คุณหมอสรุปให้ Tesla Former คืออะไร ทำไมต้อง รัตตินันท์ คลินิก
Tesla Former คือเทคโนโลยีกระตุ้นกล้ามเนื้อด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (FMS) เพื่อสร้างกล้ามเนื้อและกระชับสัดส่วนโดยไม่ต้องออกแรง เหมาะกับผู้ที่ต้องการลดไขมัน สร้างกล้าม หรือกระชับอุ้งเชิงกราน รักษาที่รัตตินันท์ คลินิก พร้อมปรึกษาฟรี
Tesla Former คืออะไร ?
Tesla Former ทำงานอย่างไร ?
TESLA Former FMS เหมาะกับใครบ้าง ?
- ผู้ที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง ปั้นหุ่นสวยในเวลาจำกัด
- ผู้ที่ต้องการมี กล้ามท้อง 6 pack, 11 line, V line และก้นกลมเด้ง
- ผู้ที่ต้องการมีรูปร่างกระชับได้สัดส่วน ดูสุขภาพดี โดยไม่ต้องเหนื่อยออกกำลังกาย
- ผู้ที่ออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อแต่ยังไม่เห็นผล
- คุณแม่หลังคลอด หน้าท้องย้วย ต้องการกระชับรูปร่างให้เข้าที่เร็วขึ้น
- ผู้ที่มีอาการปวดเมื่อย จากโรคออฟฟิศซินโดรม
- ผู้ที่มีภาวะปัสสาวะเล็ด
- ผู้ที่ต้องการเสริมสมรรถภาพทางเพศ กระชับรัก
- ผู้ที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้อ หลังการดูดไขมัน
เครื่อง Tesla Former มีจุดเด่นและข้อดีอย่างไรบ้าง ?
- สามารถสร้างกล้ามเนื้อได้ครอบคลุมเกือบทุกตำแหน่ง ยกเว้นศีรษะและหน้าอก ไม่ว่าจะเป็น กล้ามเนื้อหน้าท้อง ก้น ขา แขน หลัง ให้เกิดความแข็งแรง เฟิร์มกระชับ สวยงามได้รูป รวมไปถึงยังมี Tesla Former Chair ซึ่งเป็นเก้าอี้ที่มีการฝังตัวส่งพลังงานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (FMS) ภายในเก้าอี้ถึง 2 จุด คือบริเวณอุ้งเชิงกราน และด้านหลังส่วนล่าง เป็นเทคโนโลยีหนึ่งเดียวในปัจจุบัน ที่ทำให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานแข็งแรงขึ้น พร้อมๆ กับสร้างกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core muscle) ให้แข็งแรงไปด้วยพร้อมกัน
- ไม่ทำเกิดอันตราย ต่อร่างกายและผิวหนัง ไม่ทำลายเนื้อเยื่อรอบๆ กล้ามเนื้อ
- มี applicators 4 หัว (4 body applicators) สำหรับใช้บริเวณกล้ามเนื้อหน้าท้อง แขน ขา หรือก้น และมีอีก 2 หัวที่อยู่ในเก้าอี้ คือบริเวณอุ้งเชิงกรานและด้านหลังส่วนล่าง (Tesla Former Chair) สามารถให้การรักษาได้พร้อมกัน หรือสามารถแยกพื้นที่ในการทำได้มากกว่า 1 จุด ประหยัดเวลา สะดวกสบายขณะทำ
- เป็นเครื่องเดียวที่ทำให้กล้ามเนื้อหดเกร็งและคลายอัตโนมัติต่อเนื่องถึง 50,000 ครั้งใน 30 นาที จนถึงจุดที่กล้ามเนื้อหดเกร็งได้ 100% (Supramaximal contractions)
- ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน และเป็นที่น่าพึงพอใจ โดยจะสามารถเห็นผลได้ชัดเจนที่สุดในช่วงประมาณ 4-8 สัปดาห์ หลังการทำครั้งสุดท้าย และจะดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- ไม่ใช่การผ่าตัด (Non-Invasive) ข้อดีคือ ไม่ต้องพักฟื้น (No Downtime) ไม่เจ็บ (Painless) ไม่มีผลข้างเคียง (No Side Effects)
Tesla Former Chair
Tesla Former Chair ช่วยอะไรได้บ้าง ?
- แก้ปัญหากล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน (pelvic floor) หย่อน
- แก้ปัญหาช่องคลอดหลวม (vaginal laxity)
- แก้ปัญหาในเรื่องสมรรถภาพทางเพศลดลง
- แก้ปัญหาปัสสาวะเล็ด (urinary incontinence) และอุจจาระเล็ด (fecal incontinence)
- แก้ปัญหากล้ามเนื้อแกนกลาง (core muscle) ไม่แข็งแรง ซึ่งเป็นสาเหตุให้ลำตัวไม่ตรงและมีอาการปวดหลัง
บทความที่เกี่ยวข้อง
ผลลัพธ์เมื่อทำ เทสล่า ฟอร์เมอร์ พบว่า
- กล้ามเนื้อกระชับ สร้างกล้ามได้ ช่วยให้ไขมันลดลง
- ช่วยลดพุง ลดหน้าท้อง สร้างซิกแพค กล้ามเนื้อหน้าท้อง สร้าง V-Line
- กระชับก้น สะโพก สร้างก้น ก้นงอนสวย
- ต้นแขน ต้นขา เฟิร์มกระชับ ไม่ย้วย
- ช่วยเสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศ
- กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานแข็งแรง
- ช่องคลอดกระชับขึ้น
ผลจาก งานวิจัย เมื่อใช้ Tesla Former
- สามารถเพิ่มมวลกล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้อง (abdominal muscles) ได้ 15% ในการรักษาต่อเนื่อง 8 ครั้ง
- ลดเส้นรอบเอว (waist circumference) ได้เฉลี่ย 3 ซม.
- เพิ่มกล้ามเนื้อก้น (buttock muscles) ได้ 16%
- ลดไขมันหน้าท้อง (belly fat) ได้ 25% ในการรักษาต่อเนื่อง 4 ครั้ง
- ลดผนังหน้าท้องหรือกล้ามเนื้อหน้าท้องแยกออกจากกันได้ (abdominal wall separation; Diastasis Recti)
Tesla Former ทำอะไรได้บ้าง ?
1. สร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (muscle strengthening)
- หน้าท้อง สร้างซิกแพค (Six Pack), ร่อง 11, Vlines
- สะโพก ก้นเด้ง (gluteus)
- ต้นขาด้านหน้า (anterior thigh)
- ต้นขาด้านใน (inner thigh)
- ต้นขาด้านนอก (outer thigh)
- ต้นขาหลัง (hamstrings)
- แขน (arms)
- กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน (pelvic floor)
- กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (core muscle)
- น่อง (calfs)
Supra Maximum contraction คืออะไร ?
- ทำให้เกิดการสร้างกล้ามเนื้อ
- เพิ่มมวลกล้ามเนื้อและไฟเบอร์ในกล้ามเนื้อขึ้นใหม่ ทำให้กล้ามเนื้อมีปริมาณเพิ่มขึ้น ขนาดใหญ่ และแข็งแรงขึ้น
- เพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงาน
- สลายไขมันส่วนเกิน จนทำให้เห็นลอนกล้ามเนื้อชัดขึ้นทุกส่วน
Core Muscle (กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว) คืออะไร และสำคัญอย่างไร ?
- กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน
- กล้ามเนื้อหลัง
- กล้ามเนื้อหน้าท้อง
ข้อห้ามในการทำ Tesla Former มีอะไรบ้าง
- กำลังตั้งครรภ์ (Pregnancy)
- หากมีประจำเดือนควรหลีกเลี่ยงการทำ
- ไม่ควรทำหลังรับประทานอาหารทันที อย่างน้อยควรเว้นระยะเวลาหลังอาหารประมาณ 2-3 ชั่วโมง
- ไม่สวมใส่เสื้อผ้าที่มีโลหะในการเข้าทำการรักษา เช่น ซิปหรือกระดุมโลหะ
- ไม่สวมเครื่องประดับทุกชนิดที่เป็นโลหะ เช่น แหวน กำไล สร้อยคอ สร้อยข้อมือ เป็นต้น
- ไม่สวมนาฬิกาแบบดิจิตอล ขณะทำ
- งดเล่นมือถือขณะเข้าทำการรักษา
- เป็นเนื้องอกชนิดที่เป็นเนื้อร้ายหรือมะเร็ง (Malignant tumor/active cancer)
- เป็นโรคลมชัก (Epilepsy)
- มีกล้ามเนื้อฉีกขาดในบริเวณที่จะทำการรักษาหรือบริเวณใกล้เคียง
- ใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ (Cardiac pacemakers)
- เป็นโรคปอดขั้นรุนแรง (severe active pulmonary conditions)
คำถามที่พบบ่อย
Tesla Former ต้องทำกี่ครั้ง และใช้เวลานานเท่าไหร่ถึงจะเห็นผล
แนะนำว่าควรทำการรักษาอย่างน้อย 8 ครั้ง ต่อ 1 จุดที่ทำการรักษา (ทำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ) ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับปัญหารูปร่างตอนเริ่มเข้ารับการรักษา และผลลัพธ์ที่ต้องการด้วย
ระยะเวลาในการเข้ารักษาจะเริ่มรู้สึกได้ถึงผลลัพธ์ความเปลี่ยนแปลงในครั้ง 4 เป็นต้นไป และผลลัพธ์จะดีขึ้นเรื่อยๆ จนถึง 8 สัปดาห์ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันที่บริเวณผิวหนังด้วย
ระยะห่างในการทำการรักษาแต่ละครั้งที่ดีที่สุด ควรจะเป็นวันเว้นวัน หรืออย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์ แนะนำว่าหากจะทำการรักษาในบริเวณเดิมให้พักอย่างน้อย 1 วัน
ความรู้สึกขณะทำ เทสล่า ฟอร์เมอร์ และหลังทำเป็นอย่างไร
ขณะที่เครื่อง เทสล่า ฟอร์เมอร์ ปล่อยพลังงานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมา จะรู้สึกว่ากล้ามเนื้อถูกกระตุ้น รู้สึกเหมือนกล้ามเนื้อบีบตัว อาจจะรู้สึกจี้ดๆ ได้ในบางตำแหน่ง แต่จะไม่รู้สึกเจ็บหรือปวดใดๆ ในบริเวณที่ทำ หลังทำในวันถัดไป อาจจะมีอาการเมื่อยกล้ามเนื้อในบริเวณที่ทำได้ เหมือนที่เราออกกำลังกายมาอย่างหนัก
Tesla Former (FMS) แตกต่างจากเทคโนโลยีอื่นอย่างไร
เป็นเครื่องเดียวในปัจจุบันที่สร้างกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core Muscle) ให้แข็งแรงได้และเป็นเทคโนโลยีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแบบเฉพาะเจาะจง (FMS) ที่ส่งคลื่นพลังงานลงลึกไปที่กล้ามเนื้อมัดเล็กและมัดใหญ่ได้อย่างทั่วถึง
ในปัจจุบันมี 2 เทคโนโลยี ที่ผ่านการรับรองจาก ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) และ Therapeutic Goods Administration (TGA) จากประเทศออสเตรเลีย คือเครื่อง เทสล่า ฟอร์เมอร์ และ Emsculpt ซึ่งทั้ง 2 เครื่องนี้ มีเทคโนโลยีพลังงานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือเรียกว่า Functional Magnetic Stimulation (FMS) เหมือนกันทั้งคู่ แต่ปริมาณพลังงานที่ปล่อยออกมามีความแตกต่างกันและค่อนข้างหลากหลาย
เทสล่า ฟอร์เมอร์ ทำให้กล้ามเนื้อหดเกร็งและคลายอัตโนมัติต่อเนื่องติดต่อกัน 50,000 ครั้งในเวลา 30 นาที และให้พลังงาน 3 tesla ในขณะที่ Emsculpt ทำให้กล้ามเนื้อหดเกร็งเพียง 20,000 ครั้งในเวลา 30 นาที และให้พลังงาน 2 tesla ซึ่งจะเห็นได้ว่า Tesla Former นั้นให้พลังงานที่สูงกว่า และทำให้เกิดกล้ามเนื้อหดเกร็งได้จำนวนครั้งมากกว่า Emsculpt
Functional Magnetic Stimulation (FMS) ช่วยยกกระชับกล้ามเนื้อในบริเวณที่ทำการรักษา ซึ่งเป็นเป้าหมายที่การออกกำลังกายปกติไม่สามารถทำได้ โดยจะเริ่มเห็นผลการรักษาที่ชัดเจนขึ้นในเวลา 4 สัปดาห์ หลังจากทำการรักษาครั้งสุดท้าย และจะดีขึ้นเรื่อยๆ นานถึง 8 สัปดาห์ ซึ่งในคนที่มีความกระฉับกระเฉงหรือเป็นคนที่เล่นกีฬาสม่ำเสมออยู่แล้วก็จะเห็นผลเร็วขึ้นเนื่องจากความจำของกล้ามเนื้อ (muscle memory)
ข้อได้เปรียบอีกอย่างหนึ่งของ เทสล่า ฟอร์เมอร์ คือการที่มี เก้าอี้ เทสล่า ฟอร์เมอร์ ซึ่งเป็นเก้าอี้ที่มีการฝังตัวส่งพลังงานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (FMS) ภายในเก้าอี้ถึง 2 จุด คือบริเวณอุ้งเชิงกราน และด้านหลังส่วนล่าง เป็นเทคโนโลยีหนึ่งเดียวในปัจจุบัน ที่ทำให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานแข็งแรงขึ้น (pelvic floor strengthening) พร้อมๆ กับสร้างกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core muscle) ให้แข็งแรงไปด้วยพร้อมกัน
รีวิว หลังการทำ Tesla Former
รีวิวหลังการทำ Tesla Former ครั้งที่ 4
รายละเอียดการรักษา
เวลาในการรักษา
30 นาที/ครั้ง
ไม่เจ็บ
ไม่ต้องผ่าตัด
ทำได้หลายส่วน
ในเวลาเดียวกัน
ไม่ต้องพักฟื้น
ทำเสร็จกลับบ้านได้เลย
Alert : ควรทำการรักษาอย่างน้อย 8 ครั้ง ต่อ 1 จุดที่ทำการรักษา และทำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ เช่น วันเว้นวัน หรืออย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์ และหากทำการรักษาในบริเวณเดิมให้พักอย่างน้อย 1 วัน


นักเขียนบทความสุขภาพ รัตตินันท์ คลินิก ทำหน้าที่ ค้นคว้าและตรวจสอบงานวิจัยล่าสุด ทั้งเรื่องผิวหนัง สารออกฤทธิ์ เลเซอร์ และศัลยกรรมความงาม เพื่อนำความรู้ที่ซับซ้อนเหล่านั้นมา แปลให้เป็นภาษาที่เข้าใจง่าย ถูกต้อง และเชื่อถือได้ เป้าหมายหลักคือการทำให้ข้อมูลทุกชิ้นที่คลินิกสื่อสารออกไปนั้น มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ (Evidence-based) เพื่อให้คุณผู้อ่านสามารถ ตัดสินใจเลือกการดูแลผิวหรือหัตถการได้อย่างมั่นใจและเหมาะสม โดยไม่ถูกชี้นำเกินจริง และเข้าใจถึงกลไกที่แท้จริงเบื้องหลังผลลัพธ์นั้น ๆ