ทำ Ulthera ทั่วหน้า กี่ช็อต (Line) ยกกระชับหน้า เห็นผลลัพธ์ชัดเจน?

โปรแกรม Ulthera เป็นเทคโนโลยีช่วยยกกระชับผิว ลดริ้วรอยร่องลึกและปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้นได้อย่างตรงจุดโดยที่ไม่ต้องผ่าตัด แต่คำถามยอดฮิตที่หลายคนสงสัยคือ ควรทำ Ulthera ทั่วหน้า กี่ช็อต (Line) จึงจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนและคุ้มค่าที่สุด? ซึ่งจำนวนช็อตที่เหมาะสมนั้นจะขึ้นอยู่กับปัญหาผิวของแต่ละบุคคล บทความนี้ ทีมแพทย์ รัตตินันท์ คลินิก จึงได้รวบรวมคำตอบมาให้แล้วว่า แต่ละจุดบนใบหน้าควรใช้พลังงานกี่ช็อต เพื่อผลลัพธ์การดึงหน้าที่เต่งตึงและเป็นธรรมชาติที่สุด

ควรทำ Ulthera ทั่วหน้า กี่ช็อต (Line)

สำหรับผู้ที่ต้องการ ทำ Ulthera ทั่วหน้า (Full Face) จำนวนที่เหมาะสมและเห็นผลลัพธ์ชัดเจนตามมาตรฐานจะเริ่มต้นที่ประมาณ 600 – 700 ไลน์ เพื่อยกกระชับผิว ลดร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก และฟื้นฟูผิวทั้งใบหน้าให้กลับมาเต่งตึงดูอ่อนเยาว์อย่างสมบูรณ์ หากเป็นผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยสะสมค่อนข้างมาก เช่น อยู่ในช่วงอายุ 40-50 ปีขึ้นไป หรือต้องการดึงกระชับลากยาวไปถึงบริเวณลำคอ แพทย์อาจพิจารณาปรับเพิ่มจำนวนเป็น 800 – 1,200 ไลน์ เพื่อให้การส่งพลังงานครอบคลุมและเพียงพอต่อการกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ให้เกิดการยกกระชับมากที่สุด

ทั้งนี้ การประเมินว่าควรทำ Ulthera ทั่วหน้ากี่ช็อต หรือกี่ไลน์นั้น จะไม่มีตัวเลขที่ตายตัวสำหรับทุกคน เนื่องจากจำนวนช็อตที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับสภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อย และช่วงอายุของแต่ละบุคคลเป็นหลัก แต่เพื่อให้คุณเห็นภาพรวมและเตรียมตัวเบื้องต้นได้ง่ายขึ้น สามารถอ้างอิงตามบริเวณที่ต้องการแก้ไขได้

Doctor’s note

คุณอาจเคยเห็นโปรโมชันทำ Ulthera ทั่วหน้าในราคาที่ถูกมาก ๆ ซึ่งมักจะแลกมากับการใช้จำนวนช็อตที่น้อยเกินไป เช่น ทำทั่วหน้าแต่ใช้เพียง 300 ไลน์ ซึ่งการกระจายพลังงานที่น้อยเกินไปในพื้นที่กว้าง จะทำให้การทำหัตถการครั้งนั้น ไม่เห็นผลลัพธ์การยกกระชับอย่างที่ควรจะเป็น ดังนั้น เพื่อความคุ้มค่าและผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุด หมอแนะนำให้เข้ามาประเมินรูปหน้ากับแพทย์ เพื่อออกแบบและคำนวณจำนวนช็อตให้พอดีกับปัญหาผิวของคุณโดยเฉพาะจะดีที่สุดค่ะ

วิธีการนับจำนวน ช็อต (Line) ของการทำ Ulthera

สำหรับเครื่อง Ulthera เราจะเรียกหน่วยการปล่อยพลังงานว่า ไลน์ (Line) เมื่อแพทย์กดหัวเครื่องยิงพลังงาน 1 ครั้ง เครื่องจะปล่อยคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ออกมาเป็นจุดพลังงานความร้อนเล็ก ๆ เรียงต่อกันเป็นเส้นตรง 1 เส้นยาวประมาณ 2.5 เซนติเมตร ซึ่งใน 1 เส้นนี้จะประกอบไปด้วยจุดพลังงานย่อย ๆ เรียงกันราว ๆ 17-25 จุด (Dot)

ความสับสนมักเกิดจากการที่ผู้รับบริการเคยกับการทำเลเซอร์หน้าใสทั่วไป ที่ยิง 1 ครั้งเท่ากับ 1 ช็อต คลินิกหลายแห่งจึงอนุโลมใช้คำว่า “ช็อต” แทนคำว่า “ไลน์” เพื่อให้ผู้รับบริการเข้าใจง่ายขึ้น แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ อาจมีบางคลินิกที่ใช้เทคนิคทางการตลาดโดยนำ จำนวนจุด ที่เรียงต่อกันเป็นเส้นตรง มาโฆษณาว่าเป็น “ช็อต” เพื่อทำให้ตัวเลขดูเยอะมหาศาล เช่น โฆษณาว่าทำ Ulthera 10,000 ช็อต ซึ่งความจริงแล้วอาจจะเท่ากับไม่กี่ร้อยไลน์เท่านั้น ทำให้ผู้รับบริการเข้าใจผิดว่าได้ปริมาณเยอะในราคาถูก

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าได้จำนวนไลน์ครบตามที่ซื้อจริง?

วิธีการเช็กที่โปร่งใสและได้มาตรฐานที่สุดคือ ก่อนเริ่มทำหัตถการ แพทย์จะให้ผู้รับบริการดูตัวเลขบนหน้าจอเพื่อเป็นจุดเริ่มต้น และเมื่อทำเสร็จแล้วก็จะให้ดูตัวเลขสรุปผลอีกครั้ง เพื่อเป็นการยืนยันว่าผู้รับบริการได้รับการยิงพลังงานครบถ้วนตรงตามจำนวนไลน์ที่ประเมินไว้ตั้งแต่ต้นทุกประการ ซึ่งความพิเศษของ Ulthera SPT เครื่องแท้ จะมีหน้าจอแสดงผลการทำงานแบบ Real-time โดยบนหน้าจอนี้ไม่ได้แสดงแค่ชั้นผิวหนังของเราเท่านั้น แต่ยังมีการบันทึก “ตัวเลขจำนวนไลน์” ที่ยิงไปแล้วอย่างชัดเจนอีกด้วย

ที่ รัตตินันท์ คลินิก เราเน้นย้ำเรื่องความโปร่งใสและมาตรฐานความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ผู้รับบริการจึงสามารถตรวจสอบจำนวนไลน์จากหน้าจอเครื่องได้จริงทั้งก่อนทำและหลังทำ เพื่อความสบายใจและเพื่อให้มั่นใจว่าจะได้ผลลัพธ์การยกกระชับที่คุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายที่สุด

ตำแหน่งทำ Ulthera บนใบหน้า ใช้กี่ช็อต (Line)

การกำหนดจำนวนช็อต (Line) ในการทำ Ulthera จะแตกต่างกันไปตามตำแหน่ง ขนาดของพื้นที่ และระดับความหย่อนคล้อยของแต่ละคนซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ 100 – 1,000 ช็อต (Line) และเพื่อให้คุณสามารถประเมินเบื้องต้นได้ว่าปัญหาผิวของคุณควรใช้จำนวนพลังงานประมาณเท่าไหร่ ทีมแพทย์ รัตตินันท์ คลินิก ได้สรุปจำนวนช็อตที่เหมาะสมสำหรับแต่ละจุดมาให้ดังนี้

  1. บริเวณรอบดวงตา หางตา และยกคิ้ว จะใช้จำนวนอยู่ที่ประมาณ 100 – 200 ช็อต (Line) เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาผิวรอบดวงตาหย่อนคล้อย หนังตาตก คิ้วตก หรือมีริ้วรอยเล็ก ๆ รอบดวงตาที่ทำให้หน้าดูเหนื่อยล้า ไม่สดใส การทำ Ulthera  พลังงานจะเข้าไปช่วยยกแนวคิ้วและหางตาให้ดูเปิดกว้าง ทำให้ใบหน้าส่วนบนดูเด็กลงและสดใสขึ้น

  2. บริเวณแก้มและกรอบหน้า การทำเฉพาะบริเวณช่วงแก้มจะใช้ประมาณ 300 ช็อต หากมีความกังวลเรื่องแก้มเริ่มห้อย ร่องแก้มลึก หรือมีร่องน้ำหมาก แต่ถ้าต้องการเก็บกรอบหน้าทั้งสองข้างให้คมชัดไปพร้อมกัน จำนวนที่เหมาะสมจะอยู่ที่ประมาณ 400 ช็อต (Line) ซึ่งถือเป็นโปรแกรมยอดนิยมที่ช่วยปรับรูปหน้าให้ดูเรียววีเชปได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ หากผู้รับบริการมีปัญหาเนื้อกองบริเวณคาง หรือมี เหนียง ร่วมด้วย แพทย์มักจะแนะนำให้ใช้ประมาณ 500 ช็อต (Line) เพื่อเหมาเก็บทั้งแก้ม กรอบหน้า และเหนียงให้พอดีในคราวเดียว

  3. ทำทั่วใบหน้า (Full Face) และลำคอ จะใช้จำนวนเริ่มต้นที่ประมาณ 600 – 700 ช็อต (Line) เพื่อให้ได้ผลลัพธ์การยกกระชับที่สมบูรณ์ สำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวแบบองค์รวม เก็บรายละเอียดตั้งแต่หน้าผาก รอบดวงตา หน้าแก้ม โหนกแก้ม ลงมาจนถึงช่วงล่างของใบหน้า การทำ Ulthera ทั่วหน้า (Full Face) แต่ในกรณีที่ผู้รับบริการมีปัญหาความหย่อนคล้อยสะสมค่อนข้างมาก เช่น อยู่ในช่วงวัย 40-50 ปีขึ้นไป หรือต้องการดึงกระชับลากยาวไปถึงบริเวณลำคอที่เริ่มมีรอยเหี่ยวย่น แพทย์อาจพิจารณาใช้จำนวน 800 – 1,000 ช็อต (Line) ขึ้นไป เพื่อให้การกระจายพลังงานครอบคลุมพื้นที่และเกิดประสิทธิภาพมากที่สุดในการสร้างคอลลาเจนใหม่

ปัจจัยกำหนดจำนวนช็อต (Line) ในการทำ Ulthera

การกำหนดจำนวนช็อต (Line) จะไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวที่ใช้ได้กับทุกคน แพทย์จะต้องประเมินจากปัจจัยหลัก ๆ ของแต่ละบุคคล ได้แก่ ระดับความหย่อนคล้อยและช่วงอายุ ขนาดพื้นที่และโครงสร้างใบหน้า ความหนาของชั้นผิวและชั้นไขมัน และความคาดหวังของผลลัพธ์ที่ต้องการ เพื่อให้การยิงพลังงานครอบคลุมและเกิดประสิทธิภาพในการยกกระชับมากที่สุด ซึ่งในแต่ละปัจจัยมีรายละเอียดดังนี้

  • ระดับความหย่อนคล้อยและช่วงอายุ นี่คือปัจจัยอันดับแรกที่แพทย์ใช้ประเมิน ในผู้ที่อายุน้อย ผิวยังมีความยืดหยุ่นดีและต้องการทำเพื่อป้องกันริ้วรอย อาจใช้จำนวนช็อตไม่มากนัก แต่สำหรับผู้ที่อายุเริ่มเข้าสู่เลข 4 หรือเลข 5 ซึ่งคอลลาเจนเสื่อมสภาพลงมาก โครงสร้างชั้น SMAS มีความยืดหย่อนสูง ร่องแก้มลึก หรือแก้มห้อยชัดเจน แพทย์จำเป็นต้องใช้จำนวนช็อต (Line) ที่มากขึ้นและมีความหนาแน่นสูงขึ้น เพื่อส่งพลังงานลงไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ให้เพียงพอที่จะดึงรั้งผิวให้กลับมาตึงกระชับ

  • ขนาดพื้นที่และโครงสร้างใบหน้า โครงสร้างและรูปหน้าของแต่ละคนมีขนาดไม่เท่ากัน คนที่มีโครงหน้าเล็ก พื้นที่ใบหน้าแคบ ก็อาจจะใช้จำนวนช็อตน้อยกว่าคนที่มีโครงหน้าใหญ่ หรือมีพื้นที่บริเวณแก้มและกรามค่อนข้างกว้าง นอกจากนี้ หากผู้รับบริการต้องการเน้นการแก้ไขในพื้นที่ที่กว้างขึ้น เช่น ต้องการเก็บกรอบหน้าลากยาวไปจนถึงเหนียงใต้คางและลำคอ ก็ย่อมต้องใช้จำนวนช็อตในการเดินเครื่องมากขึ้นตามไปด้วย เพื่อให้พลังงานกระจายตัวได้อย่างทั่วถึง

  • ความหนาของชั้นผิวและชั้นไขมัน (ดูผ่านหน้าจอ Real-time) จุดเด่นของเครื่อง Ulthera SPT คือมีหน้าจอแสดงผลชั้นผิวให้แพทย์เห็นแบบ Real-time แพทย์จะสามารถประเมินความลึกของชั้นเนื้อเยื่อ SMAS และความหนาของชั้นไขมันของผู้รับบริการแต่ละคนได้แบบจุดต่อจุด หากผู้รับบริการมีชั้นไขมันค่อนข้างหนา หรือชั้น SMAS อยู่ลึก แพทย์อาจจะต้องปรับการใช้หัวยิงที่มีความลึกแตกต่างกัน และเพิ่มจำนวนช็อตในบางจุดเพื่อให้พลังงานลงไปถึงโครงสร้างเป้าหมายได้อย่างแม่นยำและเกิดการหดตัวของผิวอย่างเต็มที่

  • ความคาดหวังของผลลัพธ์ที่ต้องการ หากผู้รับบริการต้องการผลลัพธ์การยกกระชับที่เห็นผลชัดเจนที่สุด หน้าดูเรียวตึงพอดี และต้องการให้อยู่ได้ยาวนาน 1-2 ปี แพทย์มักจะแนะนำให้ทำแบบเต็มโดส (Full Dose) ซึ่งจะใช้จำนวนช็อตตามมาตรฐานทางการแพทย์ที่ค่อนข้างสูง แต่หากผู้รับบริการมีงบประมาณจำกัด หรือต้องการค่อย ๆ ทยอยทำ แพทย์ก็สามารถออกแบบการใช้จำนวนช็อตที่น้อยลงเพื่อเน้นแก้ไขเฉพาะจุดที่กังวลมากที่สุดก่อนได้เช่นกัน

ที่คุณอาจเคยสงสัยว่า ทำไมเพื่อนไปทำ Ulthera ทั่วหน้าใช้แค่ 400 ช็อต แต่พอเราไปปรึกษาแพทย์กลับได้รับคำแนะนำให้ใช้ 600 ช็อต? นั่นเป็นเพราะปัจจัยเหล่านี้คือคำตอบนี่เอง

แต่ละช่วงอายุ ทำ Ulthera ทั่วหน้า กี่ช็อต จึงจะเหมาะสม?

แม้ว่าการประเมินจำนวนช็อต (Line) จะต้องดูจากหลายปัจจัยร่วมกัน แต่อายุถือเป็นเกณฑ์เบื้องต้นที่สามารถบอกได้ชัดเจนที่สุดถึงปริมาณคอลลาเจนที่ลดลงและความยืดหย่อนของชั้น SMAS เพื่อให้คุณสามารถกะเกณฑ์งบประมาณและเตรียมตัวได้ง่ายขึ้น ทีมแพทย์ รัตตินันท์ คลินิก ได้สรุปแนวทางว่าแต่ละช่วงวัยควร ทำ Ulthera ทั่วหน้า กี่ช็อต จึงจะเห็นผลลัพธ์การยกกระชับที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุดมาให้ ดังนี้

  1. วัย 20 ปลาย ๆ ถึง 30 ต้น ๆ (เน้นป้องกันและกรอบหน้าชัด) จำนวนช็อตที่เหมาะสมจึงอยู่ที่ประมาณ 300 – 400 ช็อต (Line) ซึ่งมักจะเน้นยิงบริเวณช่วงแก้มส่วนล่างและแนวกรามเป็นหลัก ในวัยนี้ โครงสร้างผิวยังมีความแข็งแรงและผลิตคอลลาเจนได้ดีอยู่ ปัญหาความหย่อนคล้อยจึงยังมีไม่มากนัก ส่วนใหญ่มักมีความกังวลเรื่องแก้มยุ้ย กรอบหน้าไม่ชัด หรือเริ่มมีร่องแก้มตื้น ๆ การทำ Ulthera ในวัยนี้จะเป็นการทำเพื่อป้องกันผิวแก่ก่อนวัย และเน้นเก็บกรอบหน้าให้เป็น V-Shape

  2. วัย 35 ถึง 40 ปีขึ้นไป (เน้นยกกระชับทั่วหน้าและลดร่องลึก) จำนวนที่เหมาะสมจะอยู่ที่ประมาณ 500 – 700 ช็อต (Line) ซึ่งเมื่อก้าวเข้าสู่วัยนี้ คอลลาเจนและอีลาสตินจะเสื่อมสภาพลงอย่างเห็นได้ชัด โครงสร้างชั้น SMAS เริ่มหย่อนตัว ทำให้สัญญาณความแก่ชราปรากฏชัดเจนขึ้น เช่น คิ้วตก หางตาตก ร่องแก้มลึก ร่องน้ำหมากเริ่มมา และเนื้อแก้มเริ่มห้อยย้อยลงมาตกลงที่กรอบหน้า ในช่วงวัยนี้การทำเฉพาะจุดอาจไม่เพียงพอ หมอจะแนะนำให้ทำแบบทั่วหน้า (Full Face) เพื่อดึงหน้าขึ้นแบบองค์รวม

  3. วัย 50 ปีขึ้นไป (เน้นฟื้นฟูโครงสร้างขั้นสุด ทั่วหน้าและลำคอ) จำนวนช็อตที่แนะนำจึงเริ่มต้นที่ 700 – 1,000 ช็อต (Line) ขึ้นไป สำหรับวัยนี้ โครงสร้างผิวชั้นลึกขาดความยืดหยุ่นค่อนข้างมาก มีภาวะการทรุดตัวของไขมันและกระดูกร่วมด้วย ทำให้ความหย่อนคล้อยเกิดขึ้นทั่วบริเวณใบหน้าลามไปจนถึงลำคอ มีรอยพับที่คอ หรือเหนียงห้อยชัดเจน การจะดึงรั้งผิวชั้น SMAS ให้กลับมาตึงกระชับได้อีกครั้ง จำเป็นต้องใช้พลังงานสูงและครอบคลุมพื้นที่กว้าง เพื่อเหมาเก็บทั้งใบหน้าและลำคอให้กลับมาดูอ่อนเยาว์และเต่งตึงขึ้นอย่างเห็นผล

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงค่าเฉลี่ยเบื้องต้นเท่านั้น บางคนอายุ 40 แต่อาจจะดูแลผิวมาดีมากจนใช้แค่ 400 ช็อตก็เอาอยู่ ในขณะที่บางคนอายุ 30 แต่มีปัญหาแก้มห้อยจากพันธุกรรมก็อาจต้องใช้ถึง 600 ช็อต ดังนั้น การเข้ามาให้แพทย์ประเมินสภาพผิวแบบเคสต่อเคสที่ รัตตินันท์ คลินิก จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะตอบได้ว่าใบหน้าของคุณควรใช้กี่ช็อต

ทำ Ulthera ทั่วหน้า ที่รัตตินันท์ คลินิก ใช้กี่ช็อต ราคาเท่าไร?

คำถามที่ว่า ทำ Ulthera ทั่วหน้า กี่ช็อต และมีราคาเท่าไหร่นั้น เป็นสิ่งที่ผู้รับบริการหลายคนสอบถามเข้ามาบ่อยที่สุด แต่สำหรับที่ รัตตินันท์ คลินิก ต้องขอตอบตามตรงว่า “เราไม่มีการกำหนดจำนวนช็อตและราคาแบบเหมาจ่ายตายตัว” เนื่องจากปัญหาผิวหย่อนคล้อย โครงสร้างใบหน้า และความลึกของชั้นผิวแต่ละคนนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การใช้จำนวนช็อตที่เท่ากันหมดอาจทำให้บางคนได้รับพลังงานไม่พอจนไม่เห็นผล หรือบางคนได้รับมากเกินความจำเป็นจนกลายเป็นการสิ้นเปลือง

ที่ รัตตินันท์ คลินิก เราเน้นการประเมินและวางแผนการรักษาแบบ “รายบุคคล” เท่านั้น โดยแพทย์จะวิเคราะห์ปัญหาแบบเจาะลึก และออกแบบจำนวนช็อต (Line) ที่เหมาะสมและพอดีกับใบหน้าของคุณจริง ๆ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการยกกระชับสูงสุด

ด้วยเหตุนี้ การทำ Ulthera ของคลินิกเราจึงคิดราคาตามจริงเป็น “ต่อ 1 ไลน์” เพื่อให้ผู้รับบริการได้จ่ายเงินตามปริมาณที่ร่างกายต้องการจริง ๆ ทำให้คุ้มค่ากับค่าใช้จ่าย และได้ผลลัพธ์การยกกระชับที่ตรงจุดและอยู่ได้ยาวนานที่สุด

สามารถดูตารางราคาประเมินเบื้องต้นของการทำโปรแกรม Ulthera ได้ตามตารางโปรแกรมยกกระชับด้านล่างนี้เลย

หัตถการ ยกกระชับไม่ผ่าตัด

ราคาเริ่มต้น

โปรแกรม Ulthera SPT 1 line

135 บาท

โปรแกรม Thermage FLX (Eye)

45,000 บาท

โปรแกรม Thermage FLX 900 (Face)

69,000 บาท

โปรแกรม Thermage FLX (Body)

100,000 บาท

Morpheus8 (Eye)

30,000 บาท

Morpheus8 (Face)

49,000 บาท

Morpheus8 (Body)

49,000 บาท

EMFACE

55,000 บาท

ผลลัพธ์หลังทำ Ulthera กี่เดือนจึงจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจน

ผลลัพธ์ของการทำ Ulthera จะเข้าที่และเห็นผลลัพธ์แบบมีประสิทธิภาพมากที่สุด ในช่วงเดือนที่ 3-6 หลังทำ ผิวหน้าจะดูเด็กลง กรอบหน้าคมชัด และโครงสร้างผิวแข็งแรงขึ้น ซึ่งความคุ้มค่าก็คือผลลัพธ์จากการทำเพียงครั้งเดียวนั้น สามารถประคองความอ่อนเยาว์อยู่ได้ยาวนานถึง 1-2 ปีเลยทีเดียว ทั้งนี้ระยะเวลาอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ และไลฟ์สไตล์การดูแลตัวเองของแต่ละบุคคลด้วย

บางครั้ง คนเราก็อาจจะคาดหวังว่าพอทำเสร็จปุ๊บ ใบหน้าจะตึงเป๊ะเหมือนการผ่าตัดดึงหน้าทันที แต่ก่อนอื่น ต้องขออธิบายกระบวนการทำงานของเทคโนโลยีให้ฟังแบบนี้ หลังทำ Ulthera เสร็จทันที ผู้รับบริการจะสามารถสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงเบื้องต้นได้เลยประมาณ 20-30% โดยจะรู้สึกว่าผิวหน้าดูยกกระชับขึ้น กรอบหน้าดูชัดขึ้นเล็กน้อย ซึ่งผลลัพธ์ในระยะแรกนี้เกิดจากการที่คลื่นพลังงานความร้อนลงไปทำให้ชั้นเนื้อเยื่อพังผืด SMAS เกิดการหดตัวรัดกระชับขึ้นทันทีหลังทำ

แต่ผลลัพธ์ที่แท้จริงและถือเป็นหัวใจหลักของการทำ Ulthera คือ “กระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่” ร่างกายของเราจำเป็นต้องใช้เวลาในการผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาฟื้นฟูโครงสร้างผิวที่เสื่อมสภาพ ดังนั้น ผลลัพธ์การยกกระชับจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่วันที่ทำ แต่จะค่อย ๆ ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องและดูเป็นธรรมชาติ โดยผู้รับบริการจะเริ่มเห็นผลลัพธ์การยกกระชับหน้าที่ชัดเจน ร่องแก้มตื้นขึ้น และผิวแน่นฟูขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 1-3 เดือนแรก และค่อย ๆ ไต่ระดับไปสู่ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและสมบูรณ์ตามระยะเวลาที่กล่าวไปข้างต้นนั่นเอง

สรุป ควรทำ Ulthera ทั่วหน้า กี่ช็อต จึงจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจน

มาถึงตรงนี้ คุณคงได้คำตอบแล้วว่า ควรทำ Ulthera ทั่วหน้า กี่ช็อต (Line) นั้น ไม่มีตัวเลขตายตัวที่เป็นสูตรสำเร็จสำหรับทุกคน เพราะโครงสร้างใบหน้า ระดับความหย่อนคล้อย และความลึกของชั้นผิว (SMAS) ของแต่ละคนมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน

โดยสรุปเบื้องต้น หากเป็นการทำทั่วหน้า (Full Face) เพื่อเน้นการยกกระชับ ลดร่องแก้ม และเก็บกรอบหน้า สำหรับผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยระดับปานกลาง จำนวนช็อตตามมาตรฐานจะเริ่มต้นที่ประมาณ 500 – 700 ไลน์ แต่หากมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยสะสมมาก หรือต้องการยิงพลังงานลากยาวลงมาเพื่อเก็บความย้วยบริเวณเหนียงและลำคอร่วมด้วย ก็อาจจะต้องใช้จำนวนช็อตที่สูงขึ้นไปถึง 800 – 1,000 ไลน์ เพื่อให้คลื่นพลังงานครอบคลุมพื้นที่และเกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการดึงหน้าให้ตึงกระชับ

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดที่เราอยากฝากไว้คือ “การประเมินแบบรายบุคคล” การเลือกคลินิกที่มีแพทย์สามารถวิเคราะห์โครงหน้า และออกแบบจำนวนช็อตให้พอดีกับความต้องการของผิวคุณ จะเป็นการคัดกรองว่าคุณจะได้รับผลลัพธ์การยกกระชับที่คุ้มค่า เห็นผลชัดเจน ดูเป็นธรรมชาติ และปลอดภัยยิ่งขึ้น

หากคุณกำลังสนใจเทคโนโลยียกกระชับ Ulthera แต่ยังไม่แน่ใจว่าสภาพผิวของตัวเองควรใช้พลังงานกี่ไลน์ สามารถทักเข้ามาส่งรูปประเมินเบื้องต้น หรือนัดหมายเข้ามาให้แพทย์ที่ รัตตินันท์ คลินิก วิเคราะห์โครงหน้าอย่างละเอียดได้เลย เรายินดีให้คำปรึกษาเพื่อออกแบบแผนการรักษาที่ตอบโจทย์และตรงจุดที่สุดสำหรับคุณ