คุณเคยรู้สึกหงุดหงิดกับการโกน ถอน หรือแว็กซ์ขนที่ต้องทำซ้ำ ๆ บ่อยแค่ไหน? ถ้าคำตอบคือ “บ่อยมาก” นี่อาจเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่คุณจะได้รู้จักกับวิธีการกำจัดขนแบบถาวรที่ทั้งสะดวกและคุ้มค่า นั่นคือการ เลเซอร์ขน
การกำจัดขนด้วยเลเซอร์ (Laser Hair Removal) กลายเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการมีผิวเรียบเนียนไร้ขนโดยไม่ต้องเสียเวลาในทุกเช้า หรือกังวลว่าจะใส่เสื้อผ้าแบบไหนให้มั่นใจ เพราะเลเซอร์ไม่ได้แค่กำจัดขนเท่านั้น แต่ยังช่วยยกระดับความมั่นใจและภาพลักษณ์ของคุณให้ดีขึ้นในระยะยาว
ปัจจุบัน เทคโนโลยีเลเซอร์ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง พร้อมทางเลือกเครื่องมือหลายประเภทที่สามารถปรับใช้ให้เหมาะกับสีผิว สีขน และบริเวณที่ต้องการทำอย่างแม่นยำ แต่ก่อนที่คุณจะตัดสินใจ เราขอพาคุณติดตามทุกแง่มุมที่ควรรู้ ไม่ว่าจะเป็นประเภทของเลเซอร์ ข้อดี-ข้อเสีย ความปลอดภัย ผลข้างเคียง และวิธีเลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้คุณได้ตัดสินใจ
เลเซอร์ขน คืออะไร?
วิธีการกำจัดขนมีกี่แบบ?
1. กำจัดขนแบบชั่วคราว
- การโกน (Shaving) ใช้มีดโกนเพื่อตัดขนบริเวณผิวหนัง เป็นวิธีที่เร็วแต่ขนจะขึ้นใหม่ภายในไม่กี่วัน
- การถอน (Tweezing/Waxing) ดึงขนออกทั้งเส้นและราก วิธีนี้ให้ผลนานขึ้นกว่าการโกน แต่อาจทำให้รู้สึกเจ็บ
- ครีมกำจัดขน (Depilatory Cream) ใช้สารเคมีในการละลายโครงสร้างขน โดยสามารถทำได้เองที่บ้าน แต่ควรระวังการระคายเคืองในผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย
2. กำจัดขนแบบถาวร
- การเลเซอร์ขน (Laser Hair Removal) ใช้พลังงานเลเซอร์ทำลายเมลานินในรากขน ช่วยลดจำนวนและความหนาของเส้นขนได้อย่างต่อเนื่อง
- การกำจัดขนด้วยคลื่นวิทยุหรือ IPL (Intense Pulsed Light) คล้ายเลเซอร์แต่ใช้คลื่นแสงหลายความยาวคลื่น กระจายพลังงานไปยังบริเวณกว้าง เหมาะกับผู้ที่มีผิวไม่สม่ำเสมอ
- การจี้ด้วยคลื่นวิทยุ (RF Thermolysis หรือ Radio Frequency Epilation) เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในบางสถานพยาบาล โดยใช้คลื่นวิทยุส่งผ่านเข็มละเอียดเข้าไปยังรูขุมขน เพื่อทำลายรากขนแบบเฉพาะเจาะจง เหมาะสำหรับขนเส้นเล็กหรือบริเวณที่เลเซอร์เข้าไม่ถึง
เลเซอร์ขนมีกี่แบบ?
- Alexandrite Laser (755 nm) เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวขาวและขนเส้นเล็กถึงกลาง ให้ผลดีในบริเวณกว้าง ใช้เวลาทำสั้น แต่ไม่เหมาะกับผู้ที่มีผิวเข้มเพราะอาจเกิดรอยไหม้หรือระคายเคืองได้
- Diode Laser (800-810 nm) เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวขาวถึงผิวสองสี ใช้งานได้ดีในหลายบริเวณ และมีประสิทธิภาพในการกำจัดขนเส้นหนา
- NdYAG Laser (1064 nm) เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวเข้มหรือผิวคล้ำ เนื่องจากมีการดูดซึมพลังงานลึกถึงรากขน โดยไม่ทำร้ายผิวด้านบน เหมาะกับการใช้ในพื้นที่ที่บอบบาง เช่น ใต้วงแขน หรือขาหนีบ
- Ruby Laser (694 nm) เป็นเทคโนโลยีรุ่นแรกของเลเซอร์กำจัดขน เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวขาวมากและขนเส้นบาง แต่ในปัจจุบันไม่ค่อยนิยมใช้แล้ว เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการระคายเคืองและใช้เวลาทำนาน
- IPL (Intense Pulsed Light) แม้ไม่ใช่เลเซอร์แท้ แต่เป็นแสงพัลส์ความเข้มสูงที่ใช้งานคล้ายเลเซอร์ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดขนในบริเวณกว้าง ราคาประหยัดกว่า แต่ผลลัพธ์อาจไม่แน่นอนเท่าเลเซอร์แบบเฉพาะเจาะจง
เปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียของเลเซอร์ขนแต่ละประเภท
| ประเภทเลเซอร์ | ข้อดี | ข้อเสีย | เหมาะกับใคร |
| Alexandrite (755 nm) | กำจัดขนได้รวดเร็วในบริเวณกว้าง เห็นผลไว | ไม่เหมาะกับผิวคล้ำ เสี่ยงต่อการระคายเคือง | ผิวขาว-ผิวสองสี ขนเส้นเล็กถึงกลาง |
| Diode (800-810 nm) | เหมาะกับหลายโทนผิว มีความแม่นยำสูง | อาจรู้สึกเจ็บกว่าแบบอื่น ราคาเครื่องสูง | ผิวขาวถึงผิวสองสี ขนเส้นหนา |
| NdYAG (1064 nm) | เหมาะกับผิวคล้ำ เจาะลึกรากขนได้ดี | ต้องทำหลายครั้งถึงเห็นผลชัด อาจรู้สึกเจ็บเล็กน้อย | ผิวคล้ำ ขนหนา บริเวณที่บอบบาง |
| Ruby (694 nm) | เหมาะกับขนบางและผิวขาวมาก | โบราณและใช้นานเสี่ยงต่อรอยไหม้ ไม่เหมาะกับผิวคล้ำ | ผิวขาวมาก ขนบาง |
| IPL (ไม่ใช่เลเซอร์แท้) | ราคาย่อมเยา ใช้ในบริเวณกว้างได้ | ผลลัพธ์ไม่คงที่ ต้องทำบ่อย | ผู้ที่ต้องการกำจัดขนแบบเบื้องต้นและมีงบจำกัด |
กำจัดขนถาวรดีอย่างไร?
- ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในระยะยาว ไม่ต้องเสียเวลาทำซ้ำบ่อย ๆ เหมือนการโกนหรือแว็กซ์ และเมื่อคำนวณระยะยาวแล้ว ค่าใช้จ่ายจะคุ้มค่ากว่าการกำจัดขนแบบชั่วคราว
- ลดปัญหาผิวหนัง เช่น ขนคุด ผิวอักเสบ หรือรอยแดงจากการถอนหรือโกน
- ผิวเนียนเรียบ หลังทำเลเซอร์ ผิวจะดูเรียบเนียนขึ้นและเส้นขนที่เหลืออยู่จะมีขนาดเล็กลงและบางลง
- เพิ่มความมั่นใจ โดยเฉพาะในผู้ที่มีขนดกหรือมีขนบริเวณที่ไม่ต้องการอย่างชัดเจน เช่น ใบหน้า รักแร้ หรือแนวบิกินี
- เหมาะกับทุกเพศ ไม่จำกัดเฉพาะผู้หญิงเท่านั้น ผู้ชายที่มีปัญหาขนหนาหรือขนคุดก็สามารถใช้วิธีนี้ได้
เลเซอร์ขนสามารถทำได้ในตำแหน่งใดบ้าง?
- ใบหน้า เช่น หนวด ริมฝีปากบน คาง กราม และไรผม ต้องใช้เทคนิคที่แม่นยำเพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียง เช่น รอยแดงหรือแผลไหม้
- ใต้วงแขน เป็นบริเวณยอดนิยม เนื่องจากผิวบริเวณนี้บางและขนขึ้นเร็ว การเลเซอร์สามารถช่วยลดกลิ่นและการระคายเคืองจากการโกนบ่อย ๆ
- แขนและขา เหมาะสำหรับผู้ที่มีขนหนาหรือดกมาก ซึ่งสามารถเห็นผลได้ชัดเจนหลังการทำเพียงไม่กี่ครั้ง
- แนวบิกินีและขาหนีบ ต้องการความระมัดระวังสูง เนื่องจากเป็นพื้นที่บอบบางและมีผิวหนังที่อ่อนไหว
- หน้าอก แผ่นหลัง และหน้าท้อง เหมาะกับผู้ชายที่มีขนหนา หรือผู้หญิงที่มีขนขึ้นผิดปกติจากฮอร์โมน
- มือและนิ้ว / เท้าและนิ้วเท้า สำหรับผู้ที่ต้องการผิวเรียบเนียนโดยเฉพาะในบริเวณที่ต้องเปิดเผยต่อสายตาคนอื่นบ่อย
เครื่องเลเซอร์ขนแต่ละยี่ห้อต่างกันอย่างไร?
- Fotona NDYAG
- ใช้คลื่นความยาว 1064 nm เจาะลึกถึงรากขน เหมาะกับผิวคล้ำและขนหนา
- มีระบบควบคุมอุณหภูมิเพื่อเพิ่มความปลอดภัย ลดการระคายเคือง
- เหมาะกับการกำจัดขนในบริเวณที่บอบบาง เช่น รักแร้ หรือแนวบิกินี
- MeDioStar NeXT PRO
- เป็นเครื่อง Diode Laser รุ่นใหม่จากประเทศเยอรมนี ใช้คลื่นแสงคู่ 810 nm และ 940 nm
- เจ็บน้อย ด้วยระบบปล่อยพลังงานแบบ Pulse ที่เสถียรและต่อเนื่อง
- ปลอดภัยกับทุกสีผิว แม้แต่ผิวคล้ำ และสามารถทำได้แม้ขนเส้นเล็ก
- Candela GentleLase / GentleMax Pro
- เครื่องเลเซอร์ Alexandrite และ NdYAG ที่มีระบบ Cryogen ช่วยลดอาการเจ็บขณะยิงเลเซอร์
- ให้ผลลัพธ์ชัดเจน เหมาะกับทั้งผิวขาวและผิวคล้ำ ขึ้นอยู่กับรุ่นที่ใช้
- Lumenis LightSheer
- เป็น Diode Laser ที่นิยมในคลินิกระดับโลก มีหัวดูด (Vacuum-Assisted Technology) ช่วยลดความเจ็บ
- ได้ผลดีกับขนเส้นหนา และมีระบบความเย็นในตัวเพื่อเพิ่มความสบายขณะทำ
- Cutera Excel HR
- ใช้เทคโนโลยีผสาน Diode และ NdYAG ในเครื่องเดียว เหมาะสำหรับผู้ที่มีขนหลากหลายสีและผิวหลายโทน
- ความแม่นยำสูง ลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง
ก่อนเลเซอร์ขนต้องเตรียมตัวอย่างไร?
- งดถอนหรือแว็กซ์ขนอย่างน้อย 4 สัปดาห์ก่อนทำ การกำจัดขนด้วยวิธีที่ดึงรากขนอาจส่งผลให้เลเซอร์ไม่สามารถจับเม็ดสีในรากขนได้เต็มประสิทธิภาพ
- โกนขนก่อนทำ 24-48 ชั่วโมง การโกนขนจะช่วยให้พลังงานเลเซอร์ส่งผ่านไปยังรากขนได้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงจากการไหม้เส้นขนที่ยาวเกินไป
- หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด 1-2 สัปดาห์ก่อนทำ ผิวที่ถูกแดดเผาจะมีความไวต่อแสงเลเซอร์ อาจทำให้เกิดการระคายเคืองหรือรอยไหม้ได้
- งดใช้ครีมหรือผลิตภัณฑ์ที่มีกรดผลไม้ (AHA/BHA), วิตามิน A หรือเรตินอล สารเหล่านี้อาจทำให้ผิวบางและไวต่อแสง
- ปรึกษาแพทย์หากอยู่ในระหว่างการใช้ยา เช่น ยารักษาสิว (Isotretinoin) หรือยาที่ทำให้ผิวไวต่อแสง เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
- ควรหลีกเลี่ยงการทาโลชั่น น้ำหอม หรือแป้งฝุ่นในบริเวณที่จะทำเลเซอร์ในวันนัดหมาย เพื่อป้องกันปฏิกิริยาระหว่างสารเคมีกับเลเซอร์
ขั้นตอนการเลเซอร์ขน
- การประเมินและปรึกษาเบื้องต้น แพทย์จะประเมินลักษณะผิว สีขน ประวัติทางการแพทย์ และอธิบายผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้รับ รวมถึงจำนวนครั้งที่ควรทำ
- การเตรียมบริเวณผิวหนัง ผู้รับบริการจะต้องโกนขนบริเวณที่จะทำเลเซอร์ให้เรียบร้อยก่อนวันทำ และเจ้าหน้าที่จะทำความสะอาดผิวอีกครั้งก่อนเริ่มขั้นตอน
- การป้องกันดวงตา ทั้งผู้รับบริการและผู้ทำหัตถการจะต้องสวมแว่นตานิรภัยเพื่อป้องกันอันตรายจากแสงเลเซอร์
- การยิงเลเซอร์ หมอ/เจ้าหน้าที่จะเริ่มยิงเลเซอร์ลงบนบริเวณที่ต้องการกำจัดขน โดยเครื่องจะปล่อยแสงพลังงานออกมาชั่วขณะ และอาจรู้สึกเหมือนโดนดีดหนังยางเบา ๆ หรืออุ่น ๆ
- การประคบเย็นหลังทำ เพื่อลดอาการระคายเคือง แดง หรือบวมเล็กน้อยหลังทำ อาจมีการใช้เจลเย็นหรือผ้าเย็นประคบบริเวณที่ทำเลเซอร์
- คำแนะนำหลังทำ แพทย์หรือเจ้าหน้าที่จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลผิว เช่น หลีกเลี่ยงแสงแดด งดการขัดผิว และใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงที่อ่อนโยน
ข้อควรปฏิบัติหลังเลเซอร์ขน
- หลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรงอย่างน้อย 7 วัน การสัมผัสแสงแดดอาจทำให้ผิวที่ผ่านเลเซอร์ไวต่อรังสียูวี เสี่ยงต่อการเกิดรอยดำหรือไหม้
- ทาครีมกันแดดทุกวัน ควรใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป แม้ในวันที่ไม่ได้ออกแดดจัด เพื่อป้องกันรังสี UV
- งดการขัด ถู หรือแว็กซ์ผิวในบริเวณที่ทำ อย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อป้องกันผิวลอกหรือบาดเจ็บเพิ่มเติม
- ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่อ่อนโยน เช่น เจลว่านหางจระเข้หรือโลชั่นสูตรไม่มีแอลกอฮอล์ เพื่อให้ความชุ่มชื้นและลดการระคายเคือง
- งดกิจกรรมที่ทำให้ผิวร้อนหรือมีเหงื่อมาก เช่น การซาวน่า การออกกำลังกายหนัก หรือแช่น้ำร้อน ภายใน 24-48 ชั่วโมงแรก
- สังเกตอาการผิดปกติ หากมีรอยแดง รอยไหม้ หรือผื่นขึ้นผิดปกติ ควรติดต่อคลินิกหรือแพทย์ผู้ดูแลทันที
เลือกเลเซอร์ขนที่ไหนดี?
- ใบรับรองและมาตรฐานคลินิก ควรเลือกคลินิกที่ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข และมีแพทย์ผิวหนังหรือผู้เชี่ยวชาญด้านเลเซอร์เป็นผู้ดูแล
- เครื่องเลเซอร์ได้มาตรฐาน ตรวจสอบว่าเครื่องเลเซอร์ที่ใช้ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา (FDA) หรือมาตรฐานยุโรป (CE Mark)
- รีวิวจากผู้ใช้จริง ควรศึกษาประสบการณ์ของผู้ใช้บริการจริงจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เช่น รีวิวใน Google, Facebook หรือเว็บไซต์ของคลินิก
- มีการประเมินผิวและเส้นขนก่อนทำ คลินิกที่ดีควรมีขั้นตอนการประเมินและวิเคราะห์ผิว เพื่อเลือกเทคโนโลยีและการตั้งค่าที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
- โปรแกรมการดูแลต่อเนื่อง เช่น การนัดติดตามผล และการแนะนำการดูแลผิวหลังทำ เพื่อให้ผลลัพธ์ชัดเจนและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน
ทำไมต้องรัตตินันท์ คลินิก?
- เทคโนโลยีที่ทันสมัย ใช้ทั้ง Fotona NDYAG และ MeDioStar NeXT PRO ซึ่งสามารถปรับความลึกและความแรงของพลังงานได้ตามโทนสีผิวและสีขนของผู้รับบริการ ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำ ปลอดภัย และลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง
- แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังดูแลโดยตรง การดูแลโดยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูง ช่วยประเมินผิว เลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสม และวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล
- บริการแบบมืออาชีพ เจ้าหน้าที่ได้รับการฝึกอบรมอย่างเข้มข้น มีการติดตามผลหลังการทำและให้คำแนะนำการดูแลผิวอย่างละเอียด
- ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและยาวนาน ด้วยเครื่องมือและการวางแผนที่แม่นยำ ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่พบว่าขนลดลงอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่ครั้งแรก และบางรายมีขนขึ้นใหม่ช้าลงหรือไม่ขึ้นอีกเลย
- มาตรฐานความสะอาดและความปลอดภัย คลินิกมีระบบฆ่าเชื้ออุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน และควบคุมคุณภาพบริการในทุกขั้นตอน
เทคโนโลยีที่ใช้ Fotona NDYAG และ MeDioStar Monolith
- Fotona NDYAG เทคโนโลยีเลเซอร์ความยาวคลื่น 1064 nm ที่สามารถเจาะลึกสู่รากขนได้โดยไม่ทำร้ายผิวชั้นบน เหมาะสำหรับบริเวณใบหน้า เลเซอร์หนวด เครา ให้ผลลัพธ์แม่นยำและปลอดภัย ให้บริการโดยแพทย์ผิวหนัง
- MeDioStar NeXT PRO เป็น Diode Laser รุ่นใหม่จากเยอรมนี ที่ใช้คลื่นคู่ 810 nm และ 940 nm ช่วยให้การกำจัดขนเป็นไปอย่างนุ่มนวล เจ็บน้อย และเหมาะกับผิวทุกประเภท เน้นใช้บริเวณร่างกาย เช่น รักแร้ แขน ขา หลัง บิกินี ให้บริการโดยเจ้าหน้าที่มืออาชีพ ภายใต้การดูแลของแพทย์ผิวหนัง
ทีมแพทย์รักษาผิวพรรณ
รัตตินันท์ คลินิก
พญ. รัตตินันท์ ตรีรัตน์
ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ
พญ. นฤมล วิเชียร
แพทย์หญิง
พญ. จุฑามาศ ตันคุณากร
แพทย์โรคผิวหนัง
นพ. ศศินทร์ ตรีรัตน์
นายแพทย์
เลเซอร์ขนราคาเท่าไหร่?
คำถามที่พบบ่อย
หลังเลเซอร์ขนแล้วแสบร้อนผิวไหม?
อาการแสบร้อนหรือรู้สึกอุ่นผิวเป็นเรื่องปกติหลังจากการเลเซอร์ในช่วง 1-2 ชั่วโมงแรก และสามารถบรรเทาได้ด้วยการประคบเย็น หากอาการยังคงอยู่เกิน 24 ชั่วโมง ควรปรึกษาแพทย์ทันที
เลเซอร์ขนต้องทำกี่ครั้ง?
โดยทั่วไปแนะนำให้ทำประมาณ 6-10 ครั้ง ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ ความหนาแน่นของเส้นขน และการตอบสนองของแต่ละบุคคล โดยควรเว้นระยะห่างระหว่างครั้งประมาณ 4-6 สัปดาห์
เลเซอร์ขนใช้เวลานานไหม?
ระยะเวลาในการทำขึ้นอยู่กับขนาดของพื้นที่ที่ต้องการกำจัดขน เช่น ใต้วงแขนใช้เวลาเพียง 5-10 นาที ขาอาจใช้เวลา 30-60 นาที
เลเซอร์ขนแล้วขนจะขึ้นอีกไหม?
หลังจากทำครบคอร์ส ขนจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ไม่สามารถกำจัดขนได้ 100% ขนที่กลับมาจะบางลงและขึ้นช้าลงมาก การทำซ้ำปีละ 1-2 ครั้งจะช่วยคงผลลัพธ์
เลเซอร์ขนแล้วคันเกิดจากอะไร?
อาการคันหลังเลเซอร์อาจเกิดจากการระคายเคืองของผิวหนังซึ่งเป็นปฏิกิริยาชั่วคราว ควรหลีกเลี่ยงการเกา และใช้เจลว่านหางจระเข้หรือโลชั่นลดการระคายเคือง หากมีผื่นหรืออาการผิดปกติควรพบแพทย์
เลเซอร์ขนเจ็บไหม?
ระดับความรู้สึกเจ็บขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำและความไวของผิวแต่ละบุคคล โดยส่วนใหญ่เปรียบเทียบว่าเหมือนโดนดีดหนังยางเบา ๆ บริเวณที่บอบบางอาจรู้สึกมากขึ้น แต่สามารถใช้เจลหรือเครื่องช่วยลดความเจ็บได้
เลเซอร์ขนแล้วสามารถเลเซอร์หน้า (เช่น Pico Laser) ได้ไหม?
สามารถทำได้ แต่ ไม่ควรทำในวันเดียวกัน และควร เว้นระยะห่างระหว่างหัตถการประมาณ 5-7 วัน หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคลและคำแนะนำจากแพทย์ผู้ดูแล
เลเซอร์ขนแล้วสามารถทำ Ulthera, Thermage, หรือ HIFU ได้ไหม?
สามารถทำได้ แต่ต้องเว้นระยะห่างที่เหมาะสม เพื่อให้ผิวมีเวลาฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์และไม่เกิดการซ้อนทับของพลังงานในชั้นผิว
หากทำยกกระชับก่อนเลเซอร์ขน ก็ยังแนะนำให้เว้นระยะ 5–7 วันเช่นกัน เพื่อให้ผิวคลายอาการบวมร้อนก่อนรับการยิงเลเซอร์อีกรอบ
| ประเภทหัตถการ | เวลาที่ควรเว้นหลังเลเซอร์ขน |
| Ulthera | 7–10 วันขึ้นไป |
| Thermage | 10–14 วัน (เพราะพลังงานลงลึกและร้อนกว่า) |
| HIFU | 5–7 วัน |
เลเซอร์ขนอันตรายไหม?
โดยทั่วไป การเลเซอร์ขนถือว่าเป็นหัตถการที่ปลอดภัยเมื่อดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญและใช้เครื่องมือที่ได้มาตรฐาน มีการควบคุมพลังงานอย่างเหมาะสม และผ่านการรับรองจากองค์กรระดับสากล เช่น องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)
อย่างไรก็ตาม อาจเกิดผลข้างเคียงในบางกรณี โดยเฉพาะหากไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์หรือทำในสถานที่ที่ไม่ได้มาตรฐาน ตัวอย่างของผลข้างเคียงที่พบได้ ได้แก่
- รอยแดงหรือผิวแสบร้อนหลังการทำ
- ผิวลอกหรือระคายเคืองเล็กน้อย
- ผิวไหม้ หรือเกิดรอยด่าง (พบได้บ่อยในผู้ที่มีผิวคล้ำและใช้เลเซอร์ที่ไม่เหมาะสม)
- การเกิดขนคุด หากไม่ดูแลผิวอย่างถูกวิธีหลังการทำ
เลเซอร์ขนเสี่ยงโรคมะเร็งจริงไหม?
คำถามที่หลายคนกังวลเกี่ยวกับการเลเซอร์ขนคือ “เลเซอร์ทำให้เป็นมะเร็งหรือไม่?” คำตอบคือ ไม่ มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ใด ๆ ที่ยืนยันว่าการกำจัดขนด้วยเลเซอร์ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง
เลเซอร์ที่ใช้ในการกำจัดขนเป็นพลังงานแสงที่อยู่ในช่วงความยาวคลื่นเฉพาะ ซึ่งจะซึมผ่านเข้าสู่ชั้นผิวหนังเพียงเล็กน้อย เพื่อทำลายเม็ดสีในรากขน โดยไม่สามารถเข้าไปถึงระดับดีเอ็นเอ (DNA) หรือสร้างการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่ก่อให้เกิดเซลล์มะเร็งได้
องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) และสมาคมแพทย์ผิวหนังทั่วโลกต่างให้การรับรองว่า การเลเซอร์ขนเป็นหัตถการที่ปลอดภัยและไม่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคมะเร็งแต่อย่างใด
ทั้งนี้ ความเข้าใจผิดอาจเกิดจากการที่บางคนมีอาการผิวแดงหรืออักเสบหลังการทำเลเซอร์ ซึ่งเป็นผลข้างเคียงชั่วคราว ไม่ใช่อาการของโรคร้ายแรง ดังนั้น การเลือกใช้บริการกับคลินิกที่ได้มาตรฐานและมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญดูแล จะยิ่งเพิ่มความมั่นใจในความปลอดภัยของหัตถการนี้


นักเขียนบทความสุขภาพ รัตตินันท์ คลินิก ทำหน้าที่ ค้นคว้าและตรวจสอบงานวิจัยล่าสุด ทั้งเรื่องผิวหนัง สารออกฤทธิ์ เลเซอร์ และศัลยกรรมความงาม เพื่อนำความรู้ที่ซับซ้อนเหล่านั้นมา แปลให้เป็นภาษาที่เข้าใจง่าย ถูกต้อง และเชื่อถือได้ เป้าหมายหลักคือการทำให้ข้อมูลทุกชิ้นที่คลินิกสื่อสารออกไปนั้น มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ (Evidence-based) เพื่อให้คุณผู้อ่านสามารถ ตัดสินใจเลือกการดูแลผิวหรือหัตถการได้อย่างมั่นใจและเหมาะสม โดยไม่ถูกชี้นำเกินจริง และเข้าใจถึงกลไกที่แท้จริงเบื้องหลังผลลัพธ์นั้น ๆ