ศัลยกรรมตัดหนังหน้าท้อง (Tummy Tuck) กู้หุ่นพังให้เรียบเนียน แก้ปัญหาท้องย้วยถาวร

สารบัญ

บทความ ตัดหนังหน้าท้องนี้ผ่านการตรวจสอบโดย นต.นพ. จตุพร ซื่อสัตย์ ศัลยแพทย์ตกแต่ง

หากคุณกำลังประสบปัญหา “หน้าท้องย้วย” ที่ไม่ว่าจะออกกำลังกายหนักแค่ไหน คุมอาหารเข้มงวดเพียงใด ก็ไม่สามารถทำให้หน้าท้องกลับมาเรียบแบนได้ ปัญหานี้มักพบในคุณแม่หลังคลอด หรือผู้ที่เคยลดน้ำหนักได้จำนวนมากในระยะเวลาสั้น

ซึ่งต้นเหตุที่แท้จริงไม่ใช่ ไขมัน แต่เป็น ผิวหนังส่วนเกิน ที่หย่อนคล้อยและไม่สามารถยืดหดกลับได้ตามธรรมชาติ

ศัลยกรรมตัดหนังหน้าท้อง (Abdominoplasty) หรือที่เรียกว่า Tummy Tuck เป็นหัตถการที่ออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหานี้โดยตรง

โดยศัลยแพทย์จะตัดผิวหนังส่วนเกินออก ซ่อมแซมกล้ามเนื้อหน้าท้องที่แยกตัว (Diastasis Recti) และปรับตำแหน่งสะดือให้กลับมาอยู่ในจุดที่เหมาะสม ผลลัพธ์ที่ได้คือหน้าท้องที่เรียบกระชับ สัดส่วนที่ดูเป็นธรรมชาติ

ที่ Rattinan Clinic เราให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรก โดยมีทีมศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง พร้อมวิสัญญีแพทย์ดูแลตลอดการผ่าตัด

ทุกขั้นตอนดำเนินการในห้องผ่าตัดที่ได้มาตรฐาน AACI เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าการตัดสินใจครั้งนี้อยู่ในมือของผู้ที่ใส่ใจ เข้าใจ และพร้อมเห็นผลลัพธ์ที่ดีไปพร้อมกับคุณ

ตัดหนังหน้าท้อง (Tummy Tuck) คืออะไร? แตกต่างจากการดูดไขมันอย่างไร?

เมื่อค้นหาวิธีแก้ปัญหาหน้าท้องย้วย ยังมีหลายคนมักลังเลระหว่าง “ดูดไขมันหน้าท้อง” กับ “ผ่าตัดตัดหนังหน้าท้อง” เพราะทั้งสองวิธีดูเหมือนให้ผลลัพธ์คล้ายกัน

แต่ในความเป็นจริง ทั้งสองหัตถการถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาคนละเรื่อง และเหมาะสมกับสภาพร่างกายที่แตกต่างกันไปในแต่ละคน

หลักการทำงานของการผ่าตัดหนังหน้าท้อง

การผ่าตัดตัดหนังหน้าท้อง หรือ Tummy Tuck เป็นหัตถการที่มุ่งแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของหน้าท้อง ไม่ใช่เพียงการลดไขมัน โดยมี 3 ขั้นตอนหลักที่ทำงานร่วมกัน ดังนี้

  1. ตัดผิวหนังส่วนเกิน (Skin Excision)

ศัลยแพทย์จะกรีดแผลบริเวณใต้ขอบบิกินี่ (Low Transverse Incision) แล้วตัดผิวหนังที่หย่อนคล้อยและรอยแตกลายออก ตำแหน่งแผลถูกออกแบบให้ซ่อนอยู่ในแนวกางเกงใน ทำให้แผลเป็นไม่เด่นชัดเมื่อสวมชุดว่ายน้ำ

  1. เย็บซ่อมกล้ามเนื้อหน้าท้องที่แยก (Diastasis Recti Repair)

ในผู้ที่เคยตั้งครรภ์หรือมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาก กล้ามเนื้อ Rectus Abdominis (กล้ามเนื้อซิกแพ็ก) มักแยกตัวออกจากกันบริเวณแนวกลางลำตัว เรียกว่าภาวะ Diastasis Recti ศัลยแพทย์จะเย็บดึงกล้ามเนื้อทั้งสองฝั่งกลับมาชิดกัน ทำให้เอวคอดและหน้าท้องแบนราบขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

  1. ปรับตำแหน่งสะดือใหม่ (Umbilical Transposition)

เนื่องจากผิวหนังถูกดึงลงมาหลังตัดส่วนเกินออก ตำแหน่งสะดือเดิมจะเปลี่ยนไป ศัลยแพทย์จะสร้างตำแหน่งสะดือใหม่ให้อยู่ในจุดที่เหมาะสมตามสัดส่วนของแต่ละบุคคล

ตารางเปรียบเทียบ ตัดหนังหน้าท้อง vs ดูดไขมัน vs ยกกระชับแบบไม่ผ่าตัด

ตัดหนังหน้าท้อง (Tummy Tuck) ดูดไขมันหน้าท้อง ยกกระชับด้วย J-Plasma
เหมาะกับใคร หนังย้วยมาก กล้ามเนื้อแยก รอยแตกลายมาก ไขมันสะสม ผิวยังยืดหยุ่นดี ผิวเริ่มหย่อนเล็กน้อย ไขมันไม่มาก
แก้ปัญหาอะไร ผิวหนังส่วนเกิน + กล้ามเนื้อ + ไขมัน ไขมันเฉพาะจุด ผิวหย่อน + ไขมันเล็กน้อย
การผ่าตัด ผ่าตัดใหญ่ ใช้ยาสลบ หัตถการขนาดกลาง หัตถการขนาดเล็ก (แต่ใช้ร่วมกับการดูดไขมัน)
ระยะพักฟื้น 2-4 สัปดาห์ 1-2 สัปดาห์ 3-7 วัน
แผลเป็น แนวยาวใต้ขอบบิกินี่ รูเล็กน้อยกว่า 1 เซนติเมตร รูเล็กน้อยกว่า 1 เซนติเมตร
ผลลัพธ์ เปลี่ยนแปลงชัดเจน ครอบคลุม ลดไขมัน ปรับสัดส่วน กระชับขึ้นกว่าการดูดไขมันเพียงอย่างเดียว

Lipoabdominoplasty ตัดหนังพร้อมดูดไขมันในครั้งเดียว

แนวทางของ Rattinan Clinic เราไม่ได้มองการตัดหนังหน้าท้องเป็นเพียง “การตัดหนังส่วนเกิน” เท่านั้น สำหรับเคสที่เหมาะสม ศัลยแพทย์จะใช้เทคนิค Lipoabdominoplasty

ซึ่งผสาน การดูดไขมัน ร่วมกับการตัดหนังหน้าท้องในครั้งเดียว เพื่อแก้ไขปัญหาหน้าท้องอย่างครอบคลุม ดังนี้

  • แก้ไขทั้งไขมัน ผิวหนัง และกล้ามเนื้อพร้อมกัน
  • ปรับสัดส่วนเอวให้คอดเข้ารูปมากขึ้น
  • ลดโอกาสที่หน้าท้องจะดูแข็งหรือไม่สมดุลหลังผ่าตัด

อย่างไรก็ตาม ผู้รับบริการทุกคนจำเป็นต้องให้ศัลยแพทย์ประเมินอย่างละเอียดก่อนการรักษา เพื่อวางแผนให้เหมาะสมกับโครงสร้างร่างกายของแต่ละบุคคล

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ J-Plasma
ใครเหมาะกับการทำ Tummy Tuck

ใครบ้างที่ควรตัดหนังหน้าท้อง

ก่อนตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัด สิ่งสำคัญคือการประเมินว่าปัญหาของคุณ เหมาะกับหัตถการนี้จริงหรือไม่ เพราะการตัดหนังหน้าท้องไม่ใช่ทางเลือกสำหรับทุกคนแต่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาเชิงโครงสร้างที่วิธีอื่นไม่สามารถแก้ไขได้

ลองเช็กดูว่าคุณอยู่ในกลุ่มใดต่อไปนี้หรือไม่

1. คุณแม่หลังคลอดที่มีปัญหากล้ามเนื้อหน้าท้องแยก (Diastasis Recti)

อาการที่พบ

  • หน้าท้องนูนป่องตรงกลาง แม้ลดน้ำหนักแล้วก็ไม่แบน
  • เมื่อเกร็งหน้าท้องหรือลุกขึ้นนั่ง จะเห็นสันนูนตรงกลางท้อง
  • รู้สึกว่าแกนกลางลำตัวไม่มีแรง ปวดหลังบ่อย

ทำไมต้องผ่าตัด

ภาวะ Diastasis Recti เกิดจากกล้ามเนื้อ Rectus Abdominis แยกออกจากกันระหว่างการตั้งครรภ์ การออกกำลังกายหรือการควบคุมอาหารไม่สามารถ “ดึง” กล้ามเนื้อกลับมาชิดกันได้ ต้องอาศัยการเย็บซ่อมโดยศัลยแพทย์เท่านั้น

2. ผู้ที่ลดน้ำหนักจำนวนมาก (Massive Weight Loss) จนผิวหนังห้อยย้อย

อาการที่พบ

  • ลดน้ำหนักได้ตั้งแต่ 20-30 กิโลกรัมขึ้นไป
  • ผิวหนังหน้าท้องห้อยลงมาเป็นชั้น (Apron หรือ Panniculus)
  • มีปัญหาผื่นคัน เชื้อรา หรือกลิ่นใต้ชั้นหนังที่พับทับ
  • รู้สึกอึดอัดเวลาออกกำลังกายหรือใส่เสื้อผ้า

ทำไมต้องผ่าตัด

เมื่อผิวหนังถูกยืดเกินขีดความยืดหยุ่น เส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินจะขาดสภาพ ไม่สามารถหดกลับได้ตามธรรมชาติ การผ่าตัดเป็นวิธีเดียวที่สามารถตัดผิวหนังส่วนเกินออกและคืนความกระชับให้หน้าท้อง

3. ผู้ที่มีรอยแตกลายช่วงใต้สะดือจำนวนมาก

อาการที่พบ

  • รอยแตกลาย (Stretch Marks) กระจายหนาแน่นบริเวณใต้สะดือลงไปถึงหัวหน่าว
  • ผิวบริเวณนั้นบางลง เหี่ยวย่น สีผิวไม่สม่ำเสมอ
  • เคยลองทรีตเมนต์เลเซอร์หรือครีมแล้วไม่เห็นผลชัดเจน

ทำไมต้องผ่าตัด

รอยแตกลายเกิดจากการฉีกขาดของชั้นหนังแท้ ซึ่งไม่สามารถซ่อมแซมให้กลับมาเหมือนเดิมได้ด้วยเลเซอร์หรือครีม แต่ในการผ่าตัด Tummy Tuck ศัลยแพทย์จะตัดผิวหนังบริเวณใต้สะดือออกไปพร้อมกับรอยแตกลาย ทำให้หน้าท้องเรียบเนียนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

4. ผู้ที่เคยดูดไขมันแล้วผิวไม่กระชับคืนตัว

อาการที่พบ

  • ไขมันลดลงหลังดูดไขมัน แต่ผิวหนังกลับหย่อนและย่นมากขึ้น
  • หน้าท้องดูไม่เรียบ มีลักษณะเป็นลอน (Skin Laxity)
  • ผลลัพธ์ไม่ตรงกับที่คาดหวัง

ทำไมต้องผ่าตัด

การดูดไขมันออกแบบมาเพื่อลดปริมาณไขมัน ไม่ใช่การกระชับผิวหนัง ในผู้ที่ผิวหนังมีความยืดหยุ่นต่ำตั้งแต่แรก หรือดูดไขมันปริมาณมาก ผิวอาจไม่หดตัวกลับได้เอง การผ่าตัดตัดหนังหน้าท้องเป็นขั้นตอนที่สองที่ช่วยแก้ไขปัญหานี้

ก่อนผ่าตัด ควรมีคุณสมบัติเหล่านี้ด้วย

แม้จะมีปัญหาตรงกับกลุ่มข้างต้น แต่การผ่าตัดจะให้ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัยที่สุดในผู้ที่มีคุณสมบัติดังนี้

คุณสมบัติ เหตุผล
น้ำหนักคงที่อย่างน้อย 6-12 เดือน น้ำหนักที่ผันผวนจะส่งผลต่อผลลัพธ์ระยะยาว
ไม่มีแผนตั้งครรภ์ในอนาคต การตั้งครรภ์อาจทำให้ผลลัพธ์เปลี่ยนแปลง ควรเลื่อนผ่าตัดไปก่อน
สุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัวร้ายแรง โรคหัวใจ เบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ หรือปัญหาการแข็งตัวของเลือด เพิ่มความเสี่ยง
งดสูบบุหรี่ได้อย่างน้อย 4-6 สัปดาห์ การสูบบุหรี่ส่งผลต่อการหายของแผลและเพิ่มความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน

ไม่แน่ใจว่าเหมาะกับหัตถการไหน?

หากคุณมีอาการบางข้อแต่ไม่ทั้งหมด หรือยังไม่แน่ใจว่าปัญหาของคุณอยู่ในระดับที่ต้องผ่าตัดหรือไม่ การปรึกษาศัลยแพทย์เพื่อประเมินสภาพจริงเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด เพราะแต่ละคนมีโครงสร้างร่างกายและระดับปัญหาที่แตกต่างกัน

เทคนิคการตัดหนังหน้าท้อง ควรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับคุณ

การผ่าตัดหน้าท้อง แต่ละประเภท

การผ่าตัดตัดหนังหน้าท้องไม่ได้มีเพียงวิธีเดียว แต่มีหลายเทคนิคที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ระดับปัญหาที่แตกต่างกัน ตั้งแต่การแก้ไขเฉพาะจุดไปจนถึงการปรับโครงสร้างรอบลำตัว

การเลือกเทคนิคที่เหมาะสมจึงเป็นหัวใจสำคัญที่ส่งผลต่อทั้งผลลัพธ์และความปลอดภัย

Mini Tummy Tuck สำหรับปัญหาเฉพาะช่วงใต้สะดือ แผลเล็กเท่าผ่าคลอด

เหมาะกับใคร

Mini Tummy Tuck เป็นเทคนิคที่ออกแบบมาสำหรับผู้ที่มีปัญหาหนังหย่อนหรือพุงป่องเล็กน้อย เฉพาะบริเวณใต้สะดือ โดยเฉพาะคุณแม่ที่มีรอยแผลผ่าคลอด (C-section) อยู่แล้วและต้องการปรับปรุงบริเวณนั้นให้ดูดีขึ้น

ขั้นตอนการผ่าตัด

  • แผลผ่าตัดสั้นกว่า Full Tummy Tuck อยู่ในแนวเดียวกับแผลผ่าคลอด
  • ตัดหนังส่วนเกินเฉพาะใต้สะดือ
  • ไม่จำเป็นต้องย้ายตำแหน่งสะดือ
  • อาจมีการเย็บซ่อมกล้ามเนื้อเฉพาะส่วนล่างได้ในบางเคส

ข้อดี

  • แผลเล็ก ซ่อนได้ง่าย
  • ระยะเวลาผ่าตัดและพักฟื้นสั้นกว่า
  • กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วขึ้น

ข้อจำกัด

Mini Tummy Tuck ไม่สามารถแก้ไขปัญหาหนังหย่อนบริเวณเหนือสะดือ หรือกล้ามเนื้อหน้าท้องแยกตลอดแนวได้ หากปัญหาครอบคลุมทั้งหน้าท้อง จำเป็นต้องพิจารณาเทคนิคที่ครอบคลุมกว่า

Full Tummy Tuck สำหรับหน้าท้องย้วยมาก ต้องการฟื้นฟูโครงสร้างที่ครอบคลุม

Full Tummy Tuck

เหมาะกับใคร

Full Tummy Tuck เป็นเทคนิคมาตรฐานที่ครอบคลุมที่สุดสำหรับผู้ที่มีปัญหาหนังหย่อนทั้งส่วนบนและส่วนล่างของหน้าท้อง หรือมีภาวะกล้ามเนื้อหน้าท้องแยก (Diastasis Recti) อย่างชัดเจน พบได้บ่อยในคุณแม่หลังตั้งครรภ์ (โดยเฉพาะผู้ที่ตั้งครรภ์หลายครั้ง)

ขั้นตอนการผ่าตัด

  • แผลผ่าตัดเป็นแนวยาวจากสะโพกข้างหนึ่งไปยังอีกข้าง ซ่อนอยู่ใต้ขอบบิกินี่
  • ตัดหนังส่วนเกินทั้งหมดจากใต้สะดือลงมา
  • เย็บซ่อมกล้ามเนื้อหน้าท้องที่แยกให้กลับมาชิดกันตลอดแนว
  • สร้างตำแหน่งสะดือใหม่ให้อยู่ในจุดที่เหมาะสมและดูเป็นธรรมชาติ

ข้อดี

  • แก้ไขปัญหาได้ครอบคลุมทั้งผิวหนัง กล้ามเนื้อ และรอยแตกลาย
  • ผลลัพธ์เปลี่ยนแปลงชัดเจน หน้าท้องแบนราบและเอวคอดขึ้น
  • เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาหลายระดับพร้อมกัน

ข้อควรรู้

ใช้เวลาผ่าตัดและพักฟื้นนานกว่า Mini Tummy Tuck ต้องวางแผนลาพักงานและมีคนดูแลในช่วงสัปดาห์แรกหลังผ่าตัด

Belt Lipectomy / 360 Body Lift สำหรับเคสลดน้ำหนักปริมาณมาก ๆ

Belt Lipectomy

เหมาะกับใคร

Belt Lipectomy หรือ Circumferential Tummy Tuck เป็นหัตถการที่ครอบคลุมที่สุด ออกแบบมาสำหรับผู้ที่เคยลดน้ำหนักจำนวนมาก (ตั้งแต่ 30-40 กิโลกรัมขึ้นไป) และมีหนังหย่อนรอบลำตัวทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง

ขั้นตอนการผ่าตัด

  • แผลผ่าตัดเป็นแนวรอบลำตัว 360 องศา
  • รวมการตัดหนังหน้าท้องเข้ากับการตัดหนังบริเวณสะโพก ก้น และหลังส่วนล่าง
  • ปรับโครงสร้างให้ได้สัดส่วนกระชับทั้งรอบลำตัว

ข้อดี

  • แก้ไขปัญหาหนังหย่อนได้ครบรอบตัว
  • เหมาะสำหรับผู้ที่ผ่านการลดน้ำหนักครั้งใหญ่และต้องการ “เริ่มต้นใหม่” กับร่างกาย
  • ผลลัพธ์เปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด

ข้อควรรู้

เป็นการผ่าตัดใหญ่ที่ใช้เวลานานกว่าและต้องการการพักฟื้นอย่างรอบคอบ ผู้เข้ารับบริการควรมีสุขภาพแข็งแรงและพร้อมสำหรับระยะเวลาพักฟื้นที่ยาวนานขึ้น

Lipoabdominoplasty ดูดไขมันพร้อมตัดหนัง เพื่อเอวเอสที่ชัดขึ้น

จุดเด่นของเทคนิคนี้

Lipoabdominoplasty คือการผสมผสานระหว่าง “การดูดไขมัน” กับ “การตัดหนังหน้าท้อง” ในครั้งเดียว เป็นแนวทางที่ Rattinan Clinic ใช้สำหรับเคสที่เหมาะสม โดยเริ่มตั้งแต่กลุ่มคนที่ต้องผ่าตัดแบบ Full Tummy Tuck เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ครบถ้วนและดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น

ทำไมต้องรวมสองหัตถการ

ในอดีต การตัดหนังหน้าท้องแบบดั้งเดิมจะมุ่งเน้นเฉพาะการตัดหนังส่วนเกินและเย็บกล้ามเนื้อ แต่ไม่ได้จัดการกับไขมันบริเวณเอวและสีข้าง ทำให้หน้าท้องอาจดูแบนแต่ไม่มีเอวที่คอดเข้ารูป หรือในบางเคสอาจดูแข็งและไม่เป็นธรรมชาติ

Lipoabdominoplasty แก้ปัญหาดังกล่าวโดยวิธีการดังต่อไปนี้

  • ดูดไขมัน บริเวณเอว สีข้าง และหลังส่วนล่าง เพื่อปรับสัดส่วนให้เข้ารูป
  • ตัดหนังส่วนเกิน และเย็บซ่อมกล้ามเนื้อตามมาตรฐาน
  • ผลลัพธ์คือหน้าท้องที่ไม่เพียงแบนราบ แต่ยังมี เอวเอสที่ชัดเจน และดูเป็นธรรมชาติ

เหมาะกับใคร

  • ผู้ที่มีทั้งหนังหย่อนและไขมันสะสมบริเวณเอว
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งทื่อ
  • ผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาให้ครบในครั้งเดียว

ข้อควรรู้

ศัลยแพทย์จะประเมินปริมาณไขมัน คุณภาพผิวหนัง และโครงสร้างร่างกายเพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละบุคคล

ขั้นตอนการผ่าตัดและมาตรฐานความปลอดภัยที่ Rattinan Clinic

การตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัดตัดหนังหน้าท้องเป็นเรื่องใหญ่ และความกังวลเรื่องความปลอดภัยเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ ที่ Rattinan Clinic เราให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยเป็นอันดับแรก เพราะเชื่อว่าผลลัพธ์ที่ดีเริ่มต้นจากกระบวนการที่ปลอดภัย

การดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์ 1:1 Safety First ในทุกขั้นตอน

การผ่าตัดตัดหนังหน้าท้องเป็นหัตถการที่ต้องใช้การดมยาสลบ (General Anesthesia) ซึ่งหมายความว่าคุณภาพของการดูแลด้านวิสัญญีมีผลโดยตรงต่อความปลอดภัยระหว่างผ่าตัด

การประเมินก่อนผ่าตัดอย่างละเอียด

ก่อนวันผ่าตัด คุณจะได้รับการตรวจสุขภาพและซักประวัติโดยวิสัญญีแพทย์ เพื่อประเมินความเสี่ยงและวางแผนการให้ยาสลบที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายเฉพาะบุคคล

อุปกรณ์และห้องผ่าตัดได้มาตรฐาน

ห้องผ่าตัดติดตั้งเครื่องมือติดตามสัญญาณชีพ (Vital Signs Monitor) อุปกรณ์ช่วยหายใจ และระบบฉุกเฉินพร้อมใช้งาน เพื่อรองรับทุกสถานการณ์

เทคนิคการเย็บแผลซ่อนรูป (Scar Management) แผลที่ซ่อนอยู่ใต้ขอบบิกินี่

หนึ่งในข้อกังวลที่พบบ่อยคือเรื่อง “แผลเป็น” หลังผ่าตัด ที่ Rattinan Clinic เราใช้เทคนิค Personalized Scar Design เพื่อให้แผลซ่อนได้ง่ายและจางลงตามเวลา

ตำแหน่งแผลที่ออกแบบมาเพื่อซ่อนไว้ ได้แก่

  • Low Transverse Incision แผลผ่าตัดอยู่ในแนวขวางต่ำ บริเวณใต้ขอบบิกินี่หรือขอบกางเกงใน ทำให้สามารถสวมชุดว่ายน้ำหรือชุดชั้นในได้โดยไม่เห็นแผล
  • Almond Shape Belly Button สำหรับเคส Full Tummy Tuck ที่ต้องย้ายตำแหน่งสะดือ ศัลยแพทย์จะออกแบบสะดือให้มีรูปทรงคล้ายเมล็ดอัลมอนด์ ดูเป็นธรรมชาติและกลมกลืนกับหน้าท้อง
  • เทคนิคการเย็บหลายชั้น การเย็บปิดแผลทำเป็นชั้น ๆ ตั้งแต่ชั้นกล้ามเนื้อ ชั้นไขมัน จนถึงผิวหนัง เพื่อลดแรงตึงที่ผิวและช่วยให้แผลเป็นบางลง

การดูแลแผลหลังผ่าตัด

  • แนะนำการดูแลแผลอย่างละเอียดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
  • นัดติดตามผลและตัดไหมตามกำหนด
  • คำแนะนำเรื่องการหลีกเลี่ยงแสงแดดและการใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลแผลเป็น

แผลเป็นจะค่อย ๆ จางลงตามเวลา โดยทั่วไปใช้เวลา 6-12 เดือนจึงจะเห็นลักษณะแผลที่จางลงอย่างชัดเจน

นี่คือคำถามที่หลายคนอยากรู้แต่ไม่กล้าถาม เราเชื่อว่าการให้ข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาคือสิ่งที่คุณสมควรได้รับ

ความเสี่ยงของการผ่าตัดตัดหนังหน้าท้อง มีอะไรบ้าง

การตัดหนังหน้าท้องเป็นหัตถการขนาดใหญ่ที่ต้องใช้ยาสลบ เช่นเดียวกับการผ่าตัดใหญ่ทุกประเภท จึงมีความเสี่ยงที่ต้องตระหนัก ดังนี้

ความเสี่ยง รายละเอียด
ภาวะแทรกซ้อนจากยาสลบ พบได้น้อยในผู้ที่สุขภาพแข็งแรง แต่มีความเสี่ยงสูงขึ้นในผู้ที่มีโรคประจำตัว
การติดเชื้อ สามารถป้องกันได้ด้วยเทคนิคปลอดเชื้อและการดูแลแผลที่เหมาะสม
เลือดออกหรือเลือดคั่ง (Hematoma) อาจต้องผ่าตัดเพิ่มเติมเพื่อระบายในบางเคส
ลิ่มเลือดอุดตัน (DVT/PE) ความเสี่ยงสูงขึ้นในผู้ที่มีน้ำหนักเกิน สูบบุหรี่ หรือนอนนิ่งนานเกินไป
แผลหายช้าหรือแผลแยก พบได้บ่อยขึ้นในผู้สูบบุหรี่หรือผู้ป่วยเบาหวาน
ชาบริเวณหน้าท้อง มักเป็นชั่วคราวและค่อย ๆ ดีขึ้นใน 6-12 เดือน

เรื่องอัตราการเสียชีวิต

จากข้อมูลทางการแพทย์ อัตราการเสียชีวิตจากการผ่าตัด Abdominoplasty อยู่ในระดับต่ำมาก

เมื่อทำในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานและโดยศัลยแพทย์ที่มีความใส่ใจในรายละเอียด อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นในกรณีที่

  • ผู้เข้ารับบริการมีโรคประจำตัวที่ไม่ได้รับการควบคุม
  • ทำร่วมกับหัตถการอื่นหลายอย่างพร้อมกัน (ใช้เวลาผ่าตัดนานเกินไป)
  • สถานพยาบาลไม่ได้มาตรฐานหรือขาดอุปกรณ์ฉุกเฉิน
  • ไม่มีวิสัญญีแพทย์ดูแลระหว่างผ่าตัด

ลดความเสี่ยงในการตัดหนังหน้าท้อง ด้วยวิธีที่ Rattinan Clinic ปฏิบัติ

เราไม่สามารถรับประกันว่าจะไม่มีความเสี่ยงเลย แต่เราสามารถบอกได้ว่าเราทำทุกอย่างเพื่อลดความเสี่ยงให้ต่ำที่สุด ไม่ว่าจะเป็น

  1. การคัดกรองสุขภาพอย่างละเอียด
    • ตรวจเลือด ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และประเมินสุขภาพโดยรวมก่อนผ่าตัด
    • ซักประวัติโรคประจำตัว ยาที่ใช้ และประวัติการแพ้ยา
    • ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงอาจได้รับคำแนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางก่อน
  1. การงดสูบบุหรี่อย่างเคร่งครัด
    • ต้องงดสูบบุหรี่อย่างน้อย 4-6 สัปดาห์ก่อนและหลังผ่าตัด
    • นิโคตินทำให้เลือดไปเลี้ยงเนื้อเยื่อได้น้อยลง เพิ่มความเสี่ยงแผลหายช้าและภาวะแทรกซ้อน
  1. การวางแผนเวลาผ่าตัดที่เหมาะสม
    • ไม่รวมหัตถการมากเกินไปในครั้งเดียวเพื่อลดเวลาที่ต้องอยู่ภายใต้ยาสลบ
    • ประเมินความเหมาะสมของแต่ละเคสเป็นรายบุคคล
  1. การดูแลหลังผ่าตัดอย่างใกล้ชิด
    • เทคนิค Painless Pump ระบบระงับปวดเฉพาะที่ ช่วยลดความเจ็บปวดและทำให้ขยับตัวได้เร็วขึ้น (ลดความเสี่ยงลิ่มเลือด)
    • ทีมพยาบาลติดตามอาการหลังผ่าตัดและพร้อมให้คำปรึกษาตลอด
    • นัดติดตามผลเพื่อตรวจสอบการฟื้นตัว
  1. ห้องผ่าตัดและอุปกรณ์ได้มาตรฐาน AACI (คะแนนมาตรฐานสูงสุดถึง 98%)
    • ห้องผ่าตัดปลอดเชื้อพร้อมระบบฉุกเฉิน
    • อุปกรณ์ติดตามสัญญาณชีพตลอดการผ่าตัด
    • ทีมแพทย์และพยาบาลที่ผ่านการฝึกอบรม

คำแนะนำสำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจ


การผ่าตัดตัดหนังหน้าท้องเป็นหัตถการที่สามารถเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตได้ไม่มากก็น้อย แต่ก็เป็นการผ่าตัดใหญ่ที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

หากคุณยังมีข้อกังวลหรือคำถามเกี่ยวกับความเสี่ยง การปรึกษาศัลยแพทย์เพื่อประเมินสภาพร่างกายและพูดคุยถึงความคาดหวังอย่างเปิดเผย จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

รีวิวตัดหนังหน้าท้อง (Tummy Tuck)

เจาะลึกข้อสงสัย (FAQs) ที่คนอยากตัดหนังหน้าท้องกังวลมากที่สุด

รวมคำตอบสำหรับคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการผ่าตัดตัดหนังหน้าท้อง เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจและเตรียมตัวได้อย่างมั่นใจ

ความเจ็บปวดอยู่ในระดับปานกลางถึงมาก (Pain Score 5-7/10) ในช่วง 3-5 วันแรก และค่อย ๆ ลดลง สามารถกลับไปทำงานเบา ๆ ได้ใน 2-3 สัปดาห์

รายละเอียด Timeline การฟื้นตัว

ระยะเวลา สิ่งที่คาดหวังได้
วันที่ 1-3 เจ็บมากที่สุด ต้องมีคนดูแล เดินตัวงอได้เล็กน้อย
วันที่ 4-7 เจ็บลดลง เริ่มเดินตัวตรงได้มากขึ้น
สัปดาห์ที่ 2 กลับมาทำกิจวัตรเบา ๆ ได้ ยังไม่ควรยกของหนัก
สัปดาห์ที่ 3-4 กลับไปทำงานออฟฟิศได้ ยังต้องระวังการเกร็งหน้าท้อง
เดือนที่ 2-3 เริ่มออกกำลังกายเบา ๆ ได้ เช่น เดิน โยคะเบา
เดือนที่ 3-6 กลับมาออกกำลังกายได้ตามปกติ

เทคนิคลดความเจ็บปวดที่ Rattinan Clinic

ที่ Rattinan Clinic ใช้ระบบ Painless Pump ซึ่งเป็นเทคนิคระงับปวดเฉพาะที่ ช่วยปล่อยยาชาอย่างต่อเนื่องบริเวณแผลผ่าตัด

ทำให้ความเจ็บปวดในช่วง 2-3 วันแรกลดลงไม่มากก็น้อย ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล และสามารถขยับตัวได้เร็วขึ้นอีกด้วย

แผลผ่าตัดอยู่ในตำแหน่งที่ซ่อนใต้ขอบบิกินี่ได้ ช่วงแรกแผลจะเป็นสีแดง/ชมพู และค่อย ๆ จางลงใน 6-12 เดือน จนกลายเป็นเส้นบางสีใกล้เคียงผิว

ระยะเวลาการเปลี่ยนแปลงของแผล

ระยะเวลา ลักษณะแผล
1-2 เดือนแรก แผลสีแดง/ชมพู อาจนูนเล็กน้อย เป็นเรื่องปกติ
3-6 เดือน สีเริ่มจางลง แผลเริ่มแบนราบ
6-12 เดือน แผลจางลงชัดเจน เริ่มเห็นลักษณะสุดท้าย
1-2 ปี แผลกลายเป็นเส้นบางสีใกล้เคียงผิว (ในคนส่วนใหญ่)

เทคนิคแผลสวยที่ Rattinan Clinic

  • Personalized Scar Design ออกแบบแนวแผลให้ต่ำและซ่อนใต้ขอบชุดชั้นใน
  • Almond Shape Belly Button สะดือรูปทรงธรรมชาติคล้ายเมล็ดอัลมอนด์
  • การเย็บหลายชั้น ลดแรงตึงที่ผิว ช่วยให้แผลบางลง

ปัจจัยที่มีผลต่อลักษณะแผล

  • พันธุกรรม (บางคนมีแนวโน้มเป็นแผลนูน/คีลอยด์)
  • การดูแลแผลหลังผ่าตัด
  • การหลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วง 6 เดือนแรก
  • การงดสูบบุหรี่

ได้ การผ่าตัดตัดหนังหน้าท้องไม่มีผลต่อความสามารถในการตั้งครรภ์ แต่การตั้งครรภ์หลังผ่าตัดอาจทำให้ผลลัพธ์เปลี่ยนแปลงไป จึงแนะนำให้ทำหลังจากมีบุตรครบตามที่วางแผนแล้ว

ผลต่อการตั้งครรภ์

  • การผ่าตัดไม่ได้ส่งผลต่อมดลูก รังไข่ หรือระบบสืบพันธุ์
  • สามารถตั้งครรภ์และคลอดได้ตามปกติ (ทั้งคลอดธรรมชาติและผ่าคลอด)

ผลต่อรูปร่างหลังตั้งครรภ์

  • หน้าท้องจะขยายตัวตามปกติระหว่างตั้งครรภ์
  • หลังคลอด ผิวหนังและกล้ามเนื้ออาจหย่อนคล้อยอีกครั้ง
  • ผลลัพธ์จากการผ่าตัดครั้งแรกอาจเปลี่ยนแปลงไปบางส่วนหรือทั้งหมด

คำแนะนำ หากยังวางแผนจะมีบุตรเพิ่ม ควรเลื่อนการผ่าตัดออกไปก่อน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่คงทนและคุ้มค่าที่สุด

ผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้ยาวนานหากรักษาน้ำหนักให้คงที่ แต่หากน้ำหนักเพิ่มขึ้นมากหรือตั้งครรภ์อีก หน้าท้องอาจกลับมาหย่อนได้

ปัจจัยที่ทำให้ผลลัพธ์คงทน

  • รักษาน้ำหนักให้คงที่ (ผันผวนไม่เกิน 5-10%)
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ โดยเฉพาะการเสริมสร้างกล้ามเนื้อแกนกลาง
  • รับประทานอาหารที่สมดุล
  • ไม่ตั้งครรภ์หลังผ่าตัด

ปัจจัยที่อาจทำให้ผลลัพธ์เปลี่ยนแปลง

  • น้ำหนักเพิ่มขึ้นมาก (10 กก. ขึ้นไป)
  • การตั้งครรภ์
  • กระบวนการชราภาพตามธรรมชาติ (ผิวหย่อนลงตามวัย)

ข้อดีของการผ่าตัด แม้น้ำหนักจะเพิ่มขึ้นบ้าง กล้ามเนื้อหน้าท้องที่ถูกเย็บซ่อมแล้วจะยังคงแข็งแรงกว่าก่อนผ่าตัด และผิวหนังส่วนเกินที่ถูกตัดออกไปแล้วก็จะไม่กลับมา

เห็นความแตกต่างได้ทันทีหลังผ่าตัด แต่ผลลัพธ์สุดท้ายจะชัดเจนใน 3-6 เดือน เมื่ออาการบวมยุบลงสมบูรณ์

Timeline การเห็นผล

ระยะเวลา สิ่งที่เห็น
ทันทีหลังผ่าตัด หน้าท้องแบนราบขึ้นชัดเจน แต่ยังบวม
2-4 สัปดาห์ อาการบวมเริ่มลดลง เห็นรูปทรงชัดขึ้น
2-3 เดือน บวมลดลงมาก เห็นผลลัพธ์ใกล้เคียงความเป็นจริง
6 เดือน – 1 ปี ผลลัพธ์สุดท้าย แผลจางลง

งานออฟฟิศ 2-3 สัปดาห์ งานที่ต้องใช้แรง 4-6 สัปดาห์ขึ้นไป

คำแนะนำตามประเภทงาน

ประเภทงาน ระยะเวลาพักงาน
งานนั่งโต๊ะ/ออฟฟิศ 2-3 สัปดาห์
งานยืนเดินทั่วไป 3-4 สัปดาห์
งานยกของ/ใช้แรง 6-8 สัปดาห์ขึ้นไป
นักกีฬา/เทรนเนอร์ 2-3 เดือน

ควรมีน้ำหนักคงที่อย่างน้อย 6-12 เดือน และอยู่ใกล้เคียงน้ำหนักเป้าหมาย (ไม่จำเป็นต้องถึง BMI ปกติ แต่ไม่ควรวางแผนลดน้ำหนักเพิ่มอีกมาก)

เหตุผล

  • น้ำหนักที่ผันผวนส่งผลต่อผลลัพธ์ระยะยาว
  • หากลดน้ำหนักเพิ่มหลังผ่าตัด อาจเกิดหนังหย่อนใหม่
  • หากน้ำหนักเพิ่มขึ้นหลังผ่าตัด รูปทรงอาจเปลี่ยนแปลง

ส่วนใหญ่ทำครั้งเดียวเพียงพอ การทำซ้ำ (Revision) อาจจำเป็นในบางกรณี เช่น น้ำหนักเปลี่ยนแปลงมาก ตั้งครรภ์หลังผ่าตัด หรือต้องการปรับปรุงผลลัพธ์เพิ่มเติม

กรณีที่อาจต้องพิจารณาทำซ้ำ

  • น้ำหนักลดลงหรือเพิ่มขึ้นมากหลังผ่าตัด
  • ตั้งครรภ์หลังผ่าตัด
  • ต้องการแก้ไขแผลเป็นที่ไม่พอใจ
  • เลือกทำ Mini Tummy Tuck แต่ปัญหารุนแรงกว่าที่ประเมิน

ไม่มีข้อจำกัดอายุที่แน่นอน แต่ต้องเป็นผู้ใหญ่ที่บรรลุนิติภาวะ (18 ปีขึ้นไป) และสุขภาพแข็งแรงเพียงพอสำหรับการผ่าตัดใหญ่

ข้อพิจารณาตามช่วงอายุ

  • อายุน้อย (18-30) มักแนะนำให้รอจนมีบุตรครบก่อน
  • วัยกลางคน (30-50) ช่วงที่พบบ่อยที่สุด เนื่องจากหลายคนมีบุตรครบแล้ว
  • วัยสูงอายุ (50+) สามารถทำได้หากสุขภาพแข็งแรง แต่ต้องประเมินความเสี่ยงจากโรคประจำตัวอย่างละเอียด

ได้ การผ่าตัดตัดหนังหน้าท้องไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้หญิง ผู้ชายที่มีปัญหาหนังหน้าท้องหย่อนจากการลดน้ำหนักหรือสาเหตุอื่นก็สามารถเข้ารับการผ่าตัดได้เช่นกัน

กลุ่มผู้ชายที่พบบ่อย

  • ผู้ที่ลดน้ำหนักจำนวนมาก (หลังผ่าตัดกระเพาะหรือควบคุมอาหาร)
  • ผู้ที่มีพุงห้อยจากภาวะอ้วนลงพุงมานาน
  • ผู้ที่ต้องการปรับรูปร่างหลังจากออกกำลังกายจริงจัง

ความแตกต่างจากผู้หญิง

  • มักไม่มีปัญหากล้ามเนื้อหน้าท้องแยก (ยกเว้นกรณีพิเศษ)
  • ตำแหน่งแผลอาจปรับให้ซ่อนใต้ขอบกางเกงหรือกางเกงว่ายน้ำผู้ชาย

ต้องงดออกกำลังกายหนัก 6-8 สัปดาห์ หลังจากนั้นสามารถกลับมาออกกำลังกายได้ตามปกติ และหลายคนพบว่าออกกำลังกายได้ดีขึ้นเพราะแกนกลางลำตัวแข็งแรงขึ้นจากการเย็บซ่อมกล้ามเนื้อ

Timeline การกลับมาออกกำลังกาย

ระยะเวลา กิจกรรมที่ทำได้
สัปดาห์ที่ 1-2 เดินเบาๆ รอบบ้าน
สัปดาห์ที่ 3-4 เดินระยะไกลขึ้น กิจวัตรประจำวัน
สัปดาห์ที่ 6-8 เริ่มออกกำลังกายเบา เช่น โยคะ pilates เบา
เดือนที่ 3 เริ่มออกกำลังกายแบบ cardio เบาถึงปานกลาง
เดือนที่ 4-6 กลับมาออกกำลังกายได้ตามปกติ รวมถึงเวทเทรนนิ่ง

ข้อดีหลังฟื้นตัว หลายคนพบว่าหลังผ่าตัดและฟื้นตัวเต็มที่แล้ว สามารถออกกำลังกายได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวที่ถูกเย็บซ่อมแล้วให้ความแข็งแรงและเสถียรภาพที่ดีขึ้น

การเตรียมตัวและดูแลตัวเอง คู่มือฉบับสมบูรณ์

ความสำเร็จของการผ่าตัดตัดหนังหน้าท้องไม่ได้ขึ้นอยู่กับฝีมือศัลยแพทย์เพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับ การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด และ การดูแลตัวเองหลังผ่าตัด ที่ถูกต้องด้วย คู่มือนี้รวบรวมข้อมูลสำคัญที่คุณควรรู้ตั้งแต่ก่อนวันผ่าตัดจนถึงการฟื้นตัวสมบูรณ์

สิ่งที่ต้องงดก่อนผ่าตัด เช่น ยา วิตามิน และอาหารเสริม

การเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนผ่าตัดมีเป้าหมายเพื่อลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน โดยเฉพาะปัญหาเลือดออกและการหายของแผล

สิ่งที่ต้องงด ระยะเวลา เหตุผล
บุหรี่/ยาสูบทุกชนิด 4-6 สัปดาห์ก่อนและหลัง นิโคตินทำให้เลือดไปเลี้ยงเนื้อเยื่อได้น้อยลง เพิ่มความเสี่ยงแผลหายช้า แผลแยก และภาวะเนื้อตาย
แอลกอฮอล์ 2-4 สัปดาห์ก่อน รบกวนการแข็งตัวของเลือดและการฟื้นตัวของร่างกาย
บุหรี่ไฟฟ้า/Vape 4-6 สัปดาห์ก่อนและหลัง มีนิโคตินเช่นเดียวกับบุหรี่ธรรมดา

สำคัญมาก การสูบบุหรี่เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุดต่อภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด หากไม่สามารถงดได้จริง ควรแจ้งแพทย์ตามตรง

ยาและอาหารเสริมหลายชนิดมีผลต่อการแข็งตัวของเลือด อาจทำให้เลือดออกมากระหว่างและหลังผ่าตัด

ยาที่ต้องหยุด (ปรึกษาแพทย์ก่อนหยุดเสมอ)

  • ยาละลายลิ่มเลือด กลุ่ม Aspirin, Warfarin, Clopidogrel
  • ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เช่น Ibuprofen, Naproxen, Diclofenac
  • ยาสมุนไพรบางชนิดที่มีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือด
  • วิตามินอี (ขนาดสูง)
  • น้ำมันปลา / โอเมก้า 3
  • ใบแปะก๊วย (Ginkgo Biloba)
  • โสม (Ginseng)
  • กระเทียมสกัด
  • ขมิ้นชัน/เคอร์คูมิน (ขนาดสูง)

คำแนะนำ ทำรายการยาและอาหารเสริมทั้งหมดที่ใช้อยู่ แล้วนำมาปรึกษาแพทย์ก่อนผ่าตัด

การเตรียมตัววันก่อนและวันผ่าตัด

ช่วงเวลา สิ่งที่ต้องทำ
1 สัปดาห์ก่อน เพิ่มโปรตีนในอาหาร (ไข่ ปลา อกไก่) ลดอาหารเค็ม ดื่มน้ำมาก ๆ
วันก่อนผ่าตัด รับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย พักผ่อนให้เพียงพอ
8 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด งดอาหารและน้ำ (NPO) เพื่อความปลอดภัยในการดมยาสลบ
เช้าวันผ่าตัด อาบน้ำสะอาด งดโลชั่น/เครื่องสำอาง งดเครื่องประดับ สวมเสื้อผ้าหลวมติดกระดุมหน้า

สิ่งที่ต้องเตรียมสำหรับการพักฟื้น

  • ผู้ดูแลพาเดินทางกลับและอยู่ด้วยอย่างน้อย 2-3 วันแรก
  • ชุดกระชับ (Compression Garment) ตามที่แพทย์แนะนำ
  • หมอนหลายใบสำหรับรองตัวขณะนอน (ท่ากึ่งนั่ง)
  • เสื้อผ้าหลวมสบาย ใส่ง่าย ไม่ต้องยกแขนสูง
  • ยาตามที่แพทย์สั่ง
  • อาหารอ่อนย่อยง่ายเตรียมไว้ล่วงหน้า
  • วางแผนลางานล่วงหน้า 2-4 สัปดาห์

การดูแลแผลและใส่ชุดกระชับหลังผ่าตัด (Compression Garment)

การดูแลหลังผ่าตัดอย่างถูกต้องช่วยให้แผลหายดี ลดอาการบวม และให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

สัปดาห์แรก

  • รักษาแผลให้แห้งและสะอาด
  • ห้ามแกะหรือดึงพลาสเตอร์ปิดแผลเอง
  • ทำความสะอาดตามที่แพทย์หรือพยาบาลแนะนำ
  • หลีกเลี่ยงการให้แผลโดนน้ำโดยตรง (จนกว่าแพทย์จะอนุญาต)

สัปดาห์ที่ 2-4

  • นัดตัดไหมตามกำหนด (ประมาณ 7-14 วัน)
  • เริ่มใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลแผลเป็นตามคำแนะนำแพทย์ (ถ้ามี)
  • หลีกเลี่ยงการเกา แม้จะคัน (อาการคันเป็นสัญญาณว่าแผลกำลังหาย)

เดือนที่ 1-6

  • หลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรงบริเวณแผล (ทำให้แผลคล้ำขึ้น)
  • ใช้ครีมกันแดดหากแผลต้องโดนแดด
  • สังเกตลักษณะแผล หากมีความผิดปกติให้แจ้งแพทย์

ชุดกระชับเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยให้ผลลัพธ์หลังผ่าตัดดีขึ้น หลายคนอาจรู้สึกอึดอัดในช่วงแรก แต่การใส่อย่างสม่ำเสมอจะช่วยได้มาก

ประโยชน์ของชุดกระชับ

  • ลดอาการบวมและช้ำ
  • ช่วยให้ผิวหนังเกาะติดกับชั้นใต้ผิวได้ดี
  • ลดการสะสมของน้ำเหลือง (Seroma)
  • ช่วยพยุงแผลและลดความเจ็บปวดขณะเคลื่อนไหว
  • ช่วยให้รูปทรงหน้าท้องเข้าที่เร็วขึ้น

ระยะเวลาการใส่

ช่วงเวลา คำแนะนำ
สัปดาห์ที่ 1-2 ใส่ตลอด 24 ชั่วโมง (ถอดเฉพาะอาบน้ำ)
สัปดาห์ที่ 3-4 ใส่ตลอดวัน ถอดได้ตอนนอน (ถ้าแพทย์อนุญาต)
สัปดาห์ที่ 5-6 ใส่ช่วงกลางวันหรือเวลาทำกิจกรรม
หลัง 6 สัปดาห์ ตามคำแนะนำแพทย์ บางเคสอาจใส่ต่อถึง 2-3 เดือน

เคล็ดลับการใส่ชุดกระชับ

  • เลือกขนาดที่พอดี ไม่รัดจนอึดอัดหายใจลำบาก
  • ซักด้วยมือ ตากให้แห้งสนิท
  • มีชุดสำรอง 2 ชุดสลับใส่
  • หากมีอาการชา บวมมากขึ้น หรือเจ็บผิดปกติ ให้คลายหรือปรึกษาแพทย์

บริการดูแลแผลที่ Rattinan Clinic เรามีบริการพยาบาลวิชาชีพทำแผลและตัดไหม พร้อมเซตอุปกรณ์ทำแผลปลอดเชื้อ และบริการฉายแสงลดบวม 2 ครั้ง เพื่อช่วยให้การฟื้นตัวเป็นไปอย่างราบรื่น

ท่านอนและการเคลื่อนไหว

ท่านอนที่แนะนำ

  • นอนท่ากึ่งนั่ง (Semi-Fowler) โดยใช้หมอนหนุนหลังและใต้เข่า
  • เน้นมาก ๆ 2-3 สัปดาห์แรก เพื่อลดแรงตึงที่แผลหน้าท้อง
  • หลีกเลี่ยงการนอนราบหรือเหยียดตัวตรงในช่วงแรก

การเคลื่อนไหว

  • เริ่มเดินช้า ๆ ภายใน 24 ชั่วโมงแรกหลังผ่าตัด (ช่วยลดความเสี่ยงลิ่มเลือด)
  • เดินตัวงอเล็กน้อยในช่วงแรก ค่อย ๆ ยืดตัวตรงขึ้นเมื่อแผลหายดี
  • หลีกเลี่ยงการยกของหนัก ก้มตัว หรือเกร็งหน้าท้องอย่างน้อย 6-8 สัปดาห์

อาการปกติ vs อาการผิดปกติที่ต้องมาพบแพทย์

การแยกแยะระหว่างอาการปกติหลังผ่าตัดกับอาการที่ต้องพบแพทย์ทันทีเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อไม่ให้กังวลเกินไป แต่ก็ไม่ละเลยสัญญาณอันตราย

อาการ รายละเอียด ระยะเวลาที่พบ
ปวดและตึงบริเวณหน้าท้อง เจ็บมากสุดใน 3-5 วันแรก แล้วค่อย ๆ ดีขึ้น 2-4 สัปดาห์
บวมและช้ำ บวมมากใน 1-2 สัปดาห์แรก ค่อย ๆ ลดลง 2-3 เดือนจึงยุบสมบูรณ์
ชาบริเวณหน้าท้อง เกิดจากเส้นประสาทถูกตัดผ่าน มักดีขึ้นเอง 3-12 เดือน
คันบริเวณแผล สัญญาณว่าแผลกำลังหาย 2-6 สัปดาห์
รู้สึกตึงเมื่อยืดตัว เป็นเพราะผิวหนังถูกดึงตึง 4-8 สัปดาห์
มีน้ำเหลืองซึมเล็กน้อย ปริมาณน้อยและใส เป็นเรื่องปกติ 1-2 สัปดาห์
ท้องผูก ผลข้างเคียงจากยาแก้ปวด 1-2 สัปดาห์
อารมณ์แปรปรวน เป็นเรื่องปกติหลังผ่าตัดใหญ่ ชั่วคราว
อาการ รายละเอียด ระดับความเร่งด่วน
ไข้สูงเกิน 38.5°C อาจเป็นสัญญาณการติดเชื้อ ติดต่อทันที
แผลบวมแดงมากขึ้น ร้อน มีหนอง สัญญาณการติดเชื้อที่แผล ติดต่อทันที
เลือดออกมากผิดปกติ เลือดซึมไม่หยุดหรือปริมาณมาก ติดต่อทันที
หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก อาจเป็นสัญญาณลิ่มเลือดอุดตันปอด ไปห้องฉุกเฉินทันที
ขาบวมข้างเดียว ปวดน่อง อาจเป็นสัญญาณลิ่มเลือดที่ขา (DVT) ติดต่อทันที
แผลแยก หรือเห็นเนื้อเยื่อด้านใน ต้องได้รับการดูแลเพิ่มเติม ติดต่อทันที
ปวดรุนแรงที่ยาไม่สามารถบรรเทาได้ อาจมีภาวะแทรกซ้อน ติดต่อภายในวัน
มีกลิ่นเหม็นจากแผล สัญญาณการติดเชื้อ ติดต่อภายในวัน
บวมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อาจมีเลือดหรือน้ำเหลืองคั่ง ติดต่อภายในวัน
คลื่นไส้อาเจียนรุนแรงต่อเนื่อง อาจเป็นผลจากยาหรือภาวะอื่น ติดต่อภายในวัน

การติดต่อหลังผ่าตัดที่ Rattinan Clinic

ที่ Rattinan Clinic มีบริการพยาบาลออนไลน์ให้คำปรึกษาหลังผ่าตัดอย่างใกล้ชิด คุณสามารถส่งรูปภาพแผลหรือสอบถามอาการได้ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะรบกวน

เพราะการติดตามอาการอย่างใกล้ชิดเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลที่เราให้ความสำคัญ

ตัดหนังหน้าท้อง ราคาเท่าไหร่?

“ราคาเท่าไหร่?” เป็นคำถามที่พบบ่อยที่สุดเมื่อพิจารณาการตัดหนังหน้าท้อง คำตอบคือ ราคาแตกต่างกันมากขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย และทำไมการเลือกราคาที่ ถูกที่สุด อาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด…

ที่ Rattinan Clinic เราเชื่อในความโปร่งใส ราคาที่คุณจ่าย ไม่ใช่แค่ค่าตัดผิวหนังส่วนเกินออกไป แต่คือการลงทุนเพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่สวยงามในระยะยาว

ซึ่งราคาตัดหนังหน้าท้อง ที่ Rattinan Clinic มีรายละเอียด ดังนี้

หัตถการผ่าตัดยกกระชับ

ราคาเริ่มต้น

ตัดหนังหน้าท้อง Tummy Tuck

290,000 บาท

Belt lipectomy

500,000 บาท

ยกกระชับหน้าอก

70,000 - 180,000 บาท

ยกกระชับหน้าอกแผลแบบพระจันทร์คว่ำ level1

150,000 บาท

ยกกระชับหน้าอกแผลแบบโดนัท level2

175,000 บาท

ยกกระชับหน้าอกแผลแบบอมยิ้ม

180,000 บาท

ยกกระชับหน้าอกแผลแบบตัวที level3

180,000 บาท

ผ่าตัดหนัง ยกกระชับแผ่นหลัง (Bra Line Back Lift)

220,000 บาท

ผ่าตัดหนัง ยกกระชับต้นแขน (Arm lift)

220,000 บาท

ผ่าตัดหนัง ยกกระชับต้นขา (Inner Thigh Lift)

220,000 บาท

ผ่าตัดหนังบั้นท้าย (Buttock lift)

250,000 บาท

นี่คือสิ่งที่คุณจะได้รับภายใต้มาตรฐานราคาของเรา

  1. ความเชี่ยวชาญของศัลยแพทย์ (Surgeon’s Expertise)

ไม่ใช่แค่ใครก็ได้ที่ถือมีดหมอ แต่คือศิลปะแห่งการปั้นหุ่น

  • สิ่งที่คุณได้: การผ่าตัดโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง (Plastic Surgeon) ในการออกแบบแนวแผลให้ซ่อนรูป (Bikini Line) และเทคนิคการเย็บซ่อมกล้ามเนื้อหน้าท้อง (Muscle Repair) ให้กลับมากระชับ เอวคอดสวย ไม่ใช่แค่หน้าท้องแบนราบ
  • ความคุ้มค่า: ลดความเสี่ยงในการแก้ทรง หรือแผลเป็นที่ไม่สวยงาม ซึ่งค่าแก้มักแพงกว่าค่าทำใหม่เสมอ
  1. ความปลอดภัยสูงสุดขณะหลับ (Anesthesia & Safety)

ความปลอดภัยคือสิ่งที่ประนีประนอมไม่ได้

  • สิ่งที่คุณได้: การดูแลโดย “วิสัญญีแพทย์วิชาชีพ” (Anesthesiologist) แบบ 1:1 ตลอดการผ่าตัด ไม่ใช่พยาบาลหรือหมอผ่าตัดดมยาเอง พร้อมอุปกรณ์ติดตามสัญญาณชีพมาตรฐานโรงพยาบาล
  • ความคุ้มค่า: คุณจะหลับสบายและตื่นขึ้นมาอย่างปลอดภัย ลดความเสี่ยงจากการแพ้ยาสลบหรือภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิต
  1. ห้องผ่าตัดและอุปกรณ์มาตรฐาน AACI (AACI Standards)

สะอาด ปลอดเชื้อ พร้อมรับทุกสถานการณ์

  • สิ่งที่คุณได้: การผ่าตัดในห้อง OR (Operating Room) ที่มีระบบกรองอากาศปลอดเชื้อ Positive Pressure เครื่องมือช่วยชีวิตฉุกเฉิน และทีมพยาบาลวิชาชีพที่เชี่ยวชาญการส่งเครื่องมือ
  • ความคุ้มค่า: ลดโอกาสติดเชื้อหลังผ่าตัด ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้แผลเน่าหรือฟื้นตัวช้า
  1. การดูแลดุจคนในครอบครัว (Premium Aftercare)

เราไม่ทิ้งคุณหลังลงจากเตียงผ่าตัด

  • สิ่งที่คุณได้: รวมค่ายาปฏิชีวนะ ยาแก้ปวดเกรดดี การทำแผล ตัดไหม การนัดติดตามผล (Follow-up) อย่างต่อเนื่อง และคำแนะนำการดูแลตัวเองตลอด 24 ชม. หากมีข้อสงสัย
  • ความคุ้มค่า: ความอุ่นใจที่มีหมอคอยดูอาการตลอดจนกว่าแผลจะหายสนิท

เพื่อให้คุณเห็นภาพชัดเจนว่าทำไมแต่ละเคสตัดหนังหน้าท้องถึงราคาไม่เท่ากัน

ปัจจัย (Factors) ราคาสูงขึ้น (Complex & Premium) ราคาต่ำลง (Basic)
เทคนิคการผ่าตัด Full Tummy Tuck / 360 Body Lift

(ตัดหนังเยอะ + ย้ายสะดือ + เย็บกล้ามเนื้อ)

Mini Tummy Tuck

(ตัดหนังน้อยเฉพาะล่างสะดือ)

แนวทางการผ่าตัดของคลินิก Lipoabdominoplasty

(เทคนิคที่รัตตินันท์)

ตัดหนังอย่างเดียว

(เทคนิคทั่วไป)

ความยากง่าย เคสแก้ไข (Revision) / หนังย้วยมาก

(ใช้เวลาผ่าตัดนาน ซับซ้อนสูง)

เคสทำครั้งแรก / หนังย้วยน้อย

(ใช้เวลาผ่าตัดน้อยกว่า)

ทีมแพทย์ มีวิสัญญีแพทย์ดูแลตลอดการผ่าตัด ไม่มีวิสัญญีแพทย์ (เสี่ยงสูง)
การดูแล รวมชุดกระชับ + ยา + ตัดไหม + ประกัน คิดแยกทุกรายการ (จ่ายเพิ่มทีหลัง)

หากพบราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดมากผิดปกติ ควรตั้งคำถามและตรวจสอบให้ดี เพราะอาจมีการตัดต้นทุนในส่วนที่ส่งผลต่อความปลอดภัย

สัญญาณเตือนที่ควรระวัง

ด้านแพทย์และทีมงาน

  • ไม่ใช่ศัลยแพทย์ตกแต่ง (Plastic Surgeon) หรือศัลยแพทย์ทั่วไปที่ผ่านการฝึกอบรม
  • ไม่มีวิสัญญีแพทย์ดูแลการดมยาสลบ
  • ใช้พยาบาลหรือผู้ช่วยที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพ

ด้านสถานที่และอุปกรณ์

  • ไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล
  • ห้องผ่าตัดไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีระบบปลอดเชื้อที่เหมาะสม
  • ไม่มีอุปกรณ์ฉุกเฉินหรือระบบรองรับกรณีเกิดภาวะแทรกซ้อน

ด้านการบริการ

  • ไม่มีการตรวจสุขภาพก่อนผ่าตัด
  • ไม่มีการติดตามผลหลังผ่าตัด
  • ไม่มีช่องทางติดต่อเมื่อเกิดปัญหา

วิธีตรวจสอบเบื้องต้น

  • ขอดูใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมของแพทย์
  • ตรวจสอบว่าเป็นศัลยแพทย์ตกแต่ง (Plastic Surgeon) หรือไม่ ผ่านเว็บไซต์แพทยสภา
  • ตรวจสอบใบอนุญาตสถานพยาบาลกับ สบส.
  • สอบถามว่ามีวิสัญญีแพทย์ดูแลหรือไม่

ทำไมต้องเลือกตัดหนังหน้าท้องที่ Rattinan Clinic

การเลือกสถานที่ผ่าตัดตัดหนังหน้าท้องเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญ ที่ Rattinan Clinic เราเข้าใจความกังวลของคุณ และพร้อมดูแลด้วยมาตรฐานที่เราภูมิใจ

การผ่าตัดตัดหนังหน้าท้องที่ Rattinan Clinic ดำเนินการโดย ศัลยแพทย์ตกแต่ง (Plastic Surgeon) ที่ผ่านการฝึกอบรมเฉพาะทางและได้รับวุฒิบัตรจากแพทยสภา ซึ่งมีข้อดี ดังนี้

  • ผ่านการฝึกอบรมด้านศัลยกรรมตกแต่งโดยเฉพาะ
  • มีความเข้าใจในสัดส่วนร่างกายและความสวยงาม
  • มีทักษะในการออกแบบแผลให้ซ่อนได้และสะดือที่ดูเป็นธรรมชาติ
  • สามารถจัดการกับเคสที่ซับซ้อนได้

นอกจากนี้ Rattinan Clinic มีประสบการณ์ในการดูแลผู้เข้ารับบริการที่หลากหลาย รวมถึง

  • เคสหลังลดน้ำหนักมาก ที่มีหนังหย่อนรุนแรงรอบตัว
  • เคสที่มีประวัติผ่าตัดหน้าท้องมาก่อน เช่น ผ่าคลอดหลายครั้ง ผ่าตัดไส้เลื่อน
  • เคสแก้ไข (Revision) จากการผ่าตัดที่อื่นที่ผลลัพธ์ไม่เป็นที่พอใจ

ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้เราสามารถวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลได้อย่างแม่นยำ

รวมถึงแนวคิด “The Art of Precision” ความงามจากความแม่นยำ

ที่ Rattinan Clinic ทุกขั้นตอนของการผ่าตัดถูกออกแบบภายใต้แนวคิด The Art of Precision เพื่อให้ผลลัพธ์ไม่ใช่เพียง “ท้องแบน” แต่เป็นรูปร่างที่สมดุล กลมกลืน และดูเป็นธรรมชาติ

4 ขั้นตอนการดูแล

ขั้นตอน รายละเอียด
Step 1: Precision Fat Reduction ดูดไขมันด้วย Lipo MicroAire PAL + Body Contouring Design
Step 2: Core & Skin Tightening กระชับผิวด้วย BodyTite + เย็บซ่อมกล้ามเนื้อ 3 เส้น
Step 3: Meticulous Skin Excision ตัดหนังส่วนเกิน + Almond Shape Belly Button + Personalized Scar
Step 4: Pain Management & Recovery Painless Pump + การดูแลหลังผ่าตัดอย่างใกล้ชิด
ทำไมต้อง 360 body contouring

มากไปกว่านั้น เรายังติดตามผล (Follow-up) ที่ใกล้ชิด เพราะการดูแลไม่ได้จบลงเมื่อออกจากห้องผ่าตัด ที่ Rattinan Clinic เรามีระบบติดตามผลอย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่รวมในบริการ Aftercare

  • เซตยาฆ่าเชื้อ ยาแก้ปวด ยาลดบวม
  • บริการพยาบาลวิชาชีพทำแผลและตัดไหม
  • เซตอุปกรณ์ทำแผลปลอดเชื้อ
  • นัดติดตามผลหลังผ่าตัด
  • บริการฉายแสงลดบวม 2 ครั้ง
  • บริการพยาบาลออนไลน์ให้คำปรึกษาตลอด

ช่องทางติดต่อ: คุณสามารถส่งรูปภาพแผลหรือสอบถามอาการได้ตลอดเวลาผ่านทีมพยาบาล โดยไม่ต้องกังวลว่าจะรบกวน เพราะการติดตามอาการอย่างใกล้ชิดเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลที่เราให้ความสำคัญ

นัดปรึกษาแพทย์ประเมินหน้าท้อง

หากคุณกำลังพิจารณาการผ่าตัด ตัดหนังหน้าท้อง แต่ยังไม่แน่ใจว่าเหมาะกับหัตถการนี้หรือไม่ หรือควรเลือกเทคนิคไหน ขั้นตอนแรกคือการปรึกษาศัลยแพทย์เพื่อประเมินสภาพจริง

สิ่งที่จะได้รับจากการปรึกษา

  • ประเมินระดับปัญหาและโครงสร้างหน้าท้อง
  • แนะนำเทคนิคที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของคุณ
  • ตอบคำถามและข้อกังวลทุกประเด็น
  • ให้ข้อมูลเรื่องขั้นตอน ระยะพักฟื้น และค่าใช้จ่าย

พร้อมเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงแล้วหรือไม่

  • ส่งรูปประเมินเบื้องต้นทาง LINE สะดวก รวดเร็ว ได้รับคำตอบจากทีมที่ปรึกษาภายใน 24 ชั่วโมง
  • นัดปรึกษาแพทย์ที่คลินิก พูดคุยกับศัลยแพทย์โดยตรง ประเมินสภาพจริง วางแผนการรักษาที่เหมาะกับคุณ

“การตัดสินใจที่ดีเริ่มต้นจากข้อมูลที่ครบถ้วน เราพร้อมให้คำปรึกษาโดยไม่มีข้อผูกมัด เพื่อให้คุณมั่นใจในทุกขั้นตอน”

ทีมแพทย์ผ่าตัดยกกระชับผิว
ที่ รัตตินันท์ คลินิก

น.ต.นพ. จตุพร ซื่อสัตย์
ศัลยแพทย์ตกแต่ง

ศัลยศาสตร์ตกแต่ง
และเสริมสร้าง