มาเข้าใจเรื่อง เลเซอร์ (laser) ผิวก่อนตามล่าหาโปรเลเซอร์

laser เลเซอร์ผิวหน้า

laser – เลเซอร์ เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ไม่ยาก อ่านสักนิดก่อนจะตระเวณหาโปรเลเซอร์มาเติมความสวย เลเซอร์ผิวหนัง คือการรักษาหรือปรับสภาพผิวโดยการใช้เลเซอร์ โดยจะเป็นการใช้พลังงานจากแสงที่มีความยาวคลื่นโดยเฉพาะ ส่งไปยังเซลล์เป้าหมายบนผิวหนังที่ดูดซับพลังงานแสงได้ดี และจะทำให้เกิดการทำลายเซลล์เป้าหมายนั้นอย่างเฉพาะเจาะจง

ซึ่งการทำลายยิ่งจำเพาะเจาะจงมากเท่าไร ก็ส่งผลต่อเซลล์อื่นที่อยู่ข้างเคียงน้อยมากขึ้นเท่านั้น แล้วผลคือช่วยในเรื่องความสวยงาม เช่น การลบริ้วรอย จุดด่างดำ หรือแก้ปัญหารูขุมขนกว้าง นอกจากนี้การทำ เลเซอร์ ยังรวมไปถึงการรักษาภาวะบางอย่างได้ด้วย เช่น เนื้องอกผิวหนังขนาดเล็ก หูด กระเนื้อ หรือใช้เพื่อกำจัดขน เช่น เลเซอร์รักแร้

การทำ เลเซอร์ ผิวหนัง มีกี่ชนิด

การรักษาด้วยเลเซอร์แบ่งออกเป็น 2 ชนิดใหญ่ ๆ คือ เลเซอร์ชนิดที่ทำให้เกิดแผล คือทำเลเซอร์เสร็จแล้วเกิดแผล ทั้งแบบเกิดแผลบางส่วน หรือเกิดแผลเต็มพื้นที่ที่ทำการรักษา  ทั้งนี้หวังผลให้ทำลาบเซลล์เช่น เลเซอร์รอยสัก จะทำลายผิวที่โดยน้ำหมึก ทำให้เกิดการสร้างผิวใหม่ ที่สวยกว่าเดิม แบบนี้อาจจะเจ็บได้ ลอกได้ recovery time นาน และอาจจะเหมาะกับคนผิวขาว

ส่วนอีกกลุ่มคือ เลเซอร์ ชนิดที่ไม่ทำให้เกิดแผล ทำแล้วอุ่นหรือเย็น หวังผลชั้นลึก เช่นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง  ทั้งสองอย่างมีจุดประสงค์ที่ต่างกัน ไม่มีอะไรดีกว่าอะไร

เลเซอร์ กำจัดขน คืออะไร?

เป็นการกําจัดขนโดยใช้พลังงานความร้อนจากแสงไปทำลายบริเวณรากขน ซึ่งบริเวณรากขนจะมีเซลล์เม็ดสีที่เรียกว่า เมลานิน ซึ่งทำหน้าที่ดูดพลังงานแสงจาก เลเซอร์  แล้วเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน ทำให้เส้นขน รากขน และเนื้อเยื่อต่างๆ ที่ทำหน้าที่ผลิตขนถูกทำลายไปอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้เนื้อเยื่อซึ่งเชื่อมต่อบริเวณรากขนและเส้นเลือดที่มาหล่อเลี้ยงก็ถูกทำลายไปด้วย ทำให้ไม่สามารถผลิตสเต็มเซลล์ (stem cells) ที่ทำให้ขนงอกได้ ซึ่งจะส่งผลให้เส้นขนที่จะเกิดขึ้นมาใหม่ ขึ้นช้าลง มีขนาดเล็กลง และสีอ่อนลง เลเซอร์กำจัดขน จึงจำเป็นต้องทยอยทำหลายครั้ง เพื่อรอขนชุดใหม่งอกขึ้นมา

เลเซอร์กำจัดขน ที่มีในปัจจุบันต่างก็มีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันไป แต่แบบไหนจะดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดนั้นต้องพิจารณาถึงหลาย ๆ อย่างด้วยกัน โดยเลเซอร์กำจัดขนที่ดีควรมีช่วงความยาวของคลื่นที่มากเพียงพอ เพราะช่วงความยาวของคลื่นส่งผลโดยตรงต่อการกำจัดขน

กลับสู่สารบัญ
laser เลเซอร์ จำกัดขน คืออะไร

เลเซอร์ กำจัดขน เหมาะกับใครบ้าง?

ช่วงความยาวของคลื่นนั้น หากสูงมากพอจะทำให้คลื่นพลังงานลงลึกไปถึงรากขนได้และสามารถทำลายรากขนได้ดี นอกจากนี้การทำ เลเซอร์กำจัดขน จะมีประสิทธิภาพหรือไม่ก็ยังขึ้นอยู่กับอีกหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสีผิว สีของเส้นขน และปริมาณของเส้นขนในบริเวณที่จะทำ

ยกตัวอย่างเช่น ขนสีอ่อนมักดูดพลังงานได้ไม่ดี กำจัดยาก ฝรั่งผมทองจึงไม่นิยมทำ แต่ขนสีดำบนผิวสีคล้ำเช่นคนแอฟริกันแม้จะกำจัดขนได้ แต่ก็เสี่ยงกับการที่พลังงานเลเซอร์ จะไปโดนผิวสีคล้ำที่ไหม้ง่ายเป็นต้น ในคนไทยที่ขนสีดำผิวดำแดงนั้น ก็มีความยากง่ายปนกันไป

และที่สำคัญซึ่งมองข้ามไม่ได้ก็คือประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของผู้ให้บริการ ที่จะสามารถปรับความเข้มข้นของคลื่นพลังงานเพื่อใช้ เลเซอร์กำจัดขน ได้อย่างเหมาะสม ซึ่งจะทำให้ผลลัพธ์ที่ออกมามีประสิทธิภาพ สามารถกำจัดขนออกได้อย่างหมดจด เป็นที่น่าพึงพอใจและเป็นไปตามความคาดหวังของผู้เข้ารับบริการ

กลับสู่สารบัญ

เลเซอร์กำจัดขน มีกี่ประเภท แตกต่างกันอย่างไร?

การกำจัดขนด้วยเลเซอร์ แบ่งเป็น 4 ประเภทหลักๆ ตามความยาวคลื่นดังนี้

1. Ruby laser (รูบี้ เลเซอร์)

คือ เลเซอร์ ที่ใช้ตัวกลางในการผลิตแสงเป็นผลึกทับทิม มีความยาวคลื่นอยู่ที่ 694 นาโนเมตร

2. Long-pulsed Alexandrite laser (อเล็กซานไดร เลเซอร์)

เป็นคลื่นพลังงานเลเซอร์ที่มีช่วงความยาวคลื่นอยู่ที่ 755 นาโนเมตร โดยเป็นคลื่นเลเซอร์ที่ใช้ผลึกอเล็กแซนไดร์เป็นตัวกลางในการผลิตแสง ทำให้สามารถลงลึกได้ลึกกว่า และสามารถจับเม็ดสีได้ดีกว่าคลื่นพลังงานเลเซอร์แบบ Long-pulsed ruby laser และ IPL ทำให้มีประสิทธิภาพในการกำจัดขนดี

3. Long Pulse NdYAG laser (ลองเพล้าส เลเซอร์)

เป็นคลื่นพลังงานเลเซอร์ที่มีช่วงความยาวของคลื่นอยู่ที่ 1064 นาโนเมตร ซึ่งช่วงความยาวคลื่นขนาดนี้จะสามารถลงลึกไปในผิวหนังชั้นลึกได้ถึง 7 มิลลิเมตร จึงทำให้สามารถกำจัดเส้นขนได้อย่างดี และเป็นที่นิยมในขณะนี้

4. Diode laser(ไดโอด เลเซอร์)

คือเลเซอร์ที่ใช้ตัวกลางในการผลิตแสงเป็นสารกึ่งตัวนำ ปรับความยาวคลื่นได้ และมีความยาวคลื่นอยู่ที่ 800-810, 940 และ 1064-1350 นาโนเมตร เลเซอร์ Diode สามารถดูดซับเม็ดสีได้ค่อนข้างมาก และสามารถลงลึกถึงผิวหนังชั้นในส่วนลึกได้ จึงทำให้มีความสามารถในการกำจัดขนสูงเมื่อเทียบกับการใช้เลเซอร์ชนิดอื่น ๆ

5. IPL (intense pulsed light หรือ ไอ พี แอล)

ไม่จัดเป็นเลเซอร์ เนื่องจากไม่ใช้พลังงานเลเซอร์ เป็นเพียงแสงความเข้มสูงเท่านั้น แม้จะสามารถทำลายรากขนได้ แต่ไม่สามารถทำลายได้ทั้งหมด ทำให้อาจยังหลงเหลือเส้นขนอยู่ ที่ผ่านมามีหลายเคสที่ผิวเกิดการไหม้หลังจากทำกำจัดขนด้วย IPL พบมากในผู้ที่มีผิวสีเข้ม คนไทยไม่ควรใช้ IPL ในการกำจัดขน

กลับสู่สารบัญ
laser เลเซอร์ กำจัดขน มีกี่ประเภท

 “เลเซอร์ ที่มีความยาวคลื่นที่ต่ำจะมีสามารถทะลุทะลวงได้น้อย แต่ก็จะถูกดูดซับโดยเม็ดสีเมลานินได้ดี ในขณะที่เลเซอร์ที่มีความยาวคลื่นที่สูงจะมีความทะลุทะลวงสูง แต่จะถูกดูดซับโดยเมลานินได้น้อยกว่า และเนื่องจากสีผิวของชาวเอเชีย ค่อนข้างเข้มกว่าคนในแถบยุโรป (มีปริมาณเมลานินในผิวที่มากกว่า) ทำให้เลเซอร์ชนิด Ruby และ Alexandrite รวมถึง IPL ไม่เป็นที่นิยมในประเทศไทยหรือในแถบเอเชีย เพราะอาจทำให้ผิวไหม้ได้ง่ายส่วน เลเซอร์กำจัดขน ยอดนิยมในเวลานี้ จึงมีเพียง เอ็นดีแยค และ ไดโอด เท่านั้นค่ะ”

เลเซอร์ ขนรักแร้ ใช้เวลานานเท่าไร?

พื้นที่บริเวณรักแร้ค่อนข้างเล็ก ดังนั้นการใช้ เลเซอร์ขนรักแร้ ส่วนนี้ทั้งสองข้างจึงใช้เวลาครั้งหนึ่งเพียง 10-15 นาทีเท่านั้น ซึ่งขณะทำจะมีความรู้สึกเหมือนถูกหนังยางดีดเบาๆ

เลเซอร์ ขนรักแร้ ต้องทำกี่ครั้ง

เลเซอร์ ขนรักแร้ เป็นการกำจัดขนแบบ “กึ่ง” ถาวร ซึ่งต้องทำซ้ำอย่างน้อย 5 ครั้ง (แต่ละคนจะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับจำนวนและความหนาของเส้นขน) หลังจากนั้นอาจมีขนขึ้นใหม่บ้าง แต่เป็นไปอย่างช้าๆ และเป็นเส้นบางๆ

ซึ่งการทำ เลเซอร์ จะได้ผลกับเส้นขนที่อยู่ในระยะแอนนาเจนซึ่งเป็นระยะที่มีเม็ดสีจำนวนมากที่รากขนเท่านั้น เนื่องจากหลักการกำจัดขนด้วยวิธีนี้คือการให้เม็ดสีที่บริเวณรากขนดูดพลังงานจากเลเซอร์ แล้วทำให้รากขนฝ่อและถูกทำลายไปนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม เส้นขนทั่วทั้งบริเวณใต้วงแขนไม่ได้เข้าสู่ระยะการเจริญเติบโตทั้ง 3 ระยะพร้อมๆ กัน จึงต้องอาศัยการทำเลเซอร์ซ้ำหลายครั้งเพื่อทำลายรากขนไปทีละชุด ซึ่งการทำ เลเซอร์ขนรักแร้ แต่ละครั้งควรมีระยะห่างกันอย่างน้อย 3-4 สัปดาห์เพื่อให้ผิวหนังได้พักฟื้นด้วย

กลับสู่สารบัญ
laser เลเซอร์ รักแร้ขาว

เลเซอร์ รักแร้ขาว

รักแร้ดำคล้ำ เป็นปัญหาสำคัญของผู้หญิง ซึ่งจะทำให้หมดความมั่นใจที่จะใส่เสื้อที่จะต้องโชว์ใต้วงแขน โดยเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การโกนขน การถอนขน การเสียดสี การระคายเคืองหรือแพ้สารเคมีแอลกอฮอล์ น้ำหอมที่ผสมในโรลออนดับกลิ่น ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้รักแร้ดำได้

ซึ่งปัจจุบันมีหลายวิธีที่จะช่วยให้รักแร้กลับมาขาวเนียนเรียบได้ อย่างเช่น การกำจัดขนถาวร เพราะเมื่อขนถูกกำจัดหมดไป ตุ่มนูนที่เกิดจากการถอนจะค่อย ๆ ลดขนาดลงหรือยุบหายไปทำให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น และในเรื่องของรอยคล้ำบริเวณรักแร้ ก็ยังมี เลเซอร์รักแร้ขาว ช่วยทำให้เม็ดสีบริเวณรักแร้จางลงได้ โดยการใช้ เลเซอร์ ในกลุ่มที่จัดการกับเม็ดสี สามารถทำให้เม็ดสีจางลงได้ดี

ซึ่งการเลือกชนิด เลเซอร์ แบบไหนดี ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของเครื่องมือ และความชำนาญของแพทย์ร่วมกันด้วย เพราะหากมีการปรับค่าแสงไม่เหมาะสม อาจทำให้รอยดำกลับกลายเป็นมีสีคล้ำขึ้นได้ ซึ่งอาจจะแย่และหนักกว่าเดิม จากคิดจะทำ เลเซอร์รักแร้ขาว ก็กลายเป็น เลเซอร์รักแร้ดำไปเสีย

แพทย์ที่มีประสบการณ์ จะวิเคราะห์สภาพผิว และเลือกใช้เทคโนโลยี ให้เหมาะกับสีผิว และสภาพผิวในแต่ละประเภท อย่างเหมาะสม ซึ่งเลเซอร์ในปัจจุบันที่นำมาใช้นั้น ยกตัวอย่างเช่น  IPL ,Q-switched Nd: YAG หรือ Picosecond laser

กลับสู่สารบัญ
laser เลเซอร์ผิวหน้า

เลเซอร์ รอยสิว (การรักษารอยแดง รอยดำ จากสิว)

สิวและรอยแดงของสิว มักพบบ่อยตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงวัยทำงาน ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญอย่างหนึ่ง เนื่องจากต้องใช้เวลารักษานานพอสมควรกว่าที่รอยแดงจะหาย หรือบางครั้งก็จะเกิดเป็นรอยดำตามมาได้

ซึ่งปัจจุบันมีเทคโนโลยีเลเซอร์ที่ทำให้รอยแดง และสิวดีขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยใช้เป็น เลเซอร์รอยสิว กลุ่มจัดการกับรอยแดงรอยดำจากสิว เป็นเลเซอร์ที่มีประสิทธิภาพในการลดรอยแดงให้จางลงหลังการรักษา

ซึ่งการยิงเลเซอร์ชนิดนี้สามารถทำได้ภายในไม่กี่นาที นอกจากนี้ สิว และ รอยแดงจากสิว ก็จะดีขึ้นด้วยตามลำดับ ส่วนมากสามารถเห็นผลการรักษาได้ในครั้งแรกและถ้าทำต่อเนื่องประมาณ 3-5 ครั้ง จะดีขึ้น ประมาณ 70-90% บางรายหายขาดได้

นอกจาก เลเซอร์รอยสิว จะช่วยลดรอยแดงดำจากสิวแล้ว ยังมีประสิทธิภาพช่วยทำให้ผิวหน้าอ่อนเยาว์ลง เรียบเนียนขึ้นและลดริ้วรอยต่างๆได้เป็นอย่างดี โดยจะช่วยเสริมสร้างเส้นใยคอลลาเจนใต้ผิวหนังให้เพิ่มมากขึ้น จึงทำให้รูขุมขนเล็กลง ผิวเรียบเนียนขึ้น ซึ่งควรเข้ารับการรักษาทุกๆ 2-4 สัปดาห์ ประมาณ 3-5 ครั้ง ซึ่งขึ้นอยู่กับการตอบสนองที่แตกต่างของแต่ละบุคคล

กลับสู่สารบัญ

เลเซอร์ ลบรอยสัก

เลเซอร์ ที่นิยมนำมาลบรอยสักในปัจจุบันจะมีอยู่ 2 ชนิด คือ Q-Switched Nd: YAG ( คิว สวิชท์ เอ็น ดี แยค) และ Picosecond Laser (พิโค เซกกัน หรือ Pico Laser ) ความแตกต่างของ Pico Laser และ Q-Switched อยู่ที่ระยะเวลาในการปล่อยแสง

โดยที่ Pico Laser มีความเร็วในการปล่อยแสงอยู่ที่ 1 ต่อล้านล้านวินาที (Picosecond) แต่ Q-Switched มีความเร็วในการปล่อยแสงเพียง 1 ต่อพันล้านวินาที (Nanosecond) ซึ่งรอยสักแต่ละชนิด จะเหมาะกับการใช้ชนิดของเลเซอร์ที่แตกต่างกัน

ระบบของ Q-Switched Nd: YAG (Nanosecond Laser) จะเหมาะกับการลบรอยสักเม็ดสีที่มีความใหญ่และหนาแน่น ส่วน Picosecond Laser ถูกพัฒนามาให้เหมาะกับการกำจัดเม็ดสี หรือรอยสักที่ดื้อ สามารถกำจัดเม็ดสีขนาดเล็กได้ดีและทำให้เม็ดสีนั่นมีขนาดเล็กลงไปอีกเพื่อให้เม็ดเลือดขาวของเราสามารถกำจัดเม็ดสีเหล่านั้นออกได้ดียิ่งขึ้น

ซึ่งจำนวนครั้งของการทำเลเซอร์ลบรอยสักของแต่บุคคลจะใช้จำนวนครั้งในการลบไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับความเข้มหรือความหนาแน่นของสีสัก วิธีการสัก สภาพผิวและการตอบสนองของแต่ละคน ซึ่งการดูแลหลังการรักษา ควรงดโดนน้ำ  24 ชั่วโมง มีระยะเวลาพักฟื้นประมาณ 7-14 วันหรือจนกว่าสะเก็ดหลุดหมดและจะสามารถกลับลบรอยสักอีกครั้งได้ในช่วง 6-8 สัปดาห์

เลเซอร์ ลบรอยสัก

attoo Removal Treated with: enlighten Number of Treatment(s): 5times

เลเซอร์ ลบรอยสัก ด้วย pico secound laser

Tattoo Removal Treated with: enlighten Number of Treatment(s): 3