วิธีการใส่หน้ากากอนามัยที่ถูกต้อง
1. ควรชำระล้างมือให้สะอาดเสียก่อน สวมใส่หน้ากากอนามัย (ทุกครั้ง) เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกตกค้างบนหน้ากากอนามัยคือ การชำระล้างมือให้สะอาดและเช็ดมือให้แห้งทุกครั้เนื่องจากความชื้นก็เป็นสิ่งที่ทำให้กักเก็บเชื้อโรคได้ดีมาก ๆ 2. การหันสีของหน้ากาก ให้หันฝั่งที่เป็นสีออกด้านนอกและเอาฝั่งสีขาวไว้ด้านใน เนื่องจากฝั่งที่เป็นสีจะเป็นฝั่งที่กันน้ำได้และมีเนื้อผ้าที่แข็งกว่า 3. ไม่สัมผัสตัวหน้ากากอนามัยโดยตรง แนะนำให้เลือกจับจากตัวสายคล้องแล้วสวมเข้าที่ใบหูทั้ง2ข้าง 4. แกนโลหะจะต้องอยู่ด้านบนเสมอ แกนโลหะหรือรวดที่อยู่ภายในหน้ากากอนามัยจำเป็นจะต้องมีไว้สำหรับล๊อกเข้ากับสันจมูกเพื่อป้องกันไม่ให้หน้ากากอนามัยหลุดหรือไหลลงในขณะที่สวมใส่ 5. จัดระเบียบหน้ากากอนามัยให้เข้าที่ วิธีสุดท้ายเป็นการจัดระเบียบให้หน้ากากอนามัยเข้าที่โดยการดึงปลายหน้ากากให้คลุมไปถึงใต้คางใส่แมส (Face Mask) ใต้คาง เพิ่มโอกาสเสี่ยงติดเชื้อโรค?
สำหรับการสวมใส่ หน้ากากอนามัย (Face Mask) แล้วทางที่ควรเลยไม่ควรไปแตะต้องหรือทำการดึงเพื่อลดให้หน้ากากไปกองอยู่ใต้คาง เพราะบริเวณใต้คางนั้นไม่ได้ถูกป้องกันที่สำคัญเป็นบริเวณที่เชื้อโรคซุกซ้อนอยู่ โดยเฉพาะ เครื่องสำอาง ครีมกันแดด ละอองฝุ่น เศษขี้ผง ที่พัดมาตามลม ถือว่าเป็นแหล่งสะสมสิ่งสกปรกเลยก็ว่าได้ และหากว่ามีการดึงหน้ากากอนามัยกลับมาในจุดเดิมหรือในจุดที่ถูกต้อง ก็อาจทำให้ต้องสูดดมและได้รับอันตรายจากสิ่งสกปรกที่ได้สูดดมเข้าไปด้วย ซึ่งไม่ดีต่อร่างกายเลย
ใส่แมสผิดด้าน – ใส่หน้ากากอนามัยผิดด้าน ป้องกันเชื้อโรคได้หรือไม่?
ในกรณีการ ใส่หน้ากากอนามัยผิดด้าน ถือว่าเป็นเรื่องปกติในตอนแรกเพราะว่าผู้คนยังคงขาดความรู้ในการสวมใส่ในวิธีที่ถูกต้องไปบ้าง จนในที่สุดก็มีผู้เชี่ยวชาญออกมาแนำนำวิธีที่ถูกต้องให้ได้ทราบแล้ว แต่อย่างไรแล้วการสวมใส่หน้ากากอนามัยผิดด้านก็ไม่ได้ส่งผลเสีย และยังคงป้องกันเชื้อโรคได้ หากว่าการไอ จาม จะอยู่ภายใต้การสวมใส่หน้ากากอนามัยโอกาสการแพร่กระจายเชื้อก็น้อยมากๆ เพราะหน้ากากอนามัยจะรองรับกับละอองน้ำได้ดี ฉะนั้นก็หมดห่วงในเรื่องการสวมใส่หน้ากากอนามัยที่ผิดฝั่งไปได้เลยวิธีใส่หน้ากากอนามัยให้กระชับ
การจะใส่หน้ากากอนามัยให้กระชับกับรูปหน้า สามารถทำได้ด้วยการใช้สันโลหะที่อยู่ด้านบนหน้ากากอนามัยกดเบาๆให้แนบแน่นเข้ากับสันจมูกและลดการขยับหรือเคลื่อนย้ายของหน้ากากอนามัยในขณะที่สวมใส่เท่านี้ก็ช่วยให้หน้ากากอนามัยนั้นกระชับและไม่ต้องกังวลว่าจะเลื่อนหลุดแล้ววิธีถอดหน้ากากอนามัย ที่ถูกต้อง
แนะนำว่าควรถอดจากสายคล้องหูไม่ควรถอดหรือดึงออกจากทางด้านหน้า เพราะในจังหวะของการถอดมืออาจไปสัมผัสเชื้อโรคโดนไม่รู้ตัว โอกาสความเสี่ยงในการได้รับเชื้อไวรัสก็อาจมาจากการถอดหร้ากากอนามัยได้เช่นกันใช้หน้ากากอนามัยซ้ำ (Face Mask)
ต้องอธิบายก้อนว่าปัจจุบันนี้จำนวนหน้ากากอนามัยมีหลากหลายรูปแบบแต่หากจะนำมาสวมใส่ได้ก็ขึ้นอยู่แต่ละชนิดด้วยดังนี้ 1. หน้ากากอนามัยขนิดทางการแพทย์ (ฟ้า/เขียว) จากอธิบดีกรมอนามัยแนะนำว่าควรที่จะนำมาใส่แค่วันต่อวันเท่านั้น แต่ถ้าเกิดความจำเป็นจริง ๆ ในการจะนำมาสวมใส่ซ้ำต้องดูพื้นฐานของหน้ากากอนามัยด้วยว่า ชำรุดหรือไม่ ปนเปื้อนหรือมีคราบสะสมหรือเปล่า เปียกชื้นหรือไม่ สายคล้องหูยังอยู่ในสภาพปกติและสามารถใช้ได้อีกหรือไม่ หากทุกอย่างยังคงปกติก็สามารถนำกลัยมาใช้ได้อีกครั้ง 2. หน้ากากอนามัย (N95) / หน้ากากกรองอากาศป้องกัน PM 2.5 แน่นอนว่าถูกนำมาเพื่อป้องกันละอองฝุ่น PM 2.5 เพราะมีความแน่นหนาพอสมควร โดยรวมคร่าวๆ หน้ากากชนิดนี้สามารถใช้ซ้ำได้ 2-3 วัน และไม่มีสิ่งปนเปื้อนหรือ เปียกน้ำ และการไอจามใส่มาแล้วแผ่นรองหน้ากากอนามัย คืออะไร และใช้อย่างไร
แผ่นรองหน้ากาอนามัย คือ อุปกรณ์เพิ่มความมั่นใจในการสวมใส่หน้ากากอนามัยเพื่อกรองเชื้อโรคและเชื้อไวรัสที่ถือเป็นการลดการแพร่เชื้อทั้งตัวผู้สวมใส่และทางสังคม แผ่นรองหน้ากากอนามัยช่วยเพิ่มการทำงานของหน้ากากอนามัยให้มีอายุในการใช้ที่นานขึ้น และสามารถใช้ได้กับทุกๆ หน้ากากอนามัยเลย วิธีใช้แผ่นรองหน้ากาอนามัย : ใช้แผ่นรอง รองด้านในหน้ากากอนามัย
และนี้ก็จบไปแล้วเกี่ยวกับข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับการสวมใส่หน้ากากอนามัย ซึ่งปัจจุบันนี้การระมัดระวังในเรื่องของโรคระบาดก็ยังคงน่าเป็นห่วงอยู่ทุกๆเชื่อวัน และหากคุณไม่ละเลยในการทำตามระบบระเบียบที่ถูกระบุไว้เช่น การพบปะผู้คน การเฉลิมฉลองในวันสำคัญ การใกล้ชิดกับผู้อื่น โอกาสที่คุณจะได้รับ เชื้อไวรัสโควิด-19 ก็เป็นไปได้ง่ายมาก ๆ


นักเขียนบทความสุขภาพ รัตตินันท์ คลินิก ทำหน้าที่ ค้นคว้าและตรวจสอบงานวิจัยล่าสุด ทั้งเรื่องผิวหนัง สารออกฤทธิ์ เลเซอร์ และศัลยกรรมความงาม เพื่อนำความรู้ที่ซับซ้อนเหล่านั้นมา แปลให้เป็นภาษาที่เข้าใจง่าย ถูกต้อง และเชื่อถือได้ เป้าหมายหลักคือการทำให้ข้อมูลทุกชิ้นที่คลินิกสื่อสารออกไปนั้น มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ (Evidence-based) เพื่อให้คุณผู้อ่านสามารถ ตัดสินใจเลือกการดูแลผิวหรือหัตถการได้อย่างมั่นใจและเหมาะสม โดยไม่ถูกชี้นำเกินจริง และเข้าใจถึงกลไกที่แท้จริงเบื้องหลังผลลัพธ์นั้น ๆ