ดูดไขมันทำไมต้องหมอหนึ่ง คลินิกคุณภาพทำไมต้องรัตตินันท์ นี่คือเรื่องราวของหมอกอล์ฟกับอาจารย์สุทธิพงษ์
อาจารย์ทุกท่านล้วนให้วิชาความรู้แก่ศิษย์ไม่ผิดแปลก แต่จะมีอาจารย์สักกี่คนที่เปลี่ยนวิธีคิดทั้งหมดที่เรามีไปได้อย่างสิ้นเชิง สำหรับ นพ. ศรัณย์ เปรื่องประยูร หรือหมอกอล์ฟ แพทย์ด้านดูดไขมันและเติมไขมันของ รัตตินันท์ คลินิก อาจารย์สุทธิพงษ์ ตรีรัตน์ หรือหมอหนึ่ง คืออาจารย์สักกี่คนที่ได้กล่าวไปข้างต้นนั้น
ก่อนจะเจอหมอหนึ่ง เคยคิดว่าการดูดไขมันคือหัตถการที่น่ากลัว
จุดพลิกผันเกิดขึ้นตอนหมอกอล์ฟไปเรียนปริญญาโทเวชศาสตร์ความงาม และอาจารย์สุทธิพงษ์ไปสอนวิชาดูดไขมัน แต่ก่อนคลาสวันนั้น ความเข้าใจของเขาเกี่ยวกับการดูดไขมันเป็นคนละเรื่องกับที่เป็นอยู่ทุกวันนี้เลย
“เมื่อก่อนตอนที่ไม่มีความรู้ คิดว่าการดูดไขมันคือของน่ากลัว เป็นหัตถการอันตราย เป็นสิ่งที่ทำให้คนไข้เสียชีวิตได้”
เขายอมรับตรง ๆ ว่าตอนนั้นไม่คิดด้วยซ้ำว่าจะเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการทำดูดไขมัน เพราะรู้สึกว่ามันเป็นหัตถการที่รุนแรงและมีความเสี่ยงถึงชีวิต
สิ่งที่อาจารย์สอนในห้องเรียนวันนั้น กลับเปลี่ยนวิธีคิดไปได้อย่างสิ้นเชิง
สิ่งที่อาจารย์สุทธิพงษ์เล่าให้ฟังในวันนั้น เปลี่ยนความเข้าใจของหมอกอล์ฟไปทั้งหมด อาจารย์อธิบายว่า ดูดไขมันคือหัตถการที่ค่อนข้างปลอดภัย ปัจจุบันอัตราการเสียชีวิตจากการดูดไขมันนั้นเกือบเป็นศูนย์ และถ้าไปดูรายละเอียดเคสที่เสียชีวิตจริง ส่วนใหญ่มักมาจากการติดเชื้อจากการเติมไขมันเข้าเส้นเลือด หรือหลอดเลือดอุดตันในปอด ซึ่งมักเกิดจากการฉีดไขมันในชั้นลึกเกินไป ไม่ใช่จากการดูดไขมันออก หมอกอล์ฟจึงเริ่มเปิดใจให้กับหัตถการนี้มากขึ้น
ในขณะเดียวกัน หมอกอล์ฟเล่าว่าตัวเองเป็นคนที่ชอบออกกำลังกายและยกน้ำหนักอยู่แล้ว และรู้สึกว่าการทำงานในรูปแบบหมอความงามทั่วไปนั้นสบายต่อร่างกายมากเกินไป คือแค่ถือเข็มเล็ก ๆ แล้วค่อย ๆ ฉีดไปทีละจุด แต่พองานดูดไขมันเข้ามา เขากลับรู้สึกว่ามันก็เป็นงานความงามเหมือนกัน แต่สิ่งที่ได้คือร่างกายมีการออกแรงมากขึ้น
“มันดูเป็นเหตุผลบ้า ๆ บอ ๆ แต่ในความคิดเรา อย่างน้อยก็ได้ออกแรงระหว่างทำงานไปด้วย”
มายด์เซ็ตที่ว่า เรียนดูดไขมันทำไมต้องหมอหนึ่งเท่านั้น
หมอกอล์ฟไปเรียนวิชาเลือกเรื่องดูดไขมันเพิ่มอีกหลายครั้ง แต่สิ่งที่ทำให้เขาอยากเรียนกับอาจารย์สุทธิพงษ์คนเดียวโดยเฉพาะ กลับไม่ใช่แค่เรื่องของเทคนิคแต่อย่างใด
“เขาเป็นคนที่สอนแล้วดูมีศิลปะในหัวเขาอยู่ ไม่ใช่การลงมือทำแบบสับหมู ทำให้มันเสร็จ ๆ แต่มันคือการตกแต่ง การทำให้ผลลัพธ์มันออกมาสวย เช่น การเผยส่วนเว้าโค้งของมนุษย์ที่มีอยู่แล้วตามธรรมชาติให้ดูมีมิติมากขึ้น”
แต่สิ่งที่ทำให้เขานับถือมากกว่าฝีมือ คือมายด์เซ็ตเรื่องความปลอดภัยของคนไข้
“ถ้าเอาปลอดภัยกับเอาไม่สวย เอาปลอดภัย ไม่สวยมากจนไร้ที่ติขนาดนั้นก็ได้ แต่ขอปลอดภัยก่อน จะไม่ข้ามไปในจุดที่มันอันตราย ที่มันเสี่ยงกับตัวคนไข้”
หมอกอล์ฟอธิบายต่อว่า แม้บางจุดจะทำให้ผลงานดูดีขึ้นอีกนิด แต่ถ้ามันเสี่ยงกับคนไข้ อาจารย์จะไม่เลือกทางนั้นเลย และนี่คือสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกว่าแม้จะทำงานด้านความงาม แต่ยังมีความเป็นหมออยู่ในตัว ไม่ใช่การเป็นศิลปินเต็มตัวจนลืมเรื่องความปลอดภัย
จับปากกาตวัดได้เลย ในวันที่เซ็นสัญญากับรัตตินันท์ คลินิก
เมื่อหมอกอล์ฟไปติดต่อขอเรียนกับอาจารย์สุทธิพงษ์โดยตรง คำตอบที่ได้กลับมาคือการปฏิเสธ
“อาจารย์บอกว่าผมไม่สอนคนอื่น เพราะผมรู้สึกว่ามันไม่พอ การสอนครั้งสองครั้งมันไม่เก่งหรอก”
คำตอบเดียวที่อาจารย์ให้คือ ถ้าอยากเรียนจริง ๆ ต้องมาทำงานด้วยกัน หมอกอล์ฟตัดสินใจทันที และเมื่อถึงเวลาต้องอ่านสัญญาการเข้าทำงาน เขาบอกว่าแทบไม่ต้องอ่านเลย เพราะใจตัดสินใจไปแล้วว่าจะอยู่กับอาจารย์คนนี้ อยากเรียนแบบเขา อยากเก่งแบบเขา อยากทำเคสเยอะ ๆ ให้ได้แบบเขา
เก่งด้วยจำนวนเคส ไม่ใช่แค่ทฤษฎี
หลังเข้ามาทำงานที่รัตตินันท์ หมอกอล์ฟเข้าไปดูอาจารย์สุทธิพงษ์ทำเคสนับ 20-30 ครั้ง และแม้เริ่มลงมือทำเองแล้ว ก็ยังเข้าไปช่วยอาจารย์อยู่ตลอด
“อยากทำเคสเยอะ ๆ อยากดูแลคนไข้เยอะ ๆ เรารู้ว่าเรื่องพวกนี้มันเก่งด้วยจำนวนเคส ยิ่งทำเยอะยิ่งเก่ง ยิ่งเห็นเยอะยิ่งรู้ว่าตรงไหนทำให้สวยไปถึงไหนได้”
สิ่งที่ทำให้เขามั่นใจได้เร็วในการทำงานที่รัตตินันท์ คือจำนวนเคสที่มีให้เห็นทุกวัน หมอกอล์ฟเล่าว่าถ้าอยากดูว่าอาจารย์คนไหนดูดไขมันแบบไหน เขาสามารถเข้าไปดูได้เลย แม้จะไม่ได้ลงมือทำเอง แต่ก็ได้เห็นเทคนิคใหม่ ๆ ที่พัฒนาต่อยอดได้ทุกวัน
“ที่นี่ค่อนข้างจะ warming atmosphere เราเข้าไปดูอาจารย์คนนี้ทำยังไง เทคนิคประมาณนี้ เป็นประโยชน์มาก ๆ ก็เก็บมาใช้ ไม่มีเรื่องเคสใครเคสมัน ไม่มีคุณหมอคนไหนแข่งขันกัน”
ทำไมถึงยกเคสยากให้อาจารย์ ต่อหน้าคนไข้ที่รีเควสตัวเอง
หลังผ่านการเรียนรู้และสั่งสมเคสมาถึงจุดหนึ่ง หมอกอล์ฟได้กลายเป็นหมออีกคนที่คนไข้มักรีเควสว่าอยากดูดไขมันด้วย แต่แม้จะมาถึงจุดนี้แล้ว เขาก็ยังไม่ลืมสิ่งที่เรียนรู้มาจากอาจารย์ตั้งแต่วันแรก
ในเคสที่เขาประเมินว่ายากเกินความมั่นใจของตัวเอง เขาเลือกบอกคนไข้ตรง ๆ
“ในเคสที่ยาก ๆ เราจะบอกคนไข้ไปเลยว่า อันนี้อาจจะค่อนข้างยาก ถ้าเราคิดว่าทำไม่ได้ จะบอกเลยว่าให้อาจารย์หนึ่งทำมั้ย เพราะหมอหนึ่งประสบการณ์เยอะกว่า แต่เคสไหนที่มั่นใจ ก็จะบอกว่ามั่นใจ จะทำแล้วออกมาสวยแน่นอน”
และนี่คือเรื่องราวของหมอกอล์ฟในการตัดสินใจเลือกเส้นทางอาชีพหลังจากผ่านเรื่องราวมามากมาย จนในท้ายที่สุดกับการตัดสินใจว่าเรียนดูดไขมันทำไมต้องหมอหนึ่ง เลือกทำงานในคลินิกคุณภาพทำไมต้องรัตตินันท์ คนไข้ยังเลือกแพทย์ที่เหมาะสมกับตัวเองที่สุด แพทย์ที่ต้องการเก่งมากขึ้นเพื่อที่จะเข้าใจคนไข้ได้มากขึ้นอย่างหมอกอล์ฟ ก็ต้องเลือกอาจารย์และคลินิกที่เหมาะสมกับเขามากที่สุดเช่นเดียวกัน
