ตัดพังผืดหลุมสิว คืออะไร? หลุมสิวตื้นขึ้นอย่างปลอดภัย เห็นผลลัพธ์ชัดเจน

Subcision ตัดพังผืดหลุมสิว

เลือกหัวข้อที่คุณสนใจ

หากพูดถึงปัญหาผิวหน้าที่หลายคนต้องเผชิญอยู่บ่อย ๆ “หลุมสิว” คงเป็นหนึ่งในปัญหาที่สร้างความกังวลและลดความมั่นใจได้ไม่น้อย โดยหลุมสิวมักเกิดจากการอักเสบของสิวที่ลุกลามลึกลงไปถึงชั้นผิวหนังแท้ ส่งผลให้เนื้อเยื่อผิวเกิดความเสียหาย และไม่สามารถฟื้นตัวได้อย่างสมบูรณ์ จนกลายเป็นพังผืดและรอยบุ๋มที่เห็นได้ชัดบนผิวหน้า ปัญหานี้ไม่เพียงกระทบต่อความเรียบเนียนของผิว แต่ยังทำให้การแต่งหน้าติดไม่สวย และดูแลผิวได้ยากขึ้น ดังนั้นในบทความนี้ เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับ “การตัดพังผืดหลุมสิว” อีกหนึ่งวิธีการรักษาที่ช่วยแก้ปัญหาหลุมสิวได้อย่างตรงจุด และช่วยให้ผิวกลับมาเรียบเนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

ตัดพังผืดหลุมสิว คืออะไร?

การตัดพังผืดหลุมสิว หรือ Subcision คือ หัตถการทางการแพทย์ที่ใช้เข็มขนาดเล็กสอดลงไปใต้ผิวหนัง เพื่อ “ตัดพังผืด” ที่ยึดรั้งผิวเอาไว้ให้เกิดเป็นหลุมสิว เมื่อพังผืดถูกตัดออก ผิวบริเวณนั้นจะคลายตัวและยกตัวขึ้น ทำให้หลุมสิวดูตื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หลักการทำงานของ Subcision ไม่ได้ช่วยแค่ปลดพังผืดเท่านั้น แต่ยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในบริเวณที่รักษา ทำให้ผิวค่อย ๆ ฟื้นฟูและเรียบเนียนขึ้นในระยะยาว หัตถการนี้เหมาะกับหลุมสิวประเภทที่มีการยึดรั้งของพังผืด เช่น หลุมสิวแบบ Rolling scar และบางกรณีของ Boxcar scar โดยมักทำร่วมกับวิธีอื่น เช่น เลเซอร์ หรือ ฟิลเลอร์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาให้ดียิ่งขึ้น

วิธี ตัดพังผืดหลุมสิว ด้วย Skinpen

SkinPen คือ เทคโนโลยี Microneedling (ไมโครนีดลิ่ง) หรือการใช้เข็มขนาดเล็กจำนวนมากจิ้มลงไปในผิวหนังชั้นตื้นและลึกอย่างควบคุม เพื่อทำลายพังผืดที่ดึงรั้งผิวจากภายใน พร้อมกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมของผิวตามธรรมชาติ ส่งผลให้หลุมสิวค่อย ๆ ตื้นขึ้น SkinPen จึงทำหน้าที่ตัดพังผืดอย่างอ่อนโยน โดยไม่ต้องใช้เข็มใหญ่หรือผ่าตัด ขอแนะนำให้ตัดพังผืดด้วย SkinPen อาจต้องทำซ้ำประมาณ 3–6 ครั้ง ห่างกันทุก 4–6 สัปดาห์ เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน โดยเฉพาะในเคสที่มีหลุมสิวหลายตำแหน่ง

จุดเด่นของการ ตัดพังผืดหลุมสิว ด้วย SkinPen

  • แผลเล็ก ไม่ต้องพักฟื้นนาน ไม่มีเลือดออกมากหรือบวมช้ำ
  • กระตุ้นคอลลาเจนใหม่ ฟื้นฟูผิวแบบองค์รวม
  • ปลอดภัยกับทุกสีผิว เหมาะแม้แต่กับผู้ที่มีผิวคล้ำ
  • เสี่ยงรอยดำต่ำ เมื่อเทียบกับเลเซอร์บางประเภท
  • เสริมผลลัพธ์ได้ดี เมื่อใช้ร่วมกับ PRP หรือเลเซอร์อื่น ๆ เช่น Pico Laser

หลุมสิวแบบไหน? ที่เหมาะกับการ ตัดพังผืดหลุมสิว

หลุมสิวแบบ Rolling Scar (เหมาะที่สุด)

Rolling Scar เป็นหลุมสิวที่มีลักษณะเป็นคลื่น ผิวดูไม่เรียบเนียนเหมือนลอนเล็ก ๆ ซึ่งเกิดจาก พังผืดใต้ผิวดึงรั้งผิวลงด้านล่าง โดยปัญหาหลักของหลุมสิวชนิดนี้คือพังผืด เมื่อใช้เข็มตัดพังผืดออก ผิวจะคลายตัวและยกขึ้นทันที ทำให้เห็นผลค่อนข้างชัดเจนค่ะ

Boxcar Scar (หลุมขอบชัด แบนลึก)

หลุมสิวประเภทนี้จะมีลักษณะของสิวชนิดนี้จะหลุมเป็นทรงเหลี่ยมหรือวงรี ขอบค่อนข้างชัดเกิดจากการสูญเสียคอลลาเจนแบบเป็นแผ่น มีพังผืดประกอบบางส่วน เหมาะกับการตัดพังผืด และการทำ Pico Laser เพื่อช่วยการกระตุ้นผิวใหม่

หลุมสิวแบบไหน? ที่ไม่เหมาะกับการ ตัดพังผืดหลุมสิว

หลุมสิวแบบ Ice Pick

Ice Pick Scar เป็นหลุมสิวที่แคบ ลึก และเป็นรูเล็ก ๆ คล้ายรูเข็ม เหตุผลที่ไม่เหมาะกับ Subcision เพราะไม่มีพังผืดในแนวนอนให้ตัด โครงสร้างลึกและแคบเกินไป ทำให้เข็มไม่สามารถเข้าไปปลดพังผืดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตัดพังผืดหลุมสิว เหมาะกับใคร?

  • ผู้ที่มีหลุมสิวแบบ Rolling หรือ Boxcar
  • ผู้ที่มีหลุมสิวระดับปานกลาง–ลึก
  • ผู้ที่ไม่มีสิวอักเสบหรือการติดเชื้อ
  • ผู้ที่ทำเลเซอร์แล้วผลลัพธ์ยังไม่ชัด

ตัดพังผืดหลุมสิว ไม่เหมาะกับใคร?

  • ผู้ที่มีแผลนูน หรือคีลอยด์
  • ผู้ที่มีหลุมสิวแบบ Ice Pick
  • ผู้ที่มีสิวอักเสบหรือการติดเชื้อ
  • ผู้ที่มีโรคเลือด หรือใช้ยาบางชนิด

ข้อดี – ข้อควรระวังของการ ตัดพังผืดหลุมสิว

ข้อดีของการ ตัดพังผืดหลุมสิว

  1. แก้ไขปัญหาหลุมสิวได้ตรงจุด

การตัดพังผืด คือ การเข้าไปจัดการกับพังผืดใต้ผิวหนังที่ยึดรั้งผิวหนังไว้ ทำให้หลุมสิวไม่สามารถเติมเต็มหรือเด้งกลับมาได้เอง เปรียบเสมือนการปลดล็อกพังผืด และ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ เพื่อให้ผิวเด้งขึ้นและเรียบเนียนขึ้น
  1. ผลลัพธ์ที่เห็นผลและคงทน

หลังจากมีการตัดพังผืด 1-2 ครั้ง หลุมสิวจะเริ่มตื้นขึ้นและผิวจะดูเนียนเรียบขึ้น ซึ่งจะมีการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวฟื้นตัวดีขึ้นในระยะยาว และผลลัพธ์จะคงทนถาวรมากกว่าการรักษาด้วยครีมทั่วไป
  1. ช่วยปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน

ตัดพังผืด ไม่เพียงแค่ทำให้หลุมสิวตื้นขึ้น แต่ยัง กระตุ้นผิวให้เกิดการสมานตัว จึงช่วยปรับสภาพผิวให้เนียนขึ้นและลดรอยแผลเป็นจากสิวได้ 4. Subcision เหมาะสำหรับหลุมสิวที่ลึกและรุนแรง หลุมสิวแบบ Boxcar และ Rolling ซึ่งมีพังผืดยึดเกาะใต้ผิว มักตอบสนองดีต่อการตัดพังผืด โดยสามารถเห็นผลที่ชัดเจนเมื่อทำหลายครั้ง เช่น 2–3 ครั้ง เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

5. ไม่มีแผลเป็นถาวร

การตัดพังผืดทำโดยการใช้เข็มปลายทู่เข้าไปใต้ผิว ทำให้แทบไม่เกิดแผลภายนอก หลังการรักษา, ผิวอาจมีรอยช้ำหรือบวมเล็กน้อย ซึ่งจะหายไปใน 1–2 สัปดาห์

6. ทำควบคู่กับการรักษาวิธีอื่น ๆ ได้

การตัดพังผืดสามารถทำร่วมกับเทคนิคอื่นๆ เช่น เลเซอร์ (Fractional, CO2, Picosecond) หรือ PRP (Platelet Rich Plasma) เพื่อ เพิ่มประสิทธิภาพการรักษา และเร่งให้ผลลัพธ์ดีขึ้น

ข้อควรระวังของการ ตัดพังผืดหลุมสิว

  1. ควรทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

การตัดพังผืด ต้องทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ เนื่องจากการใช้เข็มปลายทู่เข้าไปใต้ผิวหนังต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ การเลือกแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เช่น เส้นเลือดแตก, รอยแผลเป็น หรือ การตัดพังผืดผิดจุด
  1. หลังทำอาจมีอาการบวมและรอยช้ำ

หลังการตัดพังผืด อาจเกิดการบวม, รอยช้ำ, หรือเลือดซึมเล็กน้อย ในช่วง 3–7 วันแรก ควรหลีกเลี่ยงการบีบหรือแกะเกาแผลเพื่อไม่ให้เกิดการติดเชื้อหรือบาดเจ็บเพิ่มเติม

3. ไม่เหมาะกับผู้ที่มีการติดเชื้อสิวอักเสบ

หากคุณมี สิวอักเสบหรือมีการติดเชื้อ การทำ Subcision อาจทำให้สถานการณ์แย่ลงได้ ควรรักษาสิวให้หายก่อนแล้ว ค่อยทำ Subcision เพื่อป้องกันไม่ให้การรักษาซับซ้อน

4. ต้องระมัดระวังในกรณีของผู้ที่มีปัญหาผิวบอบบาง

คนที่มีผิวบอบบางหรือมีอาการแพ้ง่ายควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำการรักษา เพราะการตัดพังผืดอาจทำให้เกิดการระคายเคืองหรือแพ้ได้ แนะนำให้ทำการทดสอบการแพ้หรือทดสอบการใช้เข็มก่อน

5. การรักษาผลข้างเคียง เช่น การติดเชื้อ

การติดเชื้อ เป็นหนึ่งในความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นหากไม่รักษาความสะอาดหลังทำการรักษา ควรใช้ยาปฏิชีวนะหรือยาลดการอักเสบตามคำแนะนำของแพทย์หลังจากการรักษา

6. หลีกเลี่ยงการถูกแสงแดดโดยตรง

หลังทำการตัดพังผืด ผิวจะบอบบางและเสี่ยงต่อการเกิดรอยดำจากแสงแดด ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดและใช้ครีมกันแดดที่มี SPF สูงอย่างเคร่งครัดในช่วง 2–3 สัปดาห์หลังการรักษา

วิธีเตรียมตัวก่อน ตัดพังผืดหลุมสิว

  1. งดการรักษาสิวที่รุนแรงก่อนทำ
  • ควรหยุดใช้ยากลุ่มเรตินอยด์ หรือยาที่ทำให้ผิวบาง
  • หลีกเลี่ยงการทำเลเซอร์/ผลัดผิวก่อนทำ
2. รักษาสิวอักเสบให้หายก่อน
  • ไม่ควรมีสิวอักเสบหรือการติดเชื้อบนผิว
3. งดยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด
  • เช่น แอสไพริน วิตามินบางชนิด เพื่อลดความเสี่ยงช้ำ/เลือดออก
4. พักผ่อนให้เพียงพอ และเตรียมผิวให้พร้อม
  • นอนหลับให้พอ งดแอลกอฮอล์
  • ทำความสะอาดผิวก่อนเข้ารับการรักษา

ขั้นตอนการ ตัดพังผืดหลุมสิว

  1. ประเมินผิวโดยแพทย์ 
วิเคราะห์ชนิดของหลุมสิว (Boxcar, Rolling, Ice Pick) พิจารณาความลึก ความกว้าง และตำแหน่งของหลุม วางแผนจุดที่จะทำการตัดพังผืด 
  1. ทำความสะอาดและฉีดยาชาเฉพาะจุด 
ใช้ ยาชาเฉพาะที่ เพื่อให้คนไข้ไม่รู้สึกเจ็บระหว่างทำ แพทย์จะรอจนมั่นใจว่าผิวชาเพียงพอ 
  1. ตัดพังผืดหลุมสิว ด้วย SkinPen 
ใช้เข็มขนาดเล็กมากเจาะผิวหนังเพื่อสร้างบาดแผลเล็ก ๆ ที่ควบคุมได้ กระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมของร่างกาย ทำให้เกิดการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ส่งผลให้ผิวดูเรียบเนียนและรอยแผลดูจางลง 
  1. กดประคบเย็นป้องกันรอยช้ำ 
หลังทำจะมีเลือดซึมเล็กน้อย / อาจมีรอยช้ำ แพทย์จะกดประคบเย็นและอาจให้ยาทาเพื่อลดรอยบวมช้ำ

วิธีดูแลตัวเองหลัง ตัดพังผืดหลุมสิว

  1. หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือบีบแผล
หลังจากการตัดพังผืด ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือบีบแผล เพื่อป้องกันการติดเชื้อและการเกิดรอยแผลเป็น อย่าลืม ล้างมือให้สะอาด ก่อนแตะต้องใบหน้า
  1. ใช้เย็นช่วยลดบวม
หลังการรักษา อาจมีอาการบวมและรอยช้ำ ที่บริเวณที่ทำการรักษา ประคบเย็น ด้วยผ้าชุบน้ำเย็นหรือเจลเย็นในช่วง 1–2 วันแรก หลังจากนั้นบวมจะเริ่มหาย
  1. ใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์
แพทย์อาจให้ ยาปฏิชีวนะ หรือ ยาลดการอักเสบ เพื่อลดการติดเชื้อและอาการบวม ควรใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
  1. หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าช่วงแรก
หลังการตัดพังผืดควร หลีกเลี่ยงการแต่งหน้า เป็นเวลา 24-48 ชั่วโมง เพราะการใช้เครื่องสำอางอาจทำให้เกิดการระคายเคืองหรืออุดตันรูขุมขน หากจำเป็นต้องแต่งหน้า ควรเลือกเครื่องสำอางที่ปราศจากน้ำมันและไม่ทำให้เกิดการอุดตัน
  1. หลีกเลี่ยงการออกแดด
แสงแดดอาจทำให้ผิวที่เพิ่งรักษามาบอบบางและเสี่ยงต่อการเกิดรอยดำ ควรหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดโดยตรง อย่างน้อย 2–3 สัปดาห์หลังการรักษา และ ใช้ครีมกันแดดที่มี SPF 50+ ทุกวัน
  1. ไม่ขัดถูหรือแกะเกา
ห้าม ขัดถูหรือแกะเกา บริเวณที่ทำการรักษา แม้ว่าจะมีรอยแผลหรือสะเก็ดผิว เพราะอาจทำให้แผลติดเชื้อหรือเกิดรอยแผลเป็นถาวร
  1. พักผ่อนให้เพียงพอ
หลังการตัดพังผืด ควรให้ร่างกายพักผ่อนเพียงพอ เพื่อช่วยกระบวนการฟื้นตัวของผิวและการสร้างคอลลาเจนใหม่ งดกิจกรรมที่ทำให้หน้าร้อนหรือเหงื่อออกมาก เช่น การออกกำลังกายหนักๆ ในช่วง 1-2 วันแรก
  1. ดูแลผิวหลังบวมและช้ำ
เมื่ออาการบวมและรอยช้ำลดลง ควรเริ่ม ใช้สกินแคร์บำรุง เช่น มอยส์เจอไรเซอร์ที่ไม่ระคายเคือง เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยกระตุ้นการสร้าง คอลลาเจน เช่น ครีมที่มีวิตามิน C หรือ Retinol

ตัดพังผืดหลุมสิว กี่วันจึงจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจน

หลังทำตัดพังผืดหลุมสิว ผลลัพธ์จะไม่ได้เห็นทันทีแบบ 100% ค่ะ เพราะเป็นการรักษาที่กระตุ้นการฟื้นฟูผิวจากภายใน โดยทั่วไปสามารถแบ่งช่วงผลลัพธ์ได้ ดังนี้
  • ทันทีหลังทำ : ผิวอาจดูตื้นขึ้นเล็กน้อยจากการคลายพังผืด
  • 1–2 สัปดาห์ : รอยช้ำและบวมเริ่มลดลง ผิวเริ่มเรียบขึ้น
  • 4–8 สัปดาห์ : คอลลาเจนใหม่เริ่มสร้าง เห็นผลชัดขึ้น
  • 2–3 เดือน : เห็นผลลัพธ์ชัดเจนที่สุด
เนื่องจากร่างกายต้องใช้เวลาในการสร้างคอลลาเจนใหม่ จึงควรให้เวลาผิวฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องนั่นเอง

ตัดพังผืดหลุมสิว ควรทำกี่ครั้ง? บ่อยแค่ไหน?

จำนวนครั้งในการทำขึ้นอยู่กับระดับความลึกของหลุมสิว และการตอบสนองของผิวแต่ละบุคคล ซึ่งทางเราแนะนำให้ทำประมาณ 2–5 ครั้ง โดยระยะห่าง ทุก 4-6 สัปดาห์ ถ้าหากผู้เข้ารับบริการหลุมสิวลึกมาก อาจต้องทำร่วมกับเลเซอร์หรือหัตถการอื่น

ตัดพังผืดหลุมสิว ที่ไหนดี? เหตุผลที่ควรเลือกทำที่ รัตตินันท์ คลินิก

เลือก ตัดพังผืดหลุมสิว ที่ รัตตินันท์ คลินิก มีการดูแลโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ยาวนาน และเน้นการวิเคราะห์ปัญหาเฉพาะบุคคล ทำให้ผู้เข้ารับบริการสามารถไว้วางใจได้ว่าจะได้รับผลลัพธ์ที่ดีอย่างแน่นอน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการ ตัดพังผืดหลุมสิว

ตัดพังผืดหลุมสิว เจ็บไหม?

โดยทั่วไปจะไม่เจ็บมากค่ะ เพราะมีการฉีดยาชาเฉพาะจุดก่อนทำ ระหว่างทำอาจรู้สึกตึง ๆ หรือมีแรงดันใต้ผิวเล็กน้อย แต่ยังอยู่ในระดับที่ทนได้ หลังทำอาจมีอาการระบมหรือช้ำเล็กน้อย ซึ่งจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายในไม่กี่วัน

ตัดพังผืดหลุมสิว ร่วมกับหัตถการอื่นได้ไหม?

สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ และมักแนะนำให้ทำร่วมกันเพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น เช่น เลเซอร์หลุมสิว, Microneedling หรือการฉีดฟิลเลอร์ โดยแพทย์จะวางแผนให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน

ตัดพังผืดหลุมสิว ต้องพักหน้าไหม?

ไม่จำเป็นต้องพักหน้าระยะยาว แต่ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่กระทบผิวในช่วง 2–3 วันแรก หลังทำอาจมีรอยช้ำ บวม หรือจุดแดงเล็กน้อย ซึ่งสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ และรอยจะค่อย ๆ จางลงเอง

ตัดพังผืดหลุมสิว เห็นผลภายในกี่วัน?

หลังทำอาจเห็นความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยทันทีจากการคลายพังผืด แต่ผลลัพธ์ที่ชัดเจนจะเริ่มเห็นในช่วง 2-4 สัปดาห์ และดีขึ้นต่อเนื่องใน 1-3 เดือน เนื่องจากเป็นกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ของผิวในระยะยาว

สรุป ตัดพังผืดหลุมสิว คืออะไร? เหมาะกับใคร? ควรทำบ่อยแค่ไหน?

การ ตัดพังผืดหลุมสิว คือ หัตถการที่ช่วยแก้ปัญหาหลุมสิวจากต้นเหตุ โดยการปลดพังผืดใต้ผิวที่ดึงรั้งให้เกิดรอยบุ๋ม พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวค่อย ๆ เรียบเนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะกับผู้ที่มีหลุมสิวแบบยุบตัว เช่น Rolling หรือ Boxcar โดยเฉพาะเคสที่หลุมสิวค่อนข้างลึก หรือทำวิธีอื่นแล้วยังไม่เห็นผลชัดเจน สำหรับความถี่ในการทำ โดยทั่วไปแนะนำประมาณ 2-5 ครั้ง เว้นระยะทุก 4-6 สัปดาห์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการประเมินของแพทย์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและปลอดภัยในระยะยาว