ยกกระชับหน้า มีกี่วิธี ลดริ้วรอย ความหย่อนคล้อย

เมื่อเราเริ่มสัมผัสได้ถึงใบหน้าที่ปรากฏทั้งริ้วรอย ความหย่อนคล้อย หรือสภาพผิวที่บ่งบอกว่ากำลังต้องการการซ่อมแซมฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน การ “ยกกระชับหน้า” จึงเป็นหัตถการกลุ่มแรก ๆ ที่เรามักจะนึกถึง หรือคนรอบตัวชอบแนะนำให้เราไปทำ แต่ปัจจุบัน หัตถการที่ช่วยยกกระชับหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัดนั้นมีหลายตัวเลือกมากจนเราอาจตัดสินใจไม่ถูกว่าเราควรจะยกกระชับหน้าด้วยเครื่องไหนหรือวิธีไหนดี วันนี้เราจะมาช่วยคุณตัดสินใจว่าผิวคุณควรทำอะไร โดยเริ่มตั้งแต่การเข้าใจผิวหน้าของตนเองเบื้องต้น ไปจนถึงมีตัวเลือกหรือหัตถการในใจก่อนเข้ามาปรึกษาแพทย์ที่คลินิก

ยกกระชับหน้า คืออะไร

การยกกระชับหน้า คือการคืนความเต่งตึงและฟูกระชับให้ใบหน้ากลับมามีกรอบหน้าที่ชัดเจนและดูอ่อนเยาว์อีกครั้ง เพื่อแก้ไขปัญหาริ้วรอยร่องลึก ผิวที่เริ่มหลวม ขาดความแน่น รวมถึงปัญหาคิ้วตกหรือแก้มห้อย ซึ่งอาจเกิดจากอายุที่เพิ่มขึ้น พันธุกรรม หรือไลฟ์สไตล์ที่เร่งให้ผิวเสื่อมสภาพ   ปัจจุบันมีนวัตกรรมคืนความกระชับให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่การฉีดสารเติมเต็ม การใช้เครื่องมือยกกระชับโดยไม่ต้องผ่าตัด ไปจนถึงการผ่าตัดดึงหน้า แต่ถ้าเราเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงแห่งวัยตั้งแต่เนิ่น ๆ การตัดสินใจแรกเริ่มอาจไม่จำเป็นต้องถึงขั้นดึงหน้าก็ได้ เพราะกลุ่มหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัดก็มีประสิทธิภาพเพียงพอในการช่วยฟื้นฟูผิวหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ได้เช่นเดิม หรืออาจจะดีกว่าเดิมได้ในบางคน
Doctor’s Note: เมื่อเราอายุมากขึ้น โครงสร้างใบหน้าจะเปลี่ยนไปคล้ายกับ ลูกโป่งที่ค่อย ๆ แฟบลงค่ะ สาเหตุหลักมาจากการที่ไขมันเริ่มฝ่อตัว คอลลาเจนลดลง และมวลกระดูกที่ยุบตัวลง ทำให้ฐานที่เคยขึงผิวไว้หายไป ผลที่ตามมาคือใบหน้าดูตอบ ผิวเริ่มห้อยย้อย และบางยับได้ง่ายขึ้น   นอกจากนี้ การขยับกล้ามเนื้อซ้ำ ๆ จากการแสดงสีหน้า เช่น การยิ้มหรือขมวดคิ้ว ก็จะทิ้งรอยลึกไว้เมื่อผิวขาดความยืดหยุ่น ยิ่งผสมโรงกับปัจจัยภายนอกอย่างแสงแดด มลภาวะ และไลฟ์สไตล์ที่บั่นทอนสุขภาพผิว ก็ยิ่งทำให้กระบวนการฟื้นฟูผิวแย่ลงไปอีกค่ะ

ยกกระชับหน้า ไม่ผ่าตัด ทำอย่างไร ให้ผิวหน้ากลับมากระชับ เต่งตึง?

อย่างที่เราทราบกันดีว่า นวัตกรรม ยกกระชับหน้า ไม่ผ่าตัด ในปัจจุบันนั้นมีหลากหลายวิธีมาก จนอาจทำให้ตัดสินใจไม่ได้ว่าแบบไหนกันแน่ที่เหมาะสมกับผิวเรา ดังนั้น รัตตินันท์ คลินิก จึงได้แบ่งหัตถการยกกระชับออกเป็น 3 กลุ่ม ตามระดับความลึกของการรักษาและกลไกในการทำงาน ดังนี้

ยกกระชับหน้าที่ชั้นผิว (Skin Tightening)

การยกกระชับหน้าที่ชั้นผิว (Skin Tightening) เป็นการทำให้ผิวดูเนียนละเอียดขึ้น รูขุมขนเล็กลง และเปลี่ยนผิวหน้าที่ดูหลวมให้ค่อย ๆ กระชับขึ้น โดยการใช้เทคโนโลยีจากพลังงานความร้อนเข้าไปกระตุ้นให้คอลลาเจนเก่าหดตัวและเร่งการสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นผิวหนังแท้ เช่น โปรแกรม Thermage FLX

ยกกระชับหน้าที่โครงสร้างภายใน (Lifting)

การยกกระชับหน้าที่โครงสร้างภายใน (Lifting) เป็นการยกกรอบหน้าให้ชัดขึ้น คิ้วดูยก ตาเปิดกว้างขึ้น และช่วยยกแก้มที่หย่อนคล้อยให้ขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งเดิม โดยการใช้คลื่นเสียงความถี่สูงยิงลงลึกถึงชั้น SMAS เป็นจุด ๆ เหมือนการเย็บผ้า (Dot line) เพื่อดึงรั้งเนื้อเยื่อซึ่งเป็นชั้นที่ขึงใบหน้าไว้ จนทำให้ผิวเกิดการหดตัวตั้งแต่โครงสร้างภายใน เช่น โปรแกรม Ulthera หรือ Hifu

ยกกระชับหน้าโดยการเติมเต็ม (Volumizing)

การยกกระชับหน้าโดยการเติมเต็ม (Volumizing) เป็นการทำให้ใบหน้าดูอิ่มเอิบ ร่องลึกจางลง ดูสดใส ไม่ดูเหนื่อยล้า และช่วยยกผิวที่ย้อยลงมาให้กลับไปอยู่ในที่ที่ควรอยู่ โดยการใช้สารเติมเต็ม เช่น โปรแกรมฟิลเลอร์ หรือการเติมไขมัน ฉีดเข้าไปในจุดที่กระดูกยุบตัวหรือไขมันฝ่อตัวใต้ชั้นผิว เพื่อคืนความอ่อนเยาว์และสร้างวอลุ่มให้กับใบหน้า
อย่างไรก็ตาม ทั้ง 3 รูปแบบนี้สามารถทำร่วมกันได้เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น เนื่องจากปัญหาผิวของแต่ละบุคคลอาจมีความซับซ้อนและต้องการการดูแลมากกว่าหนึ่งมิติ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดและคุ้มค่าที่สุด การสละเวลาเข้ามาให้แพทย์ประเมินโครงสร้างใบหน้าโดยละเอียด จะช่วยให้คุณได้รับแผนการรักษาที่เหมาะสมและมั่นใจในผลลัพธ์ได้มากที่สุด

วิธียกกระชับหน้า ด้วยพลังงานจากเครื่องยกกระชับ มีอะไรบ้าง

แม้ว่าเป้าหมายสูงสุดของการยกกระชับหน้าคือการทำให้ผิวกลับมาเต่งตึง แต่รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของแต่ละเทคโนโลยีนั้นมีการทำงานที่เจาะจงลงลึกไปในชั้นผิวที่แตกต่างกัน เพื่อให้คุณสามารถเลือกสิ่งที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวของตัวเองได้อย่างแม่นยำ รัตตินันท์ คลินิก จะพาไปทำความรู้จักกับ 5 นวัตกรรมยอดนิยมที่ช่วยคืนความอ่อนเยาว์โดยไม่ต้องพึ่งศัลยกรรม ดังนี้

Ulthera

โปรแกรม Ulthera เป็นการใช้คลื่นเสียงความถี่สูงยิงลึกเจาะจงไปที่ชั้น SMAS (ชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ดึงหน้า) เพื่อยกโครงสร้างหน้าที่หย่อนคล้อยจากภายใน เปรียบเสมือนการ เย็บเก็บตะเข็บเนื้อเยื่อ หรือการขึงลวดสลิงใต้ผิวหนังให้ตึง เพื่อดึงทุกอย่างที่ย้อยลงมาให้กลับขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งเดิม เหมาะกับคนที่มีปัญหาแก้มห้อย คิ้วตก กรอบหน้าไม่ชัด หรืออยากยกหน้าแต่ไม่อยากผ่าตัด

Thermage

โปรแกรม Thermage FLX เป็นการใช้คลื่นวิทยุ (Monopolar RF) ส่งความร้อนก้อนใหญ่ลงไปในชั้น หนังแท้ (Dermis) และชั้น ไขมันใต้ผิวหนัง เพื่อบีบอัดคอลลาเจนและสลายไขมันส่วนเกิน เปรียบเสมือนการ รีดผ้าให้เรียบ หรือการนำเสื้อยืดที่ย้วยไปซักด้วยน้ำอุ่นเพื่อให้เส้นใยผ้ากลับมาหดตัวและแน่นเปรี๊ยะ เหมาะกับคนที่ผิวดูหลวม จับแล้วนิ่ม ๆ ไม่แน่น หรือคนที่มีเนื้อแก้มเยอะ รู้สึกว่าหน้าบานและย้วยลง

Morpheus8

โปรแกรม Morpheus8 เป็นการใช้เข็มขนาดเล็กมาก (Microneedle) ส่งพลังงาน RF ลงไปฟื้นฟูโครงสร้างชั้นไขมัน และชั้นผิวหนังพร้อมกัน ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและจัดระเบียบชั้นผิวใหม่ เปรียบเสมือนการ พรวนดินและใส่ปุ๋ย ไปพร้อมกัน เพื่อให้ดิน (ผิว) กลับมาเรียบเนียน แข็งแรง และแน่นจากฐานด้านบน เหมาะกับคนที่มีริ้วรอยยับ ๆ ผิวหน้าไม่เรียบเนียน มีแผลเป็นหลุมสิว หรือผิวหย่อนคล้อยในระดับปานกลาง

EmFace

โปรแกรม EmFace เทคโนโลยีที่ไม่ได้ใช้ความร้อน แต่ใช้พลังงานสนามไฟฟ้า (HIFES) เข้าไปกระตุ้น กล้ามเนื้อใบหน้า โดยตรง พร้อมกับสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว เปรียบเสมือนการ เข้าฟิตเนสให้กล้ามเนื้อใบหน้า เพื่อให้กล้ามเนื้อที่เคยแฟบกลับมาฟิตและหนาตัวขึ้น ช่วยดึงพยุงผิวชั้นบนให้ยกขึ้นตามธรรมชาติ เหมาะกับคนที่หน้าเริ่มตอบจากการที่กล้ามเนื้อพยุงหน้าฝ่อตัว หรือคนที่อยากยกหน้าแบบธรรมชาติโดยไม่ใช้เข็มและไม่เจ็บ

Fotona 4D Laser

โปรแกรม Fotona 4D Laser เป็นเลเซอร์ที่ทำงานครอบคลุม 4 ทิศทาง โดยมีจุดเด่นคือการยิงพลังงานจาก ภายในกระพุ้งแก้ม เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นที่เครื่องอื่นเข้าไม่ถึง เปรียบเสมือนการ บุผนังบ้านจากด้านใน เพื่อดันให้ผนังด้านนอก (ร่องแก้ม) เรียบตึงขึ้นมา โดยไม่ต้องใช้การฉีดสารเติมเต็มเสมอไป เหมาะกับคนที่มีร่องแก้มลึกชัดเจน หรือต้องการยกกระชับและปรับสีผิวให้กระจ่างใสไปพร้อมกัน

เทียบ 3 พลังงาน เครื่องยกกระชับ ต่างกันอย่างไร?

ในฐานะที่เราเป็นคลินิกที่ได้รับการไว้วางใจในหัตถการกลุ่มยกกระชับผิว บ่อยครั้งที่ทีมแพทย์ของเรามักจะได้รับคำถามจากผู้เข้ารับบริการว่า เครื่องยกกระชับที่มีอยู่มากมายในปัจจุบันนั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร และเทคโนโลยีไหนที่จะสามารถแก้ไขปัญหาผิวได้อย่างตรงจุดที่สุด   เพราะในมุมมองของคนทั่วไป เครื่องมือทุกอย่างอาจดูเหมือนให้ผลลัพธ์ในการยกใบหน้าได้เหมือนกันหมด แต่ในความเป็นจริงแล้ว พลังงานแต่ละรูปแบบเปรียบเสมือนเครื่องมือช่างเฉพาะทางที่ออกแบบมาเพื่อจัดการกับปัญหาในชั้นผิวที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังนี้

เครื่องยกกระชับพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound)

สำหรับผู้ที่มีความกังวลเรื่องโครงสร้างใบหน้าหย่อนคล้อยอย่างชัดเจน เช่น ปัญหาแก้มห้อยย้อย กรอบหน้าไม่ชัด หรือแนวคิ้วที่เริ่มตกจนทำให้ดวงตาดูเศร้า เครื่องยกกระชับพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูง คือคำตอบที่ทีมแพทย์มักจะแนะนำเป็นอันดับแรก เทคโนโลยีนี้ทำงานโดยการส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเนื้อเยื่อที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า กลไกการทำงานเปรียบเสมือนการเข้าไปเย็บเก็บตะเข็บเนื้อเยื่อภายในให้ตึงขึ้น หรือการขึงลวดสลิงใต้ผิวหนังเพื่อดึงรั้งโครงสร้างทั้งหมดที่เคยย้วยลงตามแรงโน้มถ่วงให้เชิดกลับขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งเดิมที่เหมาะสม ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นการยกกระชับในระดับโครงสร้างที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของรูปหน้าได้อย่างชัดเจน

เครื่องยกกระชับพลังงานคลื่นวิทยุ (Radiofrequency – RF)

ในกลุ่มผู้เข้ารับบริการที่ไม่ได้มีปัญหาเรื่องความหย่อนคล้อยของรูปหน้ามากนัก แต่กลับรู้สึกว่าผิวเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่น ผิวดูหลวม จับแล้วนิ่มไม่แน่น หรือมีเนื้อแก้มเยอะจนทำให้ใบหน้าดูกลมและย้วย เครื่องยกกระชับพลังงานคลื่นวิทยุ จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟู โดยพลังงาน RF จะส่งความร้อนกระจายตัวเป็นวงกว้างครอบคลุมทั้งชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิวหนัง กลไกนี้เปรียบเสมือนการรีดผ้าให้เรียบตึง หรือการนำเสื้อผ้าที่ยืดหย้วยไปซักด้วยน้ำอุ่นเพื่อให้เส้นใยหดตัวกลับมาแน่นเปรี๊ยะอีกครั้ง ความร้อนจะกระตุ้นให้คอลลาเจนเกิดการบีบอัดตัวทันที ส่งผลให้ผิวดูแน่นกระชับขึ้น รูขุมขนละเอียดขึ้น และยังช่วยจัดระเบียบชั้นไขมันให้ใบหน้าดูเรียวเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด

เครื่องยกกระชับพลังงานแสงเลเซอร์ (Laser)

อีกหนึ่งมิติของการดูแลผิวที่รัตตินันท์ คลินิกให้ความสำคัญคือการเก็บรายละเอียดของผิวชั้นบนและริ้วรอยร่องลึกที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของผิวพรรณ ซึ่งเครื่องยกกระชับพลังงานแสงเลเซอร์ มีความโดดเด่นอย่างมากในด้านนี้ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาร่องแก้มที่เริ่มลึกหรือผิวหน้าที่เริ่มหมองคล้ำไม่สดใส พลังงานเลเซอร์จะทำหน้าที่เสมือนการฉาบปูนและตกแต่งพื้นผิวหน้างานให้เรียบเนียนละเอียดขึ้น โดยมีเทคนิคพิเศษในการส่งพลังงานจากภายในกระพุ้งแก้มเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นลึกที่เครื่องมืออื่นเข้าไม่ถึง กลไกนี้เปรียบได้กับการบุผนังบ้านจากด้านในเพื่อดันให้ผิวชั้นนอกที่เคยเป็นร่องลึกกลับมาเรียบตึงและกระจ่างใส ดูอ่อนเยาว์ในทุกมิติ ซึ่งเป็นการเติมเต็มความสมบูรณ์ให้กับการยกกระชับหน้าโดยไม่ต้องใช้เข็ม

วิธียกกระชับหน้า โดยการใช้สารเติมเต็ม 

นอกจากการใช้กลุ่มเครื่องยกกระชับแล้ว นวัตกรรมการยกหน้าด้วย “งานฉีด” ก็เป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่ช่วยคืนความอ่อนเยาว์ได้อย่างรวดเร็วและเห็นผลชัดเจน ทั้งนี้ แม้ว่าหัตถการกลุ่มฉีดจะเป็นการใช้เข็มเหมือนกัน แต่สารแต่ละชนิดมีคุณสมบัติและการทำงานในชั้นผิวที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพื่อให้คุณได้รับผลลัพธ์ที่ตรงจุดและดูเป็นธรรมชาติที่สุด รัตตินันท์ คลินิก จะอธิบาย 4 โปรแกรมยอดนิยมในกลุ่มสารเติมเต็มและฟื้นฟูผิวให้คุณได้เข้าใจ ดังนี้

โปรแกรมโบท็อกซ์ (Botulinum Toxin)

โปรแกรมโบท็อกซ์ เป็นหัตถการที่ทำงานกับมัดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักตามเทคนิคการฉีดที่แตกต่างกัน ดังนี้  
  • การลดริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์ เป็นการฉีดเพื่อให้กล้ามเนื้อมัดที่หดตัวซ้ำ ๆ จนผิวเป็นรอยยับเกิดการคลายตัวลง เปรียบเสมือนการ “ฉีดน้ำยาปรับผ้านุ่ม” ลงไปบนผ้าที่ขยุ้มจนยับย่น ให้เส้นใยคลายตัวออกและเรียบตึงขึ้นทันที เหมาะสำหรับจัดการรอยตีนกา รอยย่นหน้าผาก หรือรอยขมวดคิ้ว
  • การยกกระชับกรอบหน้า (Dermo-Lift) เป็นเทคนิคการฉีดโบท็อกซ์ปริมาณน้อยลงในชั้นผิวหนัง เพื่อไปคลายการทำงานของกล้ามเนื้อส่วนคอที่คอยดึงผิวหน้าให้ย้อยลง เปรียบเสมือนการ “ตัดสายดึงรั้ง” ที่คอยดึงใบหน้าลงด้านล่างออกไป เมื่อไม่มีแรงดึงลง กล้ามเนื้อส่วนบนจึงทำงานได้ดีขึ้น ส่งผลให้กรอบหน้าดูชัดและยกเชิดขึ้นดูเป็นธรรมชาติ
  โบท็อกซ์ช่วยทั้ง คลายรอยยับ ในส่วนบนของใบหน้า และ คลายแรงดึง ในส่วนล่างเพื่อยกกรอบหน้าให้คมชัดนั่นเอง

โปรแกรมฟิลเลอร์ (Filler)

โปรแกรมฟิลเลอร์ เป็นการใช้สารไฮยาลูโรนิกแอซิด (HA) เติมเต็มเข้าไปในชั้นผิวที่ไขมันเริ่มฝ่อตัว คอลลาเจนลดลง และมวลกระดูกที่ยุบตัวลงไปตามวัย เพื่อหนุนผิวหนังที่เคยห้อยย้อยให้กลับมาเต่งตึงและยกตัวขึ้นในทันที เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาหน้าตอบ ร่องแก้มลึก หรือต้องการปรับโครงสร้างใบหน้าให้ดูมีมิติ คืนวอลุ่มให้อิ่มเอิบ และดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ

โปรแกรมฉีด Biostimulators

นวัตกรรมการฉีดสารกลุ่ม Biostimulators (เช่น Radiesse หรือ Sculptra) เน้นการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติขึ้นมาใหม่ด้วยตัวเองในระยะยาว เพื่อให้โครงสร้างผิวแข็งแรงและหนาตัวขึ้นจากภายในอย่างยั่งยืน เหมาะสำหรับผู้ที่ผิวเริ่มบาง ขาดความยืดหยุ่น และต้องการยกกระชับผิวในระยะยาวที่ดูอ่อนเยาว์ลงเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง

โปรแกรมฉีด Skin Booster

โปรแกรม Skin Booster เป็นการฉีดสารสกัดที่เน้นการกักเก็บความชุ่มชื้นและวิตามินลงสู่ผิวชั้นบนโดยตรง ให้ผิวมีความชุ่มชื้นและฉ่ำวาวอยู่ตลอดเวลา ผิวที่เคยแห้งกร้านจนดูยับย่นจะกลับมาฟูเด้งและเนียนละเอียดขึ้นทันที เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการงานผิวที่ดูอิ่มน้ำ มีสุขภาพดี และช่วยให้ริ้วรอยเล็ก ๆ บนผิวหน้าจางลงอย่างเห็นได้ชัด

เปรียบเทียบวิธียกกระชับหน้า พลังงานจากเครื่องยกกระชับ VS ใช้สารเติมเต็ม

การเลือกวิธียกกระชับหน้าให้ได้ผลดีที่สุดนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าวิธีไหนดีกว่ากัน แต่อยู่ที่ว่าปัญหาผิวของคุณเกิดจากอะไร เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน รัตตินันท์ คลินิก ขอเทียบเป็นตารางให้ดู ดังนี้

หัวข้อเปรียบเทียบ

พลังงานจากเครื่องยกกระชับ (Ulthera / Thermage)

การใช้สารเติมเต็ม (Filler / Biostimulators)

กลไกการทำงาน

ดึงและบีบ โครงสร้างผิวเดิมให้หดตัวและสร้างคอลลาเจนใหม่

หนุนและเติมผิวที่บางลงหรือยุบลงเพื่อสร้างฐานยกและพยุงผิวขึ้นใหม่

จุดเด่น

เน้นงานโครงสร้าง (SMAS) และความแน่นของผิว

เน้นการแก้ปัญหาหน้าตอบ ร่องลึก และการปรับรูปหน้า

ระยะเวลาเห็นผล

เห็นผลบางส่วนทันที และชัดเจนที่สุดใน 2-3 เดือน

เห็นผลทันทีหลังทำ (ยกเว้นกลุ่ม Biostimulators ที่ต้องรอสร้างคอลลาเจน)

ความคงทนของผลลัพธ์

ประมาณ 6 เดือน - 1 ปี (ขึ้นอยู่กับเครื่องและสภาพผิว)

ประมาณ 6 เดือน - 2 ปี (ขึ้นอยู่กับชนิดของสารที่ใช้)

เหมาะสำหรับ

ผู้ที่ผิวเริ่มหลวม มีเหนียง แก้มห้อย แต่หน้ายังอิ่มอยู่

ผู้ที่หน้าตอบ มีร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก หรือกระดูกเริ่มยุบตัว

การพักฟื้น

ส่วนใหญ่ไม่ต้องพักฟื้น แต่อาจมีอาการระบมใต้ผิวเล็กน้อย

ส่วนใหญ่ไม่ต้องพักฟื้น แต่อาจมีรอยเข็มหรือบวมช้ำเล็กน้อย 3-5 วัน

Doctor’s Recommendation ในหลายเคสที่ความหย่อนคล้อยมาจากทั้งผิวที่หลวมและฐานที่ทรุด การทำ “Combination Treatment” หรือการใช้เครื่องมือยกกระชับควบคู่ไปกับการใช้สารเติมเต็ม มักจะให้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพราะเป็นการทั้งดึงโครงสร้างเดิมให้ตึง และเติมฐานที่ขาดหายไปให้เต็มในคราวเดียวกันค่ะ

วิธีดูแลผิวหน้าด้วยตัวเอง ทำอย่างไรให้ผิวตึงกระชับ

แม้ว่านวัตกรรมการยกกระชับหน้าจะช่วยคืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวได้เพียงชั่วข้ามคืน แต่การรักษาความเต่งตึงให้อยู่กับเราไปนาน ๆ นั้นจำเป็นต้องอาศัยการดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอร่วมด้วย รัตตินันท์ คลินิก ขอแนะนำวิธีการดูแลผิวที่ช่วยส่งเสริมการสร้างคอลลาเจนและชะลอความหย่อนคล้อยที่คุณสามารถเริ่มทำได้ทันที ดังนี้
1. ปกป้องคอลลาเจนด้วยการทาครีมกันแดดทุกวัน แสงแดดคือศัตรูอันดับหนึ่งที่ทำลายเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิว การทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50 PA++++ ขึ้นไปในปริมาณที่เหมาะสม ไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันฝ้า กระ แต่ยังเป็นวิธีที่ง่ายและเห็นผลที่สุดในการป้องกันผิวไม่ให้หลวมและหย่อนคล้อยก่อนวัย
2. เลือกสกินแคร์ในกลุ่ม Anti-Aging หากคุณเริ่มสังเกตเห็นริ้วรอยเล็ก ๆ การใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของ Retinoids (อนุพันธ์วิตามินเอ) จะช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวและสร้างคอลลาเจน หรือการใช้กลุ่ม Peptides และ Vitamin C ที่ช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับโครงสร้างผิว จะเปรียบเสมือนการเติมเสบียงให้ผิวมีวัตถุดิบในการซ่อมแซมตัวเองอยู่เสมอ
3. การนวดหน้าอย่างถูกวิธี การนวดหน้าเบา ๆ ในทิศทางยกขึ้นขณะทาครีม จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตและระบบน้ำเหลือง ช่วยลดอาการบวมน้ำและทำให้ผิวดูสดใสขึ้น อย่างไรก็ตามควรระมัดระวังไม่ถูหรือขยี้ผิวแรง ๆ เพราะการเสียดสีที่มากเกินไปอาจทำให้ผิวเกิดริ้วรอยและระคายเคืองแทนได้
4. ปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์เพื่อสุขภาพผิว เช่น
  • การพักผ่อน ช่วงเวลาที่คุณนอนหลับคือช่วงที่ร่างกายหลั่ง Growth Hormone ออกมาซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ
  • การดื่มน้ำ ผิวที่ชุ่มชื้นจะมีความยืดหยุ่นดีกว่าผิวที่ขาดน้ำอย่างชัดเจน
  • หลีกเลี่ยงบุหรี่และแอลกอฮอล์ สารพิษจากบุหรี่จะเข้าไปขัดขวางการส่งออกซิเจนไปยังเซลล์ผิว ทำให้ผิวดูหมองคล้ำและขาดความเต่งตึง
การดูแลตัวเองด้วยวิธีธรรมชาติเปรียบเสมือนการบำรุงรากฐานให้แข็งแรง ส่วนการทำหัตถการยกกระชับคือการรีโนเวทให้กลับมาสวยงามอีกครั้ง หากทำควบคู่กันไป คุณจะพบว่าผลลัพธ์ของการมีใบหน้าที่อ่อนเยาว์และตึงกระชับจะอยู่คู่กับคุณได้อย่างยาวนานและยั่งยืนที่สุด