โบท็อกลิฟกรอบหน้า (Botox Lift) ช่วยหน้าเรียวได้จริงไหม?

botox lift
การลิฟกรอบหน้าด้วยโบท็อก เป็นหนึ่งในหัตถการยอดนิยมที่คุณหมอมักจะได้รับคำถามอยู่เสมอ เพราะสำหรับผู้ที่เริ่มรู้สึกว่าช่วงกรามดูไม่ชัด หรืออยากให้ใบหน้าดูเรียวสวยและได้รูปขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด วิธีนี้มักจะเป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึง แต่ก่อนที่เราจะตัดสินใจทำกัน อยากชวนมาทำความรู้จักกันสักนิดว่า การลิฟกรอบหน้านั้นทำงานอย่างไร จะช่วยดูแลปัญหาผิวของเราได้ในระดับไหน และแบบไหนถึงจะเรียกว่าเหมาะกับรูปหน้าของเราที่สุด ในบทความนี้เราตั้งใจรวบรวมข้อมูลตั้งแต่หลักการทำงานเบื้องต้น ข้อดีที่ควรรู้ ไปจนถึงเทคนิคการดูแลตัวเองเพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาสวยถูกใจที่สุด

โบท็อกลิฟกรอบหน้า (Botox Lift) คืออะไร?

การลิฟกรอบหน้าด้วยโบท็อก (Botox Lift) คือการฉีดโบทูลินัม ท็อกซิน เข้าไปยังกล้ามเนื้อบริเวณรอบกรอบหน้า โดยเฉพาะกล้ามเนื้อ Platysma (กล้ามเนื้อบริเวณลำคอส่วนบน) ที่อยู่บริเวณลำคอส่วนบน รวมถึงกล้ามเนื้อส่วนที่คอยดึงมุมปากและแก้มให้ตกลง จุดประสงค์ก็เพื่อลดแรงดึงที่คอยรั้งผิวให้หย่อนคล้อยลงนั่นเอง เมื่อแรงดึงลงน้อยลง กล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่พยุงโครงสร้างใบหน้าส่วนบนก็จะทำงานได้อย่างสมดุลและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ความต่างจากการฉีดโบท็อกลดริ้วรอยทั่วไป คือวิธีนี้จะเน้นไปที่ “การปรับสมดุลของกล้ามเนื้อ” ระหว่างกลุ่มที่ดึงขึ้นและกลุ่มที่ดึงลง เมื่อเราผ่อนคลายกล้ามเนื้อฝั่งที่ดึงลง ผลลัพธ์ที่ได้คือกรอบหน้าจะดูคมชัดขึ้น ผิวดูยกกระชับ และใบหน้าโดยรวมดูเรียวสวยเป็นธรรมชาติมากขึ้น
จุดฉีดที่ช่วยคืนความมั่นใจให้กรอบหน้า ในการทำหัตถการนี้ คุณหมอจะประเมินรูปหน้าของแต่ละท่านเป็นรายบุคคล เพื่อเลือกจุดฉีดที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งมักจะมีบริเวณหลัก ๆ ดังนี้
  • Nefertiti Lift ฉีดบริเวณกล้ามเนื้อ Platysma ตามแนวกรอบหน้าและลำคอ เพื่อลดแรงดึงที่ทำให้ผิวช่วงล่างดูหย่อนคล้อย
  • Masseter (ลดกราม) ฉีดที่กล้ามเนื้อเคี้ยวเพื่อลดขนาดกรามให้เล็กลง ในกรณีที่กรามมีความหนาจนทำให้หน้าดูแน่หรือกว้างเกินไป
  • DAO (มุมปาก) ฉีดกล้ามเนื้อที่คอยดึงมุมปากลง เพื่อช่วยให้มุมปากและแก้มส่วนล่างดูยกขึ้นเล็กน้อย หน้าจะดูสดใสขึ้น
ในทางปฏิบัติแล้ว ไม่มีสูตรการฉีดที่ตายตัวสำหรับทุกคน คุณหมอจะช่วยประเมินจากสภาพกล้ามเนื้อและโครงสร้างใบหน้าจริง ๆ ว่าควรเน้นจุดไหนเป็นพิเศษ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่รับกับใบหน้าของคุณที่สุด

โบท็อกลิฟกรอบหน้า ช่วยเรื่องอะไร?

แม้การลิฟกรอบหน้าจะให้ผลลัพธ์ที่น่าประทับใจ แต่ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับขอบเขตการทำงานจะช่วยให้เราคาดหวังผลลัพธ์ได้อย่างแม่นยำขึ้น ดังนี้
  • ช่วยให้กรอบหน้าดูคมชัดขึ้น
  • ช่วยดูแลเรื่องเหนียงในระยะเริ่มต้น
  • ใบหน้าดูเรียวเล็กและได้รูป
  • ปรับมุมปากให้ดูสดใสขึ้น
  • ช่วยชะลอความหย่อนคล้อยในระยะยาว
การลิฟกรอบหน้าด้วยโบท็อกเป็นวิธีที่ช่วยปรับสมดุลใบหน้าให้ดูยกและคมชัดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะมากสำหรับคนที่อยากเริ่มดูแลตัวเองแบบค่อยเป็นค่อยไป

โบท็อกลิฟกรอบหน้า เหมาะกับใคร?

สำหรับการพิจารณาว่า โบท็อกลิฟกรอบหน้า จะเป็นคำตอบที่ใช่สำหรับเราไหม คุณหมอมักจะแนะนำให้สังเกตจากลักษณะใบหน้าและความต้องการเบื้องต้น ดังนี้
  • ผู้ที่เริ่มรู้สึกว่ากรอบหน้าไม่คมชัด แต่ผิวโดยรวมยังไม่หย่อนคล้อยมาก
  • ผู้ที่มีรูปหน้ากว้างจากกล้ามเนื้อเคี้ยว (กรามโต)
  • ผู้ที่ต้องการดูแลในเชิงป้องกัน (ช่วงอายุ 30-40 ปี)
  • ผู้ที่มีมุมปากตกจนทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้าหรือดูดุ
เกร็ดเล็ก ๆ จากคุณหมอ การประเมินสภาพผิวและกล้ามเนื้อหน้ากระจกด้วยกันกับแพทย์ จะช่วยให้เราทราบว่าปัญหาที่กังวลอยู่นั้นเกิดจากกล้ามเนื้อ ผิวหนัง หรือไขมัน เพื่อที่จะได้เลือกหัตถการที่ตอบโจทย์คุณที่สุด

โบท็อกลิฟกรอบหน้า ไม่เหมาะกับใคร?

แม้โบท็อกลิฟกรอบหน้าจะเป็นหัตถการที่ดูแลได้ง่ายและเห็นผลดี แต่ก็ยังมีบางกรณีที่ผลลัพธ์อาจไม่ตอบโจทย์เท่าที่ควร หรือต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่คุ้มค่าที่สุด
  • ผู้ที่มีความหย่อนคล้อยในระดับปานกลางถึงมาก
  • ผู้ที่มีโครงสร้างหน้ากว้างจากกระดูกกราม
  • คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
  • โรคระบบกล้ามเนื้อและเส้นประสาท เช่น โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Myasthenia Gravis, ALS) หรือโรคกล้ามเนื้ออักเสบ
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของโบทูลินัม ท็อกซิน เช่น Albumin ควรแจ้งคุณหมอให้ทราบก่อนทุกครั้ง
การปรึกษาและแจ้งข้อมูลสุขภาพกับคุณหมออย่างตรงไปตรงมา จะช่วยให้เราออกแบบการรักษาที่ทั้งปลอดภัยและตรงใจคุณที่สุด

ข้อดีของ โบท็อกลิฟกรอบหน้า มีอะไรบ้าง?

ทำไมโบท็อกลิฟกรอบหน้าถึงยังครองใจใครหลายคนมาอย่างยาวนาน นั่นเป็นเพราะข้อดีที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะในเรื่องความสะดวกและผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ดังนี้
  • สวยได้แบบไม่ต้องพักฟื้น หัตถการนี้ใช้เวลาเพียง 15-30 นาทีเท่านั้น ไม่ต้องวางยาสลบ หลังทำเสร็จคุณสามารถกลับไปทำงานหรือไปทำธุระต่อได้ทันที
  • เห็นความเปลี่ยนแปลงได้ไว ในขณะที่หัตถการกลุ่มงานผิวอื่น ๆ อาจต้องรอนานหลายเดือนเพื่อให้คอลลาเจนสร้างใหม่ แต่โบท็อกจะเริ่มออกฤทธิ์ให้คุณรู้สึกถึงความกระชับได้ภายใน 3-5 วัน และจะเห็นผลลัพธ์เต็มที่ในเวลาประมาณ 2 สัปดาห์
  • ปรับเปลี่ยนได้ตามความพึงพอใจ เนื่องจากผลของโบท็อกจะอยู่ได้ประมาณ 3-4 เดือน แล้วค่อย ๆ สลายไปเองตามธรรมชาติ
  • ยิ่งฉีดต่อเนื่อง ผลลัพธ์ยิ่งดูดีในระยะยาว สำหรับการฉีดเพื่อลดกราม (Masseter) เมื่อดูแลอย่างต่อเนื่อง มวลกล้ามเนื้อมักจะลดขนาดลงได้มากขึ้น และสามารถทิ้งช่วงการฉีดได้นานขึ้นในหลายราย
  • ดูแลตัวเองได้ในงบประมาณที่สบายใจ เมื่อเทียบกับหัตถการยกกระชับด้วยเครื่องมือขนาดใหญ่หรือการผ่าตัด การลิฟกรอบหน้าด้วยโบท็อกมีค่าใช้จ่ายที่เข้าถึงได้ง่ายกว่ามาก
มุมมองจากคุณหมอ ความสวยที่พอดี คือเสน่ห์ของการใช้โบท็อก เพราะช่วยปรับแต่งความหย่อนคล้อยเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เข้าที่ โดยที่ยังคงเอกลักษณ์และความเป็นธรรมชาติของใบหน้าคุณไว้ได้อย่างครบถ้วน

ข้อควรระวังของ โบท็อกลิฟกรอบหน้า มีอะไรบ้าง?

แม้โบท็อกลิฟกรอบหน้าจะเป็นหัตถการที่ปลอดภัยและทำได้ง่าย แต่เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาสวยละมุนและตรงใจที่สุด ก็มีข้อควรระวังบางประการที่คุณหมออยากให้พิจารณาก่อนเริ่มทำ ดังนี้
  • ทักษะและการประเมินของแพทย์คือหัวใจสำคัญ การลิฟกรอบหน้ามีความละเอียดอ่อนกว่าการฉีดริ้วรอยทั่วไป การเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์จึงช่วยให้คุณมั่นใจในผลลัพธ์ได้มากกว่า
  • ผลลัพธ์มีความต่อเนื่องแต่ไม่ถาวร โดยปกติโบท็อกจะทำหน้าที่ได้เต็มที่ประมาณ 3-4 เดือนแล้วจะค่อย ๆ สลายไปตามธรรมชาติ อาจต้องมีการวางแผนกลับมาดูแลซ้ำอย่างสม่ำเสมอตามรอบที่คุณหมอแนะนำ
  • รอยช้ำหรืออาการบวมเล็กน้อยที่อาจเกิดขึ้น หลังฉีดอาจมีรอยบวมจากเข็มหรือรอยช้ำจิ๋ว ๆ ได้บ้างในบางจุด โดยเฉพาะบริเวณที่มีเส้นเลือดฝอยหนาแน่น แต่จะค่อย ๆ หายไปเองภายใน 3-7 วัน
  • ขอบเขตของผลลัพธ์ สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำความเข้าใจว่าโบท็อกช่วยปรับสมดุลกล้ามเนื้อได้ดีเยี่ยม แต่หากปัญหาเกิดจากผิวที่หย่อนคล้อยมากจากคอลลาเจนที่เสื่อมสภาพ การใช้โบท็อกเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถยกหน้าขึ้นได้เท่ากับการทำหัตถการกลุ่มเครื่องมือยกกระชับอื่น ๆ
คำแนะนำเพิ่มเติม ที่รัตตินันท์ คลินิก คุณหมอจะเน้นการพูดคุยและประเมินอย่างละเอียดก่อนเสมอ เพื่อให้คุณทราบถึงผลลัพธ์ที่จะได้รับตามจริง และเลือกวิธีการรักษาที่เข้ากับพื้นฐานโครงสร้างใบหน้าของคุณที่สุด

ฉีด โบท็อกลิฟกรอบหน้า เลือกยี่ห้อไหนดี?

การเลือกโบทูลินัม ท็อกซิน สำหรับการลิฟกรอบหน้าไม่ได้ขึ้นอยู่กับชื่อแบรนด์เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของตัวยาที่ต้องเข้ากับเทคนิคและบริเวณที่ต้องการดูแล ซึ่งเป็นสิ่งที่แพทย์จะประเมินให้ก่อนเสมอ

คุณสมบัติหลักที่แพทย์ใช้พิจารณา

  • Diffusion Profile หรือรัศมีการกระจายตัวของยาหลังฉีด ยาที่กระจายตัวแคบเหมาะกับจุดที่ต้องการความแม่นยำสูง เช่น กล้ามเนื้อกราม (Masseter) หรือมุมปาก เพื่อไม่ให้กระทบกล้ามเนื้อมัดข้างเคียง ส่วนยาที่กระจายตัวได้กว้างขึ้นเหมาะกับงาน Nefertiti Lift ที่ต้องครอบคลุมกล้ามเนื้อ Platysma ซึ่งเป็นแผงกว้างตามแนวคอและกรอบหน้า
  • Onset และ Duration หรือระยะเวลาที่ยาเริ่มออกฤทธิ์และอยู่ได้นานแค่ไหน ซึ่งส่งผลต่อการวางแผนการดูแลในระยะยาว
  • ความบริสุทธิ์ของตัวยาและมาตรฐานการผลิต ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัยและความเสถียรของผลลัพธ์

ที่รัตตินันท์ คลินิก เราเลือกใช้ 2 แบรนด์

  • Allergan (USA) เป็นแบรนด์ต้นตำรับที่มีงานวิจัยรองรับมากที่สุดในโลก ตัวยามี Diffusion Profile ที่แคบและแม่นยำ เหมาะสำหรับจุดที่ต้องการความพอดีสูง เช่น การลดกราม (Masseter) และจุดรอบมุมปาก ผลลัพธ์จึงคมชัดและควบคุมได้ดี
  • Dysport (UK) โดดเด่นด้วย Diffusion Profile ที่ครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างกว่า เหมาะกับงานลิฟกรอบหน้าและ Nefertiti Lift เพราะช่วยให้ยาครอบคลุมกล้ามเนื้อ Platysma ได้ทั่วถึง ให้ผลลัพธ์ที่ยกกระชับดูเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งตึง และเริ่มเห็นผลค่อนข้างไว

ทั้งสองแบรนด์ผ่านการรับรองจาก อย. ไทย และมีมาตรฐานความบริสุทธิ์สูง การเลือกว่าจะใช้ตัวไหนสำหรับแต่ละจุดขึ้นอยู่กับการประเมินโครงสร้างกล้ามเนื้อของคุณโดยแพทย์เป็นรายบุคคล เพราะใบหน้าแต่ละคนมีสัดส่วนและแรงดึงของกล้ามเนื้อที่ไม่เหมือนกัน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ลิฟกรอบหน้า

โบท็อกลิฟกรอบหน้า เจ็บไหม?

ส่วนใหญ่จะรู้สึกเจ็บน้อยมาก ๆ ความรู้สึกจะคล้ายกับการถูกเข็มเล็ก ๆ จิ้มเบา ๆ อย่างรวดเร็วเท่านั้น เนื่องจากเราใช้เข็มขนาดจิ๋วและใช้เวลาทำหัตถการไม่นาน สำหรับบางจุดที่ผิวบอบบางหรือไวต่อสัมผัส เช่น บริเวณรอบมุมปาก อาจจะรู้สึกได้มากกว่าจุดอื่นเล็กน้อย แต่โดยรวมแล้วเป็นความเจ็บในระดับที่ทนได้สบาย ๆ โดยไม่จำเป็นต้องแปะยาชา

การเตรียมตัวก่อนฉีด โบท็อกลิฟกรอบหน้า

  • หลีกเลี่ยงกลุ่มยาหรืออาหารเสริมที่มีฤทธิ์ทำให้เลือดหยุดไหลยาก เช่น Aspirin, Ibuprofen, น้ำมันปลา, วิตามิน E และสารสกัดจากใบแปะก๊วย (Ginkgo Biloba) อย่างน้อย 7 วันก่อนฉีด เพื่อลดโอกาสเกิดรอยเขียวช้ำ
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดอย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนรับบริการ
  • แจ้งประวัติสุขภาพให้คุณหมอทราบทุกครั้ง โดยเฉพาะหากกำลังตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบประสาทและกล้ามเนื้อ
  • คุณไม่จำเป็นต้องงดน้ำหรืออาหาร สามารถใช้ชีวิตและทานอาหารได้ตามปกติก่อนถึงเวลานัด

วิธีดูแลตัวเองหลังฉีด โบท็อกลิฟกรอบหน้า

  • หลีกเลี่ยงการนวด กด หรือคลึงบริเวณที่ฉีดอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง
  • งดออกกำลังกายหนักอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงหลังฉีด
  • หลีกเลี่ยงความร้อนสูงทุกรูปแบบ เช่น การเข้าซาวน่า ห้องอบไอน้ำ หรือการนอนคว่ำหน้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์
  • หากมีรอยช้ำ เล็ก ๆ เกิดขึ้น สามารถใช้ผ้าเย็นประคบเบา ๆ ได้ โดยระวังไม่ให้กดแรงจนเกินไป
  • คุณสามารถล้างหน้าและแต่งหน้าได้ตามปกติหลังจากผ่านช่วงเวลาแรกไปแล้ว
  • งดแต่งหน้าในบริเวณที่ฉีดอย่างน้อย 6-12 ชั่วโมง

โบท็อกลิฟกรอบหน้า อยู่ได้นานแค่ไหน?

โดยทั่วไปผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 3-4 เดือนสำหรับการฉีดครั้งแรก และมักจะอยู่ได้นานขึ้นเมื่อมีการกลับมาฉีดซ้ำอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมวลกล้ามเนื้อจะค่อย ๆ ลดขนาดลง โดยเฉพาะบริเวณกล้ามเนื้อเคี้ยว (Masseter) ที่อาจจะเริ่มสังเกตเห็นว่าสามารถทิ้งช่วงการฉีดได้ยาวนานขึ้นหลังจากผ่านการฉีดไปแล้วประมาณ 2-3 ครั้ง

โบท็อกลิฟกรอบหน้า ใช้กี่ยูนิต

ปริมาณยูนิตที่ใช้จะขึ้นอยู่กับโครงสร้างกล้ามเนื้อและบริเวณที่ต้องการดูแล ซึ่งแต่ละคนจะมีความต้องการที่แตกต่างกันไป โดยตัวเลขประเมินเบื้องต้นมีดังนี้

หัตถการ

บริเวณที่ฉีด

ปริมาณโดยประมาณ

โบลิฟกรอบหน้า

กล้ามเนื้อ Platysma (แนวขากรรไกร)

20-50 ยูนิต (รวมสองข้าง)

โบลิฟกรอบหน้า

กล้ามเนื้อ DAO (มุมปาก)

2-4 ยูนิต (ต่อข้าง)

โบกราม

กล้ามเนื้อ Masseter (กราม)

20-40 ยูนิต (ต่อข้าง)

ถ้าอยาก หน้าเรียว-เล็ก ทำหัตถการอื่นแทนได้ไหม?

สามารถทำได้ ซึ่งคุณหมอจะแนะนำตามสาเหตุหลักที่ทำให้รูปหน้าดูไม่เรียว ดังนี้
  • ถ้าหน้ากว้างเพราะกล้ามเนื้อกรามโต การฉีดโบท็อกลดกรามคือทางเลือกที่ตรงจุดที่สุด
  • ถ้าหน้าดูใหญ่เพราะไขมันส่วนเกิน การดูดไขมันพร้อมยกกระชับจะช่วยให้ช่วงแก้มดูเล็กลงและกรอบหน้าเรียวขึ้นอย่างชัดเจนในระยะยาว
  • ถ้ากรอบหน้าไม่ชัดจากผิวหย่อนคล้อย การใช้เครื่องมือยกกระชับอย่าง Ultherapy หรือ Thermage FLX จะช่วยจัดการกับโครงสร้างผิวชั้นลึกได้ดีกว่าการใช้โบท็อกเพียงอย่างเดียว
  • ถ้าต้องการปรับสัดส่วนใบหน้าให้ดูยาวขึ้น การเสริมคาง (Chin Augmentation) อาจเป็นคำตอบที่ช่วยให้รูปหน้าดูมีมิติและดูเรียวเล็กลงได้อย่างถาวร
ทางที่ดีที่สุดคือการนัดเข้ามาปรึกษาเพื่อให้คุณหมอช่วยประเมินและวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้า จะได้เลือกวิธีที่ตอบโจทย์ความกังวลของคุณได้อย่างคุ้มค่าที่สุด ที่ รัตตินันท์ คลินิก เรายินดีให้ปรึกษาคุณหมอ *ไม่มีค่าใช้จ่าย

สรุป โบท็อกลิฟกรอบหน้า มีข้อดี-ข้อควรระวังอะไรบ้าง? ทำดีไหม?

การลิฟกรอบหน้าด้วยโบท็อกเป็นหัตถการที่ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ดูคมชัดและเรียวสวยขึ้นดูเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องพักฟื้น โดยหลักการสำคัญคือการใช้โบทูลินัม ท็อกซิน เข้าไปปรับสมดุลการทำงานของกล้ามเนื้อเพื่อลดแรงดึงที่คอยรั้งผิวให้หย่อนคล้อยลง พร้อมทั้งช่วยลดขนาดกล้ามเนื้อบริเวณกรามให้เล็กลง ส่งผลให้แนวกรามดูชัดเจนและใบหน้าโดยรวมดูยกกระชับขึ้นภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์นั้นขึ้นอยู่กับการประเมินปัญหาอย่างแม่นยำ เพราะหากความหย่อนคล้อยเกิดจากปัญหาผิวในชั้นลึกหรือไขมันส่วนเกิน การเลือกทำหัตถการอื่นควบคู่กันไปอาจจะให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่ากว่า การได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อวิเคราะห์มัดกล้ามเนื้อและโครงสร้างใบหน้าก่อนตัดสินใจ จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้คุณได้รับผลลัพธ์ที่ตรงใจและปลอดภัยที่สุด ซึ่งทาง รัตตินันท์ คลินิก ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยดีไซน์รูปหน้าที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลโดยเฉพาะเพื่อให้คุณมั่นใจในทุกย่างก้าวของการดูแลตัวเอง
   

ทีมแพทย์รักษาผิวพรรณ
รัตตินันท์ คลินิก

พญ. รัตตินันท์ ตรีรัตน์
ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ

พญ. นฤมล วิเชียร
แพทย์หญิง

พญ. จุฑามาศ ตันคุณากร
แพทย์โรคผิวหนัง

นพ. ศศินทร์ ตรีรัตน์
นายแพทย์