ยกกระชับหน้า คืออะไร
ยกกระชับหน้า ไม่ผ่าตัด ทำอย่างไร ให้ผิวหน้ากลับมากระชับ เต่งตึง?
อย่างที่เราทราบกันดีว่า นวัตกรรม ยกกระชับหน้า ไม่ผ่าตัด ในปัจจุบันนั้นมีหลากหลายวิธีมาก จนอาจทำให้ตัดสินใจไม่ได้ว่าแบบไหนกันแน่ที่เหมาะสมกับผิวเรา ดังนั้น รัตตินันท์ คลินิก จึงได้แบ่งหัตถการยกกระชับออกเป็น 3 กลุ่ม ตามระดับความลึกของการรักษาและกลไกในการทำงาน ดังนี้ยกกระชับหน้าที่ชั้นผิว (Skin Tightening)
การยกกระชับหน้าที่ชั้นผิว (Skin Tightening) เป็นการทำให้ผิวดูเนียนละเอียดขึ้น รูขุมขนเล็กลง และเปลี่ยนผิวหน้าที่ดูหลวมให้ค่อย ๆ กระชับขึ้น โดยการใช้เทคโนโลยีจากพลังงานความร้อนเข้าไปกระตุ้นให้คอลลาเจนเก่าหดตัวและเร่งการสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นผิวหนังแท้ เช่น โปรแกรม Thermage FLXยกกระชับหน้าที่โครงสร้างภายใน (Lifting)
การยกกระชับหน้าที่โครงสร้างภายใน (Lifting) เป็นการยกกรอบหน้าให้ชัดขึ้น คิ้วดูยก ตาเปิดกว้างขึ้น และช่วยยกแก้มที่หย่อนคล้อยให้ขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งเดิม โดยการใช้คลื่นเสียงความถี่สูงยิงลงลึกถึงชั้น SMAS เป็นจุด ๆ เหมือนการเย็บผ้า (Dot line) เพื่อดึงรั้งเนื้อเยื่อซึ่งเป็นชั้นที่ขึงใบหน้าไว้ จนทำให้ผิวเกิดการหดตัวตั้งแต่โครงสร้างภายใน เช่น โปรแกรม Ulthera หรือ Hifuยกกระชับหน้าโดยการเติมเต็ม (Volumizing)
การยกกระชับหน้าโดยการเติมเต็ม (Volumizing) เป็นการทำให้ใบหน้าดูอิ่มเอิบ ร่องลึกจางลง ดูสดใส ไม่ดูเหนื่อยล้า และช่วยยกผิวที่ย้อยลงมาให้กลับไปอยู่ในที่ที่ควรอยู่ โดยการใช้สารเติมเต็ม เช่น โปรแกรมฟิลเลอร์ หรือการเติมไขมัน ฉีดเข้าไปในจุดที่กระดูกยุบตัวหรือไขมันฝ่อตัวใต้ชั้นผิว เพื่อคืนความอ่อนเยาว์และสร้างวอลุ่มให้กับใบหน้าวิธียกกระชับหน้า ด้วยพลังงานจากเครื่องยกกระชับ มีอะไรบ้าง
แม้ว่าเป้าหมายสูงสุดของการยกกระชับหน้าคือการทำให้ผิวกลับมาเต่งตึง แต่รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของแต่ละเทคโนโลยีนั้นมีการทำงานที่เจาะจงลงลึกไปในชั้นผิวที่แตกต่างกัน เพื่อให้คุณสามารถเลือกสิ่งที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวของตัวเองได้อย่างแม่นยำ รัตตินันท์ คลินิก จะพาไปทำความรู้จักกับ 5 นวัตกรรมยอดนิยมที่ช่วยคืนความอ่อนเยาว์โดยไม่ต้องพึ่งศัลยกรรม ดังนี้Ulthera
โปรแกรม Ulthera เป็นการใช้คลื่นเสียงความถี่สูงยิงลึกเจาะจงไปที่ชั้น SMAS (ชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ดึงหน้า) เพื่อยกโครงสร้างหน้าที่หย่อนคล้อยจากภายใน เปรียบเสมือนการ เย็บเก็บตะเข็บเนื้อเยื่อ หรือการขึงลวดสลิงใต้ผิวหนังให้ตึง เพื่อดึงทุกอย่างที่ย้อยลงมาให้กลับขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งเดิม เหมาะกับคนที่มีปัญหาแก้มห้อย คิ้วตก กรอบหน้าไม่ชัด หรืออยากยกหน้าแต่ไม่อยากผ่าตัดThermage
โปรแกรม Thermage FLX เป็นการใช้คลื่นวิทยุ (Monopolar RF) ส่งความร้อนก้อนใหญ่ลงไปในชั้น หนังแท้ (Dermis) และชั้น ไขมันใต้ผิวหนัง เพื่อบีบอัดคอลลาเจนและสลายไขมันส่วนเกิน เปรียบเสมือนการ รีดผ้าให้เรียบ หรือการนำเสื้อยืดที่ย้วยไปซักด้วยน้ำอุ่นเพื่อให้เส้นใยผ้ากลับมาหดตัวและแน่นเปรี๊ยะ เหมาะกับคนที่ผิวดูหลวม จับแล้วนิ่ม ๆ ไม่แน่น หรือคนที่มีเนื้อแก้มเยอะ รู้สึกว่าหน้าบานและย้วยลงMorpheus8
โปรแกรม Morpheus8 เป็นการใช้เข็มขนาดเล็กมาก (Microneedle) ส่งพลังงาน RF ลงไปฟื้นฟูโครงสร้างชั้นไขมัน และชั้นผิวหนังพร้อมกัน ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและจัดระเบียบชั้นผิวใหม่ เปรียบเสมือนการ พรวนดินและใส่ปุ๋ย ไปพร้อมกัน เพื่อให้ดิน (ผิว) กลับมาเรียบเนียน แข็งแรง และแน่นจากฐานด้านบน เหมาะกับคนที่มีริ้วรอยยับ ๆ ผิวหน้าไม่เรียบเนียน มีแผลเป็นหลุมสิว หรือผิวหย่อนคล้อยในระดับปานกลางEmFace
โปรแกรม EmFace เทคโนโลยีที่ไม่ได้ใช้ความร้อน แต่ใช้พลังงานสนามไฟฟ้า (HIFES) เข้าไปกระตุ้น กล้ามเนื้อใบหน้า โดยตรง พร้อมกับสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว เปรียบเสมือนการ เข้าฟิตเนสให้กล้ามเนื้อใบหน้า เพื่อให้กล้ามเนื้อที่เคยแฟบกลับมาฟิตและหนาตัวขึ้น ช่วยดึงพยุงผิวชั้นบนให้ยกขึ้นตามธรรมชาติ เหมาะกับคนที่หน้าเริ่มตอบจากการที่กล้ามเนื้อพยุงหน้าฝ่อตัว หรือคนที่อยากยกหน้าแบบธรรมชาติโดยไม่ใช้เข็มและไม่เจ็บFotona 4D Laser
โปรแกรม Fotona 4D Laser เป็นเลเซอร์ที่ทำงานครอบคลุม 4 ทิศทาง โดยมีจุดเด่นคือการยิงพลังงานจาก ภายในกระพุ้งแก้ม เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นที่เครื่องอื่นเข้าไม่ถึง เปรียบเสมือนการ บุผนังบ้านจากด้านใน เพื่อดันให้ผนังด้านนอก (ร่องแก้ม) เรียบตึงขึ้นมา โดยไม่ต้องใช้การฉีดสารเติมเต็มเสมอไป เหมาะกับคนที่มีร่องแก้มลึกชัดเจน หรือต้องการยกกระชับและปรับสีผิวให้กระจ่างใสไปพร้อมกันเทียบ 3 พลังงาน เครื่องยกกระชับ ต่างกันอย่างไร?
ในฐานะที่เราเป็นคลินิกที่ได้รับการไว้วางใจในหัตถการกลุ่มยกกระชับผิว บ่อยครั้งที่ทีมแพทย์ของเรามักจะได้รับคำถามจากผู้เข้ารับบริการว่า เครื่องยกกระชับที่มีอยู่มากมายในปัจจุบันนั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร และเทคโนโลยีไหนที่จะสามารถแก้ไขปัญหาผิวได้อย่างตรงจุดที่สุด เพราะในมุมมองของคนทั่วไป เครื่องมือทุกอย่างอาจดูเหมือนให้ผลลัพธ์ในการยกใบหน้าได้เหมือนกันหมด แต่ในความเป็นจริงแล้ว พลังงานแต่ละรูปแบบเปรียบเสมือนเครื่องมือช่างเฉพาะทางที่ออกแบบมาเพื่อจัดการกับปัญหาในชั้นผิวที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังนี้เครื่องยกกระชับพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound)
สำหรับผู้ที่มีความกังวลเรื่องโครงสร้างใบหน้าหย่อนคล้อยอย่างชัดเจน เช่น ปัญหาแก้มห้อยย้อย กรอบหน้าไม่ชัด หรือแนวคิ้วที่เริ่มตกจนทำให้ดวงตาดูเศร้า เครื่องยกกระชับพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูง คือคำตอบที่ทีมแพทย์มักจะแนะนำเป็นอันดับแรก เทคโนโลยีนี้ทำงานโดยการส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเนื้อเยื่อที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า กลไกการทำงานเปรียบเสมือนการเข้าไปเย็บเก็บตะเข็บเนื้อเยื่อภายในให้ตึงขึ้น หรือการขึงลวดสลิงใต้ผิวหนังเพื่อดึงรั้งโครงสร้างทั้งหมดที่เคยย้วยลงตามแรงโน้มถ่วงให้เชิดกลับขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งเดิมที่เหมาะสม ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นการยกกระชับในระดับโครงสร้างที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของรูปหน้าได้อย่างชัดเจนเครื่องยกกระชับพลังงานคลื่นวิทยุ (Radiofrequency – RF)
ในกลุ่มผู้เข้ารับบริการที่ไม่ได้มีปัญหาเรื่องความหย่อนคล้อยของรูปหน้ามากนัก แต่กลับรู้สึกว่าผิวเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่น ผิวดูหลวม จับแล้วนิ่มไม่แน่น หรือมีเนื้อแก้มเยอะจนทำให้ใบหน้าดูกลมและย้วย เครื่องยกกระชับพลังงานคลื่นวิทยุ จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟู โดยพลังงาน RF จะส่งความร้อนกระจายตัวเป็นวงกว้างครอบคลุมทั้งชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิวหนัง กลไกนี้เปรียบเสมือนการรีดผ้าให้เรียบตึง หรือการนำเสื้อผ้าที่ยืดหย้วยไปซักด้วยน้ำอุ่นเพื่อให้เส้นใยหดตัวกลับมาแน่นเปรี๊ยะอีกครั้ง ความร้อนจะกระตุ้นให้คอลลาเจนเกิดการบีบอัดตัวทันที ส่งผลให้ผิวดูแน่นกระชับขึ้น รูขุมขนละเอียดขึ้น และยังช่วยจัดระเบียบชั้นไขมันให้ใบหน้าดูเรียวเล็กลงอย่างเห็นได้ชัดเครื่องยกกระชับพลังงานแสงเลเซอร์ (Laser)
อีกหนึ่งมิติของการดูแลผิวที่รัตตินันท์ คลินิกให้ความสำคัญคือการเก็บรายละเอียดของผิวชั้นบนและริ้วรอยร่องลึกที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของผิวพรรณ ซึ่งเครื่องยกกระชับพลังงานแสงเลเซอร์ มีความโดดเด่นอย่างมากในด้านนี้ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาร่องแก้มที่เริ่มลึกหรือผิวหน้าที่เริ่มหมองคล้ำไม่สดใส พลังงานเลเซอร์จะทำหน้าที่เสมือนการฉาบปูนและตกแต่งพื้นผิวหน้างานให้เรียบเนียนละเอียดขึ้น โดยมีเทคนิคพิเศษในการส่งพลังงานจากภายในกระพุ้งแก้มเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นลึกที่เครื่องมืออื่นเข้าไม่ถึง กลไกนี้เปรียบได้กับการบุผนังบ้านจากด้านในเพื่อดันให้ผิวชั้นนอกที่เคยเป็นร่องลึกกลับมาเรียบตึงและกระจ่างใส ดูอ่อนเยาว์ในทุกมิติ ซึ่งเป็นการเติมเต็มความสมบูรณ์ให้กับการยกกระชับหน้าโดยไม่ต้องใช้เข็มวิธียกกระชับหน้า โดยการใช้สารเติมเต็ม
นอกจากการใช้กลุ่มเครื่องยกกระชับแล้ว นวัตกรรมการยกหน้าด้วย “งานฉีด” ก็เป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่ช่วยคืนความอ่อนเยาว์ได้อย่างรวดเร็วและเห็นผลชัดเจน ทั้งนี้ แม้ว่าหัตถการกลุ่มฉีดจะเป็นการใช้เข็มเหมือนกัน แต่สารแต่ละชนิดมีคุณสมบัติและการทำงานในชั้นผิวที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพื่อให้คุณได้รับผลลัพธ์ที่ตรงจุดและดูเป็นธรรมชาติที่สุด รัตตินันท์ คลินิก จะอธิบาย 4 โปรแกรมยอดนิยมในกลุ่มสารเติมเต็มและฟื้นฟูผิวให้คุณได้เข้าใจ ดังนี้โปรแกรมโบท็อกซ์ (Botulinum Toxin)
โปรแกรมโบท็อกซ์ เป็นหัตถการที่ทำงานกับมัดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักตามเทคนิคการฉีดที่แตกต่างกัน ดังนี้- การลดริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์ เป็นการฉีดเพื่อให้กล้ามเนื้อมัดที่หดตัวซ้ำ ๆ จนผิวเป็นรอยยับเกิดการคลายตัวลง เปรียบเสมือนการ “ฉีดน้ำยาปรับผ้านุ่ม” ลงไปบนผ้าที่ขยุ้มจนยับย่น ให้เส้นใยคลายตัวออกและเรียบตึงขึ้นทันที เหมาะสำหรับจัดการรอยตีนกา รอยย่นหน้าผาก หรือรอยขมวดคิ้ว
- การยกกระชับกรอบหน้า (Dermo-Lift) เป็นเทคนิคการฉีดโบท็อกซ์ปริมาณน้อยลงในชั้นผิวหนัง เพื่อไปคลายการทำงานของกล้ามเนื้อส่วนคอที่คอยดึงผิวหน้าให้ย้อยลง เปรียบเสมือนการ “ตัดสายดึงรั้ง” ที่คอยดึงใบหน้าลงด้านล่างออกไป เมื่อไม่มีแรงดึงลง กล้ามเนื้อส่วนบนจึงทำงานได้ดีขึ้น ส่งผลให้กรอบหน้าดูชัดและยกเชิดขึ้นดูเป็นธรรมชาติ
โปรแกรมฟิลเลอร์ (Filler)
โปรแกรมฟิลเลอร์ เป็นการใช้สารไฮยาลูโรนิกแอซิด (HA) เติมเต็มเข้าไปในชั้นผิวที่ไขมันเริ่มฝ่อตัว คอลลาเจนลดลง และมวลกระดูกที่ยุบตัวลงไปตามวัย เพื่อหนุนผิวหนังที่เคยห้อยย้อยให้กลับมาเต่งตึงและยกตัวขึ้นในทันที เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาหน้าตอบ ร่องแก้มลึก หรือต้องการปรับโครงสร้างใบหน้าให้ดูมีมิติ คืนวอลุ่มให้อิ่มเอิบ และดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติโปรแกรมฉีด Biostimulators
นวัตกรรมการฉีดสารกลุ่ม Biostimulators (เช่น Radiesse หรือ Sculptra) เน้นการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติขึ้นมาใหม่ด้วยตัวเองในระยะยาว เพื่อให้โครงสร้างผิวแข็งแรงและหนาตัวขึ้นจากภายในอย่างยั่งยืน เหมาะสำหรับผู้ที่ผิวเริ่มบาง ขาดความยืดหยุ่น และต้องการยกกระชับผิวในระยะยาวที่ดูอ่อนเยาว์ลงเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่องโปรแกรมฉีด Skin Booster
โปรแกรม Skin Booster เป็นการฉีดสารสกัดที่เน้นการกักเก็บความชุ่มชื้นและวิตามินลงสู่ผิวชั้นบนโดยตรง ให้ผิวมีความชุ่มชื้นและฉ่ำวาวอยู่ตลอดเวลา ผิวที่เคยแห้งกร้านจนดูยับย่นจะกลับมาฟูเด้งและเนียนละเอียดขึ้นทันที เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการงานผิวที่ดูอิ่มน้ำ มีสุขภาพดี และช่วยให้ริ้วรอยเล็ก ๆ บนผิวหน้าจางลงอย่างเห็นได้ชัดเปรียบเทียบวิธียกกระชับหน้า พลังงานจากเครื่องยกกระชับ VS ใช้สารเติมเต็ม
การเลือกวิธียกกระชับหน้าให้ได้ผลดีที่สุดนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าวิธีไหนดีกว่ากัน แต่อยู่ที่ว่าปัญหาผิวของคุณเกิดจากอะไร เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน รัตตินันท์ คลินิก ขอเทียบเป็นตารางให้ดู ดังนี้หัวข้อเปรียบเทียบ | พลังงานจากเครื่องยกกระชับ (Ulthera / Thermage) | การใช้สารเติมเต็ม (Filler / Biostimulators) |
กลไกการทำงาน | ดึงและบีบ โครงสร้างผิวเดิมให้หดตัวและสร้างคอลลาเจนใหม่ | หนุนและเติมผิวที่บางลงหรือยุบลงเพื่อสร้างฐานยกและพยุงผิวขึ้นใหม่ |
จุดเด่น | เน้นงานโครงสร้าง (SMAS) และความแน่นของผิว | เน้นการแก้ปัญหาหน้าตอบ ร่องลึก และการปรับรูปหน้า |
ระยะเวลาเห็นผล | เห็นผลบางส่วนทันที และชัดเจนที่สุดใน 2-3 เดือน | เห็นผลทันทีหลังทำ (ยกเว้นกลุ่ม Biostimulators ที่ต้องรอสร้างคอลลาเจน) |
ความคงทนของผลลัพธ์ | ประมาณ 6 เดือน - 1 ปี (ขึ้นอยู่กับเครื่องและสภาพผิว) | ประมาณ 6 เดือน - 2 ปี (ขึ้นอยู่กับชนิดของสารที่ใช้) |
เหมาะสำหรับ | ผู้ที่ผิวเริ่มหลวม มีเหนียง แก้มห้อย แต่หน้ายังอิ่มอยู่ | ผู้ที่หน้าตอบ มีร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก หรือกระดูกเริ่มยุบตัว |
การพักฟื้น | ส่วนใหญ่ไม่ต้องพักฟื้น แต่อาจมีอาการระบมใต้ผิวเล็กน้อย | ส่วนใหญ่ไม่ต้องพักฟื้น แต่อาจมีรอยเข็มหรือบวมช้ำเล็กน้อย 3-5 วัน |
วิธีดูแลผิวหน้าด้วยตัวเอง ทำอย่างไรให้ผิวตึงกระชับ
แม้ว่านวัตกรรมการยกกระชับหน้าจะช่วยคืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวได้เพียงชั่วข้ามคืน แต่การรักษาความเต่งตึงให้อยู่กับเราไปนาน ๆ นั้นจำเป็นต้องอาศัยการดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอร่วมด้วย รัตตินันท์ คลินิก ขอแนะนำวิธีการดูแลผิวที่ช่วยส่งเสริมการสร้างคอลลาเจนและชะลอความหย่อนคล้อยที่คุณสามารถเริ่มทำได้ทันที ดังนี้- การพักผ่อน ช่วงเวลาที่คุณนอนหลับคือช่วงที่ร่างกายหลั่ง Growth Hormone ออกมาซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ
- การดื่มน้ำ ผิวที่ชุ่มชื้นจะมีความยืดหยุ่นดีกว่าผิวที่ขาดน้ำอย่างชัดเจน
- หลีกเลี่ยงบุหรี่และแอลกอฮอล์ สารพิษจากบุหรี่จะเข้าไปขัดขวางการส่งออกซิเจนไปยังเซลล์ผิว ทำให้ผิวดูหมองคล้ำและขาดความเต่งตึง


นักเขียนบทความสุขภาพ รัตตินันท์ คลินิก ทำหน้าที่ ค้นคว้าและตรวจสอบงานวิจัยล่าสุด ทั้งเรื่องผิวหนัง สารออกฤทธิ์ เลเซอร์ และศัลยกรรมความงาม เพื่อนำความรู้ที่ซับซ้อนเหล่านั้นมา แปลให้เป็นภาษาที่เข้าใจง่าย ถูกต้อง และเชื่อถือได้ เป้าหมายหลักคือการทำให้ข้อมูลทุกชิ้นที่คลินิกสื่อสารออกไปนั้น มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ (Evidence-based) เพื่อให้คุณผู้อ่านสามารถ ตัดสินใจเลือกการดูแลผิวหรือหัตถการได้อย่างมั่นใจและเหมาะสม โดยไม่ถูกชี้นำเกินจริง และเข้าใจถึงกลไกที่แท้จริงเบื้องหลังผลลัพธ์นั้น ๆ