เลเซอร์หน้าใส คืออะไร เห็นผลจริงไหม? ข้อดี ข้อเสีย มีอะไรบ้าง ?

เลเซอร์หน้าใส ลดฝ้า กระ จุดด่างดำ

เลเซอร์หน้าใส คืออะไร เห็นผลจริงไหม? ข้อดี ข้อเสีย มีอะไรบ้าง ?

เบื่อไหม? กับการทาครีมบำรุงมานานหลายเดือนแต่ผิวหน้ายังดูหมองคล้ำ รอยดำสิวไม่จางหาย แถมฝ้ากระยังทำให้หน้าดูโทรมจนเสียความมั่นใจ จนคุณอาจเริ่มมองหาทางลัดอย่าง เลเซอร์หน้าใส เพื่อกู้ผิวให้กลับมากระจ่างใสได้รวดเร็วกว่า แต่ในขณะเดียวกันก็อาจยังมีความกังวลว่าทำแล้วจะคุ้มไหม ผิวจะบางลงหรือเปล่า หรือควรทำ เลเซอร์หน้าใส ที่ไหนดี ที่จะปลอดภัยและไม่ผิดหวัง

ความกังวลเหล่านี้เป็นเรื่องปกติ เพราะการดูแลผิวไม่ใช่แค่เรื่องของราคา แต่คือความคุ้มค่าและความปลอดภัยในระยะยาว ที่ รัตตินันท์ คลินิก เราให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ปัญหาผิวเฉพาะบุคคล เพื่อวางแผนว่าเลเซอร์แบบไหนที่เหมาะกับคุณที่สุด

เลเซอร์หน้าใส คืออะไร ?

เลเซอร์หน้าใส คือ การใช้พลังงานแสงที่มีความเข้มข้นสูง หรือคลื่นวิทยุความถี่เฉพาะทาง ยิงลงไปในชั้นผิวเพื่อแก้ไขปัญหาความหมองคล้ำ รอยดำ รอยแดง ฝ้า กระ และรูขุมขนกว้าง โดยพลังงานเหล่านี้จะเปลี่ยนเป็นความร้อนเพื่อจัดการกับต้นเหตุของปัญหาผิวแต่ละประเภทได้อย่างแม่นยำ

บ่อยครั้งที่ผู้เข้ารับบริการมีคำถามในห้องปรึกษาว่า “ทาครีมอย่างเดียวไม่ได้หรือ?” คุณหมอมักจะให้คำตอบว่าในทางวิทยาศาสตร์ ผิวหนังมีหน้าที่เป็นปราการป้องกัน (Skin Barrier) ครีมส่วนใหญ่จึงซึมลงไปได้เพียงผิวชั้นนอก แต่ปัญหาอย่าง เม็ดสีสะสมลึก หรือ เส้นเลือดฝอยขยายตัว เป็นสิ่งที่อยู่ใต้ชั้นผิว ซึ่งมีเพียงพลังงานจากเลเซอร์เท่านั้นที่สามารถลงไปจัดการได้นั่นเอง

กลไกการทำงานของเลเซอร์

เลเซอร์แต่ละชนิดมีเป้าหมายที่ต่างกัน เปรียบเสมือนกุญแจที่ไขแม่กุญแจคนละดอกดังนี้

  1. ทำลายเม็ดสี สำหรับเคสที่มีฝ้า กระ หรือรอยดำสิว เลเซอร์ (เช่น Picosecond Laser) จะส่งพลังงานความเร็วสูงระดับหนึ่งในล้านล้านวินาที เข้าไปทำให้ก้อนเม็ดสีแตกละเอียดเป็นอนุภาคเล็ก ๆ เหมือนฝุ่น เพื่อให้เม็ดเลือดขาวของร่างกายเข้ามากำจัดออกไปได้ง่ายขึ้น ผิวจึงดูสว่างขึ้นอย่างรวดเร็ว
  2. ลดรอยแดงและเส้นเลือด สำหรับผู้เข้ารับบริการที่มีปัญหารอยสิวแดงหรือหน้าแดงง่าย เลเซอร์เฉพาะทางอย่าง Pro Yellow จะปล่อยแสงสีเหลืองที่ถูกดูดซับได้ดีโดยเม็ดเลือดแดง ทำให้เส้นเลือดฝอยที่ขยายตัวหดตัวลง รอยแดงจึงจางหายไปโดยไม่ทำให้ผิวลอก
  3. รีบูตคอลลาเจน ความร้อนที่พอเหมาะจากเลเซอร์จะส่งสัญญาณไปที่เซลล์ Fibroblast ให้เร่งผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ผลลัพธ์ที่ได้คือผิวที่อิ่มฟู รูขุมขนกระชับ และเรียบเนียนขึ้นจากภายใน

มีผู้เข้ารับบริการท่านหนึ่งกังวลมากว่าการทำเลเซอร์จะทำให้ผิวบาง แต่หลังจากได้รับคำอธิบายว่าเลเซอร์ไม่ได้ “ลอกผิว” ออก แต่เป็นการ “ซ่อมแซมและสร้างใหม่” จากชั้นลึก เมื่อทำครบคอร์สตามที่แพทย์แนะนำ นอกจากหน้าจะใสขึ้นแล้ว ผิวกลับดูแข็งแรงและดูสุขภาพดีกว่าตอนก่อนทำเสียอีก

ปัญหาผิวแบบไหน แก้ได้ด้วยเลเซอร์หน้าใส ?

เลเซอร์หน้าใส สามารถแก้ปัญหาผิวได้ครอบคลุม ตั้งแต่รอยดำ รอยแดงจากสิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ ไปจนถึงปัญหารูขุมขนกว้างและผิวหมองคล้ำ โดยหลักการทำงานคือการส่งพลังงานลงไปจัดการต้นเหตุใต้ชั้นผิวอย่างแม่นยำ ซึ่งการทาครีมเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนเท่า

ที่ รัตตินันท์ คลินิก เราให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ผิวเชิงลึกก่อนเริ่มการรักษาเสมอ แพทย์หญิง รัตตินันท์ ตรีรัตน์ เล่าว่า “เคยมีเคสผู้รับบริการที่มีรอยดำชัดเจนเข้ามาปรึกษา ซึ่งโดยปกติหลายคนอาจเข้าใจว่าการยิงเลเซอร์คือการใช้ค่าพลังงานเดียวทั่วใบหน้า แต่ความเป็นจริงแล้ว แม้จะเป็นจุดดำในบริเวณเดียวกัน ความเข้มของเม็ดสีในแต่ละชั้นผิวอาจไม่เท่ากัน เราจึงใช้เครื่อง VISIA เพื่อสแกนดูสิ่งที่ตาเปล่ามองไม่เห็น ทำให้เราสามารถตั้งค่าพลังงานที่ต่างกันในแต่ละจุด เพื่อผลลัพธ์ที่สม่ำเสมอและปลอดภัยที่สุด”

คำแนะนำเพิ่มเติม แม้ เลเซอร์หน้าใส จะช่วยได้หลากหลาย แต่ไม่มีเครื่องเดียวที่ทำได้ทุกอย่าง การใช้เทคโนโลยีที่หลากหลายและการวิเคราะห์ผิวอย่างแม่นยำ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคุณต้องเลือกทำ เลเซอร์หน้าใส ที่มีทั้งเครื่องมือที่ครบและแพทย์ที่มีประสบการณ์

ข้อดีของการทำเลเซอร์หน้าใส มีอะไรบ้าง

เลเซอร์หน้าใส ข้อดีที่โดดเด่นที่สุดคือความสามารถในการแก้ไขปัญหาผิวได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมหลายคนจึงมองว่าวิธีนี้ให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่ากว่าการใช้ครีมบำรุงเพียงอย่างเดียว โดยข้อดีหลักที่ผู้รับบริการที่ รัตตินันท์ คลินิก จะได้รับ มีดังนี้

  • เห็นผลลัพธ์ที่รวดเร็วและชัดเจนกว่าการทาครีมหลายเท่า เพราะพลังงานเลเซอร์สามารถพุ่งตรงเข้าไปจัดการกับเม็ดสีที่สะสมลึกใต้ผิวได้ทันที ในขณะที่การทาครีมอาจต้องรอ 2-3 เดือน แต่การทำเลเซอร์มักเห็นการเปลี่ยนแปลงของรอยดำและรอยแดงที่จางลงได้ตั้งแต่ครั้งแรก หรือภายใน 2-3 สัปดาห์หลังทำ
  • แก้ไขปัญหาได้แม่นยำแบบเฉพาะจุดโดยไม่กระทบผิวส่วนอื่น เลเซอร์แต่ละชนิดถูกออกแบบมาให้จับกับเป้าหมายที่ต่างกัน เช่น เลเซอร์ที่จับกับเม็ดเลือดแดงเพื่อลดรอยแดงสิว หรือเลเซอร์ที่ทำลายเม็ดสีเพื่อรักษากระ ทำให้ผิวส่วนรอบข้างที่ไม่มีปัญหาไม่ถูกทำลาย ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่ทำให้การรักษามีความปลอดภัย
  • ฟื้นฟูผิวให้แข็งแรงและดูอ่อนเยาว์ขึ้นในคราวเดียว นอกเหนือจากการลบรอยด่างดำ พลังงานความร้อนยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ในชั้นผิว ผลที่ตามมาคือรูขุมขนที่กระชับขึ้น ผิวเรียบเนียน และริ้วรอยเล็ก ๆ ดูจางลง เหมือนเป็นการรีบูตผิวใหม่ให้ดูอิ่มฟูและสุขภาพดีจากภายใน
  • มีเทคโนโลยีให้เลือกหลากหลายตามความต้องการและไลฟ์สไตล์ ผู้รับบริการสามารถเลือกได้ตั้งแต่เลเซอร์แบบอ่อนโยนอย่าง Pro Yellow ที่ทำแล้วไม่มีสะเก็ดและสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ทันที ไปจนถึงเทคโนโลยีประสิทธิภาพสูงอย่าง Pico Laser สำหรับการแก้ปัญหาที่ยากขึ้น ทำให้ตอบโจทย์ทั้งในเรื่องงบประมาณและความพร้อมในการพักฟื้นของแต่ละบุคคล

ข้อเสียของการทำเลเซอร์หน้าใส มีอะไรบ้าง

การศึกษาข้อมูล เลเซอร์หน้าใส ข้อดี ข้อเสีย อย่างรอบด้านจะช่วยให้คุณเตรียมใจและเตรียมผิวได้อย่างถูกต้อง เพราะถึงแม้จะมีข้อดีมากมาย แต่ก็มีข้อจำกัดบางประการที่ผู้รับบริการควรรู้ก่อนเริ่มการรักษา ดังนี้

  • ผิวมีความบอบบางและไวต่อสิ่งกระตุ้นชั่วคราว หลังทำเลเซอร์ผิวอาจมีอาการแดง บวม หรือแสบร้อนเล็กน้อยซึ่งมักหายเองใน 1-3 วัน บางชนิดอาจเกิดสะเก็ดแผลเล็ก ๆ ซึ่งผู้รับบริการต้องระวังไม่ให้ไปแกะหรือเกาเพื่อป้องกันแผลเป็น และต้องเน้นการเติมความชุ่มชื้นให้ผิวมากกว่าปกติเพราะผิวจะแห้งง่ายขึ้นในช่วงแรก
  • ต้องดูแลผิวและหลีกเลี่ยงแสงแดดอย่างเคร่งครัด หลังทำผิวจะไวต่อแสงเป็นพิเศษ หากโดนแดดจัดหรือละเลยการทาครีมกันแดด SPF 50+ ทุก 2-3 ชั่วโมง อาจทำให้ผิวกลับมาคล้ำเสียหรือเกิดรอยดำ (PIH) ได้ง่ายขึ้น ดังนั้นหากไลฟ์สไตล์ต้องอยู่กลางแจ้งเป็นประจำ เลเซอร์อาจไม่ใช่ทางเลือกที่สะดวกนักในช่วงนั้น
  • ต้องทำต่อเนื่องหลายครั้งถึงจะเห็นผลลัพธ์สูงสุด ความจริงที่ต้องทำความเข้าใจคือการทำเลเซอร์ครั้งเดียวมักไม่พอสำหรับปัญหาที่สะสมมานาน เช่น ฝ้าหรือหลุมสิว ซึ่งปกติควรทำต่อเนื่อง 3-5 ครั้งขึ้นไปตามคำแนะนำของแพทย์ ทำให้มีค่าใช้จ่ายรวมและเวลาที่ต้องสละเพื่อเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง
  • ความเสี่ยงจากเครื่องมือและผู้ให้บริการที่ไม่ได้มาตรฐาน หากเลือกคลินิกโดยพิจารณาเพียงราคาถูก อาจเสี่ยงต่อการใช้เครื่องเลเซอร์ปลอมหรือการตั้งค่าพลังงานที่ผิดพลาดจากผู้ที่ขาดประสบการณ์ ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาผิวไหม้ หน้าด่าง หรือความเสียหายถาวรได้

เลเซอร์หน้าใส มีกี่แบบ ? แตกต่างกันอย่างไร

เลเซอร์หน้าใส มีหลายประเภทตามการทำงานของคลื่นพลังงาน โดยแบ่งตามปัญหาหลักคือ กลุ่มทำลายเม็ดสี (รอยดำ/ฝ้า), กลุ่มลดเส้นเลือด (รอยแดง), และกลุ่มปรับพื้นผิว (หลุมสิว/รูขุมขน) การเลือกเครื่องที่เหมาะสมจะช่วยให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนในระยะเวลาที่สั้นลง ซึ่งที่นิยมและเห็นผลจริงในปัจจุบันมี 5 รูปแบบหลักที่เปรียบเสมือนซูเปอร์ฮีโร่ที่มีพลังพิเศษเฉพาะตัว

Fotona (โฟโตน่า)

Fotona 4D คือเลเซอร์อเนกประสงค์ที่โดดเด่นเรื่องการยกกระชับผิวไปพร้อมกับการปรับหน้าใส ด้วยการผสมผสานพลังงาน Er:YAG และ Nd:YAG เข้าด้วยกัน ทำให้สามารถดูแลผิวได้ตั้งแต่วิผิวชั้นตื้นไปจนถึงชั้นลึก

ความพิเศษที่ทำให้ผู้รับบริการส่วนใหญ่ประทับใจคือเทคโนโลยี SmoothLiftin™ ซึ่งเป็นการยิงเลเซอร์จากภายในกระพุ้งแก้มเพื่อยกกระชับร่องแก้มและมุมปากโดยไม่ต้องใช้เข็ม มีเคสหนึ่งที่กังวลเรื่องริ้วรอยรอบปากแต่ไม่อยากฉีดฟิลเลอร์ เมื่อใช้วิธีนี้ผิวจะได้รับความร้อนที่เหมาะสมเพื่อกระตุ้นคอลลาเจนจากด้านใน ส่งผลให้ร่องลึกดูตื้นขึ้นและหน้าดูสดใสขึ้นดูเป็นธรรมชาติ

Pico Genesis Laser

Pico Genesis Laser คือนวัตกรรมที่ดีมาก ๆ ในการจัดการกับเม็ดสีที่ฝังลึกและรักษายาก เช่น ฝ้าลึก หรือรอยดำฝังแน่น โดยใช้การปล่อยพลังงานความเร็วสูงระดับ Picosecond (หนึ่งในล้านล้านวินาที) ซึ่งเร็วกว่าเลเซอร์รุ่นเก่าถึง 1,000 เท่า

หลักการทางวิทยาศาสตร์คือการสร้างแรงกระแทก Photo-acoustic เพื่อระเบิดเม็ดสีให้กลายเป็นฝุ่นผงละเอียด แทนที่จะเป็นก้อนกรวดเหมือนรุ่นก่อน ร่างกายจึงกำจัดออกได้ง่ายและรวดเร็วกว่ามาก เรามักพบว่าผู้รับบริการที่เคยรักษาจุดด่างดำด้วยวิธีอื่นแล้วไม่เห็นผล เมื่อเปลี่ยนมาใช้ Pico Genesis ผิวจะเริ่มกระจ่างใสขึ้นชัดเจนโดยไม่เกิดความร้อนสะสมที่เป็นอันตรายต่อผิว

รู้ทัน PICO LASER มีกี่แบบ กี่ยี่ห้อ แต่ละยี่ห้อเหมาะกับใคร

Aurora Full Face

Aurora คือเทคโนโลยีทางลัดสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มค่า โดยเน้นทั้งความกระจ่างใสและผิวที่เด้งกระชับในคราวเดียว เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างพลังงานแสงความเข้มสูง (IPL) และคลื่นวิทยุ (RF)

ในขณะที่ IPL เข้าไปจัดการรอยดำรอยแดงบนผิวชั้นนอก พลังงาน RF จะลงลึกไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวชั้นใน ทำให้ผิวดูโกลว์และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น เหมาะมากสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิว “หมองและเริ่มไม่กระชับ” แต่ยังไม่อยากทำเลเซอร์ที่มีพลังงานสูงจนเกินไป

E-Matrix Laser

E-Matrix คือคำตอบสำหรับผู้ที่มีปัญหาหลุมสิวและรูขุมขนกว้างที่ต้องการ “รื้อผิวเก่าเพื่อสร้างผิวใหม่” โดยใช้พลังงาน Fractional RF หรือคลื่นวิทยุความถี่สูงกระจายลงลึกใต้ผิวในรูปทรงปิรามิด

เทคนิคนี้จะทำให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวส่วนบนเพียงเล็กน้อย แต่ไปกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ในชั้นลึกอย่างเต็มที่ ซึ่งปลอดภัยต่อผิวคนเอเชียมากกว่าเลเซอร์ชนิด CO2 เพราะโอกาสเกิดรอยดำหลังทำน้อยกว่ามาก ผู้รับบริการที่กังวลเรื่องหลุมสิวลึกมักจะเห็นการเปลี่ยนแปลงว่าผิวเรียบเนียนขึ้นและรูขุมขนกระชับขึ้นอย่างชัดเจนหลังผ่านช่วงพักฟื้นสั้น ๆ ไปแล้ว

Pro Yellow

Pro Yellow เป็นเลเซอร์ที่มีประสิทธิภาพขึ้นชื่อเรื่องการรักษารอยแดงและสิวอักเสบได้อย่างอ่อนโยนที่สุด ด้วยความยาวคลื่นแสงสีเหลือง 577 nm ที่แม่นยำในการจับกับเม็ดเลือดแดงโดยเฉพาะ

สิ่งที่ทำให้ผู้รับบริการติดใจคือความรู้สึกที่ “ไม่เจ็บเลย” และไม่ต้องพักหน้า แสงสีเหลืองจะเข้าไปทำให้เส้นเลือดฝอยที่ผิดปกติหดตัวลง ลดอาการหน้าแดง และช่วยให้สิวอักเสบแห้งไวขึ้น มีสตอรี่จากผู้รับบริการหลายท่านที่ผิวแพ้ง่ายมากและกลัวการทำเลเซอร์ แต่พอได้ลอง Pro Yellow กลับพบว่าสบายผิวมาก และรอยแดงจากสิวที่เคยบวมช้ำก็จางลงได้อย่างรวดเร็ว

ตารางเปรียบเทียบ เลเซอร์หน้าใส แต่ละแบบ ให้คุณเข้าใจง่ายขึ้น

เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าควรเลือกทำ เลเซอร์หน้าใส ที่ไหนดี และเครื่องไหนที่เหมาะกับคุณที่สุด ลองพิจารณาจากตารางเปรียบเทียบดังนี้

ประเภทเลเซอร์ จุดเด่นหลัก ปัญหาผิวที่จัดการได้ดีที่สุด ระยะพักฟื้น
Fotona ยกกระชับ + หน้าใส 4 มิติ ผิวหย่อนคล้อย, ริ้วรอยร่องแก้ม, ผิวโทรม แทบไม่ต้องพักฟื้น
Pico Genesis สลายเม็ดสีล้ำลึก ฝ้า, กระ, จุดด่างดำที่ดื้อยา, รอยดำสิว ไม่ต้องพักฟื้น
Aurora ผิวกระจ่างใส + กระตุ้นคอลลาเจน หน้าหมองคล้ำ, สีผิวไม่สม่ำเสมอ ไม่ต้องพักฟื้น
E-Matrix ปรับพื้นผิวใหม่ หลุมสิว, รูขุมขนกว้าง, ผิวขรุขระ 5 – 7 วัน
Pro Yellow ลดรอยแดง + ฆ่าเชื้อสิว รอยแดงจากสิว, สิวอักเสบ, หน้าแดงง่าย ไม่ต้องพักฟื้น

เตรียมตัวอย่างไร ก่อนทำเลเซอร์หน้าใส ?

การเตรียมตัวก่อนทำเลเซอร์หน้าใสที่สำคัญที่สุดคือ การหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ และหยุดใช้ครีมที่มีฤทธิ์ผลัดเซลล์ผิว (AHA, BHA, Retinol) ประมาณ 5-7 วัน เพื่อลดความเสี่ยงผิวไหม้หรือการเกิดรอยดำหลังทำ เนื่องจากพลังงานเลเซอร์จะเข้าไปจับกับเม็ดสีได้รุนแรงเกินไปหากผิวมีการอักเสบหรือบอบบางจากการขัดลอก

  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งและทาครีมกันแดด SPF 50+ อย่างเคร่งครัด เพราะหากผิวสะสมเม็ดสีจากแดดมาก่อนทำ พลังงานเลเซอร์อาจทำให้ผิวเกิดรอยดำหรือไหม้ได้ง่ายขึ้น เหมือนการเตรียมพื้นผิวให้พร้อมก่อนลงสีจริงเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่นวลเนียนที่สุด
  • หยุดการทำหัตถการที่รบกวนผิวหน้า ไม่ว่าจะเป็นการแว็กซ์ขนหน้า การสครับผิว หรือการลอกผิวด้วยสารเคมี ควรเว้นระยะอย่างน้อย 1 สัปดาห์เพื่อให้ปราการผิว (Skin Barrier) แข็งแรงพอที่จะรับพลังงานเลเซอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • แจ้งประวัติสุขภาพและยาที่ใช้อย่างละเอียด โดยเฉพาะยากลุ่มรักษาสิว (Isotretinoin) ซึ่งส่งผลต่อการฟื้นตัวของผิวอย่างมาก รวมถึงประวัติการเป็นเริมหรือแผลเป็นคีลอยด์ เพื่อให้แพทย์ปรับแผนการรักษาและเลือกประเภท เลเซอร์หน้าใส ที่ปลอดภัยกับคุณที่สุด

ขั้นตอนการทำเลเซอร์หน้าใส ที่ รัตตินันท์ คลินิก ?

ขั้นตอนการทำ เลเซอร์หน้าใส ที่ รัตตินันท์ คลินิก เน้นความแม่นยำและการดูแลแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Care) โดยเราไม่รักษาแบบหว่านแหเท่ากันทั่วใบหน้า แต่แพทย์จะวัดความเข้มอ่อนของรอยอย่างละเอียดในทุกจุด เพื่อผลลัพธ์ที่ประณีตและปลอดภัย ภายใต้ประสบการณ์ที่สั่งสมมาตั้งแต่ปี 1999

ที่นี่เรายึดถือมาตรฐานความปลอดภัยและนวัตกรรมที่ผ่านการรับรอง โดยมีขั้นตอนที่เป็นระบบเพื่อมอบประสบการณ์ระดับพรีเมียมให้แก่ผู้รับบริการ ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 การวิเคราะห์ผิวเชิงลึกและปรึกษาแพทย์ฟรี

หัวใจสำคัญของหน้าใสที่ยั่งยืนคือการประเมินที่แม่นยำ เราจึงใช้เครื่อง VISIA ซึ่งเป็นเทคโนโลยีวิเคราะห์ผิวที่ใช้กันทั่วโลก เพื่อสแกนดูเม็ดสีและความผิดปกติใต้ชั้นผิวที่ตาเปล่ามองไม่เห็น แพทย์จะนำข้อมูลนี้มาประเมินร่วมกับไลฟ์สไตล์ของคุณ เพื่อออกแบบแผนการรักษาที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคลโดยไม่มีค่าธรรมเนียมการปรึกษาแอบแฝง ซึ่งสะท้อนถึงความจริงใจและการให้เกียรติที่เรามอบให้ผู้รับบริการเสมอมา

ขั้นตอนที่ 2 การเตรียมผิวและระงับความเจ็บที่มีประสิทธิภาพ

เพราะความสบายของคุณคือความสำคัญลำดับต้น ๆ เราจึงเลือกใช้ยาชาประสิทธิภาพสูงเกรดคุณภาพ พร้อมเทคนิคการผลักยาชาด้วย Ionto เพื่อให้ตัวยาซึมลึกและออกฤทธิ์ได้เร็วขึ้น หรือการใช้เครื่องเป่าลมเย็น ตามการประเมินของแพทย์ เพื่อลดความกังวลเรื่องความเจ็บอย่างมีประสิทธิภาพ ในบรรยากาศพื้นที่รับรองที่เป็นส่วนตัวและผ่อนคลาย ช่วยให้คุณรู้สึกไว้วางใจในทุกขั้นตอนการดูแล

ขั้นตอนที่ 3 การทำเลเซอร์ด้วยศิลปะและความแม่นยำ

ในขั้นตอนนี้ แพทย์จะใช้เทคโนโลยีที่มีงานวิจัยรองรับและผ่านการรับรองมาตรฐานสากล โดยเน้นการรักษาแบบ Detail-Oriented หรือการปรับค่าพลังงานตามระดับความเข้มของรอยในแต่ละจุด แพทย์หญิง รัตตินันท์ ตรีรัตน์ ให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้มาก เพราะผิวหน้าแต่ละบริเวณมีความหนาและรอยดำที่ลึกไม่เท่ากัน การรักษาอย่างพิถีพิถันจะช่วยให้สีผิวสม่ำเสมอและไม่เกิดผลข้างเคียง เหมือนการสร้างสรรค์งานศิลปะที่ต้องใช้ความใส่ใจและเทคนิคที่มีอย่างสูง

ขั้นตอนที่ 4 การฟื้นฟูผิวและติดตามผลลัพธ์

หลังทำเสร็จสิ้น เราจะมีการดูแลปลอบประโลมผิวเพื่อให้คุณพร้อมกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที พร้อมให้คำแนะนำการดูแลตัวเองอย่างละเอียดแบบตัวต่อตัว สิ่งที่ทำให้ผู้รับบริการไว้วางใจ รัตตินันท์ คลินิก มานานกว่า 2 ทศวรรษ คือความโปร่งใสในราคาที่ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง และระบบการติดตามผลที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่าผิวของคุณจะได้รับการฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์และเห็นผลลัพธ์ความกระจ่างใสที่ชัดเจนที่สุด

หลังทำเลเซอร์หน้าใส ควรดูแลผิวอย่างไรให้เหมาะสม ?

หลังทำเลเซอร์หน้าใส กฎเหล็กที่ต้องปฏิบัติคือการหลีกเลี่ยงแดดจัดและทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ รวมถึงห้ามแกะสะเก็ดแผลเด็ดขาด เพราะผิวหลังเลเซอร์จะมีความไวต่อแสงเพิ่มขึ้น 3-5 เท่า หากดูแลไม่ดีอาจเกิดรอยดำซ้ำ (PIH) ซึ่งทำให้การรักษาที่ทำมาทั้งหมดเสียเปล่าได้

  • ปกป้องผิวด้วย “Vampire Mode” ใน 2 สัปดาห์แรก ทาครีมกันแดด SPF 50+ ทุก 2-3 ชั่วโมง และสวมหมวกหรือกางร่มเมื่อต้องออกแดด แพทย์หญิง นฤมล วิเชียร เล่าว่า “เคยมีเคสที่ทำเลเซอร์จนหน้าใสแล้ว แต่เผลอไปเที่ยวทะเลหลังทำไม่กี่วันโดยไม่กันแดดให้ดี ผลคือเม็ดสีกลับมาเข้มกว่าเดิม การมีวินัยในการทากันแดดจึงสำคัญเท่ากับการยิงเลเซอร์เลยค่ะ”
  • เน้นการบำรุงด้วยความชุ่มชื้น เลือกใช้มอยส์เจอไรเซอร์สูตรอ่อนโยนที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์หรือน้ำหอม เพื่อช่วยปลอบประโลมผิวและเร่งกระบวนการซ่อมแซมเซลล์ผิวใหม่ให้แข็งแรงขึ้น
  • ห้ามสัมผัสรุนแรงหรือใช้ครีมผลัดเซลล์ผิว งดการสครับหน้าหรือใช้ครีมรักษาสิวแรง ๆ 1-2 สัปดาห์ หากมีสะเก็ดแผลเล็ก ๆ (จาก Pico หรือ E-Matrix) ต้องปล่อยให้หลุดเองตามธรรมชาติ เพื่อป้องกันแผลเป็นและการอักเสบในระยะยาว
  • สังเกตอาการผิดปกติและติดตามผล อาการหน้าแดงหรือตึงผิวใน 1-3 วันแรกถือเป็นเรื่องปกติ แต่หากมีตุ่มน้ำพองหรือแสบร้อนรุนแรง ควรติดต่อคลินิกทันที ซึ่งที่ รัตตินันท์ คลินิก เรามีทีมติดตามผลและให้คำปรึกษาตลอด เพื่อความสบายใจของผู้รับบริการ

เลเซอร์หน้าใส ทำไมต้อง รัตตินันท์ คลินิก?

เหตุผลที่ต้องเลือกทำเลเซอร์หน้าใสที่ รัตตินันท์ คลินิก คือความเชื่อมั่นในผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและแม่นยำจากทีมแพทย์ที่ดูแลมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 1999 เราไม่เพียงแค่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย แต่เราให้ความสำคัญกับ “ศิลปะการรักษา” ที่ออกแบบมาเพื่อผิวของแต่ละบุคคลโดยเฉพาะ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้รับบริการจะได้รับผลลัพธ์ที่มีความประณีต สวยงาม และเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน

ที่ รัตตินันท์ คลินิก เรายึดถือแกนหลักในการทำงาน 6 ประการ เพื่อมอบประสบการณ์คุณภาพและเป็นมืออาชีพที่สุดให้แก่คุณ

  • ความชำนาญที่ไว้วางใจได้ ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมานานกว่า 2 ทศวรรษ (ตั้งแต่ปี 1999) การทำ เลเซอร์หน้าใส ของเราจึงมีทางเลือกดูแลโดยแพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง ทั้งนี้ แพทย์ของเราทั้งหมดเข้าใจในระดับโมเลกุลว่าผิวคนไทยเสี่ยงต่อการเกิดรอยดำได้ง่ายกว่า จึงมีการคำนวณพลังงานอย่างแม่นยำ ต่างจากการใช้พนักงานยิงเลเซอร์ซึ่งอาจเสี่ยงต่อผิวไหม้หรือผลข้างเคียงในระยะยาวได้
  • การประเมินผิวที่มองลึกถึงต้นตอ ก่อนเริ่มการรักษา เราใช้เครื่อง VISIA Skin Analysis เพื่อวิเคราะห์เม็ดสีและรอยแดงใต้ชั้นผิวที่ตาเปล่ามองไม่เห็น สิ่งนี้ช่วยให้แพทย์สามารถระบุจุดที่มีปัญหาซ่อนอยู่ได้อย่างชัดเจน ครั้งหนึ่งเคยมีผู้รับบริการเข้ามาด้วยปัญหารอยดำทั่วไป แต่เมื่อสแกนด้วย VISIA เราพบเม็ดสีฝ้าที่กำลังจะก่อตัวในชั้นลึก แพทย์จึงปรับแผนการรักษาเพื่อสกัดกั้นปัญหาก่อนที่จะลุกลาม นี่คือความใส่ใจในรายละเอียดที่เรามอบให้เสมอมา
  • การรักษาแบบเฉพาะจุด ไม่รักษาเท่ากันทั่วใบหน้า เพราะใบหน้าแต่ละบริเวณมีความหนาและปัญหาที่ไม่เหมือนกัน เราจึงไม่ยิงเลเซอร์แบบ “หว่านแห” ด้วยพลังงานเท่ากันทั่วหน้า แต่แพทย์จะวัดความเข้มอ่อนของรอยอย่างละเอียดและปรับพลังงานเป็นจุด ๆ (Spot-by-Spot) เพื่อให้สีผิวสม่ำเสมอที่สุด ประดุจการสร้างสรรค์งานศิลปะที่ต้องใช้ความประณีตสูงเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ
  • นวัตกรรมที่ปลอดภัยและงานวิจัยรองรับ เราคัดสรรเฉพาะเทคโนโลยีที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากลและมีงานวิจัยทางการแพทย์รองรับ ไม่ว่าจะเป็น Pico Genesis, Fotona หรือ Pro Yellow ทุกเครื่องได้รับการบำรุงรักษาอย่างเข้มงวดเพื่อให้ปล่อยพลังงานที่เสถียรและปลอดภัยที่สุดต่อผิวของคุณ
  • ความสบายผิวที่พร้อมให้คุณสัมผัส เราเข้าใจว่าหลายคนกังวลเรื่องความเจ็บ รัตตินันท์ คลินิก จึงเลือกใช้ ยาชาประสิทธิภาพสูงเกรดคุณภาพ ร่วมกับเทคนิคการผลักยาชาด้วย Ionto หรือระบบเป่าลมเย็น ตามการประเมินของแพทย์ เพื่อให้คุณรู้สึกผ่อนคลายที่สุดในพื้นที่รับรองส่วนตัวที่สงบเงียบ
  • ความโปร่งใสและจริงใจ เราให้คำปรึกษาโดยแพทย์อย่างละเอียด “ฟรี” ไม่มีค่าธรรมเนียมแอบแฝง และไม่มีกลยุทธ์กดดันให้ซื้อคอร์ส เพราะเราเชื่อว่าการตัดสินใจที่ดีที่สุดคือการที่ผู้รับบริการเข้าใจในปัญหาผิวของตนเองอย่างถ่องแท้ ราคาที่แจ้งจึงครอบคลุมการดูแลทั้งหมด ตั้งแต่ยาชาไปจนถึงการติดตามผลหลังทำ

ทีมแพทย์รักษาผิวพรรณ
รัตตินันท์ คลินิก

พญ. รัตตินันท์ ตรีรัตน์
ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ

พญ. นฤมล วิเชียร
แพทย์หญิง

พญ. จุฑามาศ ตันคุณากร
แพทย์โรคผิวหนัง

นพ. ศศินทร์ ตรีรัตน์
นายแพทย์

คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับเลเซอร์หน้าใส

เลเซอร์หน้าใสไม่มีอันตรายและมีความปลอดภัยมาก ๆ หากดูแลโดยแพทย์และใช้เครื่องมือที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน (FDA)  ที่ รัตตินันท์ คลินิก เราให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรก โดยมีการประเมินสภาพผิวอย่างละเอียดด้วยเครื่อง VISIA ก่อนทำ เพื่อเลือกค่าพลังงานที่เหมาะสมกับผิวของคุณที่สุด ลดความเสี่ยงในการเกิดผิวไหม้หรือผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยคือ อาการผิวแดง ตึง หรือบวมเล็กน้อย ซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติของผิวและจะหายไปเองภายใน 1-3 วัน ในกรณีที่ใช้เลเซอร์กลุ่มปรับพื้นผิว เช่น E-Matrix หรือ Pico Laser ในบางโหมด อาจมีสะเก็ดแผลเล็ก ๆ เกิดขึ้นได้ ซึ่งจะหลุดลอกออกเองตามธรรมชาติภายใน 5-7 วัน การทามอยส์เจอไรเซอร์และการเลี่ยงแดดจัดในช่วงแรกจะช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้รวดเร็วขึ้น

โดยปกติแนะนำให้เว้นระยะห่างประมาณ 2-4 สัปดาห์ต่อครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทของเลเซอร์และสภาพผิวของผู้รับบริการแต่ละท่าน เพื่อให้ผิวมีเวลาเพียงพอในการซ่อมแซมและสร้างคอลลาเจนใหม่ การทำต่อเนื่องตามแผนที่แพทย์ออกแบบจะช่วยให้ผลลัพธ์ชัดเจนและคงอยู่ได้ยาวนานขึ้น

ระดับความเจ็บขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีที่เลือกใช้ แต่โดยรวมถือว่าอยู่ในระดับที่ทนได้และสบายผิว สำหรับเลเซอร์ที่อ่อนโยนอย่าง Pro Yellow หรือ Aurora ผู้รับบริการจะรู้สึกเพียงอุ่น ๆ บนผิวโดยไม่ต้องแปะยาชา ส่วนเครื่องที่มีพลังงานสูงกว่าอย่าง Pico Genesis หรือ E-Matrix เรามีการใช้ยาชาคุณภาพสูงร่วมกับระบบเป่าลมเย็น ทำให้ความรู้สึกเจ็บลดลงจนแทบไม่รู้สึกเลย

คุณจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของผิวที่ดูใสและรอยจางลงได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ แต่ผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุดมักจะเห็นได้หลังการทำต่อเนื่อง 3-5 ครั้ง ในบางรายที่มีปัญหาเม็ดสีลึกหรือหลุมสิว อาจต้องอาศัยการรักษาที่ต่อเนื่องมากกว่านั้น นพ. ศศินทร์ ตรีรัตน์ มักจะเปรียบเทียบว่าเลเซอร์คือการรีบูตผิว ยิ่งทำครบคอร์สตามที่ออกแบบเฉพาะบุคคล ผิวก็จะยิ่งแข็งแรงและกระจ่างใสอย่างมีสุขภาพดี

ควรเลือกคลินิกที่มีแพทย์ดูแลโดยตรง มีนวัตกรรมเครื่องแท้ที่ตรวจสอบได้ และมีระบบวิเคราะห์ผิวเชิงลึกก่อนการรักษา เหตุผลที่หลายท่านเลือกทำ เลเซอร์หน้าใส ที่ รัตตินันท์ คลินิก เพราะเราเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1999 มีความเข้าใจในผิวคนไทยอย่างลึกซึ้ง และเน้นการรักษาแบบ Tailor-made ที่ไม่ยิงพลังงานเท่ากันทั่วหน้า แต่ปรับตามปัญหาจริงในแต่ละจุด เพื่อผลลัพธ์ที่คุ้มค่าและปลอดภัยที่สุด

ราคาของการทำเลเซอร์จะขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีที่แพทย์เลือกใช้ให้เหมาะสมกับปัญหาผิวของแต่ละบุคคล โดยมีรายละเอียดราคามาตรฐานดังนี้

โปรแกรมเลเซอร์หน้าใส รายละเอียด / จำนวนครั้ง ราคา (บาท)
Fotona 4D ยกกระชับและปรับผิวใส (1 ครั้ง) 20,000
Fotona 4D คอร์สสุดคุ้ม (3 ครั้ง) 55,000
Fotona 1 Step เน้นความกระจ่างใสแบบเร่งด่วน 6,000
Pico Genesis (Acne Scars) เน้นรักษาหลุมสิวและผิวไม่เรียบเนียน 15,000
Pico Genesis Bright ปรับผิวขาวกระจ่างใส (1 ครั้ง) 15,000
Pico Genesis Bright ปรับผิวขาวกระจ่างใส (2 ครั้ง) 30,000
eMatrix รักษาหลุมสิว (ราคาต่อช็อต – แพทย์ประเมิน) 100
Aurora Full Face ปรับสมดุลผิว (120 – 150 ช็อต) 4,000
ProYellow ลดรอยแดงและอาการอักเสบของผิว 7,000

ผู้รับบริการส่วนใหญ่มีความพึงพอใจในเรื่องรอยดำรอยแดงที่จางลงอย่างรวดเร็วและรูขุมขนที่กระชับขึ้น จากเคสจริงที่มาใช้บริการ ส่วนใหญ่ประทับใจที่ไม่เพียงแค่หน้าใสขึ้น แต่ผิวโดยรวมยังดูสุขภาพดีและแต่งหน้าติดทนกว่าเดิม ที่สำคัญคือความประณีตในการยิงเลเซอร์ของแพทย์ที่ทำให้สีผิวดูสม่ำเสมอทั่วใบหน้า ไม่เกิดปัญหาหน้าด่างหรือเป็นปื้นหลังทำ

รายนี้ทำ เลเซอร์รักษากระ 1 ครั้ง – ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

รีวิว ก่อน-หลัง รักษากระ ฝ้า ด้วยเลเซอร์

รายนี้ทำ เลเซอร์รักษากระ 3 ครั้ง – ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

ภาพ ก่อน-หลัง รักษากระ ฝ้า ด้วยเลเซอร์

นี่คือความเข้าใจผิด ความจริงคือเลเซอร์หน้าใสช่วยทำให้ผิว “แข็งแรงขึ้น” เพราะพลังงานจะลงไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิวหนังแท้ ทำให้โครงสร้างผิวหนาตัวและอิ่มฟูขึ้นจากภายใน ไม่ได้เป็นการลอกผิวชั้นนอกออกจนบางลงแต่อย่างใด เพียงแค่ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกผิวจะไวต่อแสงแดดมากขึ้น จึงต้องเน้นการทากันแดดให้ดีเท่านั้นเอง