ดึงหน้า Facelift แก้หย่อนคล้อย ริ้วรอยลึก ดูแลมาตรฐาน AACI

สารบัญ

เมื่อเวลาผ่านไป ความเปลี่ยนแปลงของผิวหน้าเป็นเรื่องธรรมชาติที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง ทั้งความหย่อนคล้อย ริ้วรอย และกรอบหน้าที่ไม่ชัดเจน ซึ่งการดูแลผิวแบบทั่วไปอาจไม่เพียงพอสำหรับบางท่าน

ที่ รัตตินันท์ คลินิก (Rattinan Clinic) เราเข้าใจถึงความกังวลนี้ การตัดสินใจทำ ดึงหน้า (Facelift) จึงเป็นหัตถการที่ต้องอาศัยการวางแผนและออกแบบเฉพาะบุคคล (Tailor-Made) เพื่อแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยให้ใบหน้ากลับมาแลดูสดใสและอ่อนเยาว์ขึ้นดูเป็นธรรมชาติ ภายใต้การดูแลโดยทีมแพทย์และมาตรฐานความปลอดภัยของ AACI

ดึงหน้า (Facelift) คืออะไร? ช่วยดูแลปัญหาความหย่อนคล้อยได้อย่างไร

ศัลยกรรม “ดึงหน้า” (Facelift) หรือในทางการแพทย์เรียกว่า Rhytidectomy เป็นหัตถการศัลยกรรมตกแต่งที่ออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยของใบหน้าและลำคอโดยเฉพาะ มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้ใบหน้ากลับมาแลดูสดใสและอ่อนเยาว์ขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยร่องลึก แก้มหย่อนคล้อย หรือกรอบหน้าไม่ชัดเจน ซึ่งมักเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างผิวตามกาลเวลา

ที่ รัตตินันท์ คลินิก เราตระหนักดีว่าการดึงหน้าที่ดีต้องไม่ใช่เพียงแค่การทำให้ “ตึง” แต่ต้องดู “เป็นธรรมชาติ” หลักการทำงานของเราจึงไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการตัดผิวหนังส่วนเกินออกเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับการปรับโครงสร้างลึกที่เรียกว่า ชั้น SMAS

ชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) คือกุญแจสำคัญ เปรียบเสมือน “โครงสร้างตาข่าย” ที่ทำหน้าที่พยุงเนื้อเยื่อและไขมันบนใบหน้า เมื่อเราอายุมากขึ้น ชั้น SMAS นี้จะยืดและหย่อนตัวลงตามแรงโน้มถ่วง ส่งผลให้ผิวหนังด้านบนหย่อนตามลงมา การดึงหน้าโดยศัลยแพทย์เฉพาะทาง จะเข้าไปทำการ “ยกกระชับและจัดเรียง” ชั้นกล้ามเนื้อ SMAS นี้ใหม่ ให้กลับไปอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม

ผลลัพธ์ของการดูแลที่ระดับโครงสร้าง

  • ความดูเป็นธรรมชาติ ช่วยให้ใบหน้าแลดูกระชับโดยไม่ดูแข็งเกร็ง หรือผิดรูป
  • ความยั่งยืน การแก้ไขที่ชั้นกล้ามเนื้อช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้ยาวนานกว่าการดึงเพียงแค่ชั้นผิวหนัง
  • การแสดงสีหน้า สามารถยิ้ม หัวเราะ และแสดงอารมณ์ทางสีหน้าได้อย่างเป็นปกติ

ดึงหน้าเทคนิคใหม่ แตกต่างจากในอดีตอย่างไร?

ยังคงมีคนที่อาจมีภาพจำเดิม ๆ เกี่ยวกับการดึงหน้าในอดีต ที่เมื่อทำแล้วใบหน้าดู “ตึงจนเกินไป” จนแสดงสีหน้าได้ลำบาก หรือมีรอยแผลผ่าตัดขนาดใหญ่ที่สังเกตเห็นได้ชัด แต่ด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ในปัจจุบัน และเทคนิคการดึงหน้าที่ รัตตินันท์ คลินิก เลือกใช้ ได้ก้าวข้ามข้อจำกัดเหล่านั้นไปมาก เช่น

  • เปลี่ยนจาก “ดึงแค่ผิว” เป็น “ปรับโครงสร้างลึก” ในอดีต การผ่าตัดมักเน้นการตัดหนังส่วนเกินและดึงผิวชั้นบนให้ตึง ซึ่งอาจทำให้ใบหน้าดูผิดธรรมชาติ แต่เทคนิคปัจจุบันแพทย์จะให้ความสำคัญกับ ชั้น SMAS (ชั้นเนื้อเยื่อพังผืดใต้ผิว) โดยการจัดวางตำแหน่งกล้ามเนื้อใหม่ ซึ่งช่วยให้ใบหน้าแลดูกระชับขึ้นโดยที่ยังคงเอกลักษณ์และรอยยิ้มที่เป็นธรรมชาติไว้
  • เทคโนโลยีช่วยลดขนาดแผล การนำเทคโนโลยี การส่องกล้อง (Endoscopic) เข้ามาช่วย ทำให้แพทย์สามารถมองเห็นเส้นเลือดและเส้นประสาทได้ชัดเจนผ่านจอภาพ จึงไม่จำเป็นต้องเปิดแผลยาวเหมือนในอดีต ช่วยให้ แผลมีขนาดเล็ก และสามารถซ่อนรอยแผลไว้ในตำแหน่งที่สังเกตเห็นได้ยาก เช่น บริเวณไรผม
  • วัสดุช่วยยึดเกาะเนื้อเยื่อ (Endotine) การใช้วัสดุทางการแพทย์พิเศษอย่าง Endotine ช่วยในการกระจายแรงดึงและยึดเนื้อเยื่อในตำแหน่งใหม่ แทนการเย็บขึงแบบเดิม ช่วยลดโอกาสที่ผิวจะกลับมาหย่อนคล้อยเร็ว และวัสดุนี้สามารถสลายได้เองเมื่อร่างกายสร้างเนื้อเยื่อใหม่ขึ้นมาทดแทน

ดึงหน้าเทคนิคใหม่ แตกต่างจากในอดีตอย่างไร?

การดึงหน้าไม่ได้มีเป้าหมายเพียงแค่การลดเลือนริ้วรอย แต่คือการดูแลองค์รวมของใบหน้าให้แลดูสดใสขึ้น สิ่งที่ท่านอาจคาดหวังได้จากการรับบริการ มีดังนี้

  • ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์ขึ้น ความหย่อนคล้อยบริเวณแก้ม ร่องแก้ม และร่องน้ำหมาก แลดูตื้นขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมของใบหน้าดูสดชื่นและพักผ่อนเพียงพอ
  • กรอบหน้าและลำคอชัดเจน ช่วยดูแลปัญหา “คอไก่งวง” หรือผิวหนังบริเวณคอที่หย่อนคล้อย รวมถึงเก็บกรอบหน้า ให้แลดูคมชัดขึ้น ซึ่งเป็นจุดที่ช่วยบ่งบอกถึงความหนุ่มสาวได้ชัดเจน
  • ความมั่นใจที่เพิ่มขึ้น เมื่อปัญหาความกังวลใจเรื่องริ้วรอยและความหย่อนคล้อยได้รับการดูแล ผู้รับบริการมักรู้สึกมั่นใจในการเข้าสังคมและการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น
ดึงหน้า ศัลยกรรมดึงหน้า เทคนิคผ่าตัดส่องกล้อง

ดึงหน้า ทำบริเวณไหนได้บ้าง?

ใบหน้าของแต่ละท่านมีโครงสร้างและปัญหาความหย่อนคล้อยที่แตกต่างกัน แพทย์จึงต้องประเมินอย่างละเอียดเพื่อวางแผนการรักษาที่ตรงจุด โดยทั่วไปการดึงหน้าสามารถแบ่งบริเวณการดูแลแก้ไขออกเป็น 4 ส่วนหลัก ดังนี้

1. ดึงหน้าผาก (Forehead Lift) ดูแลปัญหาคิ้วตก

เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยลึกบริเวณหน้าผาก หรือมีภาวะ “คิ้วตก” ซึ่งอาจส่งผลให้หนังตาบนตกลงมาบดบังชั้นตา ทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้าหรือไม่สดใส

แนวทางการแก้ไข แพทย์อาจพิจารณาใช้เทคนิค การส่องกล้องปักหมุด (Endoscopic Brow Lift) เพื่อช่วยยกคิ้วและหน้าผากขึ้น ซึ่งวิธีนี้จะช่วยซ่อนแผลผ่าตัดไว้ในไรผม ทำให้สังเกตเห็นแผลได้ยาก และช่วยให้ดวงตาแลดูเปิดกว้างขึ้น

2. ดึงหน้าส่วนบนและขมับ (Temporal Lift)

เน้นการแก้ไขบริเวณหางตาและโหนกแก้มส่วนบน เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาหางตาตก หรือมีริ้วรอยบริเวณขมับ (ตีนกา)

แนวทางการแก้ไข เป็นการดึงกระชับเฉพาะจุดเพื่อช่วยยกหางตาให้แลดูเฉี่ยวขึ้นเล็กน้อย และช่วยให้พื้นที่บริเวณขมับแลดูตึงกระชับ ส่งผลให้ใบหน้าช่วงบนแลดูสดชื่นและตื่นตัว

3. ดึงหน้าส่วนกลางและส่วนล่าง (Mid-Lower Face)

บริเวณนี้เป็นจุดที่มักแสดงความเปลี่ยนแปลงตามวัยได้ชัดเจนที่สุด เช่น ร่องแก้มลึก (Nasolabial Folds), ร่องน้ำหมาก, และแก้มที่เริ่มหย่อนคล้อยลงมาปิดกรอบหน้า

แนวทางการแก้ไข ศัลยแพทย์จะทำการยกกระชับชั้น SMAS และจัดเรียงไขมันบริเวณแก้มใหม่ เพื่อให้พวงแก้มกลับมาอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ช่วยให้ร่องแก้มและร่องน้ำหมากแลดูตื้นขึ้น และคืนความชัดเจนให้กับกรอบหน้า

4. ดึงคอ (Neck Lift) เก็บเหนียง

บ่อยครั้งที่ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์แล้ว แต่บริเวณลำคอยังคงมีรอยเหี่ยวย่น กล้ามเนื้อคอแยกตัว หรือมีไขมันสะสมใต้คาง (เหนียง)

แนวทางการแก้ไข การดึงคอจะช่วยตัดผิวหนังส่วนเกินและกระชับกล้ามเนื้อคอให้เข้ารูป ในบางกรณีแพทย์อาจแนะนำให้ทำร่วมกับการ ดูดไขมัน (Liposuction) บริเวณเหนียง เพื่อให้ลำคอแลดูระหงและรับกับกรอบหน้าอย่างลงตัว

หมายเหตุ: การเลือกทำหัตถการในแต่ละบริเวณ ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์และโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคล

เปรียบเทียบ ดึงหน้า vs ร้อยไหม vs โปรแกรมยกกระชับ (HIFU/Ulthera)

เพื่อให้ท่านเลือกวิธีการที่เหมาะสมกับความต้องการ รัตตินันท์ คลินิก ขอสรุปข้อมูลเปรียบเทียบดังนี้

หัวข้อเปรียบเทียบ โปรแกรม HIFU / Ulthera ร้อยไหม (Thread Lift) ดึงหน้า (Facelift)
ความเหมาะสม ผู้ที่เริ่มมีริ้วรอยเล็กน้อย ต้องการดูแลผิวเบื้องต้น ผู้ที่มีความหย่อนคล้อยปานกลาง ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลง ผู้ที่มีความหย่อนคล้อยชัดเจน หรือต้องการผลลัพธ์ระยะยาว
วิธีการ ใช้คลื่นเสียง/ความร้อน ดูแลชั้นผิว ใช้ไหมเงี่ยงเกี่ยวเนื้อเยื่อ ผ่าตัดจัดเรียงชั้นกล้ามเนื้อและตัดผิวส่วนเกิน
ความรู้สึก/พักฟื้น รู้สึกอุ่น/เจ็บเล็กน้อย (ไม่ต้องพักฟื้น) เจ็บปานกลาง / บวม 3-7 วัน วางยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์ / พักฟื้น 1-2 สัปดาห์
ระยะเวลาผลลัพธ์ 6 – 12 เดือน 1 – 2 ปี ยาวนาน (ขึ้นอยู่กับการดูแลและอายุ)
จุดเด่น ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงได้หลังทำ ดูแลปัญหาโครงสร้างได้ครอบคลุมและชัดเจนที่สุด

คำแนะนำ: หากท่านมีผิวหนังส่วนเกินจำนวนมาก การดึงหน้าอาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าและตอบโจทย์ได้ตรงจุดกว่าการทำหัตถการที่ไม่ใช่การผ่าตัด

เทคโนโลยีการดึงหน้าที่ “รัตตินันท์ คลินิก” เลือกใช้

ที่ รัตตินันท์ คลินิก เราให้ความสำคัญกับการคัดสรรเทคโนโลยีและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับและผ่านมาตรฐาน โดยมุ่งเน้นที่ประสิทธิภาพในการรักษาและความปลอดภัยของผู้รับบริการเป็นหลัก เพื่อให้ผลลัพธ์ของการดึงหน้าออกมาแลดูเป็นธรรมชาติและตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละท่าน

1. เทคนิค Endotine 4D Technology (การใช้วัสดุยึดเกาะเนื้อเยื่อ)

Endotine 4D Technology เป็นนวัตกรรมจากสหรัฐอเมริกาที่นำมาใช้ช่วยในการยกกระชับใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณหน้าผากและคิ้ว

  • หลักการทำงาน Endotine เป็นวัสดุทางการแพทย์ที่มีลักษณะเป็นหมุดขนาดเล็ก ช่วยในการ “กระจายแรงดึง” ของเนื้อเยื่อในหลายจุด ต่างจากการเย็บด้วยไหมแบบดั้งเดิมที่อาจรั้งผิวเพียงจุดเดียว
  • ข้อดี ช่วยให้เนื้อเยื่อเกาะตัวในตำแหน่งใหม่ได้ดีและมีความสม่ำเสมอ ลดโอกาสที่ผิวจะกลับมาหย่อนคล้อยเร็ว วัสดุนี้สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติภายในร่างกายเมื่อเนื้อเยื่อสมานตัวดีแล้ว จึงไม่ต้องผ่าตัดซ้ำเพื่อนำออก

2. การดึงหน้าผ่านกล้อง (Endoscopic Facelift)

เทคโนโลยีการผ่าตัดผ่านกล้อง (Endoscope) ช่วยให้ศัลยแพทย์สามารถมองเห็นโครงสร้างภายใน เส้นเลือด และเส้นประสาท ได้อย่างชัดเจนผ่านจอภาพความละเอียดสูง

  • ความแม่นยำ ช่วยให้แพทย์สามารถเลาะแยกชั้นเนื้อเยื่อได้อย่างละเอียดและระมัดระวัง
  • แผลขนาดเล็ก (Minimally Invasive) การใช้กล้องช่วยให้ไม่ต้องเปิดแผลยาวเหมือนเทคนิคดั้งเดิม แผลผ่าตัดจึงมีขนาดเล็ก (ประมาณ 1-2 ซม.) และสามารถซ่อนอยู่ในบริเวณไรผมได้ ทำให้สังเกตเห็นรอยแผลได้ยาก
  • การฟื้นตัว เนื่องจากการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อน้อยกว่า จึงช่วยให้ระยะเวลาในการพักฟื้นสั้นลง และลดอาการบวมช้ำหลังผ่าตัดได้ดี

3. เทคนิคผสมผสาน (Hybrid Technique) เพื่อการออกแบบเฉพาะบุคคล

เพราะปัญหาความหย่อนคล้อยของแต่ละท่านมีความแตกต่างกัน ทีมแพทย์ที่รัตตินันท์ คลินิก จึงนิยมใช้แนวทางการรักษาแบบผสมผสาน

  • การดูแลแบบองค์รวม แพทย์อาจพิจารณาใช้เทคนิคการดึงหน้าเป็นหลัก ร่วมกับหัตถการเสริมอื่น ๆ เพื่อผลลัพธ์ที่ลงตัว เช่น
    • การเติมไขมัน (Fat Transfer) นำไขมันของตนเองมาเติมเต็มบริเวณขมับ ร่องแก้ม หรือใต้ตาที่ดูตอบ เพื่อให้ใบหน้าแลดูอิ่มเอิบและสดใสขึ้น
    • การดูดไขมัน (Liposuction) บริเวณแก้มล่างหรือเหนียง เพื่อให้กรอบหน้าแลดูชัดเจนยิ่งขึ้น

การเลือกใช้เทคนิคหรือเครื่องมือทางการแพทย์ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์และสภาพปัญหาของแต่ละบุคคล

รีวิว ศัลยกรรมดึงหน้า แก้ปํญหาใบหน้าส่วนกลางและใบหน้าส่วนล่าง
รีวิวผ่าตัดดึงหน้า ศัลยกรรมดึงหน้า ด้วยเอ็นโดไทน์

ใครบ้างที่ควรพิจารณาดึงหน้า?

การตัดสินใจดึงหน้าไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “ตัวเลขของอายุ” เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ “สภาพผิวและโครงสร้างใบหน้า” ของแต่ละบุคคลเป็นสำคัญ แพทย์ที่ รัตตินันท์ คลินิก จะทำการประเมินปัญหาอย่างละเอียดเพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม โดยสามารถแบ่งกลุ่มผู้ที่ควรพิจารณาได้ตามลักษณะปัญหา ดังนี้

ช่วงอายุ 30–45 ปี เริ่มมีความกังวลเรื่องริ้วรอยและความหย่อนคล้อยเฉพาะจุด

ในวัยนี้ ผิวหน้าอาจเริ่มแสดงการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย เช่น หางตาเริ่มตก คิ้วตก หรือเริ่มมีร่องแก้มจาง ๆ ซึ่งยังไม่จำเป็นต้องทำการดึงหน้าทั้งหมด

แนวทางการแก้ไข แพทย์อาจแนะนำหัตถการดึงหน้าแบบเฉพาะจุด เช่น

  • Endoscopic Brow Lift เพื่อดูแลปัญหาคิ้วตกและหน้าผาก
  • Temporal Lift เพื่อยกกระชับบริเวณขมับและหางตา
  • Mini Facelift เพื่อเก็บกรอบหน้าส่วนล่างเล็กน้อยให้แลดูชัดเจนขึ้น

ช่วงอายุ 45–60 ปีขึ้นไป มีปัญหาริ้วรอยลึกและความหย่อนคล้อยที่ชัดเจน

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น โครงสร้างชั้น SMAS มักจะหย่อนตัวลง ส่งผลให้เกิดร่องน้ำหมากชัดเจน แก้มห้อยคล้อย (Jowls) และผิวบริเวณลำคอไม่เรียบเนียน

แนวทางการแก้ไข มักเหมาะกับการทำ Full Facelift ร่วมกับ Neck Lift (ดึงคอ) เพื่อปรับโครงสร้างใบหน้าและลำคอในภาพรวม ให้กลับมาแลดูกระชับและอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

ข้อควรระวังและผู้ที่อาจไม่เหมาะกับการผ่าตัด

เพื่อความปลอดภัยสูงสุดตามมาตรฐานทางการแพทย์ แพทย์อาจพิจารณาชะลอการผ่าตัดหรือแนะนำทางเลือกอื่นในกรณีดังต่อไปนี้

  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวที่ยังควบคุมไม่ได้ เช่น โรคเบาหวาน (ระดับน้ำตาลไม่คงที่), ความดันโลหิตสูงรุนแรง หรือโรคเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด
  • ผู้ที่สูบบุหรี่ แพทย์จะแนะนำให้ “งดสูบบุหรี่” อย่างน้อย 4 สัปดาห์ก่อนและหลังผ่าตัดอย่างเคร่งครัด เนื่องจากสารในบุหรี่ส่งผลโดยตรงต่อการไหลเวียนเลือด ทำให้แผลหายช้าและเสี่ยงต่อการเกิดเนื้อเยื่อตาย
  • สตรีมีครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร ควรชะลอการทำศัลยกรรมออกไปก่อน
  • ผู้ที่มีความคาดหวังไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ศัลยกรรมดึงหน้าช่วยให้ดูดีขึ้นในแบบที่เป็นคุณ แต่ไม่สามารถเปลี่ยนโครงสร้างใบหน้าให้เป็นเหมือนบุคคลอื่นได้ทั้งหมด
รีวิวผ่าตัดดึงหน้า ศัลยกรรมดึงหน้า ด้วยเอ็นโดไทน์

คำแนะนำโดยแพทย์ 

การผ่าตัดดึงหน้า
ส่วน Forehead (หน้าผาก)

แพทย์จะแนะนำผ่าตัดแบบส่องกล้อง ร่วมกับการใช้เอ็นโดไทน์ (Endotine) เพราะบริเวณหัวคิ้ว-ส่วนกลางของใบหน้าจะมีเส้นประสาทและเส้นเลือดอยู่มาก

การใช้กล้องสามารถช่วยให้มองเห็นและเลี่ยงการโดนเส้นประสาทและเส้นเลือดบริเวณนั้น ช่วยลดความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจกิดขึ้นได้ อีกทั้งการใช้เอ็นโดไทน์จะช่วยให้ยกกระชับได้นานกว่า และให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการดึงแบบธรรมดา

ความกังวลและข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ (FAQ)

การตัดสินใจดึงหน้าเป็นเรื่องสำคัญ รัตตินันท์ คลินิก เข้าใจถึงข้อกังวลที่ท่านอาจมี เราจึงรวบรวมคำถามที่พบบ่อยพร้อมคำตอบที่ชัดเจน เพื่อให้ท่านมั่นใจและมีข้อมูลครบถ้วนก่อนตัดสินใจ

นี่คือความกังวลอันดับต้น ๆ ของผู้รับบริการ ที่ รัตตินันท์ คลินิก เราให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ที่ “แลดูเป็นธรรมชาติ” เป็นหลัก

เทคนิคการผ่าตัดในปัจจุบันไม่ได้เน้นเพียงการดึงผิวหนังให้ตึงเหมือนในอดีต แต่ศัลยแพทย์จะทำการปรับจัดเรียง ชั้นกล้ามเนื้อ (SMAS) ให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ซึ่งช่วยให้ใบหน้าแลดูกระชับขึ้นโดยที่ท่านยังสามารถยิ้มและแสดงสีหน้าได้ตามปกติ ไม่ดูแข็งเกร็ง

แม้การผ่าตัดย่อมมีรอยแผล แต่ด้วยเทคนิคและความชำนาญของศัลยแพทย์ สามารถทำให้รอยแผลนั้นสังเกตเห็นได้ยาก

แพทย์จะออกแบบแนวแผลให้ซ่อนอยู่ในจุดซ่อนเร้นตามธรรมชาติ เช่น บริเวณไรผม หรือ รอยพับหลังใบหู และทำการเย็บแผลด้วยความพิถีพิถัน เมื่อแผลหายสนิทดีแล้ว รอยแผลมักจะจางลงจนกลมกลืนไปกับผิว ทำให้ยากต่อการสังเกตเห็นแม้ในระยะใกล้

โดยทั่วไปผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานประมาณ 10-15 ปี ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับช่วงอายุที่เริ่มทำ สภาพผิวเดิม และการดูแลตัวเองหลังผ่าตัด แม้เวลาผ่านไป ใบหน้าของท่านก็จะยังคงแลดูอ่อนเยาว์กว่าเมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้ทำศัลยกรรม

เพราะการดึงหน้าเป็นการแก้ไขที่โครงสร้าง จึงให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานกว่าหัตถการที่ไม่ใช่การผ่าตัด

ระหว่างการผ่าตัด ท่านจะได้รับการระงับความรู้สึกโดย วิสัญญีแพทย์ (Anesthesiologist) ดูแลการดมยาสลบ จึงไม่รู้สึกเจ็บขณะทำ หลังผ่าตัดอาจมีความรู้สึกตึงหรือระบมบ้าง ซึ่งสามารถควบคุมอาการได้ด้วยยาแก้ปวดที่แพทย์จัดให้

การพักฟื้น แนะนำให้เผื่อเวลาพักฟื้นประมาณ 1-2 สัปดาห์ สำหรับให้อาการบวมช้ำลดลง และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

สามารถทำได้ และมักเป็นที่นิยมเพื่อการดูแลใบหน้าแบบองค์รวม เช่น การทำร่วมกับ การทำตาสองชั้น การตัดถุงใต้ตา หรือ การฉีดไขมันเติมเต็มใบหน้า ซึ่งแพทย์จะช่วยวางแผนลำดับการรักษาที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุดให้กับท่าน

ศัลยกรรมดึงหน้าไม่ได้หยุดความแก่ แต่จะทำให้คุณดูอ่อนกว่าวัยอย่างยั่งยืน หลังจาก 10-15 ปี หากต้องการ สามารถทำซ้ำได้ แต่หลายคนไม่จำเป็นต้องทำซ้ำเลย

ใช่ แต่เทคนิคจะปรับให้เหมาะกับเพศ ผู้ชายต้องรักษาความแข็งแกร่งของกรอบหน้า และต้องพิจารณาเรื่องเครา ศัลยแพทย์จะออกแบบให้เหมาะสมกับลักษณะเฉพาะของแต่ละเพศ

ขั้นตอนการเตรียมตัวและการผ่าตัด

การตัดสินใจดึงหน้าเป็นเรื่องสำคัญ รัตตินันท์ คลินิก เข้าใจถึงข้อกังวลที่ท่านอาจมี เราจึงรวบรวมคำถามที่พบบ่อยพร้อมคำตอบที่ชัดเจน เพื่อให้ท่านมั่นใจและมีข้อมูลครบถ้วนก่อนตัดสินใจ

1. การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด

เพื่อให้ร่างกายมีความพร้อมที่สุด แพทย์จะแนะนำแนวทางปฏิบัติตัวล่วงหน้าประมาณ 2-4 สัปดาห์ ดังนี้

  • การตรวจสุขภาพ ท่านจะได้รับการตรวจเลือด (CBC, การแข็งตัวของเลือด) และตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป เพื่อประเมินความพร้อมของร่างกาย
  • งดยาและวิตามิน งดยาที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน (Aspirin), ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs รวมถึงวิตามินอี, น้ำมันปลา และสมุนไพรบางชนิด อย่างน้อย 2 สัปดาห์
  • งดสูบบุหรี่ (สำคัญมาก) ควรงดสูบบุหรี่อย่างน้อย 4 สัปดาห์ก่อนและหลังผ่าตัด เพื่อป้องกันภาวะเนื้อเยื่อขาดเลือด ซึ่งจะช่วยให้แผลสมานตัวได้ดีและลดโอกาสเกิดแผลเป็น
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด

2. ขั้นตอนในวันผ่าตัด

  • การเตรียมตัว ควรอาบน้ำสระผมให้สะอาด งดแต่งหน้า และสวมเสื้อผ้าที่มีกระดุมหน้าเพื่อความสะดวกในการเปลี่ยนชุด
  • การระงับความรู้สึก เพื่อความปลอดภัยและความสบายของผู้รับบริการ การผ่าตัดจะดำเนินการภายใต้การดูแลของ วิสัญญีแพทย์ (Anesthesiologist) โดยใช้การดมยาสลบ (General Anesthesia) ท่านจึงไม่รู้สึกเจ็บในขณะทำหัตถการ
  • กระบวนการผ่าตัด ศัลยแพทย์จะทำการผ่าตัดตามแผนที่วางไว้ ในห้องผ่าตัดที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน AACI ซึ่งมีการควบคุมความสะอาดและระบบปลอดเชื้ออย่างเคร่งครัด ใช้เวลาประมาณ 4-6 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของหัตถการ)

3. การดูแลหลังผ่าตัด

การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดเป็นช่วงเวลาสำคัญเพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด ดังนี้

  • การพักฟื้น ใน 24 ชั่วโมงแรก จะมีการพันผ้าเพื่อช่วยพยุงกรอบหน้าและลดอาการบวม แนะนำให้นอนหนุนหมอนสูง (2-3 ใบ) ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก เพื่อช่วยลดบวม
  • การประคบ ให้ประคบเย็นบริเวณแก้มและหน้าผากในช่วง 3 วันแรก เพื่อลดอาการบวมช้ำ หลังจากนั้นเปลี่ยนเป็นประคบอุ่นตามคำแนะนำของแพทย์
  • การดูแลแผล ระมัดระวังไม่ให้แผลโดนน้ำจนกว่าจะตัดไหม แพทย์จะนัดติดตามอาการและตัดไหมภายใน 7-14 วัน
  • ข้อควรระวัง งดการออกกำลังกายหนัก การก้มหน้าต่ำนาน ๆ และหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดในช่วง 1 เดือนแรก

(ทางคลินิกจะมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำและติดตามอาการของท่านอย่างใกล้ชิดตลอดระยะเวลาการพักฟื้น เพื่อให้ท่านคลายกังวลในทุกขั้นตอน)

ทำไมต้อง 360 body contouring

ทำไมต้องปรึกษาเรื่องดึงหน้าที่ “รัตตินันท์ คลินิก”

การตัดสินใจดึงหน้า คือการลงทุนกับ “ความมั่นใจ” ครั้งสำคัญ ที่ รัตตินันท์ คลินิก เราไม่ได้มองว่าเราเป็นเพียงสถานพยาบาล แต่เราคือ “Partner” ที่พร้อมดูแลและให้คำปรึกษาอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ออกมาคุ้มค่าและปลอดภัยสำหรับท่านที่สุด ด้วยเหตุผลสำคัญดังนี้

1. มาตรฐาน AACI

ความปลอดภัยคือหัวใจสำคัญที่เรายึดถือ รัตตินันท์ คลินิก ได้รับการรับรองมาตรฐาน AACI (American Accreditation Commission International) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลจากสหรัฐอเมริกา ที่รับรองคุณภาพและความปลอดภัยของผู้รับบริการ (Patient Safety) ครอบคลุมทั้งระบบห้องผ่าตัด การป้องกันการติดเชื้อ และการดูแลในภาวะฉุกเฉิน ท่านจึงมั่นใจได้ว่าทุกขั้นตอนอยู่ภายใต้การดูแลที่ได้มาตรฐาน

2. ดูแลโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง

การดึงหน้าเป็นงานที่ต้องอาศัยทั้ง “ศาสตร์ทางการแพทย์” และ “ศิลปะ” นำทีมโดย น.ต.นพ. จตุพร ซื่อสัตย์ ศัลยแพทย์ตกแต่ง (Plastic Surgeon) ผู้ผ่านการอบรมและมีประสบการณ์ในการดูแลคนไข้

แพทย์ไม่เพียงแค่มีความเข้าใจลึกซึ้งในกายวิภาคของใบหน้า (Anatomy) แต่ยังมีมุมมองทางศิลปะที่ประณีต (Artistry) เพื่อออกแบบให้ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์โดยยังคงเอกลักษณ์ความเป็นตัวตนของท่านไว้อย่างครบถ้วน

ทีมแพทย์ศัลยกรรมใบหน้า
ที่ รัตตินันท์ คลินิก

น.ต.นพ. จตุพร ซื่อสัตย์
ศัลยแพทย์ตกแต่ง

ศัลยศาสตร์ตกแต่งและเสริมสร้าง

3. การออกแบบเฉพาะบุคคล

การดึงหน้าเป็นงานที่ต้องอาศัยทั้ง “ศาสตร์ทางการแพทย์” และ “ศิลปะ” นำทีมโดย น.ต.นพ. จตุพร ซื่อสัตย์ ศัลยแพทย์ตกแต่ง (Plastic Surgeon) ผู้ผ่านการอบรมและมีประสบการณ์ในการดูแลคนไข้

แพทย์ไม่เพียงแค่มีความเข้าใจลึกซึ้งในกายวิภาคของใบหน้า (Anatomy) แต่ยังมีมุมมองทางศิลปะที่ประณีต (Artistry) เพื่อออกแบบให้ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์โดยยังคงเอกลักษณ์ความเป็นตัวตนของท่านไว้อย่างครบถ้วน

ศัลยกรรมดึงหน้า เอ็นโดไทน์
ศัลยกรรมดึงหน้า เอ็นโดไทน์
ศัลยกรรมดึงหน้า เอ็นโดไทน์ ส่วนไหนได้บ้าง

4. การสื่อสารที่ให้เกียรติและตรงไปตรงมา

เรายึดมั่นในจรรยาบรรณวิชาชีพ การให้คำปรึกษาของเราจึงเน้นความจริงใจ

  • หากท่านยังไม่จำเป็นต้องผ่าตัด หรือมีทางเลือกอื่นที่เหมาะสมกว่า แพทย์จะแจ้งให้ทราบอย่างตรงไปตรงมา
  • เราเคารพในความเป็นส่วนตัว และการตัดสินใจของท่าน พร้อมตอบทุกข้อซักถามโดยไม่มีการกดดัน เพื่อให้ท่านตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้องและสบายใจที่สุด

5. ทำเลที่ตั้งใจกลางเมือง

รัตตินันท์ คลินิก ตั้งอยู่ที่อาคารสิทธิวรกิจ (The Fifth 5th) ชั้น 12A ถนนสีลม (ย่านธุรกิจใจกลางกรุงเทพฯ)

  • เดินทางสะดวกสบายด้วยรถไฟฟ้า BTS สถานีศาลาแดง หรือ MRT สถานีสีลม
  • มีพื้นที่จอดรถรองรับสำหรับผู้ที่นำรถส่วนตัวมา
  • บรรยากาศคลินิกมีความเป็นส่วนตัว สะอาด และผ่อนคลาย

บทสรุป เริ่มต้นเส้นทางความอ่อนเยาว์อย่างมั่นใจ

ความหย่อนคล้อยอาจเป็นเรื่องของเวลา แต่การดูแลตัวเองให้ดูดีสมวัย อย่าง “ดึงหน้า” คือสิ่งที่ท่านเลือกได้ หากท่านกำลังมองหาการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน ปลอดภัย และดูแลโดยทีมแพทย์ที่ใส่ใจในรายละเอียด รัตตินันท์ คลินิก พร้อมต้อนรับและดูแลท่าน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือนัดหมายปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินโครงหน้าได้ที่นี่