บทความนี้ผ่านการตรวจสอบทางการแพทย์โดย พญ. รัตตินันท์ ตรีรัตน์
เมื่อร่องแก้มเริ่มลึกขึ้น และผิวหน้าก็ดูหมองคล้ำไม่กระจ่างใส ปัญหาเหล่านี้มักมาพร้อมกัน ทำให้หัตถการที่ดูแลได้ครบทุกปัญหาในครั้งเดียวจึงเป็นตัวเลือกที่หลาย ๆ คนเริ่มมองหา และ Fotona 4D คือหนึ่งในตัวเลือกนั้น เพราะเป็นเลเซอร์ที่ให้ผลลัพธ์ของทั้งการยกกระชับและปรับคุณภาพผิวภายนอกที่ครอบคลุม บทความนี้จะอธิบายแต่ละขั้นตอนทำงานอย่างไร ราคาเท่าไหร่ และจุดที่ควรเทียบกับเทคโนโลยีอื่นก่อนตัดสินใจปรึกษาแพทย์
โปรแกรม Fotona 4D คืออะไร? ทำไมถึงถูกเรียกว่าเลเซอร์ “Inside-Out”
Fotona 4D คือ เทคโนโลยีเลเซอร์ยกกระชับและฟื้นฟูผิวหน้าแบบครบวงจร ที่ออกแบบมาเพื่อดูแลผิวอย่างลึกถึงโครงสร้าง และครอบคลุมทุกมิติของปัญหาผิวในโปรแกรมเดียว
จุดเด่นของเทคโนโลยีนี้คือการใช้เลเซอร์ 2 ชนิด ได้แก่ Nd:YAG และ Er:YAG ทำงานต่อเนื่องกันใน 4 ขั้นตอน เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ลดริ้วรอย และยกกระชับผิวหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด และไม่ต้องพักฟื้นค่ะ
และที่ Rattinan เราใช้เครื่อง Fotona รุ่น XS Dynamis ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน และเหมาะสำหรับทุกสภาพผิว
Fotona 4D Laser คืออะไร ต่างจาก Fotona ทั่วไปอย่างไร
Fotona 4D ไม่ใช่เครื่องเลเซอร์แบบใหม่หรือเครื่องที่แยกต่างหาก แต่เป็น “โปรแกรมการดูแลผิว” ที่ใช้งานบนเครื่อง Fotona เครื่องเดียวกัน โดยมีความแตกต่างจากแบบทั่วไปตรงที่โปรแกรม Fotona 4D (4D Lift) จะใช้พลังงานเลเซอร์ 2 ชนิดทำงานร่วมกัน 4 ขั้นตอนอย่างต่อเนื่อง
Fotona 4D vs 6D ต่างกันอย่างไร
ความแตกต่างหลักคือ “จำนวนขั้นตอน” โดย Fotona 4D จะดูแลผิว 4 ขั้นตอน ส่วน Fotona 6D จะเพิ่มขั้นตอนพิเศษเข้ามาอีก 2 ขั้นตอน รวมเป็น 6 ขั้นตอน ทำให้ดูแลผิวได้ครอบคลุมมากกว่า ได้แก่ การทำ LipLase (เลเซอร์ริมฝีปากให้อวบอิ่ม) และ VectorLift (เลเซอร์ยกหน้าผากและหางคิ้ว)
The Duo Power คืออะไร ทำไมถึงให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า
โปรแกรม The Duo Power คือการดูแลผิวแบบ 2 ต่อ ที่ผสานพลังของเลเซอร์ยกกระชับ Fotona 4D (4D Lift) ทำงานร่วมกับการดูแลผิวด้วย Profhiloมาผสานรวมกับ Profhilo เพื่อยกระดับผลลัพธ์การฟื้นฟูผิวให้ครอบคลุมและล้ำลึกมากยิ่งขึ้นในคราวเดียว โดยจะเกิดการทำงานที่ส่งเสริมกันอย่างลงตัว ดังนี้
- 4D Lift (เทคโนโลยี Fotona 4D): ใช้พลังงานความร้อนจากเลเซอร์เข้าไปหดกระชับโครงสร้างผิวชั้นลึกที่หย่อนคล้อยให้ตึงตัวขึ้น พร้อมกับผลัดเซลล์ผิวและปรับความเรียบเนียนของผิวชั้นนอก
- Profhilo: ทำหน้าที่เป็นสารบำรุงที่ส่งตรงเข้าสู่ชั้นใต้ผิวหนังโดยตรง เพื่อเติมน้ำให้ผิวและเป็นแหล่งกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่จากภายใน
ความคุ้มค่าของโปรแกรม The Duo Power จึงอยู่ที่การทำงานควบคู่กัน แม้ 4D Lift จะช่วยปรับคุณภาพผิวภายนอกให้ดีขึ้นได้แล้ว แต่เมื่อมี Profhilo เข้ามาช่วยอุ้มน้ำและฟื้นฟูจากระดับเซลล์ผิวชั้นใน จะยิ่งทำให้ผิวดูอิ่มฟู ฉ่ำวาว และกระชับแน่นขึ้นแบบ 2 ต่อ โปรแกรมนี้จึงตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยพร้อมกับอยากมีงานผิวที่กระจ่างใสดูสุขภาพดี โดยไม่ต้องแยกทำหัตถการหลาย ๆ ครั้งให้เสียเวลา
4 ขั้นตอนของ Fotona 4D ทำงานอย่างไร
Fotona 4D ทำงานผ่าน 4 ขั้นตอนต่อเนื่องกัน โดยแต่ละขั้นตอนดูแลผิวคนละชั้นและคนละปัญหา ตั้งแต่ภายในช่องปากไปจนถึงผิวชั้นบนสุด ดังนี้
SmoothLiftin ยิงเลเซอร์จากในช่องปาก ช่วยร่องแก้มและร่องน้ำหมาก
SmoothLiftin คือขั้นตอนแรกที่ใช้เลเซอร์ Er:YAG ยิงจากด้านในช่องปากเข้าสู่เนื้อเยื่อใต้ผิวบริเวณแก้มโดยตรง ความร้อนที่เกิดขึ้นช่วยกระตุ้นให้เนื้อเยื่อชั้นลึกหดตัวและฟื้นฟูตัวเองจากภายใน ส่งผลให้บริเวณร่องแก้มและร่องน้ำหมากดูเติมเต็มขึ้นในลักษณะที่ใกล้เคียงกับการใช้ฟิลเลอร์ แต่เป็นการกระตุ้นให้เนื้อเยื่อของตัวเองฟื้นฟูเอง ไม่ใช่การเติมสารเข้าไป จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและยังไม่อยากเริ่มจากการฉีดฟิลเลอร์
FRAC3 ปรับสีผิวและจุดด่างดำ
FRAC3 เป็นขั้นตอนที่ใช้เลเซอร์ Er:YAG ในรูปแบบ Fractional ยิงผ่านผิวด้านนอกบริเวณใบหน้า ทำงานด้วยการสร้างจุดความร้อนขนาดเล็กกระจายทั่วผิว กระตุ้นให้เซลล์ผิวเกิดการผลัดเซลล์และฟื้นฟูตัวเองใหม่ ช่วยให้สีผิวสม่ำเสมอขึ้นและจุดด่างดำดูจางลง อีกทั้งยังกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวหนังไปพร้อมกัน
PIANO กระตุ้นคอลลาเจนชั้นลึกเพื่อความกระชับ
PIANO คือขั้นตอนที่ใช้เลเซอร์ Nd:YAG ปล่อยความร้อนแบบต่อเนื่องและสม่ำเสมอลงสู่ชั้นผิวหนังแท้ในระดับลึก ความร้อนนี้กระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่และทำให้เส้นใยคอลลาเจนเดิมหดตัวกระชับขึ้น ส่งผลให้ผิวดูแน่นและยกกระชับขึ้นจากภายใน เป็นขั้นตอนหลักที่รับผิดชอบเรื่องความกระชับของโปรแกรม Fotona 4D โดยตรง
SupErficial ผลัดเซลล์ผิวชั้นบน
SupErficial เป็นขั้นตอนสุดท้ายที่ใช้เลเซอร์ Er:YAG ความเข้มข้นต่ำผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกสุดอย่างอ่อนโยน ช่วยลดเซลล์ผิวที่หมองคล้ำและเตรียมผิวให้พร้อมรับการดูแลต่อ ทำให้ผิวหน้าดูสว่างและเรียบเนียนขึ้นทันทีหลังทำ เป็นขั้นตอนที่ช่วยให้เห็นผลลัพธ์ในเชิงความสว่างของผิวได้ตั้งแต่ครั้งแรก
Fotona 4D ช่วยแก้ปัญหาผิวอะไรได้บ้าง
โปรแกรม Fotona 4D สามารถช่วยแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอยร่องลึก รูขุมขนกว้าง และความหมองคล้ำได้อย่างครอบคลุมจบในการทำเพียงครั้งเดียว
สาเหตุที่สามารถแก้ปัญหาได้หลากหลาย เป็นเพราะจุดเด่นหลักของตัวเลเซอร์คือการเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวชั้นลึกเพื่อดึงยกกระชับใบหน้า แต่ด้วยระบบการทำงานแบบ 4 ขั้นตอนที่ส่งพลังงานไปดูแลผิวในแต่ละระดับชั้นที่แตกต่างกัน จึงทำให้ได้ผลลัพธ์ด้านการปรับคุณภาพผิวในเรื่องอื่น ๆ ควบคู่ไปด้วย ดังนี้
- ยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย: ผิวหน้าดูแน่นและตึงกระชับขึ้น จากการกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวชั้นลึก
- ลดเลือนริ้วรอยร่องลึก: ร่องแก้มและร่องมุมปาก (ร่องน้ำหมาก) ดูตื้นและเติมเต็มขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
- กระชับรูขุมขน: ปัญหารูขุมขนกว้างดูเล็กลง ผิวหน้าดูเรียบเนียนและละเอียดมากขึ้น
- ลดจุดด่างดำและรอยหมองคล้ำ: รอยดำและผิวที่ไม่เรียบเนียนดูจางลง ช่วยให้สีผิวดูสม่ำเสมอขึ้น
- ปรับผิวให้กระจ่างใส: ผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกสุดอย่างอ่อนโยน ช่วยให้ผิวที่หมองคล้ำดูสว่างและสดใสขึ้
ทำความรู้จัก Fotona SmoothEye สำหรับรอบดวงตา
โปรแกรมดูแลผิวรอบดวงตาที่หลายคนอาจเรียกติดปากหรือรู้จักในชื่อ “Fotona 4D Eyes” แท้จริงแล้วคือการใช้โหมดการทำงานเฉพาะจุดของเครื่อง Fotona ที่มีชื่อว่า SmoothEye
การทำงานของโปรแกรม SmoothEye จะใช้พลังงานเลเซอร์ Er:YAG ปล่อยความร้อนในระดับที่พอเหมาะและปลอดภัย ลงสู่ชั้นผิวรอบดวงตารวมถึงบริเวณเปลือกตา ซึ่งเป็นจุดที่มีความบอบบางกว่าผิวหน้าบริเวณอื่น ๆ ความร้อนนี้จะเข้าไปกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินเส้นใหม่
ผลลัพธ์ที่ได้จึงช่วยให้ผิวรอบดวงตาตึงกระชับขึ้น ริ้วรอยเล็ก ๆ รอบดวงตาดูตื้นขึ้น และช่วยลดปัญหาความหย่อนคล้อยของถุงใต้ตาได้อย่างตรงจุด โดยเป็นทางเลือกในการดูแลรอบดวงตาที่ไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้น
ใครที่เหมาะกับการทำ Fotona 4D?
โปรแกรม Fotona 4D เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อยในระดับเริ่มต้นไปจนถึงระดับปานกลาง และต้องการฟื้นฟูดูแลผิวหลาย ๆ ปัญหาพร้อมกัน โดยไม่อยากพึ่งพาการใช้เข็มหรือมีดผ่าตัด รวมถึงกลุ่มบุคคลที่มีความกังวลดังต่อไปนี้
- ผู้ที่กลัวเข็มแต่อยากเติมเต็มร่องแก้มและร่องน้ำหมาก: เหมาะสำหรับคนที่อยากให้ร่องลึกดูตื้นและเต็มขึ้นแบบเป็นธรรมชาติโดยไม่อยากฉีดสารเติมเต็ม เพราะเลเซอร์ในขั้นตอน SmoothLiftin จะเข้าไปกระตุ้นเนื้อเยื่อจากกระพุ้งแก้มด้านในให้ฟื้นฟูและสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเติมเต็มได้ด้วยตัวเอง
- ผู้ที่ต้องการกระชับผิวและกระตุ้นคอลลาเจน: เหมาะสำหรับคนที่มีผิวเริ่มหย่อนคล้อยในระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง และต้องการให้ผิวหน้ากลับมาตึงกระชับ ดูแน่นขึ้นจากภายใน
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมาก (ควรประเมินเพิ่มเติม): สำหรับคนที่มีปัญหาแก้มห้อยตกลงมาอย่างชัดเจนหรือมีเหนียงเยอะ การทำ Fotona 4D เพียงอย่างเดียวอาจให้ผลลัพธ์ที่ไม่เพียงพอ เพราะไม่ได้แก้ไขลึกถึงโครงสร้างชั้นกล้ามเนื้อที่หย่อนคล้อย ในกรณีนี้แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ที่ Rattinan Clinic เพื่อพิจารณาทางเลือกอื่นที่เหมาะสมกว่า เช่น โปรแกรม Ulthera, Thermage FLX, Morpheus8 หรือ การผ่าตัดดึงหน้า ซึ่งจะแก้ปัญหาได้ตรงจุดและให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานกว่าสำหรับเคสที่มีความหย่อนคล้อยมาก ๆ
- กลุ่มผู้ที่ไม่ควรทำ (ข้อห้าม): โปรแกรมนี้ไม่เหมาะกับผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ ผู้ที่มีแผลเปิด หรือมีอาการผิวหนังอักเสบบริเวณที่จะทำหัตถการ ดังนั้น ผู้เข้ารับบริการควรแจ้งประวัติสุขภาพและปัญหาผิวให้แพทย์ทราบก่อนทำในทุก ๆ ครั้ง เพื่อให้แพทย์ประเมินความปลอดภัยและแนะนำวิธีการที่เหมาะสมที่สุดเป็นรายบุคคล
ขั้นตอนการทำ Fotona 4D
กระบวนการและขั้นตอนการทำเลเซอร์ Fotona 4D (4D Lift) จะเน้นความละเอียดและปรับให้เข้ากับสภาพผิวของแต่ละบุคคล โดยมีขั้นตอนหลัก ๆ ดังนี้
- ขั้นตอนที่ 1: ปรึกษาและประเมินสภาพผิว แพทย์จะทำการตรวจประเมินปัญหาผิวและวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าอย่างละเอียด เพื่อวางแผนและออกแบบการรักษาให้เหมาะสมกับปัญหาของแต่ละบุคคล
- ขั้นตอนที่ 2: ทำความสะอาดผิวหน้า ก่อนเริ่มทำหัตถการ จะมีการทำความสะอาดผิวหน้าอย่างหมดจด เพื่อล้างคราบเครื่องสำอางและสิ่งสกปรก เป็นการเตรียมผิวให้พร้อมรับพลังงานเลเซอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ขั้นตอนที่ 3: เริ่มทำเลเซอร์ Fotona 4D แพทย์จะดำเนินการยิงเลเซอร์ต่อเนื่องกันทั้ง 4 ขั้นตอน ตั้งแต่การยิงกระตุ้นจากด้านในช่องปากไปจนถึงการผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกสุด โดยใช้ระยะเวลาในการทำรวมทั้งหมดประมาณ 45 นาที
- ขั้นตอนที่ 4: บำรุงและปกป้องผิวหลังทำ หลังจากทำเลเซอร์ครบทุกขั้นตอน จะมีการทาครีมมอยส์เจอไรเซอร์เพื่อเติมความชุ่มชื้น คืนความสมดุลให้แก่ผิว พร้อมกับทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50+ เพื่อปกป้องผิวจากแสงแดด
Fotona 4D ราคาเท่าไหร่? และควรทำบ่อยแค่ไหน
ราคาของการทำโปรแกรม Fotona 4D จะขึ้นอยู่กับพื้นที่และจำนวนจุดที่ต้องการดูแลเป็นหลัก โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและแจ้งราคาที่เหมาะสมให้ทราบในวันที่เข้ามาปรึกษา ทั้งนี้ สามารถเลือกรับบริการได้ทั้งแบบรายครั้งและแบบคอร์ส ซึ่งการซื้อแบบคอร์สมักจะให้ความคุ้มค่าที่มากกว่าเมื่อเทียบเป็นราคาต่อครั้ง
สำหรับความถี่ในการทำ แนะนำให้ทำต่อเนื่องประมาณ 3-5 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างตามที่แพทย์ประเมิน เพื่อให้คอลลาเจนใต้ผิวถูกกระตุ้นอย่างต่อเนื่องและเกิดผลลัพธ์ที่ชัดเจนและยาวนานขึ้น หลังจากนั้นสามารถกลับมาทำซ้ำเป็นระยะ ๆ เพื่อรักษาผลลัพธ์ให้คงอยู่ต่อไป โดยความถี่ที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับสภาพผิวและเป้าหมายของแต่ละบุคคล
ตารางราคาด้านล่างนี้เป็นราคาเริ่มต้นของโปรแกรม Fotona 4D ที่ Rattinan Clinic
ราคาหัตถการ โปรแกรมยกกระชับ | ราคาเริ่มต้น (บาท) |
โปรแกรม Ulthera 300 Line | 39,000 |
โปรแกรม Morpheus8 (Body) | 59,000 |
โปรแกรม Morpheus8 (Face) | 59,000 |
โปรแกรม Morpheus8 (Eye) | 39,000 |
โปรแกรม Thermage Face | 69,000 |
โปรแกรม Thermage Eye | 45,000 |
โปรแกรม Thermage Body | 99,000 |
โปรแกรม EMFACE | 55,000 |
โปรแกรม Fotona 4D (4D Lift) | 25,000 |
เปรียบเทียบ Fotona 4D vs เลเซอร์ยกกระชับอื่น ๆ
นอกจาก โปรแกรม Ulthera แล้ว เครื่องยกกระชับหน้าแบบไม่ผ่าตัดอย่าง Thermage FLX, Morpheus8 และ Emface ก็มักถูกนำมาเปรียบเทียบกับ Fotona 4D อยู่บ่อย ๆ เพราะแต่ละเครื่องมีจุดเด่น ใช้เทคโนโลยีที่แตกต่างกัน และส่งพลังงานลงลึกถึงชั้นผิวคนละระดับ การทำความเข้าใจความแตกต่างเหล่านี้ จะช่วยให้ประเมินเบื้องต้นได้ว่าหัตถการแบบไหนที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวของเราได้ตรงจุดที่สุด
| หัวข้อเปรียบเทียบ | Fotona 4D | Ulthera | Thermage FLX | Morpheus8 | Emface |
| เทคโนโลยีหลัก | เลเซอร์ 2 ความยาวคลื่น (Er:YAG และ Nd:YAG) | คลื่นอัลตราซาวนด์ (MFU) พร้อมหน้าจอเรียลไทม์ | คลื่นวิทยุขั้วเดียว (Monopolar RF) | คลื่นวิทยุร่วมกับเข็มจิ๋ว (Fractional RF Microneedling) | คลื่นวิทยุร่วมกับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากระตุ้นกล้ามเนื้อ (RF + HIFES) |
| ชั้นผิวที่เข้าถึง | ครอบคลุมตั้งแต่กระพุ้งแก้มด้านใน ผิวชั้นลึก จนถึงผิวชั้นนอกสุด | ชั้น SMAS (ชั้นที่พยุงโครงสร้างใบหน้า) | ชั้นผิวหนังแท้และชั้นเยื่อบุไขมันใต้ผิว | ชั้นผิวหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิว | ชั้นกล้ามเนื้อใบหน้าและชั้นผิวหนังแท้ |
| จุดเด่น | ดูแลครบจบในคราวเดียว ทั้งความกระชับ เติมเต็มร่องแก้ม ลดความหมองคล้ำ และปรับผิวให้เรียบเนียน | เน้นยกกระชับโครงสร้างใบหน้าและลำคอชั้นลึกได้อย่างแม่นยำ | เน้นเพิ่มความแน่นกระชับให้ผิว (Skin Tightening) และปรับคุณภาพผิวไปพร้อมกัน | ตอบโจทย์ผิวหย่อนคล้อยที่มาพร้อมปัญหารูขุมขนกว้างและรอยสิว | ช่วยให้กล้ามเนื้อใบหน้าแข็งแรงขึ้นพร้อมยกกระชับผิว โดยไม่ต้องใช้เข็ม |
| ความเหมาะสม | ผิวหย่อนคล้อยระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง ที่อยากดูแลปัญหาผิวแบบรอบด้าน | ผิวหย่อนคล้อยระดับปานกลาง ที่ต้องการดึงยกโครงสร้างหน้าเป็นหลัก | ผิวหย่อนคล้อยระดับปานกลาง ที่ต้องการทั้งความแน่นกระชับและคุณภาพผิวที่ดีขึ้น | ผิวหย่อนคล้อยร่วมกับปัญหาเท็กซ์เจอร์ผิวไม่เรียบเนียน | ผิวหย่อนคล้อยระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง ที่กังวลเรื่องการใช้เข็ม |
| ระยะพักฟื้น | ไม่ต้องพักฟื้น | ไม่ต้องพักฟื้น | ไม่ต้องพักฟื้น | อาจมีอาการบวมหรือรอยแดงเล็กน้อยประมาณ 1-3 วัน | ไม่ต้องพักฟื้น |
ทั้งนี้ หัตถการยกกระชับเหล่านี้สามารถนำมาใช้ร่วมกันได้ในบางกรณี เพื่อช่วยส่งเสริมผลลัพธ์ให้ครอบคลุมและชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยแพทย์ที่ Rattinan Clinic จะเป็นผู้ประเมินโครงสร้างใบหน้าอย่างละเอียด ว่าควรเริ่มต้นรักษาจากเครื่องไหน หรือควรใช้เครื่องมือใดควบคู่กัน เพื่อให้เหมาะสมกับระดับความหย่อนคล้อยและปัญหาผิวของแต่ละบุคคลมากที่สุด
การเตรียมตัวและดูแลตัวเองหลังทำ Fotona 4D
เพื่อให้ผลลัพธ์ของการทำโปรแกรม Fotona 4D ออกมาดียิ่งขึ้นและช่วยให้ผิวฟื้นฟูได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรเตรียมสภาพผิวให้พร้อมและดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี ดังนี้
การเตรียมตัวก่อนทำ
- งดใช้สกินแคร์หรือผลิตภัณฑ์ที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว เช่น กลุ่มกรดผลัดเซลล์ผิว ก่อนเข้ามาทำหัตถการ
- หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดจัดหรือการทำกิจกรรมกลางแจ้งอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวไวต่อความร้อน
- งดการทำทรีตเมนต์ นวดหน้า หรือเลเซอร์ผิวหน้าชนิดอื่น ๆ อย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อเตรียมผิวให้แข็งแรงและพร้อมรับพลังงานเลเซอร์
การดูแลหลังทำ
- เน้นทาครีมบำรุงหรือมอยส์เจอไรเซอร์เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้ผิว และต้องทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50+ เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ
- หลีกเลี่ยงการเจอแสงแดดจัด การเข้าอบซาวน่า และการออกกำลังกายอย่างหนัก ในช่วง 2-3 วันแรก
- ในช่วง 1-3 วันแรก ผิวอาจมีอาการแห้ง ลอกเป็นขุยเล็กน้อย หรือมีรอยแดงเรื่อ ๆ ซึ่งถือเป็นปฏิกิริยาปกติของผิวที่กำลังผลัดเซลล์และฟื้นฟูตัวเอง
- ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอในทุก ๆ วัน เพื่อช่วยเสริมกระบวนการฟื้นฟูเซลล์ผิวให้กลับมาแข็งแรงและดูชุ่มชื้นได้เร็วขึ้น
คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับ Fotona 4D
แนะนำให้ทำคู่กับโปรแกรมดูแลผิวด้วย Profhilo (ซึ่งจะรวมอยู่ในแพ็กเกจชื่อโปรแกรม The Duo Power หรือ 4D Lift) เนื่องจากทั้งสองหัตถการจะทำงานส่งเสริมผลลัพธ์ซึ่งกันและกัน โดยที่ Fotona 4D จะใช้พลังงานความร้อนเข้าไปช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและดึงยกกระชับผิวจากชั้นลึก ในขณะที่ Profhilo จะเข้าไปทำหน้าที่เติมน้ำให้ผิวชุ่มชื้นและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนจากภายใน การทำร่วมกันจึงเป็นการฟื้นฟูผิวแบบ 2 ต่อในคราวเดียว
ไม่เจ็บ และไม่ต้องทายาชาก่อนทำหัตถการ ในระหว่างที่เลเซอร์ยิงผ่านผิว อาจจะรู้สึกอุ่นไปจนถึงร้อนเล็กน้อยตามจังหวะของเครื่อง ซึ่งระดับความรู้สึกจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับความไวต่อความร้อนของสภาพผิว โดยเฉพาะในขั้นตอน SmoothLiftin ที่ยิงจากภายในกระพุ้งแก้ม อาจจะรู้สึกถึงพลังงานได้ชัดเจนกว่าขั้นตอนอื่น ๆ แต่โดยรวมแล้วเป็นความรู้สึกที่อยู่ในระดับที่ทนได้สบาย
ผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไปคือ อาการผิวหน้าแดงเรื่อ ๆ หรือมีอาการผิวลอกเป็นขุยบาง ๆ ในช่วง 1-3 วันแรก อาการเหล่านี้ถือเป็นปฏิกิริยาปกติของผิวหน้าเมื่อตอบสนองต่อพลังงานความร้อนจากเลเซอร์ ซึ่งสามารถหายไปได้เองโดยไม่ต้องทำการรักษาแบบพิเศษใด ๆ แต่หากพบอาการผิดปกติอื่น ๆ แทรกซ้อน เช่น รู้สึกแสบร้อนรุนแรง หรือมีอาการบวมมากผิดปกติ แนะนำให้รีบติดต่อแพทย์ผู้ดูแลที่ Rattinan Clinic ทันที
แนะนำให้งดการแต่งหน้าอย่างน้อย 1 วันหลังทำ และสามารถกลับมาแต่งหน้าได้ในวันถัดไป การงดแต่งหน้าในช่วงแรกจะช่วยป้องกันไม่ให้คราบเครื่องสำอางเข้าไปอุดตันในรูขุมขน ซึ่งอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองตามมาได้ หากจำเป็นต้องแต่งหน้าในวันถัดไปและผิวไม่มีอาการระคายเคือง ควรเลือกใช้เครื่องสำอางสูตรอ่อนโยน และควรล้างทำความสะอาดผิวหน้าอย่างเบามือที่สุด เพื่อลดการเสียดสีบริเวณผิวที่เพิ่งผ่านการทำเลเซอร์
สรุป Fotona 4D ตอบโจทย์ใคร ควรเริ่มทำตั้งแต่ตอนไหน เพื่อชะลอความหย่อนคล้อย
โปรแกรม Fotona 4D คือนวัตกรรมเลเซอร์ยกกระชับและฟื้นฟูผิวแบบ 4 ขั้นตอน ที่ทำงานครอบคลุมตั้งแต่การกระตุ้นคอลลาเจนจากกระพุ้งแก้มด้านในไปจนถึงการผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกสุด (Inside-Out) ทำให้สามารถแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย เติมเต็มร่องลึก กระชับรูขุมขน และปรับสีผิวให้กระจ่างใสขึ้นได้ในคราวเดียว โดยเป็นหัตถการที่ไม่มีแผล ไม่ต้องพึ่งเข็มหรือมีดผ่าตัด และไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้นหลังทำ
หัตถการนี้ตอบโจทย์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อยในระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง ที่ต้องการดูแลปัญหาผิวหลาย ๆ อย่างพร้อมกัน นอกจากนี้ยังสามารถทำควบคู่กับ Profhilo (ในชื่อโปรแกรม The Duo Power) เพื่อเสริมผลลัพธ์ทั้งการยกกระชับและเติมความชุ่มชื้นจากภายในได้แบบทวีคูณ ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยสูงมาก สามารถเข้ามาประเมินสภาพผิวอย่างละเอียดที่ Rattinan Clinic เพื่อให้แพทย์แนะนำแนวทางที่เหมาะสมที่สุดเฉพาะบุคคล *ไม่มีค่าใช้จ่าย


นักเขียนบทความสุขภาพ รัตตินันท์ คลินิก ทำหน้าที่ ค้นคว้าและตรวจสอบงานวิจัยล่าสุด ทั้งเรื่องผิวหนัง สารออกฤทธิ์ เลเซอร์ และศัลยกรรมความงาม เพื่อนำความรู้ที่ซับซ้อนเหล่านั้นมา แปลให้เป็นภาษาที่เข้าใจง่าย ถูกต้อง และเชื่อถือได้ เป้าหมายหลักคือการทำให้ข้อมูลทุกชิ้นที่คลินิกสื่อสารออกไปนั้น มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ (Evidence-based) เพื่อให้คุณผู้อ่านสามารถ ตัดสินใจเลือกการดูแลผิวหรือหัตถการได้อย่างมั่นใจและเหมาะสม โดยไม่ถูกชี้นำเกินจริง และเข้าใจถึงกลไกที่แท้จริงเบื้องหลังผลลัพธ์นั้น ๆ
บทความแนะนำ
Fotona เลเซอร์ยกกระชับหน้า มาตรฐานสากล บุกตลาดความงามไทย เจาะกลุ่มคลีนิกไฮเอนด์
Ulthera คืออะไร ที่ไหนดี เหมาะกับใคร ข้อควรทราบก่อนทำ
Thermage FLX ยกกระชับผิวย้วย ช่วยปรับกรอบหน้าให้ชัด ไม่ต้องผ่าตัด
Emface คืออะไร? ยกกระชับหน้า ฟื้นฟูผิวถึงกล้ามเนื้อ
Morpheus8 คืออะไร? ช่วยเรื่องอะไร? เหมาะกับใครบ้าง?