โบลิฟกรอบหน้า กับ โบกราม คืออะไร?
โบลิฟกรอบหน้า (Nefertiti Lift) คืออะไร
โบกราม (Masseter Botox) คืออะไร
โบลิฟกรอบหน้า กับ โบกราม ต่างกันอย่างไร?
โบลิฟกรอบหน้า | โบกราม | |
เป้าหมายหลัก | ยกและกระชับกรอบหน้า | ลดขนาดกล้ามเนื้อเคี้ยว |
กล้ามเนื้อที่ฉีด | Platysma, DAO | Masseter |
ตำแหน่งที่ฉีด | แนวกรอบหน้าล่าง ลำคอส่วนบน และมุมปาก | กล้ามเนื้อบริเวณกราม |
ปัญหาที่แก้ไข | ผิวกรอบหน้าหย่อนคล้อย มีเหนียงเล็ก ๆ มุมปากตก | หน้ากว้างจากกล้ามเนื้อ กรามเหลี่ยม นอนกัดฟัน |
ผลลัพธ์ที่ได้ | กรอบหน้าดูยกกระชับและคมชัดขึ้น | ใบหน้าดูเรียวเล็กลง กรามแคบลง |
ระยะเวลาเห็นผล | เริ่มเห็นผล 3-5 วัน | เห็นผลเต็มที่ในช่วง 4-6 สัปดาห์ |
ระยะเวลาคงสภาพ | 3-4 เดือน | 4-6 เดือน และนานขึ้นเมื่อฉีดซ้ำ |
โบลิฟกรอบหน้า กับ โบกราม เหมาะกับใคร?
โบลิฟกรอบหน้า เหมาะกับใคร
- กรอบหน้าล่างเริ่มไม่คมชัดเหมือนเดิม หรือมีเหนียงใต้คางเริ่มปรากฏขึ้น
- มุมปากดึงลงต่ำตลอดเวลาแม้ไม่ได้แสดงอารมณ์ใด ทำให้ดูเข้มหรือเหนื่อยโดยไม่ตั้งใจ
- ผิวบริเวณลำคอส่วนบนเริ่มหย่อนเล็กน้อย แต่โครงสร้างโดยรวมยังดีอยู่
- ต้องการดูแลเชิงป้องกันก่อนที่กรอบหน้าจะเริ่มเปลี่ยนแปลงชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงอายุ 30 ปีขึ้นไป
โบกราม เหมาะกับใคร
- กรามนูนขึ้นชัดเมื่อกัดฟันแน่น ซึ่งบ่งบอกว่าปัญหามาจากกล้ามเนื้อ ไม่ใช่กระดูก
- มีอาการนอนกัดฟัน ปวดกราม หรือปวดศีรษะบ่อยที่อาจเกี่ยวข้องกับการเกร็งกล้ามเนื้อเคี้ยว
- ต้องการหน้าเรียวขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไปและดูเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องการการผ่าตัด
ทำโบลิฟกรอบหน้า และ โบกราม พร้อมกันได้ไหม?
ทำ โบลิฟกรอบหน้า กับ โบกราม พร้อมกันได้ไหม? ใช้กี่ยูนิต?
หัตถการ | บริเวณที่ฉีด | ปริมาณโดยประมาณ |
โบลิฟกรอบหน้า | กล้ามเนื้อ Platysma (แนวขากรรไกร) | 20-50 ยูนิต (รวมสองข้าง) |
โบลิฟกรอบหน้า | กล้ามเนื้อ DAO (มุมปาก) | 2-4 ยูนิต (ต่อข้าง) |
โบกราม | กล้ามเนื้อ Masseter (กราม) | 20-40 ยูนิต (ต่อข้าง) |
หลังฉีดโบลิฟกรอบหน้า และ โบกราม เห็นผลเมื่อไร อยู่นานแค่ไหน?
วิธีเตรียมตัวก่อนฉีด
- หลีกเลี่ยงยาและอาหารเสริมที่มีฤทธิ์ละลายลิ่มเลือดอย่างน้อย 7 วัน เช่น Aspirin, Ibuprofen, น้ำมันปลา, วิตามิน E และ Ginkgo Biloba เพื่อลดโอกาสเกิดรอยช้ำหลังฉีด
- งดแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนฉีด เพราะทำให้หลอดเลือดขยายตัวและเพิ่มโอกาสเกิดรอยช้ำ
- แจ้งแพทย์ทุกครั้งหากมีโรคประจำตัว ใช้ยาอยู่ กำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร
- ไม่จำเป็นต้องงดน้ำงดอาหาร สามารถทานอาหารและใช้ชีวิตได้ตามปกติก่อนถึงวันนัด
การดูแลตัวเองหลังฉีด
- ไม่นวดหรือกดบริเวณที่ฉีดอย่างน้อย 4-6 ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้สารกระจายออกนอกตำแหน่งที่ต้องการ
- ไม่นอนคว่ำหรือก้มหน้านาน ๆ ในช่วง 4 ชั่วโมงแรก
- หลีกเลี่ยงความร้อนสูง เช่น ซาวน่า ห้องอบไอน้ำ และการออกกำลังกายหนักในวันที่ฉีด
- งดแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงหลังฉีด
- สามารถล้างหน้าและแต่งหน้าได้ตามปกติหลัง 4-6 ชั่วโมงผ่านไปแล้ว
- หากมีรอยช้ำเล็กน้อย ประคบเย็นเบา ๆ ได้โดยไม่กดทับบริเวณที่ฉีด รอยช้ำปกติจะหายเองภายใน 3-7 วัน
โบลิฟกรอบหน้า และ โบกราม ทำร่วมกับอะไรได้อีก?
- โปรแกรม Filler คาง สำหรับผู้ที่คางสั้นหรือคางถอย การเติม Filler ที่คางจะช่วยให้กรอบหน้าดู V-Shape ชัดขึ้น และเสริมผลของโบลิฟกรอบหน้าให้ดูคมชัดมากขึ้นในมิติที่โบท็อกเข้าไม่ถึง
- โปรแกรม Thermage FLX สำหรับผู้ที่มีปัญหากรอบหน้าหย่อนในระดับปานกลางขึ้นไป Thermage FLX จะเข้าถึงชั้นโครงสร้างลึกและกระตุ้นคอลลาเจนได้ในระดับที่โบท็อกทำไม่ได้ ทำให้ผลยกกระชับอยู่ได้นานกว่าและครอบคลุมทั้งผิวและโครงสร้างใต้ผิวพร้อมกัน
- โปรแกรม Morpheus8 เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนร่วมกับรูขุมขนกว้างหรือรอยสิว เนื่องจากกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นลึกและปรับคุณภาพผิวได้พร้อมกัน ซึ่ง Morpheus8 ช่วยเสริมผลของโบลิฟกรอบหน้าในแง่ความกระชับของผิวได้ดี
- โปรแกรม Ulthera สำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับชั้น SMAS ซึ่งเป็นโครงสร้างพยุงใบหน้าในระดับลึกที่สุดที่หัตถการไม่ผ่าตัดเข้าถึงได้ การทำ Ulthera ร่วมกับโบลิฟกรอบหน้าให้ผลยกกระชับที่ลึกและยาวนานกว่าการทำโบท็อกอย่างเดียว
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโบลิฟกรอบหน้า และ โบกราม
สรุป โบลิฟกรอบหน้า กับ โบกราม แตกต่างกันอย่างไร? ทำพร้อมกันได้ไหม?
ทีมแพทย์รักษาผิวพรรณ
รัตตินันท์ คลินิก
พญ. รัตตินันท์ ตรีรัตน์
ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ
พญ. นฤมล วิเชียร
แพทย์หญิง
พญ. จุฑามาศ ตันคุณากร
แพทย์โรคผิวหนัง


นักเขียนบทความสุขภาพ รัตตินันท์ คลินิก ทำหน้าที่ ค้นคว้าและตรวจสอบงานวิจัยล่าสุด ทั้งเรื่องผิวหนัง สารออกฤทธิ์ เลเซอร์ และศัลยกรรมความงาม เพื่อนำความรู้ที่ซับซ้อนเหล่านั้นมา แปลให้เป็นภาษาที่เข้าใจง่าย ถูกต้อง และเชื่อถือได้ เป้าหมายหลักคือการทำให้ข้อมูลทุกชิ้นที่คลินิกสื่อสารออกไปนั้น มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ (Evidence-based) เพื่อให้คุณผู้อ่านสามารถ ตัดสินใจเลือกการดูแลผิวหรือหัตถการได้อย่างมั่นใจและเหมาะสม โดยไม่ถูกชี้นำเกินจริง และเข้าใจถึงกลไกที่แท้จริงเบื้องหลังผลลัพธ์นั้น ๆ