โบท็อกลิฟกรอบหน้า (Botox Lift) คืออะไร?
- Nefertiti Lift ฉีดบริเวณกล้ามเนื้อ Platysma ตามแนวกรอบหน้าและลำคอ เพื่อลดแรงดึงที่ทำให้ผิวช่วงล่างดูหย่อนคล้อย
- Masseter (ลดกราม) ฉีดที่กล้ามเนื้อเคี้ยวเพื่อลดขนาดกรามให้เล็กลง ในกรณีที่กรามมีความหนาจนทำให้หน้าดูแน่หรือกว้างเกินไป
- DAO (มุมปาก) ฉีดกล้ามเนื้อที่คอยดึงมุมปากลง เพื่อช่วยให้มุมปากและแก้มส่วนล่างดูยกขึ้นเล็กน้อย หน้าจะดูสดใสขึ้น
โบท็อกลิฟกรอบหน้า ช่วยเรื่องอะไร?
- ช่วยให้กรอบหน้าดูคมชัดขึ้น
- ช่วยดูแลเรื่องเหนียงในระยะเริ่มต้น
- ใบหน้าดูเรียวเล็กและได้รูป
- ปรับมุมปากให้ดูสดใสขึ้น
- ช่วยชะลอความหย่อนคล้อยในระยะยาว
โบท็อกลิฟกรอบหน้า เหมาะกับใคร?
- ผู้ที่เริ่มรู้สึกว่ากรอบหน้าไม่คมชัด แต่ผิวโดยรวมยังไม่หย่อนคล้อยมาก
- ผู้ที่มีรูปหน้ากว้างจากกล้ามเนื้อเคี้ยว (กรามโต)
- ผู้ที่ต้องการดูแลในเชิงป้องกัน (ช่วงอายุ 30-40 ปี)
- ผู้ที่มีมุมปากตกจนทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้าหรือดูดุ
โบท็อกลิฟกรอบหน้า ไม่เหมาะกับใคร?
- ผู้ที่มีความหย่อนคล้อยในระดับปานกลางถึงมาก
- ผู้ที่มีโครงสร้างหน้ากว้างจากกระดูกกราม
- คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
- โรคระบบกล้ามเนื้อและเส้นประสาท เช่น โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Myasthenia Gravis, ALS) หรือโรคกล้ามเนื้ออักเสบ
- ผู้ที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของโบทูลินัม ท็อกซิน เช่น Albumin ควรแจ้งคุณหมอให้ทราบก่อนทุกครั้ง
ข้อดีของ โบท็อกลิฟกรอบหน้า มีอะไรบ้าง?
- สวยได้แบบไม่ต้องพักฟื้น หัตถการนี้ใช้เวลาเพียง 15-30 นาทีเท่านั้น ไม่ต้องวางยาสลบ หลังทำเสร็จคุณสามารถกลับไปทำงานหรือไปทำธุระต่อได้ทันที
- เห็นความเปลี่ยนแปลงได้ไว ในขณะที่หัตถการกลุ่มงานผิวอื่น ๆ อาจต้องรอนานหลายเดือนเพื่อให้คอลลาเจนสร้างใหม่ แต่โบท็อกจะเริ่มออกฤทธิ์ให้คุณรู้สึกถึงความกระชับได้ภายใน 3-5 วัน และจะเห็นผลลัพธ์เต็มที่ในเวลาประมาณ 2 สัปดาห์
- ปรับเปลี่ยนได้ตามความพึงพอใจ เนื่องจากผลของโบท็อกจะอยู่ได้ประมาณ 3-4 เดือน แล้วค่อย ๆ สลายไปเองตามธรรมชาติ
- ยิ่งฉีดต่อเนื่อง ผลลัพธ์ยิ่งดูดีในระยะยาว สำหรับการฉีดเพื่อลดกราม (Masseter) เมื่อดูแลอย่างต่อเนื่อง มวลกล้ามเนื้อมักจะลดขนาดลงได้มากขึ้น และสามารถทิ้งช่วงการฉีดได้นานขึ้นในหลายราย
- ดูแลตัวเองได้ในงบประมาณที่สบายใจ เมื่อเทียบกับหัตถการยกกระชับด้วยเครื่องมือขนาดใหญ่หรือการผ่าตัด การลิฟกรอบหน้าด้วยโบท็อกมีค่าใช้จ่ายที่เข้าถึงได้ง่ายกว่ามาก
ข้อควรระวังของ โบท็อกลิฟกรอบหน้า มีอะไรบ้าง?
- ทักษะและการประเมินของแพทย์คือหัวใจสำคัญ การลิฟกรอบหน้ามีความละเอียดอ่อนกว่าการฉีดริ้วรอยทั่วไป การเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์จึงช่วยให้คุณมั่นใจในผลลัพธ์ได้มากกว่า
- ผลลัพธ์มีความต่อเนื่องแต่ไม่ถาวร โดยปกติโบท็อกจะทำหน้าที่ได้เต็มที่ประมาณ 3-4 เดือนแล้วจะค่อย ๆ สลายไปตามธรรมชาติ อาจต้องมีการวางแผนกลับมาดูแลซ้ำอย่างสม่ำเสมอตามรอบที่คุณหมอแนะนำ
- รอยช้ำหรืออาการบวมเล็กน้อยที่อาจเกิดขึ้น หลังฉีดอาจมีรอยบวมจากเข็มหรือรอยช้ำจิ๋ว ๆ ได้บ้างในบางจุด โดยเฉพาะบริเวณที่มีเส้นเลือดฝอยหนาแน่น แต่จะค่อย ๆ หายไปเองภายใน 3-7 วัน
- ขอบเขตของผลลัพธ์ สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำความเข้าใจว่าโบท็อกช่วยปรับสมดุลกล้ามเนื้อได้ดีเยี่ยม แต่หากปัญหาเกิดจากผิวที่หย่อนคล้อยมากจากคอลลาเจนที่เสื่อมสภาพ การใช้โบท็อกเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถยกหน้าขึ้นได้เท่ากับการทำหัตถการกลุ่มเครื่องมือยกกระชับอื่น ๆ
ฉีด โบท็อกลิฟกรอบหน้า เลือกยี่ห้อไหนดี?
การเลือกโบทูลินัม ท็อกซิน สำหรับการลิฟกรอบหน้าไม่ได้ขึ้นอยู่กับชื่อแบรนด์เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของตัวยาที่ต้องเข้ากับเทคนิคและบริเวณที่ต้องการดูแล ซึ่งเป็นสิ่งที่แพทย์จะประเมินให้ก่อนเสมอ
คุณสมบัติหลักที่แพทย์ใช้พิจารณา
- Diffusion Profile หรือรัศมีการกระจายตัวของยาหลังฉีด ยาที่กระจายตัวแคบเหมาะกับจุดที่ต้องการความแม่นยำสูง เช่น กล้ามเนื้อกราม (Masseter) หรือมุมปาก เพื่อไม่ให้กระทบกล้ามเนื้อมัดข้างเคียง ส่วนยาที่กระจายตัวได้กว้างขึ้นเหมาะกับงาน Nefertiti Lift ที่ต้องครอบคลุมกล้ามเนื้อ Platysma ซึ่งเป็นแผงกว้างตามแนวคอและกรอบหน้า
- Onset และ Duration หรือระยะเวลาที่ยาเริ่มออกฤทธิ์และอยู่ได้นานแค่ไหน ซึ่งส่งผลต่อการวางแผนการดูแลในระยะยาว
- ความบริสุทธิ์ของตัวยาและมาตรฐานการผลิต ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัยและความเสถียรของผลลัพธ์
ที่รัตตินันท์ คลินิก เราเลือกใช้ 2 แบรนด์
- Allergan (USA) เป็นแบรนด์ต้นตำรับที่มีงานวิจัยรองรับมากที่สุดในโลก ตัวยามี Diffusion Profile ที่แคบและแม่นยำ เหมาะสำหรับจุดที่ต้องการความพอดีสูง เช่น การลดกราม (Masseter) และจุดรอบมุมปาก ผลลัพธ์จึงคมชัดและควบคุมได้ดี
- Dysport (UK) โดดเด่นด้วย Diffusion Profile ที่ครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างกว่า เหมาะกับงานลิฟกรอบหน้าและ Nefertiti Lift เพราะช่วยให้ยาครอบคลุมกล้ามเนื้อ Platysma ได้ทั่วถึง ให้ผลลัพธ์ที่ยกกระชับดูเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งตึง และเริ่มเห็นผลค่อนข้างไว
ทั้งสองแบรนด์ผ่านการรับรองจาก อย. ไทย และมีมาตรฐานความบริสุทธิ์สูง การเลือกว่าจะใช้ตัวไหนสำหรับแต่ละจุดขึ้นอยู่กับการประเมินโครงสร้างกล้ามเนื้อของคุณโดยแพทย์เป็นรายบุคคล เพราะใบหน้าแต่ละคนมีสัดส่วนและแรงดึงของกล้ามเนื้อที่ไม่เหมือนกัน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ลิฟกรอบหน้า
โบท็อกลิฟกรอบหน้า เจ็บไหม?
การเตรียมตัวก่อนฉีด โบท็อกลิฟกรอบหน้า
- หลีกเลี่ยงกลุ่มยาหรืออาหารเสริมที่มีฤทธิ์ทำให้เลือดหยุดไหลยาก เช่น Aspirin, Ibuprofen, น้ำมันปลา, วิตามิน E และสารสกัดจากใบแปะก๊วย (Ginkgo Biloba) อย่างน้อย 7 วันก่อนฉีด เพื่อลดโอกาสเกิดรอยเขียวช้ำ
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดอย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนรับบริการ
- แจ้งประวัติสุขภาพให้คุณหมอทราบทุกครั้ง โดยเฉพาะหากกำลังตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบประสาทและกล้ามเนื้อ
- คุณไม่จำเป็นต้องงดน้ำหรืออาหาร สามารถใช้ชีวิตและทานอาหารได้ตามปกติก่อนถึงเวลานัด
วิธีดูแลตัวเองหลังฉีด โบท็อกลิฟกรอบหน้า
- หลีกเลี่ยงการนวด กด หรือคลึงบริเวณที่ฉีดอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง
- งดออกกำลังกายหนักอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงหลังฉีด
- หลีกเลี่ยงความร้อนสูงทุกรูปแบบ เช่น การเข้าซาวน่า ห้องอบไอน้ำ หรือการนอนคว่ำหน้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์
- หากมีรอยช้ำ เล็ก ๆ เกิดขึ้น สามารถใช้ผ้าเย็นประคบเบา ๆ ได้ โดยระวังไม่ให้กดแรงจนเกินไป
- คุณสามารถล้างหน้าและแต่งหน้าได้ตามปกติหลังจากผ่านช่วงเวลาแรกไปแล้ว
- งดแต่งหน้าในบริเวณที่ฉีดอย่างน้อย 6-12 ชั่วโมง
โบท็อกลิฟกรอบหน้า อยู่ได้นานแค่ไหน?
โบท็อกลิฟกรอบหน้า ใช้กี่ยูนิต
หัตถการ | บริเวณที่ฉีด | ปริมาณโดยประมาณ |
โบลิฟกรอบหน้า | กล้ามเนื้อ Platysma (แนวขากรรไกร) | 20-50 ยูนิต (รวมสองข้าง) |
โบลิฟกรอบหน้า | กล้ามเนื้อ DAO (มุมปาก) | 2-4 ยูนิต (ต่อข้าง) |
โบกราม | กล้ามเนื้อ Masseter (กราม) | 20-40 ยูนิต (ต่อข้าง) |
ถ้าอยาก หน้าเรียว-เล็ก ทำหัตถการอื่นแทนได้ไหม?
- ถ้าหน้ากว้างเพราะกล้ามเนื้อกรามโต การฉีดโบท็อกลดกรามคือทางเลือกที่ตรงจุดที่สุด
- ถ้าหน้าดูใหญ่เพราะไขมันส่วนเกิน การดูดไขมันพร้อมยกกระชับจะช่วยให้ช่วงแก้มดูเล็กลงและกรอบหน้าเรียวขึ้นอย่างชัดเจนในระยะยาว
- ถ้ากรอบหน้าไม่ชัดจากผิวหย่อนคล้อย การใช้เครื่องมือยกกระชับอย่าง Ultherapy หรือ Thermage FLX จะช่วยจัดการกับโครงสร้างผิวชั้นลึกได้ดีกว่าการใช้โบท็อกเพียงอย่างเดียว
- ถ้าต้องการปรับสัดส่วนใบหน้าให้ดูยาวขึ้น การเสริมคาง (Chin Augmentation) อาจเป็นคำตอบที่ช่วยให้รูปหน้าดูมีมิติและดูเรียวเล็กลงได้อย่างถาวร
สรุป โบท็อกลิฟกรอบหน้า มีข้อดี-ข้อควรระวังอะไรบ้าง? ทำดีไหม?
ทีมแพทย์รักษาผิวพรรณ
รัตตินันท์ คลินิก
พญ. รัตตินันท์ ตรีรัตน์
ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ
พญ. นฤมล วิเชียร
แพทย์หญิง
พญ. จุฑามาศ ตันคุณากร
แพทย์โรคผิวหนัง


นักเขียนบทความสุขภาพ รัตตินันท์ คลินิก ทำหน้าที่ ค้นคว้าและตรวจสอบงานวิจัยล่าสุด ทั้งเรื่องผิวหนัง สารออกฤทธิ์ เลเซอร์ และศัลยกรรมความงาม เพื่อนำความรู้ที่ซับซ้อนเหล่านั้นมา แปลให้เป็นภาษาที่เข้าใจง่าย ถูกต้อง และเชื่อถือได้ เป้าหมายหลักคือการทำให้ข้อมูลทุกชิ้นที่คลินิกสื่อสารออกไปนั้น มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ (Evidence-based) เพื่อให้คุณผู้อ่านสามารถ ตัดสินใจเลือกการดูแลผิวหรือหัตถการได้อย่างมั่นใจและเหมาะสม โดยไม่ถูกชี้นำเกินจริง และเข้าใจถึงกลไกที่แท้จริงเบื้องหลังผลลัพธ์นั้น ๆ