Candy Peel ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการผลัดเซลล์ผิวอย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องผิวลอก แดง หรือต้องหยุดพักหลังทำ ด้วยเทคโนโลยี Liposomal Monoacid ที่ห่อหุ้มกรด AHA และ BHA ไว้ในโมเลกุลไลโปโซม กรดจะค่อย ๆ ซึมเข้าสู่ผิวชั้นลึกและปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้การผลัดเซลล์ผิวเกิดขึ้นอย่างอ่อนโยนและผิวรับได้ดีกว่าการ peeling แบบดั้งเดิม
มีให้เลือก 4 สูตรตามสภาพผิวและปัญหาที่ต้องการแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นผิวมันและสิว ผิวหมองคล้ำจากแสงแดด ผิวที่ต้องการลดริ้วรอย หรือผิวบอบบางที่ต้องการสูตรอ่อนโยน ใช้เวลาเพียง 15 นาที และไม่มีการพักฟื้น
Candy Peel คืออะไร และทำงานอย่างไร
Candy Peel คือการผลัดเซลล์ผิวด้วยกรดที่ห่อหุ้มอยู่ในโมเลกุลไลโปโซม ซึ่งทำให้กรดค่อย ๆ ซึมเข้าสู่ผิวชั้นลึกได้อย่างอ่อนโยนและแม่นยำกว่าการ peeling แบบทั่วไป เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลัดเซลล์ผิวโดยไม่อยากเผชิญกับอาการระคายเคืองหรือผิวลอกหนักหลังทำ
Liposomal Monoacid Technology คืออะไร และทำไมกรดถึงซึมลึกกว่าปกติ
ปกติแล้วกรด AHA และ BHA มีโมเลกุลที่ค่อนข้างใหญ่และเป็นกรดโดยตรง เมื่อสัมผัสผิวจึงออกฤทธิ์ทันทีที่ชั้นผิวบน บางสูตรที่เข้มข้นสูงอาจทำให้ผิวแดง แสบ หรือลอกได้หากไม่คุมปริมาณให้เหมาะสม
Liposomal Monoacid Technology แก้จุดนี้ด้วยการห่อหุ้มกรดแต่ละโมเลกุลไว้ในโครงสร้างไลโปโซมที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับเยื่อหุ้มเซลล์ผิว ทำให้กรดผ่านชั้นผิวได้ง่ายขึ้นและค่อย ๆ ปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่องในชั้นผิวหนังแท้ แทนที่จะออกฤทธิ์ทีเดียวทั้งหมดที่ผิวด้านบน ผลที่ได้คือการผลัดเซลล์เกิดขึ้นในระดับที่ลึกกว่า สม่ำเสมอกว่า และผิวรับได้ดีกว่า
Candy Peel ต่างจากการ peeling แบบทั่วไปอย่างไร
การ peeling ทั่วไปที่คลินิกส่วนใหญ่ใช้จะเป็นกรดในรูปแบบที่ยังไม่ถูกห่อหุ้ม ออกฤทธิ์เร็วและเข้มข้น ซึ่งให้ผลดีกับผิวที่รับได้ดี แต่กับผิวที่บอบบางหรือผิวที่เคยมีปฏิกิริยากับกรดมาก่อน อาจนำมาซึ่งอาการแดง แสบ หรือผิวลอกในช่วง 3-5 วันหลังทำ
Candy Peel ใช้หลักการ controlled release ที่กรดค่อย ๆ ปล่อยออกมาในอัตราที่ผิวรับได้ ทำให้ระยะฟื้นตัวสั้นกว่ามาก ส่วนใหญ่ไม่มีอาการลอกให้เห็นด้วยตาเปล่า แต่ผิวจะค่อย ๆ ปรับตัวและเรียบเนียนขึ้นหลังทำโดยที่ชีวิตประจำวันยังดำเนินต่อได้ปกติ จุดนี้เองที่ทำให้เหมาะกับทั้งผู้ที่ไม่เคยทำ peeling มาก่อนและผู้ที่ผิวแพ้ง่าย
Candy Peel มีกรดกี่สูตร แต่ละสูตรแก้ปัญหาอะไร
Candy Peel มี 4 สูตร โดยแต่ละสูตรใช้กรดคนละตัวที่มีคุณสมบัติต่างกัน ทำให้เลือกได้ตรงกับสภาพผิวและปัญหาที่ต้องการแก้ไขจริง ๆ แทนที่จะใช้สูตรเดียวกับทุกคน ดังนี้
Salisome Duo (Salicylic Acid) สำหรับคนผิวมัน เป็นสิวบ่อย รูขุมขนอุดตัน
Salicylic Acid เป็น BHA ที่ละลายในน้ำมัน ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบสำคัญสำหรับคนผิวมัน เพราะกรดชนิดนี้สามารถลงลึกเข้าไปในรูขุมขนที่อุดตันด้วยซีบัมได้โดยตรง ช่วยทำความสะอาดในระดับที่การล้างหน้าทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงได้ นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบ ทำให้เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาสิวอักเสบควบคู่ไปด้วย
Mandesome Duo (Mandelic Acid) สำหรับคนผิวไม่สม่ำเสมอ ต้องการปรับสีผิว
Mandelic Acid มาจากอัลมอนด์ เป็น AHA ที่มีโมเลกุลขนาดใหญ่ที่สุดในกลุ่ม จึงซึมเข้าผิวช้ากว่า ออกฤทธิ์ค่อยเป็นค่อยไป และระคายเคืองผิวน้อยกว่ากรด AHA ตัวอื่น เหมาะกับผิวที่ผ่านแสงแดดมามาก มีรอยหมองหรือสีผิวไม่สม่ำเสมอ รวมถึงผิวที่เคยมีความไวต่อกรดในระดับปานกลาง
Glycosome Duo (Glycolic Acid) สำหรับคนมีริ้วรอย จุดด่างดำ ต้องการผิวกระจ่างใส
Glycolic Acid เป็น AHA ที่มีโมเลกุลเล็กที่สุด ซึมเข้าผิวได้เร็วและลึกกว่ากรด AHA ตัวอื่น จึงมีประสิทธิภาพสูงในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ลดริ้วรอยตื้น ๆ และช่วยให้จุดด่างดำจางลงได้ชัดเจน เหมาะกับผิวที่เริ่มมีริ้วรอย หมองคล้ำสะสมจากแสงแดด หรือต้องการปรับผิวให้กระจ่างใสขึ้นในระยะยาว
Lactisome Duo (Lactic Acid) สำหรับคนผิวบอบบาง แพ้ง่าย ต้องการสูตรอ่อนโยน
Lactic Acid เป็น AHA ที่ได้จากการหมักตามธรรมชาติ มีโมเลกุลขนาดกลาง ซึมเข้าผิวในอัตราที่ช้ากว่า Glycolic Acid ทำให้ผิวปรับตัวได้ดีกว่า นอกจากจะช่วยผลัดเซลล์ผิวแล้ว Lactic Acid ยังมีคุณสมบัติช่วยดึงความชุ่มชื้นเข้าสู่ผิวควบคู่กันไป เหมาะกับผิวแห้ง ผิวบอบบาง หรือผู้ที่เพิ่งเริ่มทำ peeling เป็นครั้งแรกและต้องการสูตรที่ผิวรับได้ดี
Candy Peel ช่วยแก้ปัญหาผิวอะไรได้บ้าง
ผิวหมองคล้ำ ไม่กระจ่างใส
เซลล์ผิวที่ตายแล้วสะสมอยู่บนผิวชั้นบนเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้ผิวดูหมองและขาดแสง กรด AHA ใน Candy Peel ทำงานโดยช่วยเร่งกระบวนการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติ เผยผิวชั้นใหม่ที่อยู่ด้านล่างซึ่งสว่างกว่าและเรียบเนียนกว่า ส่งผลให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้นหลังจากทำสม่ำเสมอ
จุดด่างดำ รอยหมองจากแสงแดด
รอยด่างดำจากแสงแดดและรอยหมองสะสมเกิดจากเมลานินที่สร้างมากเกินไปและกระจายไม่สม่ำเสมอในชั้นผิว กรด AHA โดยเฉพาะ Glycolic Acid และ Mandelic Acid ช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวในชั้นที่เมลานินสะสมอยู่ ทำให้สีผิวทยอยสม่ำเสมอขึ้นเมื่อทำต่อเนื่อง
สิวอักเสบ รูขุมขนกว้าง ผิวมัน
สำหรับปัญหาผิวมันและสิว Salicylic Acid ใน Salisome Duo มีกลไกทำงานที่แตกต่างจากกรด AHA ตรงที่สามารถลงลึกเข้าไปในรูขุมขนได้โดยตรง ช่วยสลายสิ่งอุดตันและลดการสะสมของซีบัมที่ทำให้รูขุมขนดูกว้าง นอกจากนี้ยังช่วยลดการอักเสบในบริเวณที่เป็นสิวอักเสบได้ด้วย
ริ้วรอยตื้น ผิวหยาบไม่เรียบ
กรด AHA โดยเฉพาะ Glycolic Acid เมื่อซึมเข้าถึงชั้นผิวหนังแท้ได้จะช่วยกระตุ้นให้ fibroblast สร้างคอลลาเจนมากขึ้น ทำให้ผิวค่อย ๆ แน่นขึ้นและริ้วรอยตื้น ๆ ดูลดลงเมื่อทำสม่ำเสมอ ควบคู่กับการผลัดเซลล์ผิวที่ช่วยให้พื้นผิวโดยรวมเรียบเนียนขึ้น
ขั้นตอนการทำ Candy Peel ที่คลินิกเป็นอย่างไร
ก่อนทำ มีข้อควรรู้อะไรบ้าง
ไม่มีขั้นตอนเตรียมตัวพิเศษก่อนทำ Candy Peel แต่ควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบหากมีประวัติแพ้กรด AHA หรือ BHA หรือผิวมีปฏิกิริยากับผลิตภัณฑ์ที่มีกรดมาก่อน เพื่อให้ผู้ดูแลเลือกสูตรและวิธีการที่เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละคน
ระหว่างทำ ขั้นตอนทั้งหมดใช้เวลา 15 นาที
เริ่มด้วยการทำความสะอาดใบหน้าให้หมดจดก่อน จากนั้นเจ้าหน้าที่จะทำหัตถการ Candy Peel ใช้เวลาประมาณ 15 นาที ระหว่างทำส่วนใหญ่รู้สึกได้เพียงเล็กน้อย ไม่มีความเจ็บปวดและไม่ต้องแปะยาชาก่อนทำ
หลังทำ ดูแลผิวอย่างไรให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี
หลังทำ Candy Peel มีสิ่งที่ควรทำ 2 อย่างหลัก ดังนี้
- บำรุงผิวด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์ เพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้ผิวในช่วงที่กรดกำลังทำงานอยู่ในชั้นผิว
- ทาครีมกันแดด SPF สูงทุกวัน โดยเฉพาะช่วงหลังทำ เพราะผิวที่เพิ่งผ่านการผลัดเซลล์จะไวต่อแสงแดดมากขึ้นชั่วคราว การโดนแดดในช่วงนี้โดยไม่ป้องกันอาจทำให้เกิดรอยหมองใหม่ได้
- ไม่มีการพักฟื้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติได้ทันที
ใครเหมาะ และใครควรงดทำ Candy Peel
กลุ่มคนที่ได้ประโยชน์จาก Candy Peel มากที่สุด
Candy Peel เหมาะกับหลายกลุ่มปัญหาผิว โดยเฉพาะ
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ หรือต้องการผิวที่ดูกระจ่างใสขึ้น
- ผู้ที่มีปัญหาสิว รูขุมขนอุดตัน หรือผิวมันที่ต้องการการผลัดเซลล์ผิวอย่างสม่ำเสมอ
- ผู้ที่มีจุดด่างดำหรือรอยหมองจากแสงแดดสะสม
- ผู้ที่ต้องการเริ่มทำ peeling แต่กังวลเรื่องผิวแพ้หรือผิวบอบบาง เนื่องจากเทคโนโลยีไลโปโซมช่วยลดความเสี่ยงของการระคายเคืองเมื่อเทียบกับ peeling แบบดั้งเดิม
ข้อควรระวัง และกลุ่มที่ควรปรึกษาก่อน
ผู้ที่มีประวัติแพ้กรด AHA หรือ BHA ควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่หรือแพทย์ทราบก่อนเข้ารับบริการทุกครั้ง รวมถึงผู้ที่ผิวมีปฏิกิริยาต่อผลิตภัณฑ์ที่มีกรดในอดีต เช่น แดง บวม หรือคันมากผิดปกติ ก็ควรได้รับการประเมินสภาพผิวก่อน เพื่อให้สามารถเลือกสูตรที่เหมาะสมและดูแลระหว่างทำได้อย่างใกล้ชิด
Candy Peel ที่รัตตินันท์ คลินิก
รัตตินันท์ คลินิก ให้บริการ Candy Peel ทั้ง 4 สูตร โดยเจ้าหน้าที่จะช่วยประเมินสภาพผิวและแนะนำสูตรที่ตรงกับปัญหาของแต่ละคนก่อนทำ ไม่ว่าจะเป็นผิวมันและสิวที่ต้องการ Salisome Duo ผิวที่มีรอยหมองจากแสงแดดที่เหมาะกับ Mandesome Duo ผิวที่ต้องการกระตุ้นคอลลาเจนด้วย Glycosome Duo หรือผิวบอบบางที่ต้องการ Lactisome Duo
ราคาหัตถการ Facial Treatment | ราคาเริ่มต้น |
Plasmalis | 1,500 บาท |
Rattinan SkinPen | 10,000 บาท |
CANDY PEEL | 1,500 บาท |
สนใจปรึกษาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย สามารถนัดหมายได้ที่ด้านล่าง
ทีมแพทย์รักษาผิวพรรณ
รัตตินันท์ คลินิก
พญ. รัตตินันท์ ตรีรัตน์
ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ
พญ. นฤมล วิเชียร
แพทย์หญิง
พญ. จุฑามาศ ตันคุณากร
แพทย์โรคผิวหนัง

นักเขียนบทความสุขภาพ รัตตินันท์ คลินิก ทำหน้าที่ ค้นคว้าและตรวจสอบงานวิจัยล่าสุด ทั้งเรื่องผิวหนัง สารออกฤทธิ์ เลเซอร์ และศัลยกรรมความงาม เพื่อนำความรู้ที่ซับซ้อนเหล่านั้นมา แปลให้เป็นภาษาที่เข้าใจง่าย ถูกต้อง และเชื่อถือได้ เป้าหมายหลักคือการทำให้ข้อมูลทุกชิ้นที่คลินิกสื่อสารออกไปนั้น มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ (Evidence-based) เพื่อให้คุณผู้อ่านสามารถ ตัดสินใจเลือกการดูแลผิวหรือหัตถการได้อย่างมั่นใจและเหมาะสม โดยไม่ถูกชี้นำเกินจริง และเข้าใจถึงกลไกที่แท้จริงเบื้องหลังผลลัพธ์นั้น ๆ