โดนเรียกว่าหน้าบาน เพราะมีกรอบหน้าไม่ชัด หรือมีไขมันสะสมบริเวณคาง อาจส่งผลต่อความมั่นใจในหลายโอกาส ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพ พบปะผู้คน หรือใช้ชีวิตประจำวัน การดูดไขมันเหนียง ไม่ได้มุ่งเพียงแค่การลดไขมันใต้คางเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมให้ใบหน้าดูเรียวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ภายใต้การดูแลโดยแพทย์และเทคโนโลยีที่ได้มาตรฐาน
การดูดไขมันเหนียงมุ่งเน้นความปลอดภัยของเนื้อเยื่อรอบข้าง พร้อมออกแบบตามลักษณะเฉพาะของแต่ละบุคคล เพื่อผลลัพธ์ที่กลมกลืนกับโครงหน้า
ดูดไขมันเหนียง เหมาะกับใคร?
เช็กตัวเองว่าคุณเหมาะกับหัตถการนี้หรือไม่
แม้การดูดไขมันเหนียงจะเป็นหัตถการที่ปลอดภัยและไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ แต่ก็ไม่ได้เหมาะกับทุกคน การประเมินเบื้องต้นว่าคุณเหมาะกับการดูดไขมันเหนียงหรือไม่ จึงเป็นสิ่งสำคัญก่อนตัดสินใจ
คุณอาจเหมาะกับหัตถการนี้ หากมีลักษณะดังนี้
- มีไขมันสะสมใต้คางชัดเจน แต่ไม่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมาก
- กรอบหน้าเริ่มไม่ชัด แม้รูปร่างจะไม่ได้อ้วน
- อายุระหว่าง 25–50 ปี ผิวยังมีความยืดหยุ่นดี
- ต้องการปรับรูปหน้าช่วงล่างให้คมชัดขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่
- ไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นข้อห้าม เช่น เบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ ภาวะเลือดแข็งตัวผิดปกติ แพ้ยาชา
หากคุณไม่แน่ใจว่าอยู่ในเกณฑ์เหล่านี้หรือไม่ สามารถเข้ารับการประเมินกับแพทย์เพื่อวางแผนหัตถการอย่างเหมาะสม
ในบางกรณี การใช้เทคโนโลยีดูดไขมันร่วมกับการกระชับผิว เช่น J-Plasma หรือ BodyTite อาจให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการดูดไขมันเพียงอย่างเดียว
จุดเด่นของการดูดไขมันเหนียงคือ
- ไม่ต้องวางยาสลบ ใช้เพียงยาชาเฉพาะจุดร่วมกับยานอนหลับเล็กน้อย
- แผลขนาดเล็ก
- ใช้เวลาทำไม่นาน โดยเฉลี่ย 45–60 นาที และกลับบ้านได้ในวันเดียว
- เทคโนโลยีสมัยใหม่สามารถดูดไขมันพร้อมกระชับผิวในขั้นตอนเดียว
- เห็นผลลัพธ์เบื้องต้นภายใน 7 วัน และเข้าที่ชัดเจนใน 1–3 เดือน
ผู้ที่ไม่พร้อมสำหรับศัลยกรรมดึงหน้าแบบเต็มรูปแบบ หรือยังไม่มีความหย่อนคล้อยในระดับที่รุนแรง สามารถใช้วิธีนี้เพื่อรีเฟรชรูปหน้า ให้ดูอ่อนเยาว์ และคงความเป็นธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
วิธีดูดไขมันเหนียงแต่ละเทคโนโลยี ต่างกันอย่างไร
พร้อมคุณสมบัติของหัว Cannula ที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำและลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ
1. MicroAire PAL (Power-Assisted Liposuction)
- ใช้หัวดูดไขมันแบบ Micro Cannula ที่มีขนาดเล็กมาก (มักใช้ 2–3 mm)
- ตัวหัว Cannula มีระบบสั่น (oscillating tip) ทำงานด้วยมอเตอร์ในเครื่อง MicroAire
- การสั่นนี้ช่วยให้ไขมันหลุดออกจากเนื้อเยื่อได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องออกแรงกด
ข้อดี
- ลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อรอบข้าง
- แผลมีขนาดเล็ก
- เหมาะกับบริเวณที่ละเอียดอ่อน เช่น เหนียง ใต้คาง และขอบกราม
- ลดความเมื่อยล้าของแพทย์ ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการกำหนดทิศทางและปริมาณการดูดไขมัน
2. BodyTite / FaceTite (Radio Frequency Assisted Lipolysis)
- ใช้หัว Cannula แบบ 2 ขั้ว (bipolar RF) คือมีขั้วภายในร่างกายและขั้วภายนอก
- หัวภายในจะปล่อยคลื่น RF ออกไปละลายไขมัน พร้อมกระตุ้นการหดตัวของเนื้อเยื่อ
- ปลาย Cannula มี temperature sensor เพื่อควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสม
ข้อดี
- สามารถละลายไขมันและยกกระชับผิวในขั้นตอนเดียว
- ลดความเสี่ยงผิวไหม้ เพราะมีระบบควบคุมอุณหภูมิแบบเรียลไทม์
- หัวมีขนาดเล็กพิเศษ (FaceTite) สำหรับใช้บริเวณใบหน้าและเหนียงโดยเฉพาะ
3. J-Plasma (Renuvion®)
- ไม่ได้ใช้หัว Cannula แบบดูดไขมันโดยตรง แต่ใช้หัวปล่อยพลังงานพลาสมา (plasma handpiece)
- หัวปลายมีระบบปล่อย ก๊าซฮีเลียม ผสมกับคลื่น RF เพื่อสร้างพลังงานพลาสมาเย็น
- ความแม่นยำสูงมาก เนื่องจากพลังงานกระจุกเฉพาะจุด ไม่มีผลกระทบกับเนื้อเยื่อรอบข้าง
ข้อดี
- เหมาะสำหรับกระชับผิวภายในหลังดูดไขมัน โดยไม่ต้องผ่าตัดหรือดึงหน้า
- หัวแคบ ใช้งานได้แม้ในพื้นที่เล็ก เช่น ใต้คางหรือข้างกราม
- ช่วยให้ผิวหดตัวได้แนบสนิทกว่าเทคโนโลยีกระชับผิวแบบเดิม
การเลือกใช้หัวดูดไขมันที่เหมาะสมกับบริเวณเหนียงมีผลโดยตรงกับผลลัพธ์ ทั้งในแง่ของความเรียบเนียนของผิว ความเจ็บช้ำ และความเร็วในการฟื้นตัว
ที่รัตตินันท์ คลินิก แพทย์จะเลือกชนิดของหัว Cannula และเทคโนโลยีที่เหมาะกับโครงสร้างของคนไข้แต่ละราย เพื่อผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์และเป็นธรรมชาติ
รายละเอียด ดูดไขมัน (Liposuction) รัตตินันท์ คลินิก
แพทย์ตรวจประเมินใบหน้า
แนะนำเทคนิคและเครื่องที่เหมาะกับแต่ละบุคคล
เตรียมร่างกายก่อนผ่าตัด
ตรวจสุขภาพและให้คำแนะนำการดูแลตัวเองล่วงหน้า
วิเคราะห์ชั้นไขมันและความยืดหยุ่นผิว
แพทย์วาดแนวการดูดไขมัน
เทคนิค Facial Design
กรณีใช้ยาสลบแบบอ่อน Twilight จะดูแลโดยวิสัญญีแพทย์
ติดตามชีพจร ความดัน ออกซิเจนอย่างใกล้ชิดตลอดการผ่าตัด
Rattinan Care
หลังดูดไขมันจะมีการพักฟื้น ดูแลแผล ใส่ชุดกระชับตามคำแนะนำ และติดตามผลกับแพทย์อย่างต่อเนื่องเพื่อผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและเห็นชัดเจน
ค่าใช้จ่ายในการดูดไขมันเหนียง
ค่าใช้จ่ายในการ ดูดไขมันเหนียง เริ่มต้นที่ 39,000 บาท สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและโปรโมชั่นล่าสุด สามารถตรวจสอบได้ที่ ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
การดูดไขมันไม่ใช่แค่เรื่องของรูปร่าง แต่คือการสร้างสมดุลที่เข้ากับโครงสร้างร่างกายของคุณอย่างพอดี ด้วยการวางแผนอย่างปลอดภัยและเป็นธรรมชาติ
รวมภาพ Before vs After ดูดไขมัน รัตตินันท์ คลินิก
เหนียงคืออะไร? ไขมันใต้คางมาจากไหน ลดด้วยวิธีธรรมชาติได้จริงหรือไม่
สาเหตุหลักของการเกิดเหนียง
เหนียง หรือไขมันสะสมใต้คาง เป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้ทั้งในคนผอมหรืออ้วน โดยไม่จำเป็นต้องมีน้ำหนักตัวเกินเสมอไป ตำแหน่งของเหนียงจะอยู่บริเวณใต้คางถึงช่วงต้นคอ มีลักษณะเป็นก้อนนิ่มหรือเนื้อส่วนเกินที่ทำให้เส้นกรอบหน้าดูไม่ชัด
ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดเหนียง ได้แก่
- พันธุกรรม หากมีคนในครอบครัวที่มีไขมันสะสมบริเวณนี้ ก็มีแนวโน้มที่จะเกิดเหนียงได้มากกว่าคนทั่วไป
- อายุที่เพิ่มขึ้น ผิวหนังและกล้ามเนื้อบริเวณใต้คางจะสูญเสียความยืดหยุ่นตามวัย ทำให้เกิดการหย่อนคล้อยและไขมันเคลื่อนตัวลงมา
- พฤติกรรมการใช้ชีวิต การนั่งทำงานหน้าจอเป็นเวลานาน การก้มคอซ้ำ ๆ และการไม่ดูแลสรีระลำคอ สามารถทำให้เกิดไขมันสะสมและผิวหลวมได้
- น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น เมื่อร่างกายสะสมไขมันมากขึ้น ไขมันมักจะไปสะสมในบริเวณที่ลดได้ยาก เช่น คอ เหนียง หรือแก้มล่าง
แม้ว่าสาเหตุหลักบางประการจะควบคุมไม่ได้ เช่น พันธุกรรมหรืออายุ แต่การเข้าใจปัจจัยเหล่านี้สามารถช่วยให้วางแผนดูแลหรือรักษาได้เหมาะสมยิ่งขึ้น
ทำไมการออกกำลังกายไม่ช่วยลดเหนียงเสมอไป
หลายคนพยายามลดเหนียงด้วยการออกกำลังกาย ลดน้ำหนัก หรือฝึกโยคะใบหน้า แต่ผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่เป็นไปตามที่หวัง สาเหตุเพราะ
- ไขมันเหนียงเป็นไขมันเฉพาะจุด ซึ่งมีแนวโน้มดื้อต่อการเผาผลาญ
- การออกกำลังกายลดไขมันได้ทั่วร่างกาย แต่ไม่สามารถกำหนดให้ลดเฉพาะจุดใดจุดหนึ่งได้
- หากผิวหนังใต้คางหย่อนคล้อยร่วมด้วย การลดน้ำหนักอาจทำให้ผิวยิ่งย้อยมากขึ้น
- กล้ามเนื้อใต้คาง (Platysma) มักไม่กระชับง่ายเหมือนกล้ามเนื้อส่วนอื่น
ดังนั้น แม้ออกกำลังกายหรือควบคุมอาหารอย่างเข้มงวด ก็อาจไม่สามารถลดเหนียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงมีหลายคนเลือกหัตถการทางการแพทย์ที่ปลอดภัยเพื่อช่วยแก้ไขในจุดนี้อย่างตรงจุดมากกว่า
ผลกระทบของเหนียงต่อภาพลักษณ์และความมั่นใจ
แม้เหนียงจะไม่ใช่ปัญหาด้านสุขภาพโดยตรง แต่กลับส่งผลอย่างมากต่อภาพลักษณ์และบุคลิกภาพ เช่น
- ทำให้ใบหน้าดูบาน ไม่คมชัด โดยเฉพาะเวลาหันข้างหรือถ่ายภาพ
- ส่งผลต่อความมั่นใจในการเข้าสังคม การทำงาน หรือแม้แต่การแต่งตัว
- บางคนรู้สึกแก่กว่าวัย เพราะเหนียงมักเกี่ยวข้องกับผิวหย่อนคล้อย
- อาจสร้างความรู้สึกไม่พอใจในตัวเอง แม้รูปร่างโดยรวมจะผอม
การมีกรอบหน้าชัดเจนจึงไม่ใช่แค่เรื่องความงาม แต่ยังเป็นส่วนสำคัญของความมั่นใจ และเสริมบุคลิกให้ดูสุขภาพดี มีพลัง และอ่อนเยาว์อยู่เสมอ
ขั้นตอนการดูดไขมันเหนียงที่รัตตินันท์ คลินิก
ก่อนเข้ารับการดูดไขมันเหนียงที่รัตตินันท์ คลินิก ผู้รับบริการทุกท่านจะได้รับการประเมินโดยละเอียดจากแพทย์ เพื่อวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าอย่างแม่นยำ ไม่ใช่เพียงดูจากภายนอกเท่านั้น แต่ใช้เทคโนโลยีร่วมด้วย
ขั้นตอนการประเมินก่อนทำ ได้แก่
- วิเคราะห์ปริมาณและตำแหน่งของไขมันใต้คาง และแนวกรอบหน้า
- ตรวจความยืดหยุ่นของผิว เพื่อประเมินว่าจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีกระชับผิวร่วมด้วยหรือไม่
- ใช้การตรวจวิเคราะห์ภาพถ่ายในหลายมุม
- พิจารณาอายุ ลักษณะกระดูกกราม และกล้ามเนื้อใต้คาง (Platysma)
- ตรวจสอบประวัติสุขภาพ เช่น การใช้ยา โรคประจำตัว ภาวะเลือดแข็งตัว และการแพ้ยา
- ให้คำแนะนำอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับผลลัพธ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้
การประเมินโดยแพทย์ที่ชำนาญ จะช่วยให้สามารถวางแผนดูดไขมันเหนียงแบบ เฉพาะบุคคล ได้อย่างแม่นยำ ให้ผลลัพธ์ที่สวยงามและปลอดภัย
แม้การดูดไขมันเหนียงจะเป็นหัตถการที่ไม่ต้องพักฟื้นยาวเหมือนการผ่าตัดใหญ่ แต่ก็มีช่วงเวลาที่ร่างกายต้องปรับตัวและฟื้นฟูหลังทำเช่นกัน ซึ่งหากเข้าใจลำดับเวลาและผลลัพธ์ที่ค่อย ๆ เกิดขึ้น จะช่วยให้คุณวางแผนชีวิตและการดูแลตัวเองได้ดีขึ้น
การดูดไขมันเหนียงที่รัตตินันท์ คลินิกจะทำในห้องหัตถการที่ได้มาตรฐานเดียวกับโรงพยาบาล โดยมีทีมวิสัญญีแพทย์ดูแลความปลอดภัยตลอดกระบวนการ (หากผู้รับบริการประสงค์จะดมยาสลบหรือ ยาสลบแบบอ่อน Twilight Sedation)
ลำดับขั้นตอนในวันทำจริง
- แพทย์ทำการวาดแนวบริเวณที่ต้องดูดไขมัน (Marking)
- ทำความสะอาดผิวและฉีดยาชาเฉพาะจุด
- สอดหัว Cannula ขนาดเล็กของเครื่อง MicroAire หรือ FaceTite เข้าบริเวณใต้คาง หากจำเป็น แพทย์อาจผสานการใช้ J-Plasma เพื่อกระชับผิวชั้นลึก
- ดูดไขมันอย่างแม่นยำตามแนวโครงหน้า โดยหลีกเลี่ยงการกระทบเส้นประสาท
- ตรวจความเรียบของผิวและกระชับผิวซ้ำในขั้นตอนสุดท้าย
- เย็บแผลด้วยไหมละลาย (ขนาดประมาณ 2–3 มม.) และปิดแผลด้วยแผ่นกันน้ำ
ระหว่างทำคนไข้จะไม่รู้สึกเจ็บ และใช้เวลาโดยเฉลี่ยประมาณ 45–60 นาที ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันและเทคโนโลยีที่ใช้ร่วม
หลังการดูดไขมันเหนียง ผู้รับบริการสามารถกลับบ้านได้ในวันเดียว โดยมีคำแนะนำในการดูแลตัวเองเพื่อให้ฟื้นตัวได้เร็ว และผลลัพธ์ออกมาสวยที่สุด
ระยะเวลาและการดูแลหลังทำ
ระยะเวลา | สิ่งที่ต้องปฏิบัติ | สิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้น |
วันแรก – 3 วัน | ใส่สายรัดใต้คางตลอด 24 ชั่วโมง ประคบเย็นบ่อยครั้ง | บวมเล็กน้อย รู้สึกตึงบริเวณใต้คาง |
วันที่ 4 – 7 | ถอดสายรัดบางช่วงเวลา ถอนไหม เข้ารับการตรวจติดตาม | เริ่มเห็นกรอบหน้าชัดขึ้นประมาณ 40–60% |
สัปดาห์ที่ 2 | เริ่มนวดเบา ๆ บริเวณใต้คาง ดื่มน้ำมากขึ้น | อาการบวมลดลงอย่างต่อเนื่อง ผิวเริ่มเข้ารูป |
สัปดาห์ที่ 3 – เดือนที่ 1 | ทำทรีตเมนต์กระชับผิวร่วม เช่น RF, Skin booster | รูปหน้าเรียวชัด ปรับเข้ากับโครงกระดูก |
เดือนที่ 2 – 3 | เข้าสู่ระยะผลลัพธ์สมบูรณ์ (Final Result) | ผิวกระชับ กรอบหน้าชัดเป็นธรรมชาติ |
รัตตินันท์ คลินิกมี Aftercare Program ที่ดูแลโดยพยาบาลและทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด พร้อมระบบติดตามผลผ่าน LINE OA และแนะนำการดูแลรายบุคคล เพื่อให้ทุกเคสได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดอย่างปลอดภัย
ผลลัพธ์หลังดูดไขมันเหนียง ใช้เวลาฟื้นตัวนานแค่ไหน?
เคล็ดลับการดูแลให้เห็นผลเร็วและชัดเจน
แม้เทคโนโลยีจะเป็นหัวใจสำคัญของผลลัพธ์ แต่การดูแลตัวเองหลังทำอย่างถูกต้องก็เป็นปัจจัยที่ช่วยให้ผลลัพธ์เกิดเร็วและคงอยู่ยาวนาน
เคล็ดลับที่แนะนำโดยทีมแพทย์รัตตินันท์ คลินิก
- ใส่สายรัดใต้คาง อย่างต่อเนื่องใน 3 วันแรก และใส่ระยะยาวตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อให้ผิวกระชับแนบแน่นกับชั้นกล้ามเนื้อ
- ประคบเย็นเบา ๆ ในช่วง 48 ชั่วโมงแรก เพื่อลดอาการบวมและป้องกันการช้ำ
- นอนยกศีรษะ สูงเล็กน้อยในช่วง 1 สัปดาห์แรก เพื่อลดแรงดันในบริเวณใบหน้าและคอ
- หลีกเลี่ยงการออกแรงหรือออกกำลังกายหนัก อย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพื่อไม่ให้เลือดคั่งในบริเวณที่ทำ
- งดบุหรี่และแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 1–2 สัปดาห์ เพื่อให้ร่างกายฟื้นฟูและสร้างเนื้อเยื่อใหม่ได้ดี
- ดื่มน้ำมาก ๆ และพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อช่วยระบบน้ำเหลืองและลดอาการบวม
- เข้ารับการนวดระบายน้ำเหลืองเบา ๆ ตามคำแนะนำของคลินิก จะช่วยให้บวมลดไวและเนื้อเยื่อเข้าที่เร็วขึ้น
- ติดตามผลกับแพทย์ตามนัดทุกครั้ง เพื่อประเมินความคืบหน้า และรับคำแนะนำเฉพาะบุคคล
ที่รัตตินันท์ คลินิก ทีม Aftercare จะคอยติดตามอาการอย่างใกล้ชิด พร้อมให้คำแนะนำการดูแลแบบรายบุคคล เพื่อให้คุณได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
ข้อควรระวัง และใครบ้างที่ควรเลี่ยงการดูดไขมันเหนียง
ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น และวิธีป้องกัน
แม้ว่าการดูดไขมันเหนียงจะเป็นหัตถการที่ปลอดภัยและเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย แต่ก็ยังมีความเสี่ยงบางประการที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะหากไม่ได้รับการดูแลจากทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์ หรือหากละเลยการดูแลหลังทำ
ความเสี่ยงที่อาจพบได้ เช่น
- อาการบวมและรอยช้ำ พบบ่อยในช่วง 3–7 วันแรกหลังทำ และจะค่อย ๆ จางลงตามธรรมชาติ
- ผิวไม่เรียบ หรือเกิดคลื่นใต้ผิวหนัง มักเกิดในกรณีดูดไขมันไม่สม่ำเสมอ หรือไม่มีการกระชับผิวร่วม
- ผิวหย่อนคล้อยหลังดูด หากไขมันถูกเอาออกมากเกินไป โดยไม่มีการเสริมเทคโนโลยีช่วยกระชับผิว
- การบาดเจ็บของเส้นประสาทเล็กใต้คาง พบได้น้อยมาก แต่สามารถป้องกันได้ด้วยเทคนิคที่แม่นยำและการใช้หัว Cannula ขนาดเล็ก
- ติดเชื้อหรือเกิดการอักเสบ สามารถป้องกันได้ด้วยการทำในสถานพยาบาลที่ปลอดเชื้อ และดูแลแผลอย่างถูกวิธี
วิธีป้องกันความเสี่ยงเหล่านี้
- เลือกทำกับแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์สูง และคลินิกที่ได้มาตรฐานโรงพยาบาล
- เลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับลักษณะผิว เช่น FaceTite หรือ J-Plasma เพื่อช่วยกระชับผิวหลังดูดไขมัน
- ปฏิบัติตามคำแนะนำในการดูแลหลังทำอย่างเคร่งครัด เช่น การใส่สายรัด การนอนยกศีรษะ และการนวดระบายน้ำเหลือง
- เข้าติดตามผลตามนัดทุกครั้ง เพื่อให้แพทย์สามารถประเมินความเรียบร้อยของเนื้อเยื่อและผิวได้อย่างต่อเนื่อง
โรคประจำตัวที่ต้องแจ้งแพทย์ก่อนทำ
แม้การดูดไขมันเหนียงจะเป็นหัตถการขนาดเล็กที่ไม่ต้องใช้ยาสลบ แต่ก็ยังต้องพิจารณาความปลอดภัยอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือกำลังใช้ยาบางชนิด
ผู้ที่ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำ ได้แก่
- ผู้ป่วยเบาหวาน โดยเฉพาะถ้าควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้ดี
- ผู้ที่มีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด เช่น ฮีโมฟีเลีย หรือใช้ยาต้านเกล็ดเลือด (aspirin, warfarin)
- ผู้ที่แพ้ยาชา หรือเคยมีประวัติแพ้ยากลุ่มยานอนหลับ
- ผู้ที่มีโรคหัวใจ หรือความดันโลหิตสูงที่ยังควบคุมไม่ดี
- ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร (ควรเลื่อนการทำหัตถการออกไปก่อน)
รัตตินันท์ คลินิกให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรก โดยก่อนเข้ารับบริการจะมีการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และวางแผนการรักษาร่วมกับวิสัญญีแพทย์อย่างรอบคอบ เพื่อให้มั่นใจได้ว่า ทุกเคสจะได้รับการดูแลอย่างปลอดภัยที่สุด
ทีมแพทย์ดูดไขมัน
ที่ รัตตินันท์ คลินิก
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับดูดไขมันเหนียง (FAQ)
โดยทั่วไป การดูดไขมันเหนียงจะใช้ ยาชาเฉพาะจุดร่วมกับยานอนหลับชนิดอ่อน (IV Sedation) ทำให้ผู้รับบริการไม่รู้สึกเจ็บในระหว่างทำ หลังจากยาหมดฤทธิ์ อาจมีความรู้สึกตึงหรือระบมเล็กน้อยบริเวณใต้คาง คล้ายกับอาการปวดเมื่อยหลังออกกำลังกาย
อาการเหล่านี้มักบรรเทาลงภายใน 2–3 วัน และสามารถควบคุมได้ด้วยยาแก้ปวดชนิดอ่อนที่แพทย์สั่ง ผู้รับบริการส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่า “เจ็บน้อยกว่าที่คิด และรู้สึกไม่สบายเพียงระยะสั้นเท่านั้น”
ผลลัพธ์ของการดูดไขมันเหนียงถือว่า ถาวรในระดับหนึ่ง เนื่องจากเซลล์ไขมันที่ถูกดูดออกไปจะไม่สามารถสร้างขึ้นใหม่ได้ อย่างไรก็ตาม หากน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากในอนาคต ไขมันอาจกลับมาสะสมบริเวณเดิมได้บางส่วน
หากควบคุมน้ำหนักให้คงที่ และดูแลสุขภาพโดยรวมให้ดี ผลลัพธ์จากการดูดไขมันสามารถอยู่ได้ยาวนานหลายปี โดยเฉพาะในเคสที่ใช้เทคโนโลยีกระชับผิวร่วมด้วย เช่น FaceTite หรือ J-Plasma จะช่วยให้ผิวแนบกระชับและอยู่ทรงได้นานยิ่งขึ้น
แม้จะเป็นหัตถการที่ใช้เวลาทำเพียงประมาณ 1 ชั่วโมง และสามารถกลับบ้านได้ในวันเดียว แต่ก็ยังมีช่วงพักฟื้นเล็กน้อย
- วันแรก–3 วันแรก แนะนำให้หลีกเลี่ยงการออกแรง นอนยกศีรษะ และใส่สายรัดใต้คางตลอดเวลา
- วันที่ 4–7 อาการบวมลดลงชัดเจน สามารถเริ่มทำงานเบา ๆ หรือกิจวัตรทั่วไปได้
- หลังสัปดาห์แรก เข้ารูปมากขึ้น และใช้ชีวิตได้ตามปกติ
โดยรวมแล้ว ผู้รับบริการส่วนใหญ่มักใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 3–7 วัน และสามารถกลับไปทำงานหรือใช้ชีวิตได้เร็วโดยไม่กระทบกิจกรรมหลัก
การดูดไขมันเหนียงเหมาะกับผู้ที่มีอายุประมาณ 25–50 ปี ซึ่งผิวยังมีความยืดหยุ่นดี และไขมันใต้คางยังไม่สะสมลึกจนเกินไป หากอายุมากกว่านี้ แต่ยังมีผิวที่แข็งแรง และไม่มีโรคประจำตัวรุนแรง ก็สามารถเข้ารับหัตถการได้ภายใต้การประเมินจากแพทย์
ในผู้ที่อายุน้อยกว่า 25 ปี หากมีไขมันเหนียงจากพันธุกรรม ก็สามารถทำได้เช่นกัน โดยแพทย์จะพิจารณาจากโครงสร้างใบหน้า ความยืดหยุ่นของผิว และความคาดหวังของผลลัพธ์เป็นหลัก
หลังจาก ดูดไขมันเหนียง อาการบวมจะลดลงอย่างชัดเจนในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก โดยในบางกรณีอาจใช้เวลานานถึง 4-6 สัปดาห์สำหรับการหายบวมเต็มที่
การใส่ผ้ารัดหน้า แนะนำให้ทำต่อเนื่องในช่วง 3-7 วันแรก หลังจากนั้นสามารถลดระยะเวลาการใส่ลงเพียงวันละ 12 ชั่วโมง 1-3 เดือนหรือตามคำแนะนำของแพทย์
การใส่ชุดกระชับหลังการดูดไขมันเหนียงจะช่วยกระชับผิว ป้องกันการหย่อนคล้อย ลดบวม และลดการคั่งของของเหลวในบริเวณที่รักษา ช่วยให้ผลลัพธ์เรียบเนียนและยืดหยุ่นได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังลดโอกาสเกิดแผลเป็นและเสริมความสบายระหว่างการฟื้นตัว
ดูดไขมันเหนียงไม่ควรนอนตะแคง เนื่องจากควรนอนหงายในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกเพื่อป้องกันการกดทับบริเวณที่ดูดไขมัน
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผัก ผลไม้ และโปรตีนที่ช่วยฟื้นฟูร่างกาย
- หลีกเลี่ยงอาหารที่มีโซเดียมสูงเพื่อลดการบวม
- เริ่มออกกำลังกายเบา ๆ ได้หลังจาก 2-3 สัปดาห์ และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ใช้แรงมากจนกว่าจะครบ 4-6 สัปดาห์
การ ดูดไขมันเหนียง ช่วยปรับกรอบหน้าให้ชัดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ ไม่ต้องพักฟื้นนาน และเห็นผลลัพธ์ได้ในเวลาอันรวดเร็ว เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันใต้คางแต่ผิวยังยืดหยุ่นดี เทคโนโลยีใหม่ช่วยกระชับผิวทันที ลดความเสี่ยงเรื่องผิวหย่อนหลังทำ หากคุณอยากกลับมามั่นใจในมุมข้าง ลองปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินอย่างตรงจุด
รัตตินันท์ คลินิก ให้บริการด้านความงามและการรักษา โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา พร้อมด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้รับบริการ ศูนย์ได้รับการรับรองคุณภาพจาก AACI สหรัฐอเมริกา ในฐานะศูนย์ศัลยกรรมผู้ป่วยนอกแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และได้รับการประเมินในด้านการให้บริการจากลูกค้าหลายประเทศ