เปรียบเทียบ โบลิฟกรอบหน้า กับ โบกราม ต่างกันยังไง?

เปรียบเทียบ โบลิฟกรอบหน้า กับ โบกราม
โบลิฟกรอบหน้ากับโบกรามเป็นสองหัตถการที่ถูกนำมาเปรียบกันบ่อย เพราะทั้งคู่ใช้โบท็อกและเกี่ยวกับกรอบหน้าเหมือนกัน แต่จริง ๆ แล้วฉีดคนละจุด ทำงานคนละแบบ และตอบโจทย์คนละปัญหา บทความนี้จะอธิบายความแตกต่างตั้งแต่หลักการ กลไก ไปจนถึงว่าทำพร้อมกันได้ไหม ใช้กี่ยูนิต และใครควรเลือกอะไร

โบลิฟกรอบหน้า กับ โบกราม คืออะไร?

โบลิฟกรอบหน้า (Nefertiti Lift) คืออะไร

โบลิฟกรอบหน้า หรือที่รู้จักในชื่อ Nefertiti Lift คือการฉีดโบท็อกเพื่อลดแรงดึงของกล้ามเนื้อที่ดึงกรอบหน้าลงต่ำ ให้กล้ามเนื้อที่พยุงโครงสร้างใบหน้าขึ้นทำงานได้สมดุลมากขึ้น กล้ามเนื้อหลักที่ฉีดมีสองกลุ่ม ได้แก่ กล้ามเนื้อ Platysma ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อแผ่นบางที่ลากจากลำคอส่วนบนขึ้นมาตามแนวกรอบหน้าล่าง และกล้ามเนื้อ DAO (Depressor Anguli Oris) ที่ดึงมุมปากลงต่ำ เมื่อทั้งสองทำงานน้อยลง กรอบหน้าล่างจะดูกระชับขึ้น เหนียงลดลงประมาณหนึ่ง และมุมปากที่เคยดึงลงก็จะดูยกขึ้นเล็กน้อยตามธรรมชาติ ชื่อ Nefertiti มาจากราชินีอียิปต์โบราณที่ขึ้นชื่อเรื่องกรอบหน้าที่คมชัดและลำคอที่เรียวยาว ซึ่งเป็นลักษณะที่หัตถการนี้มุ่งสร้างขึ้น

โบกราม (Masseter Botox) คืออะไร

โบกราม หรือ Masseter Botox คือการฉีดโบท็อกเข้าที่กล้ามเนื้อ Masseter ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อเคี้ยวที่อยู่บริเวณกราม เพื่อลดขนาดของกล้ามเนื้อนั้นโดยตรง เมื่อกล้ามเนื้อ Masseter ถูกลดการทำงานลง มวลกล้ามเนื้อจะค่อย ๆ ลดลงเมื่อฉีดซ้ำต่อเนื่อง ส่งผลให้กรามแคบลง หน้าดูเรียวเล็กขึ้น และโครงหน้าโดยรวมดูเพรียวขึ้นดูเป็นธรรมชาติ นอกจากด้านความงาม ผู้ที่มีอาการนอนกัดฟันหรือปวดกรามเรื้อรังจากการเกร็งกล้ามเนื้อเคี้ยวหลังฉีดก็มักพบว่าอาการดีขึ้นด้วย วิธีสังเกตเบื้องต้นว่ากรามกว้างเกิดจากกล้ามเนื้อหรือกระดูก คือให้กัดฟันแน่นแล้วสังเกตว่ากล้ามเนื้อบริเวณกรามนูนขึ้นชัดไหม ถ้านูนขึ้นมากแสดงว่ากล้ามเนื้อมีส่วนสำคัญ และโบกรามจะช่วยได้ตรงจุด แต่ถ้ากรามกว้างจากโครงสร้างกระดูก การฉีดโบท็อกจะให้ผลจำกัด

โบลิฟกรอบหน้า กับ โบกราม ต่างกันอย่างไร?

แม้ทั้งสองจะใช้โบทูลินัม ท็อกซินเหมือนกัน แต่ฉีดคนละจุด ทำงานคนละกลไก และแก้ปัญหาคนละเรื่องโดยสิ้นเชิง
 

โบลิฟกรอบหน้า

โบกราม

เป้าหมายหลัก

ยกและกระชับกรอบหน้า

ลดขนาดกล้ามเนื้อเคี้ยว

กล้ามเนื้อที่ฉีด

Platysma, DAO

Masseter

ตำแหน่งที่ฉีด

แนวกรอบหน้าล่าง ลำคอส่วนบน และมุมปาก

กล้ามเนื้อบริเวณกราม

ปัญหาที่แก้ไข

ผิวกรอบหน้าหย่อนคล้อย มีเหนียงเล็ก ๆ มุมปากตก

หน้ากว้างจากกล้ามเนื้อ กรามเหลี่ยม นอนกัดฟัน

ผลลัพธ์ที่ได้

กรอบหน้าดูยกกระชับและคมชัดขึ้น

ใบหน้าดูเรียวเล็กลง กรามแคบลง

ระยะเวลาเห็นผล

เริ่มเห็นผล 3-5 วัน

เห็นผลเต็มที่ในช่วง 4-6 สัปดาห์

ระยะเวลาคงสภาพ

3-4 เดือน

4-6 เดือน และนานขึ้นเมื่อฉีดซ้ำ

 
สรุปให้เข้าใจง่ายคือ โบลิฟกรอบหน้าแก้ปัญหา “หน้าหย่อน ไม่กระชับ” ส่วนโบกรามแก้ปัญหา “หน้ากว้าง กรามใหญ่” ทั้งสองไม่ใช่ตัวแทนกัน แต่ทำงานเสริมกันได้ดีในคนที่มีทั้งสองปัญหาพร้อมกัน

โบลิฟกรอบหน้า กับ โบกราม เหมาะกับใคร?

โบลิฟกรอบหน้า เหมาะกับใคร

โบลิฟกรอบหน้าเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาเรื่องกรอบหน้าหย่อนหรือไม่คมชัด โดยสังเกตได้จากลักษณะต่อไปนี้
  • กรอบหน้าล่างเริ่มไม่คมชัดเหมือนเดิม หรือมีเหนียงใต้คางเริ่มปรากฏขึ้น
  • มุมปากดึงลงต่ำตลอดเวลาแม้ไม่ได้แสดงอารมณ์ใด ทำให้ดูเข้มหรือเหนื่อยโดยไม่ตั้งใจ
  • ผิวบริเวณลำคอส่วนบนเริ่มหย่อนเล็กน้อย แต่โครงสร้างโดยรวมยังดีอยู่
  • ต้องการดูแลเชิงป้องกันก่อนที่กรอบหน้าจะเริ่มเปลี่ยนแปลงชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงอายุ 30 ปีขึ้นไป

โบกราม เหมาะกับใคร

โบกรามเหมาะกับผู้ที่หน้าดูกว้างหรือกรามเหลี่ยมจากกล้ามเนื้อเคี้ยว โดยสังเกตได้จากลักษณะต่อไปนี้
  • กรามนูนขึ้นชัดเมื่อกัดฟันแน่น ซึ่งบ่งบอกว่าปัญหามาจากกล้ามเนื้อ ไม่ใช่กระดูก
  • มีอาการนอนกัดฟัน ปวดกราม หรือปวดศีรษะบ่อยที่อาจเกี่ยวข้องกับการเกร็งกล้ามเนื้อเคี้ยว
  • ต้องการหน้าเรียวขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไปและดูเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องการการผ่าตัด

ทำโบลิฟกรอบหน้า และ โบกราม พร้อมกันได้ไหม?

ทำพร้อมกันได้ในวันเดียวกัน เพราะตำแหน่งฉีดไม่ซ้ำซ้อนกัน โบลิฟกรอบหน้าฉีดที่กล้ามเนื้อ Platysma และ DAO บริเวณแนวกรอบหน้าล่างและมุมปาก ส่วนโบกรามฉีดที่กล้ามเนื้อ Masseter บริเวณกราม ทั้งสองจึงไม่รบกวนกัน ในทางปฏิบัติ คนที่มีทั้งปัญหากรอบหน้าหย่อนและกรามกว้างพร้อมกัน การทำทั้งสองหัตถการในวันเดียวให้ผลที่ครอบคลุมกว่าการทำทีละอย่าง เพราะโบลิฟกรอบหน้าช่วยให้กรอบหน้าดูกระชับและยกขึ้น ขณะที่โบกรามช่วยให้กรามแคบลง ผลลัพธ์รวมกันจึงทำให้หน้าดูเรียวและคมชัดขึ้นในหลายมิติพร้อมกัน

ทำ โบลิฟกรอบหน้า กับ โบกราม พร้อมกันได้ไหม? ใช้กี่ยูนิต?

ปริมาณยูนิตขึ้นอยู่กับขนาดและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแต่ละคน ซึ่งแตกต่างกันมาก ตัวเลขด้านล่างเป็นช่วงที่พบบ่อยในทางปฏิบัติ ไม่ใช่ตัวเลขตายตัว

หัตถการ

บริเวณที่ฉีด

ปริมาณโดยประมาณ

โบลิฟกรอบหน้า

กล้ามเนื้อ Platysma (แนวขากรรไกร)

20-50 ยูนิต (รวมสองข้าง)

โบลิฟกรอบหน้า

กล้ามเนื้อ DAO (มุมปาก)

2-4 ยูนิต (ต่อข้าง)

โบกราม

กล้ามเนื้อ Masseter (กราม)

20-40 ยูนิต (ต่อข้าง)

ตัวเลขข้างต้นอ้างอิงจาก Botox (Allergan) ปัจจัยที่ทำให้ยูนิตต่างกันในแต่ละคน ได้แก่ ขนาดของกล้ามเนื้อ Masseter ที่บางคนใหญ่กว่าค่าเฉลี่ยมาก ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ Platysma ที่แตกต่างตามอายุและโครงสร้างใบหน้า รวมถึงเป้าหมายของแต่ละคนว่าต้องการผลแค่ไหน ปริมาณที่เหมาะสมจริง ๆ ต้องประเมินจากการตรวจโดยแพทย์เท่านั้น เพราะการใช้ยูนิตมากหรือน้อยเกินไปในแต่ละจุดส่งผลต่อทั้งความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ได้

หลังฉีดโบลิฟกรอบหน้า และ โบกราม เห็นผลเมื่อไร อยู่นานแค่ไหน?

ทั้งสองหัตถการใช้สารเดียวกัน แต่เห็นผลในระยะเวลาต่างกัน เพราะกล้ามเนื้อแต่ละมัดมีขนาดและลักษณะการทำงานที่ต่างกัน
โบลิฟกรอบหน้า เริ่มเห็นผลภายใน 3-5 วัน และเห็นผลเต็มที่ประมาณ 10-14 วัน เนื่องจากกล้ามเนื้อ Platysma และ DAO มีขนาดเล็กกว่าและตอบสนองต่อสารได้เร็วกว่า ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 3-4 เดือนในการฉีดครั้งแรก และมักอยู่ได้นานขึ้นเมื่อฉีดซ้ำสม่ำเสมอ
โบกราม ใช้เวลานานกว่า เริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงได้ในสัปดาห์ที่ 2-3 แต่ผลลัพธ์ที่เห็นชัดในแง่ของกรามที่แคบลงมักปรากฏในประมาณ 4-6 สัปดาห์ เพราะต้องรอให้มวลกล้ามเนื้อลดลงจริง ไม่ใช่แค่กล้ามเนื้อทำงานน้อยลง ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือนในการฉีดครั้งแรก และเมื่อฉีดซ้ำต่อเนื่อง 3-4 ครั้งขึ้นไป กล้ามเนื้อ Masseter จะลดขนาดลงจริง ทำให้ระยะห่างในการฉีดแต่ละครั้งยาวขึ้นเรื่อย ๆ

วิธีเตรียมตัวก่อนฉีด

  • หลีกเลี่ยงยาและอาหารเสริมที่มีฤทธิ์ละลายลิ่มเลือดอย่างน้อย 7 วัน เช่น Aspirin, Ibuprofen, น้ำมันปลา, วิตามิน E และ Ginkgo Biloba เพื่อลดโอกาสเกิดรอยช้ำหลังฉีด
  • งดแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนฉีด เพราะทำให้หลอดเลือดขยายตัวและเพิ่มโอกาสเกิดรอยช้ำ
  • แจ้งแพทย์ทุกครั้งหากมีโรคประจำตัว ใช้ยาอยู่ กำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร
  • ไม่จำเป็นต้องงดน้ำงดอาหาร สามารถทานอาหารและใช้ชีวิตได้ตามปกติก่อนถึงวันนัด

การดูแลตัวเองหลังฉีด

  • ไม่นวดหรือกดบริเวณที่ฉีดอย่างน้อย 4-6 ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้สารกระจายออกนอกตำแหน่งที่ต้องการ
  • ไม่นอนคว่ำหรือก้มหน้านาน ๆ ในช่วง 4 ชั่วโมงแรก
  • หลีกเลี่ยงความร้อนสูง เช่น ซาวน่า ห้องอบไอน้ำ และการออกกำลังกายหนักในวันที่ฉีด
  • งดแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงหลังฉีด
  • สามารถล้างหน้าและแต่งหน้าได้ตามปกติหลัง 4-6 ชั่วโมงผ่านไปแล้ว
  • หากมีรอยช้ำเล็กน้อย ประคบเย็นเบา ๆ ได้โดยไม่กดทับบริเวณที่ฉีด รอยช้ำปกติจะหายเองภายใน 3-7 วัน
โดยเฉพาะสำหรับโบกราม อาจรู้สึกตึงหรือล้าที่กรามเล็กน้อยในช่วงสัปดาห์แรก ซึ่งเป็นเรื่องปกติและจะหายไปเองเมื่อกล้ามเนื้อปรับตัว

โบลิฟกรอบหน้า และ โบกราม ทำร่วมกับอะไรได้อีก?

โบลิฟกรอบหน้าและโบกรามเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการปรับกรอบหน้า แต่สำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ครอบคลุมหรือลึกขึ้น มีหัตถการที่ทำร่วมกันได้และเสริมกันได้ดี ดังนี้
  • โปรแกรม Filler คาง สำหรับผู้ที่คางสั้นหรือคางถอย การเติม Filler ที่คางจะช่วยให้กรอบหน้าดู V-Shape ชัดขึ้น และเสริมผลของโบลิฟกรอบหน้าให้ดูคมชัดมากขึ้นในมิติที่โบท็อกเข้าไม่ถึง
  • โปรแกรม Thermage FLX สำหรับผู้ที่มีปัญหากรอบหน้าหย่อนในระดับปานกลางขึ้นไป Thermage FLX จะเข้าถึงชั้นโครงสร้างลึกและกระตุ้นคอลลาเจนได้ในระดับที่โบท็อกทำไม่ได้ ทำให้ผลยกกระชับอยู่ได้นานกว่าและครอบคลุมทั้งผิวและโครงสร้างใต้ผิวพร้อมกัน
  • โปรแกรม Morpheus8 เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนร่วมกับรูขุมขนกว้างหรือรอยสิว เนื่องจากกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นลึกและปรับคุณภาพผิวได้พร้อมกัน ซึ่ง Morpheus8 ช่วยเสริมผลของโบลิฟกรอบหน้าในแง่ความกระชับของผิวได้ดี
  • โปรแกรม Ulthera สำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับชั้น SMAS ซึ่งเป็นโครงสร้างพยุงใบหน้าในระดับลึกที่สุดที่หัตถการไม่ผ่าตัดเข้าถึงได้ การทำ Ulthera ร่วมกับโบลิฟกรอบหน้าให้ผลยกกระชับที่ลึกและยาวนานกว่าการทำโบท็อกอย่างเดียว
การเลือกว่าจะเสริมด้วยอะไรขึ้นอยู่กับว่าปัญหาหลักอยู่ที่ไหนและต้องการผลลัพธ์ในระดับใด การปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินก่อนจะช่วยให้วางแผนได้ตรงจุดและคุ้มค่าที่สุด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโบลิฟกรอบหน้า และ โบกราม

เจ็บน้อยมาก เทียบได้กับการถูกเข็มเล็ก ๆ จิ้มเร็ว ๆ เนื่องจากใช้เข็มขนาดเล็กและแต่ละจุดใช้เวลาไม่นาน บางตำแหน่งที่ผิวบางหรืออ่อนไหว เช่น บริเวณมุมปาก อาจรู้สึกได้มากกว่าเล็กน้อย แต่โดยรวมอยู่ในระดับที่รับได้ดีโดยไม่ต้องแปะยาชา
ผลข้างเคียงที่พบได้และมักหายเองโดยไม่ต้องรักษา ได้แก่ รอยช้ำหรือบวมเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด ซึ่งปกติหายภายใน 3-7 วัน และอาการตึงหรือล้าที่กรามในช่วงสัปดาห์แรกหลังฉีดโบกราม ผลข้างเคียงที่พบได้น้อยแต่ควรแจ้งแพทย์หากเกิดขึ้น ได้แก่ ความรู้สึกไม่สมมาตรของใบหน้าในช่วงแรก หรือกล้ามเนื้อบริเวณใกล้เคียงทำงานผิดปกติเล็กน้อย ซึ่งมักเกิดจากการกระจายของสารและจะหายเองเมื่อฤทธิ์ของโบท็อกลดลง
สำหรับโบลิฟกรอบหน้า กล้ามเนื้อ Platysma และ DAO จะค่อย ๆ ฟื้นการทำงานกลับมาเองเมื่อฤทธิ์หมด การฉีดซ้ำสม่ำเสมอทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงลงเรื่อย ๆ แต่ไม่ถึงขั้นฝ่อถาวร สำหรับโบกราม กล้ามเนื้อ Masseter จะลดมวลกล้ามเนื้อลงจริงเมื่อฉีดซ้ำต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่ต้องการอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามกล้ามเนื้อ Masseter เป็นกล้ามเนื้อที่ใช้เคี้ยวอาหารทุกวัน จึงได้รับการกระตุ้นอยู่ตลอด ไม่ฝ่อถาวรแม้ฉีดมาหลายปี แต่จะแคบลงในระดับที่ควบคุมได้ตามปริมาณที่ฉีด
ต่างกันทั้งระดับการแก้ไขและความยั่งยืน โบลิฟกรอบหน้าทำงานโดยปรับสมดุลของกล้ามเนื้อ จึงเหมาะกับความหย่อนคล้อยในระดับน้อยถึงปานกลาง ไม่มีการพักฟื้น แต่ต้องฉีดซ้ำทุก 3-4 เดือน การผ่าตัดดึงหน้าแก้ไขโครงสร้างได้โดยตรงทั้งผิวหนัง เนื้อเยื่อ และชั้น SMAS จึงเหมาะกับความหย่อนคล้อยในระดับปานกลางถึงมากที่โบท็อกให้ผลไม่เพียงพอ ผลลัพธ์อยู่ได้นานหลายปี แต่ต้องพักฟื้นและมีความเสี่ยงที่สูงกว่าตามธรรมชาติของการผ่าตัด ทั้งสองไม่ได้แข่งกัน แต่เหมาะกับระดับปัญหาที่ต่างกัน การประเมินว่าควรใช้วิธีไหนขึ้นอยู่กับสภาพใบหน้าและความคาดหวังของแต่ละคนเป็นหลัก

สรุป โบลิฟกรอบหน้า กับ โบกราม แตกต่างกันอย่างไร? ทำพร้อมกันได้ไหม?

โบลิฟกรอบหน้าและโบกรามต่างกันที่เป้าหมาย โบลิฟกรอบหน้าแก้ปัญหากรอบหน้าหย่อนไม่คมชัดผ่านการลดแรงดึงของกล้ามเนื้อ Platysma และ DAO ส่วนโบกรามแก้ปัญหาหน้ากว้างหรือกรามเหลี่ยมจากกล้ามเนื้อเคี้ยวโตโดยตรง ทำพร้อมกันได้ในวันเดียวกัน และในหลายกรณีการทำร่วมกันให้ผลที่ครอบคลุมกว่า เพราะแก้ทั้งเรื่องความกระชับของกรอบหน้าและความเรียวของกรามไปพร้อมกัน สิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนเลือกคือปัญหาหลักอยู่ที่ไหน กรอบหน้าหย่อน กรามกว้าง หรือทั้งสองอย่าง การปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินก่อนจะช่วยให้แน่ใจว่าหัตถการที่เลือกตอบโจทย์จริงและคุ้มค่าที่สุด รัตตินันท์ คลินิก ให้บริการฉีดโบท็อกโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พร้อมให้คำปรึกษาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ทีมแพทย์รักษาผิวพรรณ
รัตตินันท์ คลินิก

พญ. รัตตินันท์ ตรีรัตน์
ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ

พญ. นฤมล วิเชียร
แพทย์หญิง

พญ. จุฑามาศ ตันคุณากร
แพทย์โรคผิวหนัง

นพ. ศศินทร์ ตรีรัตน์
นายแพทย์