ถ้าคุณกำลังมองหาหัตถการยกกระชับหน้าโดยไม่ผ่าตัดและเริ่มค้นหาข้อมูล จะพบว่าชื่อที่มักผ่านตาอยู่เสมอคือ Ulthera และ Thermage ซึ่งทั้งสองนวัตกรรมเป็นเครื่องยกกระชับที่ได้รับการรับรองจาก FDA ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น และให้ผลลัพธ์ที่ยาวนาน แต่ทำงานด้วยเทคโนโลยีคนละแบบและเหมาะกับปัญหาที่ต่างกัน
รัตตินันท์ คลินิก จะพาคุณมาทำความเข้าใจโดยเปรียบเทียบทั้งสองเทคโนโลยีอย่างตรงไปตรงมา ตั้งแต่หลักการทำงาน ความลึกที่เข้าถึงได้ ระดับความเจ็บปวด ระยะผลลัพธ์ ไปจนถึงว่าเครื่องไหนเหมาะกับสภาพผิวและปัญหาของคุณมากกว่ากัน
เปรียบเทียบ ulthera vs thermage ต่างกันอย่างไร?
แม้จะมีเป้าหมายเดียวกันคือยกกระชับผิวโดยไม่ผ่าตัด แต่ Ulthera และ Thermage ใช้เทคโนโลยีคนละประเภทและทำงานในระดับความลึกที่ต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้
Ulthera | Thermage | |
เทคโนโลยี | คลื่นอัลตราซาวนด์ (HIFU) | คลื่นวิทยุ (Monopolar RF) |
ความลึกสูงสุด | ชั้น SMAS (4.5 มม.) | ชั้นไขมันใต้ผิว (ไม่ถึง SMAS) |
Real-time imaging | มี (DeepSEE™) | ไม่มี |
บริเวณที่ทำได้ | ใบหน้า คอ หน้าอก | ใบหน้า คอ รอบดวงตา ร่างกาย |
หัวยิงรอบดวงตา | ไม่มีหัวยิงเฉพาะ | มี (Thermage Eye) |
ความเจ็บปวด | ปานกลาง จี๊ดลึก | อุ่นสลับเย็น ทนได้ |
ระยะผล | 1-2 ปี | 1-2 ปี |
จุดเด่น | แม่นยำสูง เห็นชั้นผิวขณะทำ | ครอบคลุมพื้นที่กว้าง ทำได้หลายบริเวณ |
จุดที่แตกต่างกันมากที่สุดคือความลึกและความแม่นยำ Ulthera ส่งพลังงานถึงชั้น SMAS ได้โดยตรงพร้อมระบบ Real-time imaging ที่ช่วยให้แพทย์มองเห็นชั้นผิวขณะทำ ในขณะที่ Thermage ทำงานในชั้นที่ตื้นกว่าแต่ครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างกว่าและทำได้หลายบริเวณของร่างกาย
ทำความรู้จัก โครงสร้างชั้นผิวหนัง
ก่อนเปรียบเทียบว่า Ulthera กับ Thermage ต่างกันอย่างไร การเข้าใจโครงสร้างชั้นผิวหนังเบื้องต้นจะช่วยให้เห็นภาพได้ชัดเจนขึ้นว่าแต่ละเทคโนโลยีเข้าถึงจุดไหนและทำไมความลึกถึงมีความสำคัญ
ผิวหนังของเรามีโครงสร้างหลัก 5 ชั้น เรียงจากนอกเข้าใน ได้แก่
- Epidermis ผิวหนังกำพร้า ชั้นนอกสุดที่มองเห็นและสัมผัสได้
- Dermis ผิวหนังแท้ แหล่งรวมคอลลาเจนและอีลาสติน
- Subcutaneous Fat ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง
- SMAS ชั้นพังผืดกล้ามเนื้อ โครงสร้างที่พยุงใบหน้าทั้งหมดไว้
- Muscle ชั้นกล้ามเนื้อ
Thermage ส่งพลังงานถึงชั้น Dermis และ Subcutaneous Fat ซึ่งเป็นแหล่งรวมคอลลาเจนและไขมัน ในขณะที่ Ulthera ส่งพลังงานลึกกว่าถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นโครงสร้างเดียวกับที่ศัลยแพทย์เข้าถึงเมื่อทำการผ่าตัดดึงหน้า ความแตกต่างของระดับความลึกนี้คือหัวใจสำคัญที่ทำให้ทั้งสองเครื่องให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน
Ulthera เหมาะกับช่วยยกกระชับผิวหน้า หย่อนคล้อยลักษณะใด
Ulthera เหมาะกับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยของโครงสร้างใบหน้าในระดับที่ต้องการแก้ไขถึงชั้น SMAS โดยตรง โดยกลุ่มปัญหาที่ Ulthera ให้ผลดีได้แก่
- แก้มห้อยและกรอบหน้าที่ไม่คมชัด ซึ่งเกิดจากชั้น SMAS หย่อนตัวลงตามแรงโน้มถ่วง
- ร่องแก้มและร่องน้ำหมากที่ลึกขึ้นจากการที่เนื้อเยื่อเคลื่อนตัวลง
- เหนียงใต้คางและลำคอที่เริ่มหย่อนคล้อย
- คิ้วตกและหนังตาบนหนักขึ้นจากโครงสร้างชั้นลึกที่ยืดออก
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่แม่นยำและยาวนาน เพราะระบบ Real-time imaging ช่วยให้แพทย์มั่นใจได้ว่าพลังงานลงถึงชั้น SMAS ตรงจุดทุกครั้ง
Ulthera เหมาะกับความหย่อนคล้อยระดับน้อยถึงปานกลาง หากความหย่อนคล้อยอยู่ในระดับสูงมากอาจต้องพิจารณาการผ่าตัดร่วมด้วย การปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินโครงสร้างใบหน้าเป็นรายบุคคลจึงเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนตัดสินใจเสมอ
Thermage เหมาะกับช่วยยกกระชับผิวหน้า หย่อนคล้อยลักษณะใด
Thermage เหมาะกับผู้ที่ต้องการฟื้นบำรุงคุณภาพผิวและยกกระชับในชั้น Dermis และชั้นไขมันใต้ผิว โดยกลุ่มปัญหาที่ Thermage ให้ผลดีได้แก่
- ผิวหน้าเริ่มหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง แต่ยังไม่ถึงระดับที่ต้องแก้ไขโครงสร้างชั้น SMAS
- ริ้วรอยตื้นและผิวเริ่มหย่อนยานโดยรวม ต้องการให้ผิวแน่นและเรียบเนียนขึ้น
- ไขมันสะสมบริเวณแก้มและเหนียงที่ทำให้กรอบหน้าไม่คมชัด
- ผิวรอบดวงตา หนังตาตก และริ้วรอยตีนกา ด้วยหัวยิง Thermage Eye โดยเฉพาะ
- ผิวบริเวณร่างกาย เช่น หน้าท้อง ต้นขา และแขน ที่ต้องการกระชับและลดริ้วรอย
- ผู้ที่ต้องการปรับทั้งคุณภาพผิวและความกระชับไปพร้อมกันในครั้งเดียว เพราะ Thermage ทำงานในพื้นที่กว้างกว่าและช่วยฟื้นฟูผิวชั้นบนได้ดีกว่า Ulthera
Thermage จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์แบบครอบคลุมทั้งผิวและโครงสร้างในระดับกลาง มากกว่าการยกกระชับเฉพาะจุดในระดับลึก
จุดเด่นของ Ulthera
Ulthera มีจุดเด่นที่ทำให้แตกต่างจากเครื่องยกกระชับอื่น ๆ อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในเรื่องความแม่นยำและความลึกที่เข้าถึงได้
- Real-time imaging (DeepSEE™) เทคโนโลยีเดียวในกลุ่ม HIFU ที่ให้แพทย์มองเห็นชั้นผิวจริงขณะทำ ทำให้มั่นใจได้ว่าพลังงานลงถึงชั้น SMAS ตรงจุดทุกครั้ง ไม่ใช่การประมาณหรือคาดเดา
- ส่งพลังงานถึงชั้น SMAS ระดับความลึกเดียวกับที่ศัลยแพทย์เข้าถึงขณะผ่าตัดดึงหน้า ทำให้ยกกระชับโครงสร้างใบหน้าได้จากชั้นล่างขึ้นมา
- ผลลัพธ์ยาวนาน 1-2 ปี เพราะแก้ไขที่โครงสร้างอันเป็นต้นเหตุของความหย่อนคล้อย
- ได้รับการรับรองจาก FDA สำหรับการยกกระชับใบหน้า คอ และหน้าอกโดยเฉพาะ
- ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ เพราะใช้กลไกการสร้างคอลลาเจนของร่างกายเอง ไม่เปลี่ยนโครงสร้างใบหน้าอย่างฉับพลัน
จุดเด่นของ Thermage
Thermage มีจุดเด่นที่แตกต่างจาก Ulthera อย่างชัดเจนในเรื่องความหลากหลายของบริเวณที่ทำได้และการฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยรวม
- ครอบคลุมพื้นที่กว้าง หัวยิงขนาด 4.0 ตร.ซม. ส่งพลังงานได้ครอบคลุมกว่า ทำให้รักษาได้เร็วและสม่ำเสมอทั่วใบหน้า
- ทำได้หลายบริเวณในเครื่องเดียว ทั้งใบหน้า คอ รอบดวงตา หน้าท้อง ต้นขา และแขน ขณะที่ Ulthera เน้นเฉพาะใบหน้าและลำคอเป็นหลัก
- หัวยิง Thermage Eye หัวยิงขนาด 0.25 ตร.ซม. ที่ออกแบบมาสำหรับผิวบอบบางรอบดวงตาโดยเฉพาะ ซึ่ง Ulthera ไม่มี
- ฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยรวม นอกจากยกกระชับยังช่วยลดริ้วรอยตื้น สลายไขมัน และทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้นในคราวเดียว
- สบายผิวกว่า ระบบสั่นและพ่นความเย็น (Cooling Effect) ช่วยลดความรู้สึกไม่สบายขณะทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ได้รับการรับรองจาก FDA สำหรับการใช้งานทั้งบนใบหน้าและร่างกาย
วิธีเลือกเครื่องยกกระชับหน้า ให้เหมาะกับตัวเอง
การเลือกระหว่าง Ulthera และ Thermage ไม่มีคำตอบตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับปัญหาและเป้าหมายของแต่ละคน โดยสรุปแนวทางเบื้องต้นได้ดังนี้
เลือก Ulthera ถ้า
- ต้องการยกกระชับโครงสร้างใบหน้าในระดับลึกถึงชั้น SMAS
- มีปัญหาแก้มห้อย เหนียง หรือกรอบหน้าไม่คมชัดจากโครงสร้างที่หย่อนลง
- ต้องการความแม่นยำสูงสุดจากระบบ Real-time imaging
- ต้องการผลลัพธ์ที่ยาวนานจากการแก้ไขที่ต้นเหตุของความหย่อนคล้อย
เลือก Thermage ถ้า
- ต้องการปรับคุณภาพผิวโดยรวมควบคู่กับการยกกระชับ
- มีปัญหาริ้วรอยตื้น ผิวหย่อนยาน หรือไขมันสะสมในระดับปานกลาง
- ต้องการทำบริเวณรอบดวงตาด้วยหัวยิง Thermage Eye
- ต้องการทำหลายบริเวณทั้งหน้าและร่างกายในครั้งเดียว
- ต้องการความรู้สึกที่สบายผิวขณะทำ
ระยะเวลาเห็นผล Ulthera vs Thermage
ทั้งสองเครื่องให้ผลในลักษณะเดียวกันคือเห็นผลเบื้องต้นได้ทันทีหลังทำ และดีขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อคอลลาเจนสร้างสมบูรณ์ แต่ระยะเวลาที่ผลชัดเจนที่สุดต่างกันเล็กน้อย
Ulthera | Thermage | |
เห็นผลทันทีหลังทำ | ประมาณ 10-20% | ประมาณ 20-30% |
ผลชัดเจนที่สุด | 3-6 เดือน | 2-3 เดือน |
ผลดีขึ้นต่อเนื่อง | นานถึง 6 เดือน | นานถึง 6 เดือน |
Thermage มักเห็นผลเร็วกว่าเล็กน้อยเพราะทำงานในชั้นที่ตื้นกว่าและครอบคลุมพื้นที่กว้างกว่า ในขณะที่ Ulthera ใช้เวลานานกว่าเล็กน้อยแต่ผลลัพธ์มาจากการยกโครงสร้างในระดับที่ลึกกว่า
Ulthera vs Thermage อยู่ได้นานแค่ไหน?
ทั้งสองเครื่องให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานใกล้เคียงกันคือประมาณ 1-2 ปีต่อครั้ง แต่มีความแตกต่างในแง่ของกลไกที่ทำให้ผลคงอยู่
Ulthera ยกกระชับจากชั้น SMAS ซึ่งเป็นโครงสร้างหลักของใบหน้า ทำให้ผลลัพธ์มีความคงทนสูงและหายไปช้ากว่าในผู้ที่มีความหย่อนคล้อยระดับปานกลาง ส่วน Thermage ฟื้นฟูคอลลาเจนในชั้น Dermis และไขมันใต้ผิว ซึ่งเสื่อมสภาพตามอายุและพฤติกรรมการดูแลผิวได้เร็วกว่า ทำให้บางคนอาจต้องทำซ้ำเร็วกว่า Ulthera เล็กน้อย
ปัจจัยที่มีผลต่อระยะเวลาในทั้งสองกรณี ได้แก่ อายุ สภาพผิวเดิม การดูแลผิวหลังทำ และการหลีกเลี่ยงแสงแดด
Ulthera vs Thermage แบบไหนเจ็บกว่ากัน?
โดยรวม Ulthera เจ็บกว่า Thermage เล็กน้อย เพราะส่งพลังงานลงลึกกว่าและความร้อนที่เกิดขึ้นในชั้น SMAS สูงกว่า ในขณะที่ Thermage มีระบบสั่นและพ่นความเย็นที่ช่วยบรรเทาความรู้สึกไม่สบายได้ดีกว่า
Ulthera | Thermage | |
ความรู้สึกขณะทำ | จี๊ดและร้อนลึก ๆ เป็นจังหวะ | อุ่นสลับเย็นสม่ำเสมอ |
ระดับความเจ็บ | ปานกลาง ทนได้ | น้อยถึงปานกลาง |
ระบบลดความเจ็บ | ปรับพลังงานตามความทนได้ | Vibration + Cooling Effect |
การใช้ยาชา | มีบริการผลักยาชาซึมลึกก่อนทำ | มีบริการผลักยาชาซึมลึกก่อนทำ |
ความรู้สึกขณะทำขึ้นอยู่กับความไวของผิว บริเวณที่ทำ และระดับพลังงานที่แพทย์เลือกใช้ในแต่ละจุด ควรแจ้งแพทย์ระหว่างทำเสมอหากรู้สึกไม่สบายเกินไป ทั้งนี้ รัตตินันท์ คลินิกมีบริการแปะยาชาพร้อมผลักด้วยคลื่นไฟฟ้าทำให้ยาชาซึมลึกและรวดเร็วกว่าเดิม ช่วยให้คุณรู้สึกสบายผิวกว่าที่เคย
Ulthera vs Thermage ราคาเท่าไร?
ราคาของทั้งสองเทคโนโลยีไม่มีตัวเลขตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับจำนวนช็อต บริเวณที่ทำ และการประเมินของแพทย์ โดยทั่วไป Ulthera มักมีราคาสูงกว่า Thermage เล็กน้อย เนื่องจากเทคโนโลยีความแม่นยำที่เป็นจุดเด่นเฉพาะตัว โดยสามารถอ้างอิงราคาเบื้องต้นได้ที่ตารางด้านล่าง ดังนี้
หัตถการ ยกกระชับไม่ผ่าตัด | ราคาเริ่มต้น |
โปรแกรม Ulthera SPT 1 line | 135 บาท |
โปรแกรม Thermage FLX (Eye) | 45,000 บาท |
โปรแกรม Thermage FLX 900 (Face) | 69,000 บาท |
โปรแกรม Thermage FLX (Body) | 100,000 บาท |
โปรแกรม Morpheus8 (Eye) | 30,000 บาท |
โปรแกรม Morpheus8 (Face) | 49,000 บาท |
โปรแกรม Morpheus8 (Body) | 49,000 บาท |
โปรแกรม EMFACE | 55,000 บาท |
สรุป Ulthera vs Thermage แบบไหนดีกว่ากัน? ต่างกันอย่างไร?
Ulthera และ Thermage ไม่มีแบบไหนดีกว่ากันโดยสมบูรณ์ แต่เหมาะกับปัญหาที่ต่างกัน Ulthera โดดเด่นเรื่องความแม่นยำและการยกกระชับโครงสร้างในระดับลึกถึงชั้น SMAS ด้วยระบบ Real-time imaging ที่ไม่มีในเครื่องอื่น ในขณะที่ Thermage โดดเด่นเรื่องความหลากหลายของบริเวณที่ทำได้ การฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยรวม และความสบายผิวขณะทำ
หากยังไม่แน่ใจว่าแบบไหนเหมาะกับคุณ การปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินโครงสร้างใบหน้าและระดับความหย่อนคล้อยเป็นรายบุคคลจะให้คำตอบที่ตรงที่สุด รัตตินันท์ คลินิก ให้บริการทั้ง Ulthera และ Thermage พร้อมให้คำปรึกษาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
ทีมแพทย์รักษาผิวพรรณ
รัตตินันท์ คลินิก
พญ. รัตตินันท์ ตรีรัตน์
ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ
พญ. นฤมล วิเชียร
แพทย์หญิง
พญ. จุฑามาศ ตันคุณากร
แพทย์โรคผิวหนัง

นักเขียนบทความสุขภาพ รัตตินันท์ คลินิก ทำหน้าที่ ค้นคว้าและตรวจสอบงานวิจัยล่าสุด ทั้งเรื่องผิวหนัง สารออกฤทธิ์ เลเซอร์ และศัลยกรรมความงาม เพื่อนำความรู้ที่ซับซ้อนเหล่านั้นมา แปลให้เป็นภาษาที่เข้าใจง่าย ถูกต้อง และเชื่อถือได้ เป้าหมายหลักคือการทำให้ข้อมูลทุกชิ้นที่คลินิกสื่อสารออกไปนั้น มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ (Evidence-based) เพื่อให้คุณผู้อ่านสามารถ ตัดสินใจเลือกการดูแลผิวหรือหัตถการได้อย่างมั่นใจและเหมาะสม โดยไม่ถูกชี้นำเกินจริง และเข้าใจถึงกลไกที่แท้จริงเบื้องหลังผลลัพธ์นั้น ๆ