หัตถการกำจัดไขมัน นวัตกรรมทางการแพทย์ที่ได้รับความนิยม
1. เมโสแฟต (Meso fat)
- ผู้ที่ต้องการลดไขมันบนใบหน้าอย่างรวดเร็วและเห็นได้ชัด เช่น แก้มและคาง โดยปกติจะใช้เวลาภายใน 5-7 วัน
- ผู้ที่สนใจการฉีดเมโสแฟตที่มีสารสกัดจากธรรมชาติ 100% เพื่อกระบวนการสลายไขมันที่ปลอดภัย นำไปสู่การขับถ่ายออกทางระบบเผาผลาญตามธรรมชาติของร่างกาย
- บุคคลที่มีตารางงานยุ่งและชอบวิธีที่ประหยัดเวลามากกว่า เนื่องจากเพียง 3-4 เข็มก็ให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน
- สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร
- ผู้ที่มีภาวะผิวหนังอักเสบควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจฉีดเมโสแฟต
- ผู้ป่วยที่รับประทานยาในปริมาณมาก เช่น ผู้ป่วยโรคเบาหวานหรือมะเร็ง จะต้องขอคำแนะนำจากผู้ให้บริการด้านการแพทย์ก่อนดำเนินการฉีดเมโสแฟต
2. FaceTite
- ลดคางสองชั้นอย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่
- ปรับแก้รูปหน้าให้เรียวเล็กลงด้วยโครงหน้าที่ได้รับการปรับปรุง
- เปิดแผลขนาดเล็กเพียง 3 มม. โดยไม่ทิ้งรอยแผลเป็นไว้ถาวร
- รู้สึกไม่สบายน้อยที่สุดและระยะเวลาการฟื้นตัวที่รวดเร็ว
- ใช้คลื่น RF ที่ปลอดภัยในการสลายไขมันโดยไม่มีสารเคมีตกค้าง
- ให้ผลลัพธ์ยาวนานด้วยวิธีการที่คุ้มค่า
- อาจเกิดอาการบวมแดงชั่วคราวได้ในช่วง 1-2 วันแรกหลังทำ
- จำเป็นต้องใช้ชุดกระชับใบหน้าหลังการรักษา
3. Thermage
- เพิ่มความกระชับของใบหน้า ลดความหย่อนคล้อยของผิว และริ้วรอยลดลง
- สลายไขมันเฉพาะจุดบริเวณใบหน้าและคาง
- ใช้ได้ทั้งผิวหน้า ลำคอ และลำตัว
- ไม่จำเป็นต้องพักฟื้นหลังการผ่าตัด ผู้ป่วยสามารถกลับมาทำกิจกรรมประจำวันต่อได้ทันที
- ผิวกระชับขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปและสังเกตได้ชัดเจน โดยเห็นได้ชัดตั้งแต่เดือนที่ 2 เป็นต้นไป
- ผลลัพธ์จะอยู่ได้ยาวนาน โดยทั่วไปจะอยู่ได้ 1-2 ปี (ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลรักษาของแต่ละบุคคล)
- มีรอยแดงชั่วคราวอาจเกิดขึ้นหลังจากทำหัตถการ แต่โดยทั่วไปจะหายไปภายใน 1-2 ชั่วโมงโดยไม่มีอาการแทรกซ้อนเพิ่มเติม
- แผลไหม้อาจเกิดขึ้นได้หากแพทย์ใช้พลังงานความร้อนมากเกินไป หรือใช้อุปกรณ์ Thermage ปลอมที่มีคุณภาพต่ำซึ่งไม่เหมาะกับผิวหนังของผู้ป่วย
- ในบางกรณีที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก ใบหน้าบิดเบี้ยวอาจส่งผลให้เกิดผลกระทบจากการส่งผ่านพลังงานไปยังเส้นประสาทใบหน้า
4. CoolSculpting
5. ดูดไขมัน
- การดูดไขมันช่วยดูด (SAL) – ใช้ cannula ธรรมดาพร้อมการดูดสุญญากาศเพื่อขจัดเซลล์ไขมัน ทำให้เนื้อเยื่อบริเวณใกล้เคียง หลอดเลือด หรือเส้นประสาทเสียหายน้อยที่สุด เนื่องจากเซลล์ไขมันสลายตัวตามธรรมชาติ
- Radio Frequency (RF) – คล้ายกับ SAL แต่ใช้พลังงานความถี่วิทยุในระดับอุณหภูมิที่ควบคุมได้ เพื่อกระชับผิวไปพร้อม ๆ กัน
- Laser-Assisted Liposuction (LAL) – ใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ในการกำจัดไขมันพร้อมทั้งช่วยกระชับผิว แม้ว่าผลลัพธ์อาจใช้เวลานานกว่าจึงจะเห็นผลจึงมั่นใจได้ในความปลอดภัยสูง
- การดูดไขมันแบบ Power-Assisted (PAL) – อาศัยพลังงานกลเพื่อเพิ่มความถี่ในการเคลื่อนไหวของเข็มดูดไขมัน สร้างการสั่นสะเทือนที่ช่วยให้สลายไขมันได้ง่ายขึ้น ช่วยให้สามารถกำจัดปริมาณไขมันที่มีปริมาณมากในขณะที่ลดการเสียดสีของเนื้อเยื่อและผิวหนัง
- การดูดไขมันด้วยคลื่นอัลตราโซนิก – ใช้คลื่นอัลตราซาวนด์เพื่อสร้างพลังงานความร้อนเพื่อการกำจัดไขมันอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ใช้เวลาในการผ่าตัดสั้นลง และลดความรู้สึกไม่สบายของผู้ป่วย
- การดูดไขมันด้วยพลังน้ำ – ใช้แรงดันน้ำเพื่อสลายเซลล์ไขมันอย่างอ่อนโยน เพื่อรักษาเนื้อเยื่อและหลอดเลือดโดยรอบ
- ลดไขมันใต้ผิวหนังทันทีและสัดส่วนของร่างกายดีขึ้น
- กำจัดไขมันสะสมได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะบริเวณที่ลดเองได้ยาก เช่น หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา และเอว
- มีหลากหลายเทคโนโลยีจากเครื่องดูดไขมันให้เลือกตามความต้องการของแต่ละบุคคล
- ไขมันที่สกัดได้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่เพื่อเสริมส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้ ทำให้ได้รูปลักษณ์ที่สมดุลมากขึ้นตามความชอบส่วนบุคคล (หากดูดไขมันจากเครื่องที่ไม่ใช้พลังงานความร้อน)


นพ. สุทธิพงษ์ ตรีรัตน์ (หมอหนึ่ง) ผู้ให้บริการดูดไขมันและศัลยกรรมปรับรูปร่าง Body Contouring โดยมุ่งเน้นการออกแบบแผนการรักษารายบุคคล และให้คุณมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น