ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม คืออะไร? อันตรายไหม? ยี่ห้อไหนดี?

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

เลือกหัวข้อที่คุณสนใจ

อยาก ฉีดร่องแก้ม แต่ยังลังเล เพราะมีคำถามค้างอยู่ในใจหลายข้อพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความปลอดภัย ยี่ห้อไหนที่เชื่อถือได้ หรือผลลัพธ์ที่จะออกมาเป็นอย่างไร ความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นได้เสมอเมื่อต้องตัดสินใจในเรื่องที่เกี่ยวกับใบหน้า บทความนี้รวบรวมทุกคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มไว้ในที่เดียว ตั้งแต่หลักการทำงาน ยี่ห้อที่ใช้กันในปัจจุบัน ความเสี่ยงที่ต้องรู้จริง ไปจนถึงสิ่งที่ควรถามแพทย์ก่อนตัดสินใจ

สาเหตุที่ทำให้เกิดร่องแก้ม คืออะไร

ร่องแก้ม (Nasolabial Fold) เป็นเส้นร่องที่ทอดยาวจากข้างจมูกลงมาถึงมุมปากทั้งสองข้าง ทุกคนมีร่องนี้อยู่ตามธรรมชาติตั้งแต่เกิด แต่ที่ทำให้รู้สึกว่าหน้าดูแก่ลงคือเมื่อร่องนี้ลึกและชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีสาเหตุหลักดังนี้
  • คอลลาเจนและอีลาสตินลดลงตามวัย หลังอายุ 20 ปี ร่างกายสร้างคอลลาเจนลดลงประมาณ 1 เปอร์เซ็นต์ต่อปี เมื่อสะสมนาน ๆ เข้า ผิวจึงสูญเสียความยืดหยุ่น ไม่สามารถพยุงโครงสร้างได้เหมือนเดิม
  • ไขมันใต้ผิวบริเวณแก้มลดลง วอลุ่มของไขมันที่เคยพยุงแก้มให้อวบอิ่มค่อย ๆ หายไปตามวัย เมื่อแก้มส่วนบนตอบลง น้ำหนักของผิวและเนื้อเยื่อที่เหลือจะกดทับลงมาตามแรงโน้มถ่วง ทำให้ร่องแก้มเด่นชัดขึ้น
  • เนื้อเยื่อชั้น SMAS หย่อนตัวลง SMAS คือชั้นพังผืดที่ทำหน้าที่พยุงโครงสร้างใบหน้าในระดับลึก เมื่อเริ่มยืดและหย่อน ผิวชั้นบนก็หย่อนตามลงมาด้วย ร่องแก้มจึงยิ่งลึกขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
  • โครงสร้างกระดูกและพันธุกรรม คนที่มีโหนกแก้มไม่นูนหรือกระดูกใต้ตาตื้น จะมีแรงพยุงไขมันน้อยกว่า ร่องแก้มจึงปรากฏชัดเร็วกว่าค่าเฉลี่ย แม้อายุยังไม่มาก
  • การลดน้ำหนักเร็ว เมื่อไขมันที่เคยเติมเต็มโครงสร้างหน้าหายไปในเวลาสั้น ผิวไม่มีเวลาปรับตัว ร่องแก้มจึงปรากฏขึ้นทันทีแม้อายุน้อยและคอลลาเจนยังดีอยู่
  • แสงแดดและมลภาวะ รังสี UVA ทำลายเส้นใยคอลลาเจนในชั้นผิวหนังแท้โดยตรง สะสมทุกวันโดยไม่รู้สึกตัว ทำให้ผิวเสื่อมสภาพเร็วกว่าวัย
สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการสูญเสียทั้งวอลุ่มและความยืดหยุ่นไปพร้อมกัน การแก้ที่ได้ผลจริงจึงต้องประเมินก่อนว่าร่องแก้มที่ลึกขึ้นมาจากสาเหตุใดเป็นหลัก เพราะแนวทางการดูแลที่เหมาะสมจะแตกต่างกันในแต่ละกรณี

ฉีดร่องแก้ม คืออะไร?

ฉีดร่องแก้มหรือฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม คือการนำสาร Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นสารให้ความชุ่มชื้นที่ร่างกายสร้างขึ้นเองตามธรรมชาติ มาฉีดเข้าบริเวณร่องแก้มและโครงสร้างโดยรอบ เพื่อเพิ่มวอลุ่มที่สูญเสียไป ช่วยให้ร่องแก้มตื้นขึ้นและใบหน้าดูสมดุลขึ้น สิ่งที่บางคนอาจยังไม่รู้คือการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มที่ให้ผลดีและดูเป็นธรรมชาตินั้น ไม่จำเป็นต้องฉีดลงในร่องโดยตรงเสมอไป แพทย์ที่ชำนาญด้านนี้จะประเมินโครงสร้างใบหน้าทั้งหมดก่อน เพราะในหลายกรณี ร่องแก้มที่ลึกเกิดจากการสูญเสียวอลุ่มที่บริเวณโหนกแก้มหรือขมับ การเติมฟิลเลอร์ในจุดเหล่านั้นจึงช่วยยกโครงสร้างแก้มขึ้น และทำให้ร่องแก้มตื้นขึ้นได้โดยไม่ต้องเน้นที่ร่องโดยตรง ผลลัพธ์ที่ได้จะดูเป็นธรรมชาติและสมดุลกว่า สาร HA ที่ใช้มีหลายสูตร แตกต่างกันทั้งความหนืด ความยืดหยุ่น และลักษณะการกระจายตัวหลังฉีด แพทย์จะเลือกสูตรที่เหมาะกับตำแหน่งที่ฉีดและโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคน ไม่ใช่ใช้สูตรเดียวกันทุกราย นอกจากนี้สาร HA ยังสามารถละลายได้ด้วย Hyaluronidase ซึ่งเป็นข้อดีด้านความยืดหยุ่นในกรณีที่ต้องการปรับแก้ผลลัพธ์ภายหลัง

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ช่วยเรื่องอะไร?

ฟิลเลอร์ร่องแก้มไม่ได้แค่เติมร่อง แต่ช่วยปรับโครงสร้างใบหน้าให้ดูสมดุลขึ้นในหลายจุดพร้อมกัน ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่แพทย์วางแผนฉีด โดยสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้จริงมีดังนี้
  • ร่องแก้มตื้นลง เงาในร่องลดลง ร่องแก้มที่ลึกทำให้หน้าดูแก่ไม่ใช่เพราะตัวร่องเอง แต่เพราะเงาที่เกิดขึ้น เมื่อเติมวอลุ่มเข้าไป มุมของผิวในจุดนั้นเปลี่ยน แสงตกกระทบต่างออกไป เงาจึงลดลงตามไปด้วย
  • แก้มดูมีมิติและสมดุลขึ้น การเติมวอลุ่มที่โหนกแก้มหรือแก้มส่วนกลางที่ตอบลง ช่วยพยุงโครงสร้างใบหน้าส่วนบนให้ดูเต็มขึ้น ผลที่ได้คือร่องแก้มตื้นขึ้นเองตามโครงสร้าง โดยไม่ต้องเน้นฉีดลงร่องโดยตรง และดูเป็นธรรมชาติกว่า
  • มุมปากไม่ดูห้อยลง เมื่อร่องแก้มตื้นขึ้น แรงดึงที่กดมุมปากลงก็ลดตามไปด้วย ใบหน้าโดยรวมดูผ่อนคลายและไม่ดูเคร่งเครียดโดยไม่มีสาเหตุ

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม เหมาะกับใคร

ฟิลเลอร์ร่องแก้มให้ผลดีที่สุดในกลุ่มที่ปัญหาหลักมาจากการสูญเสียวอลุ่ม ไม่ใช่ทุกคนที่มีร่องแก้มแล้วจะเหมาะกับวิธีนี้เสมอไป การประเมินก่อนว่าสาเหตุที่แท้จริงคืออะไรจึงสำคัญกว่าการเลือกจากอาการที่เห็น กลุ่มที่เหมาะกับฟิลเลอร์ร่องแก้ม
  • ร่องแก้มลึกในระดับน้อยถึงปานกลาง ยังไม่มีผิวหย่อนหรือแก้มห้อยลงชัดเจน ปัญหาหลักมาจากวอลุ่มที่ลดลงมากกว่าโครงสร้างที่หย่อน
  • แก้มหรือโหนกแก้มตอบลงตามวัย แม้ร่องแก้มจะไม่ลึกมาก แต่การสูญเสียวอลุ่มในแก้มส่วนบนทำให้ร่องดูเด่นกว่าที่ควร การเติมในจุดพยุงช่วยได้โดยตรง
  • ลดน้ำหนักแล้วแก้มตอบและร่องแก้มปรากฏชัดขึ้น แม้อายุยังน้อยแต่ไขมันพยุงโครงสร้างหน้าหายไปเร็ว ฟิลเลอร์ช่วยคืนวอลุ่มในส่วนนี้ได้
  • ต้องการผลลัพธ์โดยไม่ผ่าตัดและไม่มีการพักฟื้น เหมาะกับคนที่อยู่ในช่วงชีวิตที่ไม่สะดวกพักฟื้น

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ไม่เหมาะกับใคร

มีสองกลุ่มที่ควรระวังก่อนตัดสินใจฉีด กลุ่มแรกคือผู้ที่มีข้อจำกัดทางสุขภาพที่ต้องแจ้งแพทย์ก่อนเสมอ กลุ่มที่สองคือผู้ที่ฟิลเลอร์ร่องแก้มอย่างเดียวอาจไม่ตอบโจทย์และอาจต้องวางแผนร่วมกับหัตถการอื่น ดังนี้
กลุ่มที่มีข้อจำกัดทางสุขภาพ
  • ตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร ยังไม่มีข้อมูลด้านความปลอดภัยที่เพียงพอ ควรเลื่อนออกไปก่อน
  • มีการอักเสบหรือติดเชื้อบริเวณใบหน้าอยู่ เช่น สิวอักเสบรุนแรง แผลเปิด หรือเริม ควรรักษาให้หายก่อนทุกครั้ง
  • รับประทานยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด ต้องแจ้งแพทย์ก่อน เพราะเพิ่มความเสี่ยงต่อการช้ำหลังฉีด
  • มีประวัติแพ้รุนแรงหรือมีภาวะภูมิต้านทานผิดปกติ ต้องประเมินร่วมกับแพทย์ก่อนทุกครั้ง
กลุ่มที่ฟิลเลอร์ร่องแก้มอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ
  • ผิวหย่อนคล้อยในระดับที่ชัดเจน เช่น แก้มเริ่มห้อยลงหรือกรอบหน้าไม่คมชัด กรณีนี้ปัญหาหลักอยู่ที่โครงสร้างพยุงผิวในชั้นลึก ไม่ใช่วอลุ่ม การเติมฟิลเลอร์อย่างเดียวอาจให้ผลไม่ตรงจุดหรือดูหนักเกินไป ควรพิจารณาร่วมกับหัตถการยกกระชับอย่าง Ultherapy หรือ Thermage FLX
  • ร่องแก้มที่ลึกมากจากกล้ามเนื้อที่เคลื่อนไหวบ่อยและแรง กลุ่มนี้อาจได้ผลดีกว่าเมื่อวางแผนร่วมกับโปรแกรม Botox เพื่อลดแรงหดตัวของกล้ามเนื้อในบริเวณนั้นไปพร้อมกัน

ข้อดี-ข้อควรระวัง ของการ ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

การตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มจะมั่นใจกว่าเมื่อรู้ทั้งสองด้านพร้อมกัน ทั้งสิ่งที่วิธีนี้ทำได้ดีจริงและสิ่งที่ต้องระวัง เพราะข้อมูลที่ครบจะช่วยให้คาดหวังผลลัพธ์ได้ตรงกับความเป็นจริงมากที่สุด

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

  • ไม่ต้องผ่าตัดและไม่มีการพักฟื้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที เป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่หลายคนเลือกวิธีนี้ก่อนพิจารณาตัวเลือกที่เจ็บกว่า
  • ปรับได้ตามโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคน ปริมาณและตำแหน่งที่ฉีดออกแบบได้ตามสภาพใบหน้าจริง ไม่ใช่สูตรสำเร็จ
  • เห็นการเปลี่ยนแปลงได้หลังทำ วอลุ่มที่เพิ่มขึ้นสังเกตเห็นได้ตั้งแต่วันแรก แม้จะยังมีอาการบวมเล็กน้อยอยู่บ้างในช่วงแรก
  • แก้ไขได้ สาร HA สามารถละลายได้ด้วย Hyaluronidase หากต้องการปรับแก้ผลลัพธ์ภายหลัง ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่หัตถการประเภทอื่นไม่มี
  • ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติเมื่อวางแผนถูกต้อง เมื่อแพทย์ประเมินโครงสร้างใบหน้าทั้งหมดและเลือกตำแหน่งที่เหมาะสม ผลที่ได้จะไม่ดูเกินธรรมชาติ

ข้อควรระวังของการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม อันตรายไหม?

โดยทั่วไปการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มมีความเสี่ยงต่ำเมื่ออยู่ในมือของแพทย์ที่ชำนาญและเข้าใจกายวิภาคของใบหน้าเป็นอย่างดี แต่ความเสี่ยงมีอยู่จริงและควรรู้ก่อนตัดสินใจ ดังนี้
  • ช้ำและบวมหลังฉีด เป็นผลที่พบได้บ่อยที่สุดและมักหายไปเองภายในไม่กี่วัน ไม่ใช่ภาวะแทรกซ้อน แต่ควรรู้ไว้เพื่อวางแผนตารางชีวิต
  • ผลลัพธ์อาจไม่เท่ากันทั้งสองข้าง ใบหน้าคนเราไม่ได้มีความเท่ากันอยู่แล้ว แต่แพทย์จะประเมินความแตกต่างของสองข้างก่อนฉีดเสมอ อย่างไรก็ตามความไม่เท่ากันหลังฉีดสามารถปรับแก้ได้เพื่อให้ใบหน้ามีความสมมาตรมากที่สุด
  • ฟิลเลอร์ดูนูนหรือเป็นก้อน มักเกิดเมื่อฉีดตื้นเกินไปหรือเลือกสูตรฟิลเลอร์ไม่เหมาะกับตำแหน่ง บริเวณร่องแก้มต้องการฟิลเลอร์ที่มีความหนืดพอดี ไม่แข็งหรืออ่อนเกินไป
  • เส้นเลือดอุดตัน (Vascular Occlusion) เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้น้อยแต่รุนแรงที่สุด เกิดเมื่อฟิลเลอร์เข้าไปในเส้นเลือดโดยไม่ตั้งใจ ส่งผลให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นขาดเลือดได้ บริเวณร่องแก้มมีเส้นเลือดหลายเส้นวิ่งผ่าน การฉีดโดยแพทย์ที่เข้าใจกายวิภาคและใช้เทคนิคที่เหมาะสมช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม มีกี่ยี่ห้อ เลือกยี่ห้อไหนดี?

ที่รัตตินันท์ คลินิก ใช้ฟิลเลอร์ 3 ยี่ห้อหลัก ได้แก่ Juvederm จากสหรัฐอเมริกา Restylane จากสวีเดน และ Lorient จากเกาหลีใต้ โดยแต่ละยี่ห้อมีสูตรที่เหมาะกับการใช้งานต่างกัน ดังนี้

ยี่ห้อ Juvederm

บริเวณร่องแก้มแพทย์มักเลือกระหว่าง Voluma และ Volift ขึ้นอยู่กับว่าปัญหาหลักอยู่ที่ชั้นไหน Voluma เหมาะกับคนที่แก้มตอบและต้องการยกโครงสร้างใบหน้าส่วนกลางขึ้น โดยฉีดในชั้นลึกระดับเยื่อหุ้มกระดูกเพื่อพยุงโครงสร้างจากข้างใน ส่วน Volift เหมาะกับคนที่ต้องการเติมเต็มร่องแก้มโดยตรง เนื้อสัมผัสนุ่มและยืดหยุ่นกว่า รับแรงขยับตามสีหน้าได้ดีในชั้นกลาง ทั้งสองสูตรพัฒนาโดย Allergan ด้วยเทคโนโลยี VYCROSS ที่ผสาน HA สองขนาดโมเลกุลในอัตราส่วน 10:90 ทำให้คงรูปได้นานและกระจายตัวเรียบกว่ารุ่นเดิม

ยี่ห้อ Restylane

สูตรที่เหมาะกับร่องแก้มโดยเฉพาะคือ Restylane Lyft มีเนื้อเจลหนาแน่นพอที่จะรองรับโซนที่ขยับบ่อยอย่างบริเวณรอบปากและร่องแก้มได้โดยไม่แตกหรือเคลื่อนตำแหน่ง ขณะเดียวกันก็ยืดหยุ่นตามสีหน้าได้เป็นธรรมชาติ เหมาะกับการฉีดในชั้นกลางถึงลึก Restylane Lyft พัฒนาโดย Galderma ด้วย OBT technology ที่ลดปริมาณ BDDE cross-linker ทำให้เนื้อเจลกระจายตัวได้ดีขึ้นและยืดหยุ่นกว่าเทคโนโลยีรุ่นเดิมของ Galderma

ยี่ห้อ Lorient

เหมาะกับการเติมเต็มร่องแก้มและเพิ่มวอลุ่มแก้มส่วนล่างในชั้นกลาง จุดเด่นที่สัมผัสได้คือฟิลเลอร์คงรูปอยู่กับที่ ยืดหยุ่นตามสีหน้า และไม่ไหลออกจากตำแหน่งที่ฉีด ขณะเดียวกันก็ไม่ขัดขวางการไหลเวียนของน้ำและสารอาหารในชั้นผิว พัฒนาโดย Joonghun Pharmaceutical เกาหลีใต้ ด้วยโครงสร้าง HA แบบ 3D คล้ายรูพรุน ใช้สารเชื่อมโมเลกุล (BDDE) ในปริมาณต่ำ ได้รับการรับรองจาก MFDS เกาหลีและ CE Europe
ทั้งสามยี่ห้อผ่านการรับรองมาตรฐานและมีหลักฐานทางคลินิกรองรับ สิ่งที่กำหนดผลลัพธ์จริงไม่ใช่ยี่ห้อ แต่คือสูตรที่มีความหนืดและความยืดหยุ่นเหมาะกับชั้นผิวและโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคน คำถามที่ควรถามแพทย์จึงไม่ใช่ “ยี่ห้อไหนดี” แต่คือ “สูตรไหนเหมาะกับร่องแก้ม”

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม อยู่ได้นานไหม?

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม อยู่ได้นาน โดยทั่วไปสังเกตผลได้ประมาณ 9-18 เดือน ขึ้นอยู่กับสูตรที่เลือกและปัจจัยของแต่ละคน ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ดังนี้
  • บริเวณร่องแก้มสลายเร็วกว่าจุดอื่น เพราะเป็นโซนที่ขยับตลอดเวลาทั้งจากการพูด การกิน และการแสดงอารมณ์ แรงขยับซ้ำ ๆ เร่งการสลายตัวของ HA ทำให้ฟิลเลอร์ในโซนนี้อยู่ได้สั้นกว่าบริเวณที่เคลื่อนไหวน้อยกว่า เช่น ขมับหรือคาง
  • สูตรที่เลือกมีผลโดยตรง Voluma ที่ฉีดชั้นลึกเพื่อยกโครงสร้างอยู่ได้นานกว่าสูตรที่ฉีดชั้นกลางอย่าง Volift หรือ Restylane Lyft เพราะชั้นลึกขยับน้อยกว่าและสูตรมีความหนาแน่นสูงกว่า
  • มีระบบเผาผลาญทำงานเร็ว หรือออกกำลังกายหนักสม่ำเสมอมักทำให้ฟิลเลอร์สลายเร็วกว่าค่าเฉลี่ย
  • ผิวที่บางและมีชั้นไขมันน้อยอาจเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ชัดกว่าเมื่อฟิลเลอร์เริ่มสลาย
  • การฉีดซ้ำในจุดเดิมสม่ำเสมออาจช่วยให้ผลอยู่ได้นานขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากฟิลเลอร์บางสูตรจะกระตุ้นคอลลาเจนในบริเวณนั้นร่วมด้วย

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ใช้กี่ CC?

โดยทั่วไปฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ใช้ 1-2 cc ต่อครั้ง แต่ตัวเลขนี้ไม่ตายตัว เพราะปริมาณที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยพร้อมกัน ดังนี้
  • ความลึกของร่องแก้ม ร่องแก้มตื้นอาจใช้เพียง 0.5-1 cc รวมสองข้าง ขณะที่ร่องแก้มลึกหรือกรณีที่แก้มตอบร่วมด้วยอาจต้องการมากกว่านั้นเพื่อให้ได้สัดส่วนที่สมดุล
  • เป้าหมายการฉีด หากฉีดเพื่อเติมร่องโดยตรงอย่างเดียวใช้ปริมาณน้อยกว่า แต่หากแพทย์วางแผนเติมที่โหนกแก้มหรือแก้มส่วนกลางร่วมด้วยเพื่อยกโครงสร้างและลดร่องทางอ้อม ปริมาณรวมจะสูงขึ้น ซึ่งโดยรวมให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติกว่า
อย่างไรก็ตาม การเติมทีละน้อยให้ผลดีกว่า ตามหลักการที่แพทย์ใช้กันคือเริ่มจากปริมาณที่พอดีก่อน แล้วนัดประเมินผลหลังบวมยุบ หากต้องการเพิ่มค่อยเติมในครั้งถัดไป เพราะการเติมมากเกินในครั้งเดียวทำให้แก้มดูหนักหรือไม่เป็นธรรมชาติได้

เตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

การเตรียมตัวที่ดีช่วยลดโอกาสช้ำและบวมหลังฉีดได้มาก สิ่งที่ควรทำและหลีกเลี่ยงก่อนนัด มีดังนี้
  • งดยาและอาหารเสริมที่มีฤทธิ์ละลายลิ่มเลือดอย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนฉีด เช่น Aspirin, Ibuprofen, วิตามิน E, น้ำมันปลา และผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Omega-3 ในปริมาณสูง เพราะเพิ่มความเสี่ยงต่อการช้ำหลังฉีด หากรับประทานยาตามแพทย์สั่งอยู่ควรแจ้งแพทย์ก่อนเสมอ ไม่ควรหยุดยาเองโดยไม่ปรึกษา
  • งดแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนฉีด แอลกอฮอล์ขยายหลอดเลือดและเพิ่มโอกาสช้ำได้
  • แจ้งแพทย์หากมีเริมหรือการอักเสบบริเวณใบหน้า ควรเลื่อนนัดออกไปก่อนจนหายสนิท
  • มาด้วยใบหน้าที่สะอาด ไม่ต้องแต่งหน้า เพื่อให้แพทย์ประเมินโครงสร้างใบหน้าได้ตรงตามสภาพจริง
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักในวันก่อนนัด เพราะทำให้เลือดไหลเวียนแรงขึ้นและเพิ่มโอกาสช้ำ

ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

โดยรวมใช้เวลาประมาณ 30-60 นาทีรวมทุกขั้นตอน ดังนี้
  • ประเมินโครงสร้างใบหน้าและวางแผนก่อนฉีด แพทย์จะดูใบหน้าทั้งด้านหน้าและด้านข้าง ประเมินความสมมาตร ความลึกของร่อง และตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับแต่ละราย รวมถึงเลือกสูตรฟิลเลอร์ที่เหมาะกับโครงสร้างและเป้าหมาย
  • แปะยาชาบริเวณที่จะฉีด ทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาทีเพื่อลดความรู้สึกไม่สบายระหว่างฉีด
  • ทำความสะอาดผิวและทำเครื่องหมายจุดฉีด เพื่อให้การฉีดแม่นยำตามแผนที่วางไว้
  • ฉีดฟิลเลอร์ตามตำแหน่งที่กำหนด แพทย์อาจใช้เข็มปลายแหลมหรือปลายทู่ ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและเทคนิคที่เหมาะกับแต่ละราย โดยปลายทู่มักใช้ในโซนที่ต้องการลดความเสี่ยงต่อการช้ำ
  • นวดและประเมินผลหลังฉีด แพทย์จะปรับรูปทรงและตรวจสอบความสมมาตรทั้งสองข้างก่อนเสร็จสิ้น

วิธีดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

การดูแลหลังฉีดมีผลต่อความเรียบเนียนของฟิลเลอร์และระยะเวลาที่ผลลัพธ์คงทน สิ่งที่ควรทำและหลีกเลี่ยงในช่วงแรก มีดังนี้
  • หลีกเลี่ยงการกดหรือนวดบริเวณที่ฉีดอย่างน้อย 24 ชั่วโมง รวมถึงการนอนทับหน้าในคืนแรก เพื่อให้ฟิลเลอร์คงรูปในตำแหน่งที่แพทย์วางไว้
  • งดออกกำลังกายหนักอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง การออกกำลังกายเพิ่มการไหลเวียนเลือดและอาจทำให้ช้ำหรือบวมมากขึ้น
  • หลีกเลี่ยงความร้อนสูงอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เช่น ซาวน่า ห้องอบไอน้ำ หรือโยคะร้อน เพราะความร้อนเร่งการสลายตัวของ HA
  • งดแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงหลังฉีด เพื่อลดการอักเสบและการช้ำ
  • หากมีบวมหรือช้ำเล็กน้อย เป็นเรื่องปกติในช่วงแรก ประคบเย็นเบา ๆ ได้ในช่วง 24 ชั่วโมงแรก ไม่ควรประคบร้อน
  • หลีกเลี่ยงการทำหัตถการอื่นบริเวณใบหน้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เช่น การนวดหน้า เลเซอร์ หรือการทำ facial treatment เพื่อให้ฟิลเลอร์เซตตัวเต็มที่ก่อน

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ที่ไหนดี?

คำถามนี้ตอบได้ด้วยเกณฑ์ที่ใช้ประเมินได้จริง ไม่ใช่แค่ชื่อเสียงหรือโปรโมชั่น ซึ่งสิ่งที่ควรพิจารณาก่อนเลือกคลินิก มีดังนี้
  • แพทย์ที่เข้าใจกายวิภาคของใบหน้าในเชิงลึก ฟิลเลอร์ร่องแก้มต้องการการวางแผนและเทคนิคที่แม่นยำ โดยเฉพาะในโซนที่มีเส้นเลือดวิ่งผ่านใกล้ ประสบการณ์และความเข้าใจโครงสร้างใบหน้าของแพทย์คือปัจจัยที่สำคัญที่สุด
  • ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน ควรถามว่าคลินิกใช้ฟิลเลอร์ยี่ห้อใด ได้รับการรับรองจากหน่วยงานใด และมีการนำมาจากแหล่งที่ตรวจสอบได้
  • การประเมินก่อนฉีดอย่างละเอียด คลินิกที่ดีจะไม่เริ่มฉีดทันทีโดยไม่ประเมินโครงสร้างใบหน้าและซักประวัติก่อน การพูดคุยเพื่อเข้าใจเป้าหมายและข้อจำกัดของแต่ละคนเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ ไม่ใช่ขั้นตอนเสริม
  • มาตรฐานความปลอดภัยที่ตรวจสอบได้ เช่น การรับรองจากองค์กรมาตรฐานสากล และการมีแนวทางรับมือกรณีเกิดภาวะแทรกซ้อน
รัตตินันท์ คลินิก ให้บริการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มโดยทีมแพทย์ที่ผ่านการอบรมเฉพาะทางด้านความงามและกายวิภาคใบหน้า ใช้ฟิลเลอร์จาก Juvederm, Restylane และ Lorient ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน FDA, MFDS และ CE ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยที่ได้รับการรับรองจาก AACI พร้อมให้คุณปรึกษาคุณหมอ *ไม่มีค่าใช้จ่าย

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ราคาเท่าไร?

ราคาฟิลเลอร์ร่องแก้มขึ้นอยู่กับยี่ห้อและสูตรที่เลือก รวมถึงปริมาณที่ใช้จริงในแต่ละราย ซึ่งแพทย์จะประเมินหลังดูโครงสร้างใบหน้าแล้ว ตารางด้านล่างแสดงราคาเริ่มต้นต่อหลอดของแต่ละสูตรที่ให้บริการที่รัตตินันท์ คลินิก
wp table
ราคาที่แสดงเป็นราคาต่อหลอด ปริมาณที่ใช้จริงในแต่ละรายอาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับระดับร่องแก้มและแผนการรักษาที่แพทย์ประเมินให้ สามารถนัดปรึกษาคุณหมอ *ไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อรับการประเมินและราคาที่ตรงกับสภาพใบหน้าได้

มีหัตถการอื่น ๆ ที่ช่วยให้ร่องแก้มตื้นขึ้นอีกไหม?

มี และในหลายกรณีการใช้หัตถการอื่นร่วมกับฟิลเลอร์หรือแทนฟิลเลอร์ให้ผลดีกว่าการฉีดฟิลเลอร์อย่างเดียว ขึ้นอยู่กับว่าร่องแก้มของแต่ละคนมาจากสาเหตุใดเป็นหลัก
  • Botox เหมาะกับกรณีที่ร่องแก้มลึกมาจากกล้ามเนื้อที่หดตัวแรงและบ่อย การลดแรงหดตัวของกล้ามเนื้อในบริเวณนั้นช่วยให้ร่องดูตื้นลงได้โดยไม่ต้องเพิ่มวอลุ่ม และมักใช้ควบคู่กับฟิลเลอร์เพื่อให้ผลยาวนานขึ้น
  • Ultherapy เหมาะกับกรณีที่ร่องแก้มลึกขึ้นเพราะผิวและเนื้อเยื่อชั้น SMAS หย่อนตัวลง การส่งพลังงานอัลตราซาวนด์ถึงชั้นลึกช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและยกโครงสร้างใบหน้า เมื่อโครงสร้างพยุงขึ้น ร่องแก้มก็ตื้นลงตาม
  • Thermage FLX ทำงานด้วยคลื่น RF ที่กระตุ้นคอลลาเจนและกระชับผิวในวงกว้าง เหมาะกับคนที่มีทั้งร่องแก้มและผิวโดยรวมที่เริ่มหย่อน ต้องการปรับคุณภาพผิวและยกกระชับไปพร้อมกัน
  • Morpheus8 เหมาะกับกรณีที่ต้องการกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นลึกและปรับพื้นผิวไปพร้อมกัน โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาร่องแก้มร่วมกับรูขุมขนกว้างหรือรอยสิว
  • Emface เหมาะกับกรณีที่กล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรงลงจนทำให้โครงสร้างหน้าดูตกและร่องแก้มชัดขึ้น การกระตุ้นกล้ามเนื้อและ RF พร้อมกันช่วยยกกระชับโดยไม่ใช้เข็มและไม่มีการพักฟื้น
แนวทางที่แพทย์มักแนะนำคือการประเมินว่าร่องแก้มมาจากวอลุ่มที่ลด ผิวที่หย่อน หรือกล้ามเนื้อที่อ่อนแรง เพราะในหลายรายปัญหามาจากหลายสาเหตุพร้อมกัน การวางแผนที่ตรงจุดจึงได้ผลดีกว่าการเลือกหัตถการเพียงอย่างเดียว

สรุป ฉีดร่องแก้ม คืออะไร? เหมาะกับใคร? อันตรายไหม? เลือกยี่ห้อไหนดี?

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มคือการเติมสาร HA เพื่อคืนวอลุ่มที่สูญเสียไปและลดความลึกของร่องแก้ม ให้ผลที่สังเกตได้หลังทำโดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่มีการพักฟื้น เหมาะกับคนที่มีร่องแก้มในระดับน้อยถึงปานกลางซึ่งมาจากการสูญเสียวอลุ่ม แต่ก็ยังไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน โดยเฉพาะกรณีที่ปัญหาหลักมาจากผิวหย่อนคล้อยในระดับสูงซึ่งต้องการหัตถการยกกระชับร่วมด้วย ด้านความเสี่ยง ฟิลเลอร์ร่องแก้มมีความเสี่ยงต่ำเมื่ออยู่ในมือแพทย์ที่เข้าใจกายวิภาคของใบหน้า ผลข้างเคียงที่พบบ่อยอย่างช้ำและบวมมักหายเองในไม่กี่วัน ความเสี่ยงที่รุนแรงอย่างเส้นเลือดอุดตันมีโอกาสเกิดน้อยแต่มีอยู่จริง การเลือกคลินิกและแพทย์ที่ชำนาญจึงสำคัญกว่าการเลือกยี่ห้อ สำหรับยี่ห้อ คำถามที่ตรงกว่าคือ “สูตรไหนเหมาะกับร่องแก้ม” เพราะทั้ง Juvederm, Restylane และ Lorient ล้วนมีหลักฐานทางคลินิกรองรับ สิ่งที่ต่างกันคือความหนืดและความยืดหยุ่นของแต่ละสูตรที่ต้องเหมาะกับโครงสร้างและชั้นผิวของแต่ละคน ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและเลือกให้ รัตตินันท์ คลินิก ให้บริการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มพร้อมประเมินโครงสร้างใบหน้าและวางแผนการดูแลที่เหมาะกับแต่ละรายโดยเฉพาะ สามารถนัดปรึกษาคุณหมอ *ไม่มีค่าใช้จ่าย