Ultraformer MPT คืออะไร? ต่างจาก III อย่างไร? เลือกแบบไหนดี?

เลือกหัวข้อที่คุณสนใจ

Ultraformer MPT คือเครื่อง HIFU รุ่นล่าสุดจากผู้ผลิตอัลตราฟอร์เมอร์ ที่พัฒนาการส่งพลังงานให้แม่นยำและสบายผิวกว่ารุ่น III ได้ดียิ่งขึ้น โดยที่ยังคงส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS ได้เหมือนเดิม ถ้าคุณกำลังมองหาอัลตราฟอร์เมอร์เพื่อแก้ปัญหาหน้าหย่อนคล้อยโดยไม่อยากผ่าตัดและเพิ่งเห็นว่ามีทั้งรุ่น III กับรุ่น MPT ก็เป็นเรื่องปกติมากที่จะสงสัยว่าต่างกันอย่างไร ต้องอัปเกรดไหม หรือรุ่นเดิมก็เพียงพอ

รัตตินันท์ คลินิก จะพาคุณมาทำความเข้าใจทั้งสองรุ่นตั้งแต่หลักการทำงาน หัวยิงแต่ละระดับ ไปจนถึงว่าแบบไหนเหมาะกับสภาพผิวของคุณมากกว่ากัน

Ultraformer MPT คืออะไร?

Ultraformer MPT คือเครื่องยกกระชับผิวแบบไม่ผ่าตัดที่ใช้คลื่นอัลตราซาวนด์ (HIFU) ส่งพลังงานความร้อนลงลึกหลายระดับชั้นพร้อมกัน ตั้งแต่ผิวหนังแท้ไปจนถึงชั้น SMAS โดยไม่ทำให้ผิวชั้นบนเสียหาย โดยชื่อ MPT ย่อมาจาก Micro-Pulsed Technology ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการปล่อยพลังงานแบบใหม่ที่ทำให้การรักษาละเอียด แม่นยำ และสบายผิวกว่ารุ่นก่อนอย่างชัดเจน

ผลลัพธ์ที่ได้คือผิวยกกระชับ กรอบหน้าชัดขึ้น และคอลลาเจนถูกกระตุ้นให้สร้างใหม่อย่างต่อเนื่องในระยะยาว โดยไม่ต้องพักฟื้นและกลับไปใช้ชีวิตปกติได้ทันทีหลังทำ

หลักการทำงานของ Ultraformer MPT

Ultraformer MPT ทำงานโดยใช้คลื่นอัลตราซาวนด์ยิงลงไปยังระดับความลึกที่กำหนดใต้ผิวหนัง คล้ายกับการใช้แว่นขยายรวมแสงแดดให้รวมอยู่ที่จุดเดียว พลังงานที่รวมตัวกันนี้จะสร้างจุดความร้อนขนาดเล็กที่อุณหภูมิ 65 ถึง 75 องศาเซลเซียส ทำให้เนื้อเยื่อในชั้นนั้นหดตัวทันทีและกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ในเวลาต่อมา โดยที่ผิวชั้นบนสุดนั้นจะไม่ได้รับความร้อนและไม่เกิดรอยแผล

สิ่งที่ทำให้รุ่น MPT แตกต่างจาก HIFU ทั่วไปคือโหมด MP (Micro-Pulsed) ที่สามารถสร้างจุดความร้อนได้ถึง 417 จุดต่อ 1 ช็อต จากเดิมที่ทำได้เพียง 17 จุด ทำให้พลังงานกระจายอย่างสม่ำเสมอ ครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างขึ้น และลดความเจ็บปวดลงอย่างชัดเจนในเวลาเดียวกัน

Ultraformer MPT ต่างจาก Ultraformer III อย่างไร?

ทั้งสองรุ่นใช้เทคโนโลยี HIFU เหมือนกันและส่งพลังงานถึงชั้น SMAS ได้เท่ากัน ความแตกต่างหลักอยู่ที่วิธีการปล่อยพลังงานและความรู้สึกขณะทำ ไม่ใช่ผลลัพธ์การยกกระชับที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง

Ultraformer III

Ultraformer MPT

โหมดปล่อยพลังงาน

แบบจุดเรียงเส้นตรง

จุด / เส้นตรง / วงกลม

จุดพลังงานต่อช็อต

17 จุด

417 จุด

ความเร็ว

30 ถึง 50 นาที

15 ถึง 45 นาที

ความรู้สึกขณะทำ

จี๊ดลึกเป็นบางจุด

เจ็บน้อยลงอย่างชัดเจน

โหมดฟื้นฟูผิว

ไม่มี

มี (Ultra Booster)

ระยะผล

ประมาณ 6 เดือน

ประมาณ 6 เดือนขึ้นไป

ทั้งนี้ ข้อจำกัดที่เหมือนกันของทั้งสองรุ่นคือไม่มีระบบแสดงผลชั้นผิวแบบ Real-time เหมือน Ultherapy ทำให้ความแม่นยำในการระบุตำแหน่งขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแพทย์ผู้ทำเป็นสำคัญ

Ultraformer MPT มีหัวยิงกี่รุ่น

Ultraformer MPT มีหัวยิงทั้งหมด 3 กลุ่มหลัก ครอบคลุมตั้งแต่ผิวหนังชั้นตื้นไปจนถึงชั้น SMAS และบริเวณร่างกาย แพทย์จะเลือกหัวยิงให้เหมาะกับปัญหาและบริเวณที่ต้องการรักษาของแต่ละคน

หัวยิง MMFU สำหรับใบหน้าและลำคอ

กลุ่มหัวยิงหลักสำหรับการยกกระชับใบหน้า มี 4 ระดับความลึก ได้แก่

  • 1.5 มม. ส่งพลังงานถึงชั้นผิวหนังกำพร้า ช่วยปรับผิวให้กระจ่างใส ลดรูขุมขนกว้าง และลดเม็ดสีได้เมื่อทำต่อเนื่อง
  • 2.0 มม. ออกแบบสำหรับบริเวณรอบดวงตาโดยเฉพาะ เพราะผิวบริเวณนี้บางกว่าส่วนอื่น หัวยิงขนาดนี้จึงให้ความแม่นยำสูงกว่าหัวยิง 3.0 มม.
  • 3.0 มม. ส่งพลังงานถึงชั้นผิวหนังแท้ ซึ่งเป็นแหล่งรวมคอลลาเจน ช่วยกระชับผิวและลดริ้วรอย
  • 4.5 มม. ส่งพลังงานถึงชั้น SMAS โดยตรง ให้ผลยกกระชับโครงสร้างใบหน้าและลดความหย่อนคล้อยได้ชัดเจนที่สุด

หัวยิง Ultra Booster (วงกลม)

หัวยิงแบบปากกาทรงกลมที่เพิ่มเข้ามาใหม่ในรุ่น MPT มี 3 ระดับความลึก ได้แก่ 1.5, 3.0 และ 4.5 มม. เหมาะสำหรับบริเวณที่เข้าถึงยากหรือต้องการความละเอียดสูง เช่น ใต้คางและรอบดวงตา นอกจากการยกกระชับแล้ว ยังสามารถใช้ร่วมกับสกินบูสเตอร์หรือเซรั่มเพื่อนำส่งสารบำรุงลงลึกสู่ผิวได้ในคราวเดียวกัน

หัวยิง MMFU สำหรับร่างกาย

กลุ่มหัวยิงระดับลึกสำหรับกระชับผิวบริเวณร่างกาย มี 3 ขนาด ได้แก่

  • 6.0 มม. สำหรับบริเวณคอและหน้าอก
  • 9.0 มม. สำหรับบริเวณต้นขา
  • 13.0 มม. สำหรับบริเวณหน้าท้อง

Ultraformer MPT ช่วยเรื่องอะไรบ้าง

Ultraformer MPT ช่วยได้ทั้งการยกกระชับโครงสร้างและการฟื้นฟูผิวในคราวเดียวกัน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาหลายอย่างพร้อมกันโดยไม่ผ่าตัด ดังนี้

  • ยกกระชับแก้มและกรอบหน้า แก้ปัญหาแก้มห้อยและกรอบหน้าที่ไม่คมชัด
  • ลดเหนียงใต้คาง ช่วยให้สันกรามดูคมชัดและกระชับขึ้น
  • ลดร่องแก้มและริ้วรอย กระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิวหนังแท้ให้สร้างใหม่อย่างต่อเนื่อง
  • กระชับผิวรอบดวงตา ด้วยหัวยิง 2.0 มม. ที่ออกแบบมาสำหรับผิวบางบริเวณนี้โดยเฉพาะ
  • ปรับผิวให้กระจ่างใสและลดรูขุมขน ผ่านหัวยิง Ultra Booster ที่ทำงานในชั้นผิวตื้น
  • กระชับผิวบริเวณร่างกาย เช่น หน้าท้อง ต้นขา และหน้าอก ด้วยหัวยิงระดับลึก

ทำ Ultraformer MPT บริเวณใดได้บ้าง

Ultraformer MPT ทำได้ทั้งบริเวณใบหน้าและร่างกาย โดยแพทย์จะเลือกหัวยิงให้เหมาะกับความหนาของผิวและความลึกที่ต้องการในแต่ละจุด ซึ่งแบ่งได้ดังนี้

บริเวณใบหน้าและลำคอ

  • หน้าผากและคิ้ว
  • รอบดวงตาและหางตา
  • โหนกแก้มและแก้ม
  • ร่องแก้มและมุมปาก
  • กรอบหน้าและสันกราม
  • เหนียงใต้คาง
  • ลำคอ

บริเวณร่างกาย

  • หน้าท้อง
  • ต้นขาด้านใน
  • หน้าอก
  • ต้นแขน

ควรทำ Ultraformer MPT กี่ช็อต จึงเห็นผลชัดเจน

ไม่มีตัวเลขตายตัวที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะจำนวนช็อตที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งขนาดใบหน้า ระดับความหย่อนคล้อย บริเวณที่ต้องการรักษา และพลังงานที่แพทย์เลือกใช้ในแต่ละจุด โดยทั่วไปสามารถประมาณได้ดังนี้

บริเวณ

จำนวนช็อตโดยประมาณ

แก้มและกรอบหน้า

300 ถึง 500 ช็อต

เหนียงใต้คางและยกคอ

300 ถึง 500 ช็อต

หน้าผากและริ้วรอย

200 ถึง 300 ช็อต

ร่องแก้ม

200 ถึง 300 ช็อต

Ultra Booster (ฟื้นฟูผิว)

200 ถึง 400 ช็อต

ทั่วหน้า

800 ถึง 1,200 ช็อต

ตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงค่าอ้างอิงเบื้องต้น แพทย์จะประเมินและกำหนดจำนวนที่เหมาะสมที่สุดให้กับคุณในวันปรึกษาก่อนทำเสมอ

Ultraformer MPT เหมาะกับใคร

Ultraformer MPT เหมาะกับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง และต้องการยกกระชับโดยไม่ผ่าตัดหรือพักฟื้น โดยไม่จำกัดเพศและเหมาะกับทุกสีผิว ซึ่งกลุ่มที่มักได้ผลดีได้แก่

  • ผู้ที่เริ่มสังเกตเห็นแก้มห้อย เหนียง หรือกรอบหน้าที่ไม่คมชัดเหมือนเดิม
  • ผู้ที่ต้องการยกกระชับพร้อมฟื้นฟูผิวในคราวเดียวกัน
  • ผู้ที่ต้องการป้องกันความหย่อนคล้อยก่อนที่ปัญหาจะรุนแรงขึ้น
  • ผู้ที่เคยทำ Ultraformer III แล้วต้องการความรู้สึกขณะทำที่สบายผิวและรวดเร็วกว่าเดิม
  • ผู้ที่มีตารางงานยุ่งและต้องการหัตถการที่ไม่มี downtime

Ultraformer MPT ไม่เหมาะกับใคร

ควรแจ้งแพทย์และเลื่อนหรืองดการรักษาหากอยู่ในกลุ่มต่อไปนี้

  • ผู้ที่ตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีการติดเชื้อหรือแผลเปิดบริเวณที่จะทำ
  • ผู้ที่มีโรคเบาหวานที่ยังควบคุมไม่ได้
  • ผู้ที่มีอุปกรณ์ฝังในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ
  • ผู้ที่เพิ่งฉีดฟิลเลอร์หรือโบท็อกซ์ในบริเวณที่จะทำในระยะเวลาใกล้เคียง
  • ผู้ที่มีความหย่อนคล้อยระดับสูงมาก ซึ่งอาจได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าจากหัตถการอื่น

ในทุกกรณี การปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมก่อนตัดสินใจเสมอเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

Ultraformer MPT มีข้อดี – ข้อเสียอะไรบ้าง ?

เหมือนหัตถการทุกประเภท Ultraformer MPT มีทั้งจุดที่โดดเด่นและข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ การเข้าใจทั้งสองด้านจะช่วยให้คุณตั้งความคาดหวังได้ตรงจุดและเลือกได้เหมาะกับตัวเองมากที่สุด

ข้อดีของ Ultraformer MPT

  • ไม่ผ่าตัด ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น กลับไปใช้ชีวิตปกติได้ทันที
  • เจ็บน้อยกว่ารุ่น III อย่างชัดเจน เพราะโหมด MP กระจายพลังงานอย่างสม่ำเสมอ
  • ใช้เวลาสั้นลง เหมาะกับผู้ที่มีเวลาจำกัด
  • หัวยิงหลายระดับให้แพทย์ปรับแผนการรักษาได้เฉพาะบุคคล
  • ยกกระชับและฟื้นฟูผิวได้ในคราวเดียวด้วย Ultra Booster
  • ทำได้ทั้งใบหน้าและร่างกายในเครื่องเดียว

ข้อเสียของ Ultraformer MPT

  • ผลลัพธ์ค่อยเป็นค่อยไป ต้องรอให้คอลลาเจนสร้างสมบูรณ์ใน 1 ถึง 3 เดือน ไม่ได้เห็นผลทันทีแบบร้อยไหมหรือผ่าตัด
  • ผลลัพธ์ไม่ถาวร ต้องทำซ้ำเพื่อรักษาผลในระยะยาว
  • ไม่เหมาะกับผิวที่หย่อนคล้อยมาก ๆ ซึ่งการผ่าตัดยังให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า
  • ไม่มีระบบ Real-time imaging เหมือน Ultherapy ทำให้ความแม่นยำขึ้นอยู่กับทักษะและประสบการณ์ของแพทย์ผู้ทำ

เตรียมตัวก่อนทำ Ultraformer MPT

การเตรียมตัวที่ดีช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างราบรื่นและลดความเสี่ยงที่ไม่จำเป็น สิ่งที่ควรทำและแจ้งแพทย์ก่อนวันนัดมีดังนี้

  • แจ้งประวัติการทำหัตถการบนใบหน้า เช่น การฉีดฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ หรือการร้อยไหมในช่วง 2 ถึง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
  • แจ้งโรคประจำตัว ยาที่รับประทานอยู่ และอาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด
  • แจ้งหากตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือมีอุปกรณ์ฝังในร่างกาย
  • หลีกเลี่ยงการโดนแดดจัดและงดใช้ครีมที่มีกรดผลัดผิว เช่น AHA และ BHA ในช่วง 3 ถึง 5 วันก่อนทำ
  • ทำความสะอาดใบหน้าให้ปราศจากเครื่องสำอางก่อนเข้ารับการรักษา
  • พักผ่อนให้เพียงพอและดื่มน้ำให้เพียงพอในวันก่อนทำ

ขั้นตอนการทำ Ultraformer MPT

การทำ Ultraformer MPT มีขั้นตอนที่ชัดเจนตั้งแต่ต้นจนจบ เพื่อให้คุณรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในแต่ละช่วงและเตรียมใจได้ถูกต้อง

  1. ปรึกษาแพทย์และประเมินผิว แพทย์จะตรวจโครงสร้างใบหน้า ประเมินระดับความหย่อนคล้อย และวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล รวมถึงเลือกหัวยิงและจำนวนช็อตที่เหมาะสม
  2. ทำความสะอาดและเตรียมผิว ทำความสะอาดใบหน้าและแปะยาชาหากจำเป็น เพื่อให้ขณะทำสบายผิวมากที่สุด
  3. ทาเจลนำคลื่นและเริ่มการรักษา แพทย์ทาเจลนำคลื่นเสียงบริเวณที่รักษา จากนั้นเลือกหัวยิงตามระดับความลึกที่ต้องการและยิงพลังงานตามแผนที่กำหนด ใช้เวลาประมาณ 15 ถึง 45 นาทีขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ
  4. ดูแลหลังทำ หลังเสร็จสิ้นแพทย์จะแนะนำการดูแลตัวเองเบื้องต้น สามารถแต่งหน้าและกลับบ้านได้ทันที

วิธีดูแลตัวเองหลังทำ Ultraformer MPT

Ultraformer MPT ไม่มีแผลและไม่ต้องพักฟื้น แต่การดูแลตัวเองหลังทำที่ถูกต้องจะช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุดและลดอาการไม่พึงประสงค์เล็กน้อยที่อาจเกิดขึ้นได้

  • หลีกเลี่ยงสถานที่อุณหภูมิสูง เช่น ซาวน่า ออนเซน หรือห้องอบไอน้ำอย่างน้อย 1 สัปดาห์หลังทำ
  • งดออกกำลังกายหนักในช่วง 24 ถึง 48 ชั่วโมงแรก
  • หลีกเลี่ยงการใช้ครีมที่มีกรดผลัดผิว เช่น AHA และ BHA เป็นเวลา 5 ถึง 7 วัน
  • ทามอยส์เจอไรเซอร์และครีมกันแดด SPF 50 ขึ้นไปสม่ำเสมอทุกวัน
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอและหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ในช่วงแรก
  • หากมีอาการบวมแดงเล็กน้อยหลังทำถือเป็นเรื่องปกติ มักหายได้เองภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมง หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

ผลลัพธ์หลังทำ Ultraformer MPT เป็นอย่างไร? อยู่ได้นานไหม?

ผลลัพธ์จะเกิดขึ้นเป็นสองระยะ ระยะแรกจะเห็นผลยกกระชับเบื้องต้นได้ทันทีหลังทำประมาณ 20 ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ จากการที่เนื้อเยื่อหดตัวเมื่อได้รับความร้อน และผลลัพธ์จะดีขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วง 1 ถึง 3 เดือนหลังจากนั้น เมื่อคอลลาเจนใหม่สร้างสมบูรณ์ โดยทั่วไปผลลัพธ์จะคงอยู่ได้ประมาณ 6 เดือนขึ้นไป ขึ้นอยู่กับอายุ สภาพผิว และการดูแลตัวเองหลังทำ

แต่สำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่แม่นยำและยาวนานกว่าเป็นหลักปี โปรแกรม Ulthera จะเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะมีระบบ Real-time imaging ที่ช่วยให้แพทย์มองเห็นชั้นผิวจริงขณะทำ ทำให้มั่นใจได้ว่าพลังงานลงถึงชั้น SMAS ได้ตรงจุดและผลลัพธ์นานสูงสุดถึง 2 ปี

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Ultraformer MPT

ทำ Ultraformer MPT เจ็บไหม?

เจ็บน้อยกว่า Ultraformer III อย่างชัดเจน ส่วนใหญ่รู้สึกเพียงความอุ่นหรือจี๊ดเบา ๆ ขณะที่พลังงานลงถึงชั้นลึก โดยเฉพาะบริเวณกระดูกเช่น กราม อาจรู้สึกได้มากกว่าจุดอื่นเล็กน้อย สำหรับผู้ที่ผิวบอบบางสามารถแปะยาชาก่อนได้

Ultraformer MPT กี่วันเห็นผล?

เห็นผลยกกระชับเบื้องต้นได้ทันทีหลังทำ และผลลัพธ์จะชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วง 4 ถึง 12 สัปดาห์ เมื่อคอลลาเจนใหม่สร้างสมบูรณ์ ผู้ที่คาดหวังผลทันทีแบบร้อยไหมอาจต้องปรับความคาดหวังให้ตรงกับธรรมชาติของหัตถการนี้

Ultraformer MPT มีผลข้างเคียงไหม?

ผลข้างเคียงส่วนใหญ่เป็นเพียงอาการชั่วคราว เช่น ผิวแดงเล็กน้อย บวมตึงบริเวณที่ทำ หรือกดเจ็บบริเวณขากรรไกร ซึ่งมักหายได้เองภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมง ไม่มีแผลและไม่ต้องพักฟื้น หากทำโดยแพทย์ที่มีความชำนาญและเข้าใจกายวิภาคของใบหน้า ความเสี่ยงของผลข้างเคียงที่รุนแรงนั้นพบได้น้อยมาก

เปรียบเทียบ Ultraformer MPT กับเครื่องยกกระชับอื่น ๆ


Ultraformer MPT

Ultherapy

Thermage

เทคโนโลยี

HIFU

HIFU

Monopolar RF

ชั้นที่ลึกที่สุด

SMAS (4.5 มม.)

SMAS (4.5 มม.)

ชั้นไขมันใต้ผิว

Real-time imaging

ไม่มี

มี

ไม่มี

ความเจ็บปวด

น้อย

ปานกลาง

ปานกลาง

ระยะผล

ประมาณ 6 เดือน

1-2 ปี

1-2 ปี

จุดเด่น

เร็ว สบายผิว ฟื้นฟูผิวได้ด้วย

แม่นยำสูงด้วย Real-time imaging

เหมาะกับผิวหย่อนระดับปานกลางถึงสูง

Ultraformer MPT ควรทำบ่อยแค่ไหน?

ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและเป้าหมายของแต่ละคน โดยทั่วไปแนะนำให้ทำซ้ำเมื่อผลลัพธ์เริ่มจางลง ซึ่งมักอยู่ที่ประมาณปีละ 1 ถึง 2 ครั้ง การทำบ่อยเกินไปโดยไม่จำเป็นไม่ได้ให้ผลดีเพิ่มขึ้น และควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับคุณในระยะยาว

สรุป Ultraformer MPT คืออะไร? ต่างจาก III อย่างไร? เลือกแบบไหนดี?

Ultraformer MPT คือเครื่อง HIFU รุ่นล่าสุดจาก Classys ที่พัฒนาการส่งพลังงานให้ละเอียด แม่นยำ และสบายผิวกว่ารุ่น III โดยยังคงส่งพลังงานถึงชั้น SMAS ได้เหมือนเดิม เหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับโดยไม่ผ่าตัด ไม่มี downtime และต้องการประสบการณ์ที่ดีขึ้นกว่าเดิม

สำหรับคำถามว่าเลือกแบบไหนดี คำตอบขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณให้ความสำคัญ หากต้องการความเร็วและความสบายผิว MPT ตอบโจทย์กว่า แต่หากต้องการความแม่นยำสูงสุดและผลลัพธ์ที่ยาวนาน Ultherapy ที่มีระบบ Real-time imaging อาจเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่าในระยะยาว และหากมีความหย่อนคล้อยในระดับที่ทั้งสองรุ่นไม่สามารถแก้ได้อย่างที่ต้องการ การปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาหัตถการที่เหมาะกับโครงสร้างใบหน้าของคุณจริง ๆ จะให้คำตอบที่ดีที่สุดเสมอ