขุมขนกว้าง ช่วยให้ผิวรอบรูขุมขนแน่นขึ้นทำให้รูขุมขนดูเล็กลง
- ผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง โดยเฉพาะ Microneedling RF อย่าง Morpheus8 ที่ยกกระชับได้ลึกกว่า Microneedling ทั่วไป
- รอยแตกลาย (Stretch Marks) ช่วยปรับพื้นผิวและสีของรอยแตกลายให้กลมกลืนกับผิวข้างเคียง
- ผิวหมองคล้ำและสีผิวไม่สม่ำเสมอ กระตุ้นการผลัดเซลล์และสร้างผิวใหม่ที่สดใสกว่าเดิม
- ผมร่วงบางชนิด โดยเฉพาะ Alopecia Areata ที่มีงานวิจัยรองรับว่า Microneedling ช่วยกระตุ้นการงอกของเส้นผมได้
Microneedling เหมาะกับใคร
Microneedling เหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาผิวในระดับชั้นผิวหนังแท้โดยไม่ผ่าตัด เหมาะกับทุกสีผิวและส่วนใหญ่ทนต่อการรักษาได้ดี โดยกลุ่มที่มักได้ผลดี ได้แก่
- ผู้ที่มีปัญหารอยสิว หลุมสิว หรือรอยแผลเป็นที่ยังไม่ดีขึ้นจากการใช้ครีมหรือเลเซอร์ผิวทั่วไป
- ผู้ที่มีรูขุมขนกว้างหรือผิวขรุขระไม่เรียบเนียน
- ผู้ที่เริ่มมีริ้วรอยตื้นหรือผิวเริ่มหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง
- ผู้ที่มีรอยแตกลายจากการตั้งครรภ์หรือน้ำหนักเปลี่ยนแปลง
- ผู้ที่มีผิวหมองคล้ำหรือสีผิวไม่สม่ำเสมอ
- ผู้ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพของสารบำรุงผิวด้วยการเปิดช่องผิวให้ซึมลึกกว่าปกติ
- ผู้ที่มีผมร่วงบางชนิดและต้องการกระตุ้นการงอกของเส้นผม
Microneedling ไม่เหมาะกับใคร
Microneedling เป็นหัตถการที่ปลอดภัยสำหรับคนส่วนใหญ่ แต่มีบางกลุ่มที่ควรเลื่อนหรืองดการรักษาไว้ก่อน ได้แก่
- ผู้ที่มีสิวอักเสบหรือสิวหนองบริเวณที่จะทำอยู่ในขณะนั้น เพราะอาจทำให้การติดเชื้อแพร่กระจายได้
- ผู้ที่อยู่ระหว่างรับประทานยา Accutane หรือยารักษาสิวกลุ่ม Isotretinoin ควรหยุดยาอย่างน้อย 6 เดือนก่อนทำ
- ผู้ที่มีแนวโน้มเกิดแผลเป็นนูน (Keloid) เพราะการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอาจทำให้แผลเป็นนูนขึ้นได้
- ผู้ที่มีโรคผิวหนังที่ยังมีอาการกำเริบ เช่น กลาก โรคสะเก็ดเงิน หรือผิวหนังอักเสบรุนแรง
- ผู้ที่มีการติดเชื้อหรือแผลเปิดบริเวณที่จะทำ
- ผู้ที่ใช้ยากลุ่มไวต่อแสง (Photosensitizing drugs) ควรแจ้งแพทย์ก่อนเสมอ
- ผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือดหรืออยู่ระหว่างรับประทานยาละลายลิ่มเลือด
- ผู้ที่ตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
- ผู้ที่อยู่ระหว่างรับเคมีบำบัดหรือฉายรังสี
ในทุกกรณีควรแจ้งประวัติสุขภาพและยาที่รับประทานอยู่ให้แพทย์ทราบก่อนตัดสินใจเสมอ
ข้อดี-ข้อเสีย ของ Microneedling
Microneedling มีทั้งจุดที่โดดเด่นและข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ การเข้าใจทั้งสองด้านจะช่วยให้ตั้งความคาดหวังได้ตรงจุดมากที่สุด ดังนี้
ข้อดี
- แก้ปัญหาผิวได้หลากหลายในหัตถการเดียว ทั้งรอยสิว รูขุมขน ริ้วรอย และผิวหย่อนคล้อย
- เหมาะกับทุกสีผิว ไม่มีความเสี่ยงเรื่องการเปลี่ยนสีผิวจากความร้อนเหมือนเลเซอร์บางชนิด
- ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ เพราะใช้กลไกการซ่อมแซมของร่างกายเอง
- ปรับความลึกของเข็มได้ตามปัญหาและบริเวณที่ทำ ทำให้รักษาได้เฉพาะจุด
- สามารถทำร่วมกับสารบำรุงผิวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพได้ในคราวเดียว
- ราคาเข้าถึงได้กว่าเลเซอร์และเครื่องยกกระชับหลายชนิด
ข้อเสีย
- ต้องทำหลายครั้งจึงจะเห็นผลชัดเจน โดยทั่วไปแนะนำ 3 ถึง 6 ครั้งขึ้นอยู่กับปัญหา
- มีระยะพักฟื้นสั้น ๆ หลังทำผิวจะแดงและบวมเล็กน้อย 1 ถึง 3 วัน
- ผลลัพธ์ค่อยเป็นค่อยไป ต้องรอให้คอลลาเจนสร้างสมบูรณ์ใน 1 ถึง 3 เดือน
- ไม่เหมาะกับปัญหาที่รุนแรงมาก เช่น หลุมสิวลึกมากหรือผิวหย่อนคล้อยสูง อาจต้องใช้หัตถการอื่นร่วมด้วย
- หากทำในสถานที่ที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่ถูกสุขอนามัย อาจเพิ่มความเสี่ยงการติดเชื้อได้
เตรียมตัวก่อนทำ Microneedling
การเตรียมตัวที่ดีช่วยลดความเสี่ยงและทำให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด สิ่งที่ควรทำและแจ้งแพทย์ก่อนวันนัด มีดังนี้
- แจ้งประวัติยาที่รับประทานอยู่ทั้งหมด โดยเฉพาะยาละลายลิ่มเลือด ยารักษาสิวกลุ่ม Isotretinoin และยาต้านการอักเสบ
- หยุดใช้ครีมกรดผลัดผิว เช่น Retinol, AHA และ BHA อย่างน้อย 5 ถึง 7 วันก่อนทำ
- หลีกเลี่ยงการโดนแดดจัดและงดการอาบแดดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนทำ
- งดแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ถึง 48 ชั่วโมงก่อนทำ เพราะอาจทำให้เลือดออกง่ายขึ้น
- ทำความสะอาดผิวให้ปราศจากเครื่องสำอางและครีมทุกชนิดในวันที่ทำ
- หากมีประวัติเริมบริเวณรอบปากควรแจ้งแพทย์ก่อน เพราะอาจต้องได้รับยาป้องกันก่อนทำ
- พักผ่อนและดื่มน้ำให้เพียงพอในวันก่อนทำ เพื่อให้ผิวอยู่ในสภาพที่พร้อมรับการรักษา
ขั้นตอนการทำ Microneedling
การทำ Microneedling มีขั้นตอนที่ชัดเจนตั้งแต่ต้นจนจบ เพื่อให้คุณรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในแต่ละช่วงและเตรียมใจได้ถูกต้อง ดังนี้
- ปรึกษาแพทย์และประเมินผิว แพทย์จะตรวจสภาพผิว ประเมินปัญหาและระดับความรุนแรง เพื่อเลือกความลึกของเข็มและรูปแบบการรักษาที่เหมาะสมกับคุณโดยเฉพาะ
- ทำความสะอาดและแปะยาชา ทำความสะอาดผิวให้ปราศจากครีมบำรุงและสิ่งสกปรก จากนั้นทายาชาทิ้งไว้ประมาณ 45 นาที เพื่อให้ระหว่างทำคุณสบายผิวมากที่สุด
- ทาเซรั่มหรือสารบำรุงก่อนทำ ในบางประเภทการรักษาแพทย์จะทาสารบำรุงผิว เช่น Peptide หรือ Hyaluronic Acid ลงบนผิวก่อน เพื่อให้ซึมลึกเข้าสู่ชั้นผิวหนังแท้พร้อมกับการทำ Microneedling
- ทำ Microneedling แพทย์จะเลื่อนหัวเข็มไปตามบริเวณที่รักษาอย่างสม่ำเสมอ ขณะทำอาจรู้สึกจี๊ดเบา ๆ หรือร้อนเล็กน้อย ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
- ทาสารบำรุงและดูแลหลังทำ หลังเสร็จสิ้นแพทย์จะทาสารบำรุงและครีมปลอบประโลมผิว พร้อมแนะนำการดูแลตัวเองเบื้องต้นก่อนกลับบ้าน
การดูแลตัวเองหลังทำ Microneedling
หลังทำ Microneedling ผิวจะอยู่ในสภาวะที่บอบบางและไวต่อการระคายเคืองมากกว่าปกติ การดูแลที่ถูกต้องในช่วงนี้มีผลโดยตรงต่อผลลัพธ์และการฟื้นตัวของผิว โดยควรดูแลตัวเอง ดังนี้
- ห้ามล้างหน้าและโดนน้ำใน 24 ชั่วโมงแรกหลังทำ เพื่อให้สารบำรุงซึมลึกเต็มที่และลดความเสี่ยงการติดเชื้อ
- หลีกเลี่ยงการจับหรือสัมผัสหน้าโดยไม่จำเป็น เพราะผิวมีแผลเล็ก ๆ จำนวนมากที่ยังฟื้นตัวไม่สมบูรณ์
- ล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์อ่อนโยนและหลีกเลี่ยงการสครับหรือลอกผิว ปล่อยให้ผิวลอกเองตามธรรมชาติ ห้ามดึงหรือแกะ
- ใช้เฉพาะผลิตภัณฑ์ที่แพทย์แนะนำเท่านั้น ไม่ทาครีมบำรุงหรือเครื่องสำอางอื่น ๆ ที่ไม่ได้รับอนุญาตจากแพทย์
- ทาครีมกันแดด SPF 50 ขึ้นไปทุกวันแม้อยู่ในที่ร่ม และหลีกเลี่ยงการโดนแดดจัดอย่างน้อย 1 สัปดาห์
- งดใช้ครีมที่มีกรดผลัดผิว เช่น Retinol, AHA และ BHA อย่างน้อย 5 ถึง 7 วันหลังทำ
- งดออกกำลังกายหนัก ซาวน่า และสระว่ายน้ำอย่างน้อย 24 ถึง 48 ชั่วโมง
- งดทำเลเซอร์หรือหัตถการที่ลงลึกอื่น ๆ ประมาณ 2 ถึง 4 สัปดาห์หลังทำ
ผลลัพธ์หลังทำ Microneedling เป็นอย่างไร?
ผลลัพธ์จาก Microneedling เกิดขึ้นเป็นสองระยะ ระยะแรกจะเห็นผิวดูกระจ่างใสและเรียบเนียนขึ้นเล็กน้อยภายในไม่กี่วันหลังทำ จากการที่เซลล์ผิวเก่าหลุดออกและผิวใหม่เริ่มปรากฏ จากนั้นผลลัพธ์จะดีขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วง 1 ถึง 3 เดือน เมื่อคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่สร้างสมบูรณ์ รอยสิวจะตื้นขึ้น รูขุมขนดูเล็กลง และผิวโดยรวมแน่นและเรียบเนียนกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด
สำหรับระยะเวลาที่ผลลัพธ์คงอยู่นั้นขึ้นอยู่กับปัญหาที่รักษาและจำนวนครั้งที่ทำ โดยทั่วไปแนะนำให้ทำ 3 ถึง 6 ครั้ง ห่างกันประมาณ 4 ถึง 6 สัปดาห์ต่อครั้ง เพื่อให้ผลลัพธ์สะสมและคงอยู่ได้นานขึ้น สำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ลึกและยาวนานขึ้น Microneedling RF อย่าง Morpheus8 ซึ่งผสานพลังงาน RF เข้ากับเข็ม สามารถยกกระชับและปรับผิวได้ในระดับที่ลึกกว่า Microneedling ทั่วไป
ราคา Microneedling เท่าไร?
ราคา Microneedling ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีที่เลือกและบริเวณที่ทำ โดย Skin Pen และ Morpheus8 มีราคาที่แตกต่างกันตามระดับความลึกและประสิทธิภาพของการรักษา ดังนี้
ราคาหัตถการ Microneedling ราคาเริ่มต้น Skin Pen 10,000 บาท Morpheus8 49,000 บาท
ทำ Microneedling ที่ไหนดี?
Microneedling เป็นหัตถการที่ต้องอาศัยความสะอาดและความแม่นยำสูง การเลือกสถานที่ที่ได้มาตรฐานจึงสำคัญไม่แพ้การเลือกเทคโนโลยี สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนเลือกคลินิกมีดังนี้
- แพทย์ที่มีใบประกอบวิชาชีพ Microneedling เป็นหัตถการทางการแพทย์ที่ควรทำโดยแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการฝึกอบรมเท่านั้น ไม่ใช่ร้านเสริมสวยทั่วไป
- อุปกรณ์ได้มาตรฐานและถูกสุขอนามัย ควรใช้หัวเข็มแบบ Single-use ที่เปิดซองใหม่ต่อหน้าทุกครั้ง เพื่อป้องกันการติดเชื้อข้ามผู้รับบริการ
- มีการประเมินผิวก่อนทำทุกครั้ง คลินิกที่ดีจะไม่ทำ Microneedling แบบเหมือนกันทุกคน แต่ปรับรูปแบบตามสภาพผิวของแต่ละคน
- มีมาตรฐานการรับรอง ควรเลือกคลินิกที่มีการรับรองมาตรฐานและมีความโปร่งใสในการให้ข้อมูล
รัตตินันท์ คลินิก ให้บริการ Microneedling หลายรูปแบบ ประเมินโดยแพทย์ภายใต้มาตรฐาน AACI พร้อมให้คำปรึกษาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
ทีมแพทย์รักษาผิวพรรณ
รัตตินันท์ คลินิก
พญ. รัตตินันท์ ตรีรัตน์
ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ

พญ. นฤมล วิเชียร
แพทย์หญิง

พญ. จุฑามาศ ตันคุณากร
แพทย์โรคผิวหนัง

นพ. ศศินทร์ ตรีรัตน์
นายแพทย์
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Microneedling
- Microneedling กี่วันเห็นผล
เห็นผลเบื้องต้นได้ภายใน 3-5 วันหลังทำ เมื่อผิวฟื้นตัวและเริ่มเรียบเนียนขึ้น แต่ผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุดจะเกิดขึ้นในช่วง 1-3 เดือนหลังทำ เมื่อคอลลาเจนใหม่สร้างสมบูรณ์ และจะยิ่งดีขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อทำครบตามจำนวนครั้งที่แพทย์แนะนำ
- Microneedling ทำกี่ครั้ง
ขึ้นอยู่กับปัญหาและความรุนแรงของแต่ละคน โดยทั่วไปแนะนำให้ทำ 3-6 ครั้ง ห่างกันประมาณ 4-6 สัปดาห์ต่อครั้ง เพื่อให้ผิวมีเวลาฟื้นตัวและคอลลาเจนสะสมเพิ่มขึ้นในแต่ละรอบ สำหรับปัญหาที่รุนแรงอย่างหลุมสิวลึกอาจต้องทำมากกว่านั้น แพทย์จะประเมินและวางแผนการรักษาให้เหมาะสมในวันปรึกษา
- Microneedling เจ็บไหม
ถือว่าเจ็บน้อย เพราะก่อนทำแพทย์จะแปะยาชาทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที ขณะทำอาจรู้สึกจี๊ดเบา ๆ หรือร้อนเล็กน้อย โดยเฉพาะบริเวณที่ใกล้กระดูก เช่น โหนกแก้มหรือหน้าผาก ระดับความรู้สึกขึ้นอยู่กับความลึกของเข็มและความไวของผิวแต่ละคน
- Microneedling ช่วยรักษาเรื่องอะไร
Microneedling ช่วยได้หลายปัญหาในคราวเดียว ทั้งรอยสิวและหลุมสิว รอยแผลเป็น รูขุมขนกว้าง ริ้วรอยตื้นถึงปานกลาง ผิวหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ รอยแตกลาย และผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อย สำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ลึกขึ้น Microneedling RF อย่าง Morpheus8 สามารถยกกระชับและแก้ปัญหาผิวได้ในระดับที่ลึกและครอบคลุมกว่า Microneedling ทั่วไป
สรุป Microneedling คืออะไร? ช่วยเรื่องอะไร? เหมาะกับผิวแบบไหน?
Microneedling คือหัตถการกระตุ้นการฟื้นฟูผิวด้วยเข็มขนาดเล็ก ที่ทำงานโดยอาศัยกลไกการซ่อมแซมตามธรรมชาติของร่างกาย ช่วยแก้ปัญหาได้ตั้งแต่รอยสิว หลุมสิว รูขุมขนกว้าง ริ้วรอย ไปจนถึงผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง เหมาะกับทุกสีผิวและไม่ต้องผ่าตัด
เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวในระดับชั้นผิวหนังแท้ที่ครีมบำรุงทั่วไปแก้ไขไม่ได้ถึงต้นเหตุ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการผลลัพธ์สะสมจากการรักษาหลายครั้งอย่างต่อเนื่อง สำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ลึกและยาวนานขึ้น Morpheus8 ซึ่งเป็น Microneedling RF ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อยกกระชับและปรับผิวได้ในระดับที่ลึกขึ้น การปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิวและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมจึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุดก่อนตัดสินใจเสมอ

นักเขียนบทความสุขภาพ รัตตินันท์ คลินิก ทำหน้าที่ ค้นคว้าและตรวจสอบงานวิจัยล่าสุด ทั้งเรื่องผิวหนัง สารออกฤทธิ์ เลเซอร์ และศัลยกรรมความงาม เพื่อนำความรู้ที่ซับซ้อนเหล่านั้นมา แปลให้เป็นภาษาที่เข้าใจง่าย ถูกต้อง และเชื่อถือได้ เป้าหมายหลักคือการทำให้ข้อมูลทุกชิ้นที่คลินิกสื่อสารออกไปนั้น มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ (Evidence-based) เพื่อให้คุณผู้อ่านสามารถ ตัดสินใจเลือกการดูแลผิวหรือหัตถการได้อย่างมั่นใจและเหมาะสม โดยไม่ถูกชี้นำเกินจริง และเข้าใจถึงกลไกที่แท้จริงเบื้องหลังผลลัพธ์นั้น ๆ