Ulthera คืออะไร ที่ไหนดี เหมาะกับใคร ข้อควรทราบก่อนทำ

บทความนี้ผ่านการตรวจสอบทางการแพทย์โดย พญ. รัตตินันท์ ตรีรัตน์

เลือกหัวข้อที่คุณสนใจ

Ulthera คืออะไร

Ulthera คือ โปรแกรมยกกระชับใบหน้าด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงที่ไม่ต้องผ่าตัด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้ตึงกระชับ ดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องพักฟื้นและไม่ทิ้งรอยแผล

โปรแกรม Ulthera ใช้เทคโนโลยี Microfocused Ultrasound with Visualization (MFU-V) ซึ่งเป็นการส่งพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงลงสู่ผิวในระดับที่แม่นยำ สามารถลงลึกถึง ชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นผิวเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า พลังงานอัลตราซาวด์จะกระตุ้นการหดตัวของเนื้อเยื่อ พร้อม กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ส่งผลให้ผิวค่อย ๆ ยกกระชับ เรียบเนียน และแน่นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

ที่ Rattinan Clinic เราให้ความสำคัญกับความสวยงามอย่างสมดุล ด้วยแนวคิด Facial Harmony Design โดยแพทย์จะทำการวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้า สัดส่วน และปัญหาผิวของแต่ละบุคคลอย่างละเอียด ก่อนวางแผนการรักษา เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ได้ไม่เพียงแค่ยกกระชับ แต่ยังกลมกลืนกับใบหน้า ดูสวยพอดี และเหมาะกับคุณในแบบเฉพาะตัว

Ulthera ทำงานอย่างไร?

Ulthera ทำงานด้วยการใช้พลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงแบบเฉพาะจุด ส่งลงลึกสู่ผิวในระดับที่แม่นยำ โดยสามารถเข้าถึง ชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นโครงสร้างผิวเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ใน การผ่าตัดยกกระชับใบหน้า (Facelift) จึงช่วยให้ผลลัพธ์การยกกระชับมีประสิทธิภาพและคงทน

พลังงานอัลตราซาวด์จะกระตุ้นให้เนื้อเยื่อหดตัวในทันที พร้อมกระตุ้นกระบวนการสร้าง คอลลาเจนใหม่ใต้ผิว อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผิวค่อย ๆ แน่นกระชับขึ้น เรียบเนียน และดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติในระยะยาว

อีกหนึ่งจุดเด่นของ Ulthera คือระบบ Ultrasound Imaging ที่ช่วยให้แพทย์สามารถมองเห็นโครงสร้างชั้นผิวแบบเรียลไทม์ในขณะทำการรักษา ทำให้สามารถปล่อยพลังงานได้อย่างแม่นยำ ตรงจุด และเหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล เพิ่มทั้งประสิทธิภาพและความปลอดภัยตลอดการรักษา

เลือกหัวข้อที่คุณสนใจ

Ulthera มีกี่รุ่น? รุ่นอะไรบ้าง และแตกต่างกันอย่างไร

ปัจจุบันเครื่อง Ulthera ที่ได้รับการรับรองและใช้งานทางการแพทย์อย่างเป็นทางการ มีอยู่ 2 รุ่นหลัก ได้แก่ Ulthera SPT และ Ulthera Prime ซึ่งทั้งสองรุ่นใช้เทคโนโลยีพื้นฐานเดียวกัน แต่มีความแตกต่างในด้านประสบการณ์การใช้งาน ราคา และข้อมูลรองรับในระยะยาว

  • Ulthera SPT

Ulthera SPT (See–Plan–Treat) เป็นเทคโนโลยีที่ถูกใช้งานมาอย่างยาวนานกว่า 15 ปีทั่วโลก และมีงานวิจัยทางการแพทย์รองรับมากกว่า 50 ฉบับ จึงถือเป็นรุ่นที่ได้รับความเชื่อถือสูงในด้านผลลัพธ์และความปลอดภัย

แพทย์สามารถควบคุมทั้ง ความลึกของพลังงานและระดับพลังงานได้อย่างแม่นยำ ทำให้การยกกระชับตรงจุด สอดคล้องกับแผนการรักษาจริง และมีความคุ้มค่าในด้านราคา

เลือกหัวข้อที่คุณสนใจ

ความหมายของ SPT (See – Plan – Treat)

Ulthera SPT มาพร้อมระบบ DeepSEE™ Imaging ซึ่งช่วยให้แพทย์มองเห็นโครงสร้างชั้นผิวแบบ Real-time ทั้งก่อนและระหว่างการยิงพลังงาน โดยสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนตั้งแต่

  • ชั้นผิวหนัง (Dermis)
  • ชั้นไขมัน
  • ชั้น SMAS
  • รวมถึงตำแหน่งเส้นประสาทและกระดูกที่ควรหลีกเลี่ยง

การมองเห็นโครงสร้างผิวอย่างละเอียดนี้ ช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำ เลือกความลึกของหัวทิปได้ตามบริเวณ ได้แก่ 1.5 mm, 3.0 mm และ 4.5 mm พร้อมปรับระดับพลังงานให้เหมาะสมกับสภาพผิวและปัญหาของแต่ละบุคคล ส่งผลให้การยกกระชับมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

Ulthera Prime

Ulthera Prime เป็นเครื่องรุ่นใหม่ที่เปิดตัวในช่วงปลายปี 2023 โดยยังคงใช้เทคโนโลยีหลักเดียวกับ SPT ได้แก่ MFU-V (Microfocused Ultrasound with Visualization) และ DeepSEE Imaging 

การพัฒนาในรุ่น Prime จะเน้นไปที่ประสบการณ์การใช้งานเป็นหลัก เช่น

  • หน้าจอขนาดใหญ่ขึ้นประมาณ 35%
  • ระบบประมวลผลเร็วขึ้นประมาณ 20%
  • มีการอ้างว่าสามารถช่วยลดความรู้สึกเจ็บได้ราว 15–20%
Ulthera SPT
Why Ulthera SPT

Ulthera ช่วยเรื่องอะไรบ้าง

Ulthera เป็นโปรแกรมยกกระชับผิวที่ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากชั้นลึก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องผ่าตัด โดยสามารถช่วยแก้ไขปัญหาผิวได้หลายบริเวณ ดังนี้

  • Ulthera ช่วยยกกระชับกรอบหน้า

ช่วยให้กรอบหน้าดูคมชัดขึ้น ลดความหย่อนคล้อยบริเวณแก้มและแนวกราม ทำให้ใบหน้าดูได้รูปและสมส่วนมากขึ้น

  • Ulthera ช่วยลดเหนียง และไขมันใต้คาง

ช่วยกระชับผิวบริเวณใต้คางและลำคอ ลดความหย่อนคล้อย ทำให้คอดูเรียวยาว และใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้น

  • Ulthera ช่วยกระชับหางตาและคิ้ว

ช่วยยกผิวบริเวณรอบดวงตา ลดความตกของหางตา ทำให้ดวงตาดูสดใส เปิดกว้างขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัด

  • Ulthera ช่วยลดริ้วรอยบริเวณลำคอ

ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ลดริ้วรอยและความหย่อนคล้อยบริเวณคอ ทำให้ผิวคอดูเรียบเนียนและตึงกระชับขึ้น

ผิวหย่อยคล้อยมีกี่ระดับ Ulthera ได้ผลแค่ไหน?

การประเมินระดับความหย่อนคล้อยของผิวเพื่อทำ Ulthera สามารถสรุปให้เข้าใจง่ายได้เป็น 3 ระดับหลัก โดยเริ่มจาก 

  • ระดับที่ 1 (เริ่มหย่อนคล้อย) ซึ่งมักพบในวัย 30 ขึ้นไป ผิวจะเริ่มนิ่มลงและมีร่องแก้มจางๆ
    การทำ Ulthera ในระดับนี้จะได้ผลลัพธ์ดีเยี่ยมเกือบ 100% เพราะเป็นการ “ล็อค” โครงหน้าให้คงความอ่อนเยาว์และทำให้กรอบหน้าคมชัดขึ้นทันที
  • ระดับที่ 2 (หย่อนคล้อยเห็นชัด) ในวัย 35 ถึง 45 ขึ้นไป ซึ่งเป็นกลุ่มที่ทำแล้ว “คุ้มค่าที่สุด” เพราะจะเริ่มเห็นคิ้วตกหรือแก้มห้อยเป็นกระเปาะ
    การยิงคลื่นอัลตราซาวด์จะเข้าไปยกชั้นกล้ามเนื้อ (SMAS) ให้ตึงขึ้นได้ถึง 70-80% ช่วยให้หน้าดูยกกระชับจนคนรอบข้างสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจน
  • ระดับที่ 3 (หย่อนคล้อยมาก) ซึ่งมักพบในวัย 50 ถึง 60 ขึ้นไป ผิวหนังจะเริ่มหย่อนจนรูปหน้าเปลี่ยนเป็นทรงสี่เหลี่ยมและมีหนังตาตกทับชั้นตา
    ในระดับนี้ Ulthera จะช่วยให้ผิวดูเรียบตึงขึ้นได้ประมาณ 40-60% แต่เนื่องจากมีผิวส่วนเกินมากเกินไป ผลลัพธ์จึงอาจไม่เป๊ะเท่ากับการผ่าตัดดึงหน้า และมักต้องอาศัยหัตถการอื่นอย่างฟิลเลอร์หรือการสลายไขมันเหนียงควบคู่ไปด้วยเพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่สมบูรณ์ที่สุด 

โดยสรุปแล้ว Ulthera จะโดดเด่นที่สุดในการยกกระชับช่วงแก้มและร่องแก้ม ส่วนบริเวณรอบดวงตาและเหนียงนั้นจะได้ผลดีในระดับปานกลางถึงมาก ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันและผิวส่วนเกินของแต่ละบุคคล

ระดับความหย่อน (Grade)

ลักษณะเด่นที่สังเกตได้

การประเมินผลลัพธ์จาก Ulthera

Grade 1 : ผิวเริ่มหย่อนคล้อย

ร่องแก้มเริ่มมา

มุมปากเริ่มตก

กรอบหน้าเริ่มเบลอ

หางตาและคิ้วดูเศร้าลง

หนังตาบนเริ่มหนา

รูขุมขนเปลี่ยนเป็นรูปหยดน้ำ

ผลลัพธ์จาก Ulthera ช่วยได้ 90-100%

"ล็อค" โครงหน้าให้คงความอ่อนเยาว์และทำให้กรอบหน้าคมชัดขึ้นทันที

Grade 2 : หย่อนคล้อยเห็นชัด

แก้มห้อยเป็นกระเปาะ

ร่องแก้มและร่องน้ำหมากเชื่อมกัน

ตาดูเศร้าและล้า

หน้าตอบแต่แก้มห้อย

เหนียงใต้คางชัดแม้ไม่ได้ก้ม

ผลลัพธ์จาก Ulthera ช่วยได้ 70-80%

ช่วยยกแก้มที่ห้อยขึ้นได้ดีมาก ร่องแก้มตื้นลง ดูหน้ายกกระชับแบบคนทัก

Grade 3 : หย่อนคล้อยมาก

รูปหน้าเปลี่ยนเป็นสี่เหลี่ยม

หนังตาตกทับชั้นตา

ร่องลึกมาครบ ทั้ง ร่องน้ำตา ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก

คอเป็นชั้นและเหนียงย้วย

ผิวบางและแห้งกร้าน

ผลลัพธ์จาก Ulthera ช่วยได้ 40-60%

ช่วยให้หน้าดูเรียบตึงขึ้นและเก็บกรอบหน้าได้บ้าง แต่ไม่สามารถกำจัดผิวส่วนเกินได้หมด

Ulthera เหมาะกับใครบ้าง

Ulthera เหมาะสำหรับ ผู้ที่ต้องการยกกระชับใบหน้าและลำคอ ฟื้นฟูผิวให้ดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้น เหมาะกับกลุ่มคนดังต่อไปนี้

  • ผู้ที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป หรือมีปัญหาผิวดูแก่กว่าวัย

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น คอลลาเจนในผิวเริ่มลดลง ทำให้ผิวขาดความกระชับ Ulthera ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากชั้นลึก ทำให้ผิวกลับมาตึงกระชับและดูสดใสขึ้น

  • ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้กระชับ กรอบหน้าชัด

เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาแก้มหย่อน เหนียง หรือผิวไม่กระชับ ต้องการยกผิวให้ได้รูป กรอบหน้าคมชัด ใบหน้าดูเรียวและสมส่วนมากขึ้น

  • ผู้ที่มีริ้วรอยรอบดวงตา หนังตาตก หรือคิ้วตก

Ulthera ช่วยยกกระชับผิวรอบดวงตาและคิ้ว ลดความหย่อนคล้อย ทำให้ดวงตาดูเปิด สดใส และอ่อนเยาว์ขึ้น

  • ผู้ที่มีริ้วรอยบริเวณลำคอและเนินอก

ช่วยลดเลือนริ้วรอยและความหย่อนคล้อยบริเวณลำคอและเนินอก ฟื้นฟูผิวให้เรียบเนียนและกระชับขึ้น

  • ผู้ที่มีใบหน้าทั้งสองข้างไม่เท่ากัน

Ulthera สามารถวางแผนการยิงพลังงานแบบเฉพาะบุคคล ช่วยปรับรูปหน้าให้ดูสมดุลและสมมาตรมากยิ่งขึ้น

Ulthera ไม่เหมาะกับใคร

แม้ Ulthera จะเป็นหัตถการที่ปลอดภัยและไม่ต้องผ่าตัด แต่ก็อาจไม่เหมาะกับทุกคน โดยกลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยงหรือควรปรึกษาแพทย์อย่างละเอียด ได้แก่

  • ผู้ที่มี ผิวหย่อนคล้อยมาก หรือมีไขมันสะสมจำนวนมาก ซึ่งอาจต้องใช้การผ่าตัดหรือหัตถการอื่นร่วมเพื่อให้เห็นผลชัดเจน
  • ผู้ที่มี แผลเปิด การอักเสบ หรือการติดเชื้อบริเวณผิวหนัง ในตำแหน่งที่จะทำ
  • ผู้ที่มี อุปกรณ์โลหะฝังในบริเวณใบหน้าหรือลำคอ เช่น แผ่นโลหะจากการผ่าตัด
  • ผู้ที่มี โรคเกี่ยวกับระบบประสาทหรือกล้ามเนื้อบางชนิด ควรแจ้งแพทย์ก่อนรับการรักษา
  • สตรีมีครรภ์ หรือผู้ที่อยู่ระหว่างการรักษาโรคบางประเภท ควรปรึกษาแพทย์เป็นรายบุคคล

ข้อดีของการทำ Ulthera

Ulthera เป็นหนึ่งในเทคโนโลยียกกระชับที่ได้รับความนิยม เนื่องจากมีจุดเด่นหลายด้าน ได้แก่

  • ยกกระชับผิวจากชั้นลึก (SMAS) โดยไม่ต้องผ่าตัด
  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวแน่นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
  • ไม่ต้องพักฟื้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที
  • ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ใบหน้าไม่แข็ง ไม่ตึงจนเกินไป
  • ปลอดภัยและแม่นยำ ด้วยระบบ Ultrasound Imaging ที่ช่วยให้แพทย์มองเห็นชั้นผิวแบบเรียลไทม์
  • สามารถทำได้หลายบริเวณ เช่น ใบหน้า รอบดวงตา ลำคอ และเนินอก

ข้อควรระวังของการทำ Ulthera

เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัย ควรคำนึงถึงข้อควรระวังดังนี้

  • ควรทำโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ เพื่อการวางแผนการยิงพลังงานที่เหมาะสมกับโครงสร้างผิว
  • อาจมีอาการ ตึง เจ็บ หรือระบมเล็กน้อย ระหว่างทำหรือหลังทำ ซึ่งมักหายได้เอง
  • อาจมีอาการ บวม แดง หรือรู้สึกชาเล็กน้อยชั่วคราว ในบางราย
  • ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นภายใน 2–3 เดือน ไม่ใช่การเห็นผลทันทีแบบถาวร
  • ควรหลีกเลี่ยงการคาดหวังผลลัพธ์เกินจริง โดยเฉพาะในผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยมาก

ทำ Ulthera บริเวณไหนได้บ้าง? ใช้กี่ช็อต

Ulthera สามารถทำได้หลายบริเวณ ทั้งใบหน้าและลำคอ โดยจำนวนช็อต (Lines) ที่ใช้จะขึ้นอยู่กับโครงสร้างผิว ความหย่อนคล้อย และเป้าหมายของแต่ละบุคคล ตัวเลขต่อไปนี้เป็นค่าโดยประมาณของการทำ Ulthera แต่ละบริเวณ

  • Ulthera ทั่วหน้า ใช้ ประมาณ 300–500 ช็อต เพื่อผลลัพธ์หน้ายกกระชับและผิวที่แน่นขึ้น รูขุมขนดูเล็กลงให้ผิวหน้าเรียบเนียน
  • Ulthera กรอบหน้า และ แนวกราม ใช้ ประมาณ 200–300 ช็อต เพื่อผลลัพธ์ลดผิวหย่อนคล้อยระหว่างใบหน้าและลำคอ เส้นแนวกรามดูชัดขึ้น แม้ Ulthera จะไม่ใช่การสลายไขมันโดยตรงเหมือนการฉีดเมโสแฟต แต่การที่ผิว “หดกระชับ” (Skin Tightening) เข้าหาแนวกราม จะทำให้หน้าดูเล็กลงและดูผอมลงอย่างเป็นธรรมชาติ 
  • Ulthera แก้ม ใช้ ประมาณ 200–300 ช็อต บอกลากระเปาะแก้ม แก้ปัญหาเนื้อแก้มห้อย ให้รูปหน้าเรียว V-Shape มากขึ้น
  • Ulthera ใต้คาง และ เหนียง ใช้ ประมาณ 100–200 ช็อต สำหรับคนที่มี “เหนียง” จากผิวหนังที่เริ่มเสื่อมสภาพตามวัย Ulthera จะช่วยดึงให้ผิวส่วนนั้นตึงขึ้นทันทีหลังทำและดีขึ้นเรื่อยๆ ก้มแล้วคอไม่เป็นชั้น และยังทำให้ช่วงลำคอดูยาวและระหงขึ้น
  • Ulthera รอบดวงตา / หางตา / คิ้ว ใช้ ประมาณ 100–200 ช็อต มักเรียกว่า Ultherapy Eye Lift เพราะทำให้ใบหน้าดูตื่นและสดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากคิ้วที่ยกขึ้น แก้ปัญหาหนังตาตก ยกปลายหางตา ลดรอยตีนกา และลดความหย่อนคล้อยใต้ตาไปพร้อมกัน
  • Ulthera ลำคอ ใช้ ประมาณ 200–300 ช็อต เพื่อผลลัพธ์โกงอายุเพราะช่วยลดรอยย่นและเส้นริ้วที่คอ ผิวลำคอที่ตึงกระชับ

ทั้งนี้ แพทย์จะเป็นผู้ประเมินและวางแผนจำนวนช็อตที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและปลอดภัย

Ulthera ทำบริเวณใด

เตรียมตัวก่อนทำ Ulthera อย่างไร

เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างราบรื่นและได้ผลลัพธ์ที่ดี ควรเตรียมตัวดังนี้

  • เข้ารับคำปรึกษาและประเมินผิวกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
  • แจ้งประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว ยาที่รับประทาน และหัตถการที่เคยทำมาก่อน
  • หลีกเลี่ยงการทำทรีตเมนต์ที่ระคายเคืองผิว เช่น เลเซอร์แรง ๆ หรือสครับผิว อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • งดการดื่มแอลกอฮอล์ก่อนทำประมาณ 24 ชั่วโมง
  • ในวันทำควรพักผ่อนให้เพียงพอ และมาด้วยผิวหน้าที่สะอาด ไม่มีเครื่องสำอาง

ขั้นตอนการทำ Ulthera

  • แพทย์ประเมินโครงสร้างใบหน้าและวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล
  • ทำความสะอาดผิว และทายาชาเพื่อลดความรู้สึกไม่สบายระหว่างทำ
  • แพทย์ใช้ระบบ Ultrasound Imaging มองเห็นชั้นผิวแบบ Real-time เพื่อกำหนดตำแหน่งการยิงพลังงาน
  • ยิงพลังงาน Ulthera ลงสู่ชั้นผิวในระดับความลึกที่เหมาะสม
  • หลังทำ แพทย์ตรวจเช็กผิวและให้คำแนะนำในการดูแลหลังการรักษา

ระยะเวลาในการทำโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 45–90 นาที ขึ้นกับบริเวณและจำนวนช็อตที่ใช้

การดูแลตัวเองหลังทำ Ulthera

หลังทำ Ulthera สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ แต่ควรดูแลผิวดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือถูแรง ๆ บริเวณที่ทำในช่วง 2–3 วันแรก
  • ทาครีมบำรุงผิวและครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ
  • หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด ซาวน่า หรือความร้อนสูงประมาณ 1 สัปดาห์
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อช่วยกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูผิว
  • หากมีอาการผิดปกติ ควรติดต่อคลินิกหรือแพทย์ทันที

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังทำ Ulthera

ผลข้างเคียงหลังทำ Ulthera มักเป็นอาการเล็กน้อยและชั่วคราว ได้แก่

  • รู้สึกตึง เจ็บ หรือระบมใต้ผิว
  • มีอาการบวม แดงเล็กน้อยในบางบริเวณ
  • อาจรู้สึกชาหรือเสียวผิวชั่วคราว
  • ในบางรายอาจมีอาการเมื่อยล้ากล้ามเนื้อบริเวณที่ทำ

อาการเหล่านี้มักหายได้เองภายในไม่กี่วันถึง 1–2 สัปดาห์ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

ผลลัพธ์หลังทำ Ulthera

ผลลัพธ์หลังทำ Ulthera ทันที

หลังทำ Ulthera เสร็จ ผู้รับบริการบางรายจะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันที เช่น

  • ผิวรู้สึก ตึงกระชับขึ้นเล็กน้อย จากการหดตัวของเนื้อเยื่อ
  • กรอบหน้าดูชัดขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าดูสดใสขึ้น
  • ผิวอาจมีอาการ แดง ตึง หรือระบมเล็กน้อย ซึ่งเป็นอาการปกติและจะค่อย ๆ หายไป

ทั้งนี้ ผลลัพธ์ในช่วงนี้ยังไม่ใช่ผลลัพธ์เต็มที่ เนื่องจากกระบวนการสร้างคอลลาเจนยังอยู่ในระยะเริ่มต้น

ผลลัพธ์หลังทำ Ulthera 7 วัน

ภายในประมาณ 7 วันหลังทำ ผิวจะเริ่มปรับสภาพและฟื้นตัวดีขึ้น

  • อาการบวม ตึง หรือระบมจะลดลงอย่างชัดเจน
  • ผิวเริ่มรู้สึก แน่นขึ้นและเรียบเนียนขึ้น
  • รูปหน้าดูเข้าที่มากขึ้น กรอบหน้าชัดขึ้นในบางราย

ในช่วงนี้ร่างกายเริ่มกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง แต่ผลลัพธ์ยังคงค่อย ๆ พัฒนาไปเรื่อย ๆ

ผลลัพธ์หลังทำ Ulthera 1 เดือน

หลังทำประมาณ 1 เดือน จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนขึ้น

  • ผิวดู กระชับ แน่น และยืดหยุ่นขึ้น
  • กรอบหน้าดูคมชัดขึ้น แก้มและเหนียงดูยกกระชับ
  • ริ้วรอยเล็ก ๆ ดูจางลง ผิวดูอ่อนเยาว์และสดใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

ทั้งนี้ ผลลัพธ์จะยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยมักเห็นผลชัดเจนที่สุดในช่วง 2–3 เดือนหลังทำ และสามารถคงผลลัพธ์ได้นานประมาณ 6–12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลของแต่ละบุคคล

Ulthera อยู่ได้นานแค่ไหน?

ผลลัพธ์จาก Ulthera จะไม่อยู่ถาวรเหมือนการผ่าตัดดึงหน้า แต่สามารถคงผลลัพธ์ได้นานนับ ปี ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น อายุ สภาพผิว การดูแลตัวเอง และปริมาณพลังงานที่ใช้ในการรักษา   

  • ระยะเวลาทั่วไปของผลลัพธ์
  • ผลลัพธ์มักคงอยู่ประมาณ 12–18 เดือน หลังการรักษาเพียงครั้งเดียว   
  • ในบางรายที่ดูแลผิวดีและมีการสร้างคอลลาเจนตอบสนองดี ผลลัพธ์อาจอยู่ ใกล้เคียง 2 ปี

Ulthera ราคาเท่าไร?

หัตถการ ยกกระชับไม่ผ่าตัด

ราคาเริ่มต้น

โปรแกรม Ulthera SPT 1 line

135 บาท

โปรแกรม Thermage FLX (Eye)

45,000 บาท

โปรแกรม Thermage FLX 900 (Face)

69,000 บาท

โปรแกรม Thermage FLX (Body)

100,000 บาท

โปรแกรม Morpheus8 (Eye)

30,000 บาท

โปรแกรม Morpheus8 (Face)

49,000 บาท

โปรแกรม Morpheus8 (Body)

49,000 บาท

โปรแกรม EMFACE

55,000 บาท

ทำ Ulthera ที่ไหนดี?

การเลือกสถานที่ทำ Ulthera มีความสำคัญมาก นอกจากเครื่องและเทคโนโลยีแล้ว ทักษะของแพทย์และการดูแลก่อน–หลังทำ จะส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ได้ค่ะ

Ulthera แตกต่างจากเครื่องยกกระชับอื่น ๆ อย่างไร

  • Ulthera

ใช้คลื่น Microfocused Ultrasound with Visualization (MFU-V) ยิงพลังงานลงลึกถึง ชั้น SMAS เหมือนการดึงหน้าด้วยศัลยกรรม มีระบบ Real-time Ultrasound Imaging ช่วยให้แพทย์เห็นโครงสร้างผิวขณะทำ จึงเพิ่มความแม่นยำและปลอดภัย   

ผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่า และเหมาะกับผิวที่หย่อนคล้อยค่อนข้างชัดเจน โดยทั่วไปการทำจะยาวกว่าและอาจเจ็บกว่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับบางรุ่น Hifu   

  • Ultraformer III

ใช้คลื่น High-Intensity Focused Ultrasound (HIFU) แบบทั่วไปหรือแบบ Macro & Micro Focused ยิงพลังงานลงถึงชั้น SMAS เช่นกัน แต่ ไม่มีระบบภาพ Real-time ทำให้การกำหนดจุดพลังงานขึ้นกับประสบการณ์แพทย์เป็นหลัก   

ผลลัพธ์อยู่ได้ราว 6–12 เดือน โดยขึ้นกับเครื่องและการดูแลผิวหลังทำ   เหมาะกับคนที่ต้องการ ยกหน้าและกระชับผิวทั่วไป ในราคาที่เข้าถึงได้มากกว่า

  • Ultraformer MPT (Micro Pulsed Technology)

อัปเกรดขึ้น จาก Ultraformer III โดยยังคงใช้ใช้เทคโนโลยี HIFU (High Intensity Focused Ultrasound) มีจุดเด่นคือเปลี่ยนจาก “การยิงแบบจุดไข่ปลา” (Normal Mode) มาเพิ่ม MP Mode (Micro Pulsed) และส่งพลังงานลงไปได้ลึกหลายระดับ ขึ้นอยู่กับหัวที่ใช้ (Transducer)

ผลลัพธ์จะเริ่มเห็นชัดเจนใน 1-3 เดือนและคงอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการหน้าเรียวกรอบหน้าชัดแบบไม่ต้องพักฟื้น

คุณสมบัติ

Ulthera

Ultraformer III

Ultraformer MPT

HIFU Standard

เทคโนโลยี

Micro-Focused Ultrasound พร้อมหน้าจอเห็นชั้นผิว

High-Intensity Focused Ultrasound (HIFU)

Advanced MPT (Micro-Pulsed Technology)

HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound)

ความแม่นยำ

สูงสุด (หมอเห็นชั้นผิวจริงขณะทำ)

ปานกลาง (ใช้ความชำนาญหมอ)

สูงกว่ารุ่น III (มีหัวยิงหลายแบบ)

พื้นฐาน (ยิงเป็นจุดไข่ปลา พลังงานอาจไม่เสถียรเท่าเครื่องแบรนด์)

ความรู้สึก

เจ็บที่สุด (จี๊ดลึกถึงกระดูก)

เจ็บแบบทนได้ (ตื้อๆ หน่วงๆ)

เจ็บน้อยที่สุด (ยิงเร็วและละเอียด)

เจ็บปานกลาง (จี๊ดๆ ร้อนๆ ใต้ผิว)

ผลลัพธ์

อยู่ได้นาน 12-18 เดือน

อยู่ได้นาน 6-8 เดือน

อยู่ได้นาน 6-12 เดือน

อยู่ได้นาน 3 - 5 เดือน

จุดเด่น

ยกหน้าเป๊ะที่สุด เก็บรายละเอียดแม่นยำ

คุ้มค่าราคาประหยัด ยกกระชับได้ดี

ยิงเร็วมาก สบายผิว มีหัวกระชับคาง/ตา

ราคาประหยัดที่สุด เหมาะกับคนอายุน้อย/ประคองหน้า

ราคาเฉลี่ย

สูง (หลักหมื่นปลาย - แสน)

ย่อมเยา (หลักพันปลาย - หมื่นต้น)

ปานกลาง (หลักหมื่นต้น - กลาง)

ย่อมเยามาก (หลักพันต้น-ปลาย)

 

compare_Ulthera

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Ulthera

  1. Ulthera กี่ช็อตถึงเห็นผล?

จำนวนช็อตที่ใช้ขึ้นอยู่กับ สภาพผิวและปัญหาของแต่ละบุคคล แต่โดยทั่วไป

  • ถ้าทำ ทั่วหน้า + ลำคอ จะอยู่ที่ประมาณ 300–600 ช็อต
  • ถ้าเน้นบางบริเวณ เช่นกรอบหน้า / คาง / หางตา อาจอยู่ที่ประมาณ 100–300 ช็อต

แพทย์จะเป็นผู้ประเมินและกำหนดจำนวนช็อตที่เหมาะสมเพื่อให้เห็นผลชัดที่สุดค่ะ

  1. Ulthera 200 ช็อต ราคาเท่าไร?

ราคา Ulthera ขึ้นกับสถานพยาบาลและจำนวนช็อตที่ต้องใช้จริง ตัวเลข ประมาณราคายอดนิยม อาจอยู่ในช่วงหลักหมื่นถึงหลายหมื่นบาท แต่ ตรงนี้ขึ้นกับแต่ละคลินิกและแผนการรักษา แนะนำให้สอบถามราคาโดยตรงกับคลินิกเพื่อได้ราคาและคำแนะนำที่ถูกต้องที่สุดค่ะ

  1. Ulthera กับ Thermage อันไหนแพงกว่ากัน?

โดยทั่วไป Ulthera มักมีราคา สูงกว่า Thermage เนื่องจากการยิงพลังงานลงลึกถึง ชั้น SMAS และมีระบบ Imaging ช่วยให้แม่นยำกว่า แต่ทั้งนี้ราคาจริงขึ้นกับคลินิกและแพ็กเกจที่เลือกนะคะ

  1. Ulthera กับ Botox อันไหนดีกว่ากัน?

ทั้งสองหัตถการมีเป้าหมายแตกต่างกัน Ulthera ยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย กระตุ้นคอลลาเจนในระดับลึก ส่วน Botox จะลดริ้วรอยบริเวณที่กล้ามเนื้อทำงานมาก เช่น รอยย่นระหว่างคิ้ว หน้าผาก ช่วยลดการเกร็งของกล้ามเนื้อ ดังนั้น ไม่สามารถเทียบว่าดีกว่า แต่เป็นคนละประเภท เป้าหมายคนละจุดค่ะ

  1. Ulthera เห็นผลจริงไหม?

เห็นผลจริงค่ะ ซึ่งจะเริ่มรู้สึกว่าผิว ตึงขึ้นและยกขึ้นเล็กน้อยทันที ผลลัพธ์จะเห็นชัดขึ้นเมื่อคอลลาเจนถูกสร้างใหม่ภายใน 2–3 เดือน และสามารถอยู่ได้ 12–18 เดือนขึ้นไป ขึ้นกับการดูแลผิว

  1. ทำ Ulthera เจ็บไหม? มีตัวช่วยลดความเจ็บอย่างไรบ้าง?

ระดับความเจ็บขึ้นอยู่กับคนแต่ละบุคคลและตำแหน่งที่ทำ บางคนรู้สึก ตึงหรือจี๊ดเล็กน้อย แต่โดยมากสามารถทนได้ ซึ่งมีตัวช่วยลดความเจ็บ คือ การทายาชาก่อนทำหรือใช้เทคนิคการผลักยาชา ซึ่งทางรัตตินันท์ คลินิก มีเทคนิคผลักยาชา ทำให้ผู้เข้ารับบริการไม่รู้สึกเจ็บระหว่างทำค่ะ

  1. หลังทำ Ulthera หน้าบวมกี่วัน? ต้องพักฟื้นนานไหม?

หลังทำ โดยมากไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตปกติได้ทันที อาการบวม ระบม หรือแดงเล็กน้อย มักหายภายใน 1–3 วัน ไม่ต้องงดกิจกรรมส่วนใหญ่ ยกเว้นควรหลีกเลี่ยงความร้อนจัดประมาณ 1 สัปดาห์

  1. ทำ Ulthera ครั้งเดียวอยู่ได้นานแค่ไหน? ต้องทำบ่อยแค่ไหน?

ผลลัพธ์อยู่ได้โดยเฉลี่ยประมาณ 12–18 เดือน แต่บางรายอาจอยู่ได้นานกว่า แนะนำให้ประเมินกับแพทย์ทุก 12 เดือน เพื่อดูว่าควรเสริมหรือรักษาซ้ำเพื่อคงผลลัพธ์ค่ะ

  1. อายุเท่าไหร่ถึงควรเริ่มทำ Ulthera?

โดยทั่วไป Ulthera เหมาะกับผู้ที่มีอายุ ประมาณ 25 ปีขึ้นไป หรือมีสัญญาณผิวหย่อนคล้อยก่อนวัย เช่น

  • กรอบหน้าหย่อน
  • เหนียงเพิ่มขึ้น
  • ริ้วรอยบริเวณหางตา/คอ

แพทย์จะประเมินว่าเหมาะกับเวลาที่ควรเริ่มทำตามสภาพผิวของแต่ละคนค่ะ

  1. ทำ Ulthera ร่วมกับฉีดฟิลเลอร์หรือโบท็อกซ์ได้ไหม?

ได้ค่ะ เพราะหลายคนเลือกทำ Ulthera คู่กับ Botox / ฟิลเลอร์ เพื่อให้เห็นผลครบทั้ง ยกกระชับ ลดริ้วรอย เติมเต็มจุดที่ต้องการ โดยแพทย์จะวางแผนลำดับหัตถการให้เหมาะสมกับสภาพผิวและเป้าหมายของแต่ละคน

สรุป Ulthera คืออะไร ยกกระชับจริงไหม? ควรทำกี่ช็อต

Ulthera คือ โปรแกรมยกกระชับผิว ด้วยเทคโนโลยีคลื่นเสียงความถี่สูงแบบเฉพาะจุด (Microfocused Ultrasound with Visualization – MFU-V) ที่สามารถส่งพลังงานลงลึกถึง ชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นโครงสร้างเดียวกับที่ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น และไม่ทิ้งรอยแผล

Ulthera ยกกระชับได้จริง โดยพลังงานอัลตราซาวด์จะทำให้เนื้อเยื่อหดตัวทันที และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผิวค่อย ๆ แน่นกระชับขึ้น กรอบหน้าชัดขึ้น ลดความหย่อนคล้อยของแก้ม เหนียง ลำคอ รวมถึงช่วยลดริ้วรอยบริเวณรอบดวงตาและลำคอ ผลลัพธ์จะเริ่มเห็นชัดขึ้นในช่วง 2–3 เดือน และสามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 12–18 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลของแต่ละบุคคล

สำหรับจำนวนช็อตที่ควรทำ จะขึ้นอยู่กับบริเวณและปัญหาผิว โดยทั่วไป

  • บริเวณเฉพาะจุด ใช้ประมาณ 100–200 ช็อต
  • ทำทั่วหน้า อาจใช้ประมาณ 300–500 ช็อต

ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและวางแผนจำนวนช็อตที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน ปลอดภัย และดูเป็นธรรมชาติที่สุด

ทีมแพทย์รักษาผิวพรรณ
รัตตินันท์ คลินิก

พญ. รัตตินันท์ ตรีรัตน์
ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ

พญ. นฤมล วิเชียร
แพทย์หญิง

พญ. จุฑามาศ ตันคุณากร
แพทย์โรคผิวหนัง

นพ. ศศินทร์ ตรีรัตน์
นายแพทย์