ยกกระชับช่องคลอด ด้วยเลเซอร์ Femilift ไม่ต้องผ่าตัด

Femilift เลเซอร์ยกกระชับช่องคลอด

ยกกระชับช่องคลอด หรือ รีแพร์จุดซ่อนเร้น สาเหตุที่ต้องทำการรักษาให้เฟิร์มกระชับ เนื่องจากเมื่อเราอายุมากขึ้น ผิวหนังทั่วร่างกายจะขากความยืดหยุ่น ซึ่งสิ่งนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับเนื้อเยื่อของช่องคลอดด้วยเช่นกัน โดยผู้หญิงที่มีปัญหาช่องคลอดหย่อนยาน ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มของคุณแม่หลังคลอด หรือในคนที่มีอายุมากแล้ว แต่ในบางกรณีอาจเกิดขึ้นได้กับคนที่ยังไม่เคยแต่งงาน มีลูก ความหย่อนยานของเนื้อเยื่ออาจมาจากความเสื่อมสภาพของเซลล์บุผนังช่องคลอด หรือเกี่ยวข้องกับภาวะฮอร์โมนพร่อง ภาวะช่องคลอดไม่กระชับ ก็เป็นได้

สารบัญ

  1. ยกกระชับช่องคลอด หรือ รีแพร์จุดซ่อนเร้น (Femilift) คืออะไร?
  2. ยกกระชับช่องคลอด มีกี่วิธี อะไรบ้าง?
  3. ใครที่เหมาะกับการ ยกกระชับช่องคลอด ด้วย Femilift บ้าง?
  4. การทำรีแพร์ ยกกระชับช่องคลอด ดีอย่างไร?
  5. ยกกระชับช่องคลอดด้วยเลเซอร์ สามารถรักษาอาการปัสสาวะเล็ด ได้จริงหรือไม่?
  6. FemiLift (เฟมิลิฟท์) ทำงานอย่างไร
  7. การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการรักษา
  8. ขั้นตอนการทำเลเซอร์ ยกกระชับช่องคลอด Femilift
  9. การดูแลตัวเองหลังการทำ เลเซอร์ยกกระชับช่องคลอด
  10. ข้อห้ามในการทำ รีแพร์ ยกกระชับช่องคลอด
  11. เลเซอร์กระชับช่องคลอดมีกี่แบบ? แต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร?
  12. ยกกระชับช่องคลอดด้วยเลเซอร์แบบไหนดี ?
  13. ตารางเปรียบเทียบ เลเซอร์กระชับช่องคลอด แบบต่างๆ
  14. ปลอดภัยด้วย FemiLift และพลังงาน Fractional CO2
  15. คำถามที่พบบ่อย

ยกกระชับช่องคลอด หรือ รีแพร์จุดซ่อนเร้น (Femilift) คืออะไร?

เป็นนวัตกรรมใหม่ โดยการใช้ เลเซอร์ยกกระชับช่องคลอด ให้แน่นยิ่งขึ้น เพื่อช่วยให้ผู้หญิงที่มีปัญหาช่องคลอดหลวม ช่องคลอดหย่อนยาน ไม่กระชับ ทั้งจากหลังคลอดบุตร ภาวะฮอร์โมนพร่อง หรืออายุที่มากขึ้น รวมถึงมีอาการปัสสาวะเล็ด การรักษาจุดซ่อนเร้น ทำได้โดยไม่ต้องผ่าตัด และใช้เวลาไม่นานในการรักษา

ยกกระชับช่องคลอด มีกี่วิธี อะไรบ้าง?

ช่องคลอดเป็นอวัยวะที่มีความยืดหยุ่นมาก เป็นช่องกลวงที่ต่อมาจากปากมดลูกแล้วเปิดออกสู่ภายนอก และช่องคลอดนี้จะลดความกระชับลงเมื่ออายุมากขึ้น หรือกับคนที่คลอดบุตรหลายคน เมื่อช่องคลอดเปลี่ยนสภาพไปก็จะเกิดอุปสรรคติดขัดในการใช้ชีวิตประจำวัน ก็ต้องมาทำการรีแพร์กันใหม่ โดยจะใช้วิธีการผ่าตัดหรือการใช้เลเซอร์ก็ได้ แต่ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ต้องควบคู่ไปกับการดูแลตัวเอง เพื่อให้ผลของการรีแพร์คงประสิทธิภาพที่ดีที่สุดเอาไว้ด้วย

การยกกระชับช่องคลอด หรือ รีแพร์จุดซ่อนเร้น หลายคนจะนึกถึงการผ่าตัดปรับแต่งช่องคลอด เพื่อผลลัพธ์ในการมีเพศสัมพันธ์เพียงอย่างเดียว แต่เข้าใจไม่ถูกทั้งหมด เพราะปัญหาที่เกิดจากความหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อบริเวณช่องคลอดนั้นมีหลายอย่าง เช่น มดลูกเคลื่อนย้อยลงมาในช่องคลอด ปัสสาวะเล็ด เป็นต้น การยกกระชับช่องคลอดก็ยังมีวิธีอื่นที่ไม่ต้องผ่าตัดอยู่ด้วย ลองมาทำความรู้จักช่องคลอดและการรีแพร์ให้ลึกลงอีกสักหน่อย

  1. การ ยกกระชับช่องคลอด หรือ ทำรีแพร์ด้วยการผ่าตัด เป็นวิธีแรกๆ ที่เริ่มมีการยกกระชับช่องคลอดมา โดยจะใช้มีดผ่าตลอดความยาวทั้งหมดของช่องคลอด แล้วตัดผิวหนังบริเวณปากช่องคลอดออกด้วย เพื่อทำการขยับปรับให้ขนาดของช่องคลอดเล็กลงจนเกิดความกระชับ และจบที่เย็บแผลตามปกติ การผ่าตัดที่ว่านี้มีทั้งผ่าตัดเล็กและผ่าตัดใหญ่ ซึ่งต้องใช้ยาสลบและจำเป็นต้องมีระยะเวลาในการพักฟื้นอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์
  2. การทำรีแพร์จุดซ่อนเร้น ยกกระชับช่องคลอดด้วยเลเซอร์ เป็นการยิงเลเซอร์เพื่อกระชับช่องคลอด โดยอาศัยหลักการเปลี่ยนพลังงานแสงเป็นพลังงานความร้อน และความร้อนนั้นก็จะไปกระตุ้นให้ผนังช่องคลอดหดตัวลง มีความกระชับมากขึ้น ทั้งยังช่วยให้มีกระสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่อีกในช่วง 1-3 เดือนหลังจากการทำ ช่องคลอดจึงมีความยืดหยุ่นมากขึ้นด้วย

การทำรีแพร์ด้วยเลเซอร์ถือเป็นทางเลือกใหม่ที่ดี สำหรับคนที่หวาดกลัวกับการผ่าตัดและคนที่ไม่ต้องการเผชิญกับความยุ่งยากที่จะตามมาหลังการผ่าตัด ขั้นตอนการทำก็เป็นเพียงการสอดอุปกรณ์เข้าทางช่องคลอด ยิงเลเซอร์จนทั่วเป็นอันเสร็จเรียบร้อย

กลับสู่สารบัญ

ใครที่เหมาะกับการ ยกกระชับช่องคลอด ด้วย Femilift บ้าง?

  • ผู้มีปัญหาภาวะช่องคลอดไม่กระชับ หลังจากการคลอดบุตร
  • ผู้มีอาการกลั้นปัสสาวะไม่ได้ ภาวะปัสสาวะเล็ด
  • ผู้มีภาวะฮอร์โมนพร่อง ทำให้ช่องคลอดไม่กระชับ
  • ผู้ที่มีปัญหาช่องคลอดไม่กระชับ ปัสสาวะเล็ด และไม่ต้องการผ่าตัด เนื่องจากไม่ได้เป็นมาก (อายุระหว่าง 20-70 ปี)

การทำรีแพร์ ยกกระชับช่องคลอด ดีอย่างไร?

  • การทำเลเซอร์ Femilift ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล ไม่ต้องดมยาสลบ ปลอดภัย
  • ใช้เวลาในการรักษาไม่นาน เทียบการการผ่าตัด
  • รักษาได้ทั้งอาการปัสสาวะเล็ด (Stress incontinence) และกระชับช่องคลอด (Vaginal tightening)
  • ลดอาการเยื่อบุช่องคลอดแห้งและอักเสบ (Vagina Dryness and Vaginitis Treatment)
  • ขณะรักษาไม่มีความเจ็บปวด และหลังการรักษาสามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันต่อได้ทันที
  • Femilift เป็นเครื่องเดียวในขณะนี้ ที่หัวยิงเลเซอร์สามารถเปลี่ยนใหม่ทุกครั้งหลังทำ ไม่ใช้ซ้ำกับคนอื่น เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
  • ช่วยแก้ปัญหาช่องคลอดแห้ง อวัยวะเพศคล้ำ
กลับสู่สารบัญ

ยกกระชับช่องคลอดด้วยเลเซอร์ สามารถรักษาอาการปัสสาวะเล็ด ได้จริงหรือไม่?

อาการปัสสาวะเล็ด (stress incontinence) คือ อาการที่เราไม่สามารถกลั้นปัสสาวะได้เมื่อมีอาการ ไอ จาม หัวเราะ หรือแม้กระทั่งออกกำลังบางท่าได้ (ถ้ามีปัสสาวะออกมาเพียงหยดเดียว ก็ถือว่าเริ่มมีอาการระยะต้นแล้ว) โดยปกติแล้วในต่างประเทศเริ่มมีการใช้ FemiLift (เฟมิลิฟท์) ซึ่งเป็นรีแพร์เลเซอร์ เข้ามารักษาแทนการผ่าตัดกระชับช่องคลอดแล้ว

โดยใช้รักษาสำหรับผู้หญิงที่เริ่มมีปัญหาระยะเริ่มต้นถึงปานกลาง (mild to moderate)  ซึ่งผลตอบรับหลังการรักษานั้นเป็นที่พึงพอใจมาก เนื่องจากใช้เวลาในการรักษาไม่นาน ไม่ต้องพักฟื้น และที่สำคัญไม่เจ็บปวด ไม่ต้องผ่าตัด อีกด้วย

FemiLift (เฟมิลิฟท์) ทำงานอย่างไร

เทคโนโลยีใหม่สำหรับการ รีแพร์ กระชับช่องคลอค ซึ่ง FemiLift (เฟมิลิฟท์) เป็นคาร์บอนไดออกไซด์เลเซอร์เแบบพลังงานสูง ที่ออกแบบมาสำหรับตำแหน่งที่บอบบางในช่องคลอดโดยเฉพาะ ลำแสงของเลเซอร์ที่ปลดปล่อยออกในรูปแบบ Fractional จะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ แบบเดียวกับ Fractional laser ทั่วๆ ไปสำหรับผิวหน้า ช่วยกระตุ้นการเกิดคอลลาเจนและอีลาสตินให้สร้างขึ้นมาใหม่ ทำให้ช่องคลอดกระชับยืดหยุ่นมากขึ้น ส่งผลถึงกระเพาะปัสสาวะที่อยู่ติดกันมีความแข็งแรงมากขึ้นด้วย เพราะเหตุนี้จึงสามารถรักษาทั้งอาการ ปัสสาวะเล็ด (stress incontinence) และช่องคลอดไม่กระชับในครั้งเดียวกัน

กลับสู่สารบัญ
Femilift เลเซอร์ยกกระชับช่องคลอด ดีอย่างไร

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการรักษา

เนื่องจากใช้เลเซอร์ในการรักษา จึงไม่ยุ่งยากเหมือนการผ่าตัด ไม่ต้องงดน้ำ งดอาหาร ใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ตามคำแนะนำของแพทย์

ขั้นตอนการทำเลเซอร์ ยกกระชับช่องคลอด Femilift

ขั้นตอนการทำคล้ายการตรวจภายใน โดยแพทย์จะค่อยๆ สอดหัวยิงเลเซอร์เข้าไปจนสุดผนังช่องคลอดแล้วยิงผนังข้างๆ รอบด้านโดยการหมุนรอบ 360 องศา และจะค่อยๆ ถอยหัวยิงเลเซอร์ออกมาทีละซม. ก่อนจะเริ่มยิงเลเซอร์ในแถวถัดไป ทำอย่างนี้ซ้ำๆ จะกว่าจะทั่วทั้งช่องคลอด

ผู้ป่วยจะรู้สึกคล้ายๆ การตรวจภายในที่มีอุปกรณ์คาอยู่ภายในช่องคลอด แต่ขณะยิงเลเซอร์จะไม่มีความเจ็บปวด อาจจะรู้สึกอุ่นๆ มีหลายรายที่ถามว่าเริ่มยิงแล้วหรือยังหลังจากทำแล้วเกือบเสร็จ

กลับสู่สารบัญ

การดูแลตัวเองหลังการทำ เลเซอร์ยกกระชับช่องคลอด

  • เพื่อผลการรักษาที่เต็มที่ ควรทำการรักษาติดกัน 3 ครั้ง โดยห่างกันทุก 4 สัปดาห์
  • สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้หลังทำ ประมาณ 7 วัน

ข้อห้ามในการทำ รีแพร์ ยกกระชับช่องคลอด

  • กำลังตั้งครรภ์
  • ระหว่างมีประจำเดือน
  • อายุเกิน 70 ปีขึ้นไป
  • มีอาการช่องคลอดอักเสบเรื้อรังหรือเป็นมะเร็งปากมดลูก
  • กำลังทานยาประเภทสเตียรอยด์
  • มีการติดเชื้อเริมอวัยวะเพศหรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ
  • มีประวัติเป็นโรคแพ้แสง หรือทานยาบางชนิดที่ทำให้เกิดอาการแพ้แสง เช่น ยารักษามะเร็ง ยารักษาโรคข้ออักเสบ (Gold salt) ยารักษาสิว (Accutane หรือ Retin-A)
กลับสู่สารบัญ
Femilift เลเซอร์ยกกระชับช่องคลอด ผ่าตัดหนังหุ้ม คลิสตอริส

เลเซอร์กระชับช่องคลอดมีกี่แบบ? แต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร?

ปัจจุบันเทคโนโลยีเลเซอร์ฟื้นฟู รีแพร์จุดซ่อนเร้น ได้มีการพัฒนาพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเลเซอร์กระชับช่องคลอดแบบใหม่ ที่รู้จักในชื่อ “เลเซอร์รีแพร์” (Laser Repair) หรือ เลเซอร์ฟื้นฟูจุดซ่อนเร้น สามารถกระชับช่องคลอดโดยไม่ต้องทำการผ่าตัดแบบเดิมอีกต่อไป ทำให้น้องสาวมีความกระชับและยืดหยุ่น รวมถึงยังช่วยในการแก้ไขปัญหาสภาวะปัสสาวะเล็ดในผู้หญิง อาการช่องคลอดแห้ง อวัยวะเพศคล้ำ ได้อีกด้วย จึงนับเป็นทางเลือกที่ดีในการรักษา โดยไม่เจ็บ ใช้เวลาไม่นาน ไม่ต้องผ่าตัดจึงไร้รอยแผล ลดโอกาสติดเชื้อ ไม่ต้องพักฟื้น กลับบ้านได้ทันทีหลังการรักษา

อย่างไรก็ตาม เลเซอร์ไม่ใช่ว่าจะเหมือนกันหมด เพราะยังมีข้อจำกัดในเรื่องของ เทคโนโลยี พลังงานที่ใช้ การควบคุมพลังงาน ข้อเสียบางอย่างที่ถูกปรับปรุงให้ปลอดภัยกับผิวของอวัยวะเพศมากขึ้น อาทิ  FemiLift , MonarisaTouch , IntimateLase® , Laser Verginal Tight และอีกมากมาย

ยกกระชับช่องคลอดด้วยเลเซอร์แบบไหนดี ?

จะเห็นได้ว่ามีเลเซอร์สำหรับการทำรีแพร์ หรือยกกระชับช่องคลอดออกมาให้เลือกมากมาย ทำให้เกิดการลังเลใจของผู้ที่อยากทำการรักษาว่า.. ควรเลือกทำเลเซอร์กระชับช่องคลอดแบบไหนดี? และ แต่ละแบบต่างกันอย่างไร?

มาตรฐานการผลิตที่แตกต่างกันในบางบริษัทที่พยายามปรับต้นทุนให้สอดคล้องกับลูกค้า ทำให้เลเซอร์ที่คุณภาพดีสมราคา มีเพียงไม่กี่แบบเท่านั้น และบางรุ่นแม้จะเป็นเลเซอร์แต่ก็เสี่ยงต่อการติดเชื้อ เพราะต้องสัมผัสอวัยวะเพศ

กลับสู่สารบัญ

ตารางเปรียบเทียบ เลเซอร์กระชับช่องคลอด แบบต่างๆ

Laser Repair พลังงานที่ใช้ การสร้างคอลลาเจน ความยืดหยุ่น รักษาปัสสาวะเล็ด อุปกรณ์เปลี่ยนใหม่
ทุกครั้ง
หลังการทำ
โอกาสในการติดเชื้อ
FemiLift Fractional CO2 ต่ำ
Fotona Erbium:YAG ต่ำ
MonalisaTouch CO2 X สูง
Verginal Lift CO2 X สูง
Verginy Tight หรือ Thermiva คลื่นวิทยุ ต่ำ

จากตางรางด้านบน จะเห็นได้ว่า เลเซอร์เพื่อการกระชับช่องคลอด ส่วนใหญ่แล้วจะสร้างผลลัพธ์ที่ไม่ต่างกันเท่าใดนัก ซึ่งจะเห็นได้ว่าเลเซอร์แต่ละชนิดก็จะสามารถให้ความกระชับ ยืดหยุ่น รวมถึงสร้างคอลลาเจนได้เหมือนกันๆ แต่จะแตกต่างกันในเรื่องของผลลัพธ์ที่ได้ เช่น การสร้างคอลลาเจนได้มาก-น้อยไม่เท่ากัน หรือ มีความยืดหยุ่นไม่เท่ากัน รวมถึงในเรื่องของความสะอาดที่แน่นอนว่า แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดนั้นเอง

ปลอดภัยด้วย FemiLift และพลังงาน Fractional CO2

ด้วยพลังงาน Fractional CO2 มีคุณสมบัติเด่นกว่าพลังงานรูปแบบอื่นหลายประการ อย่าง ทำให้ช่องคลอดชุ่มชื้นขึ้น ปรับสมดุลในช่องคลอด ถือเป็นทางเลือกในการรักษาอาการปัสสาวะเล็ดจากการไอ หรือจาม แก้ปัญหาความ เจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ เพิ่มความรู้สึกกระชับขณะมีเพศสัมพันธ์ แล้วยังทำให้ผิวด้านนอกอวัยวะเพศขาว นุ่ม อวบอิ่ม เรียบเนียนขึ้น เริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ

รัตตินันท์คลินิก จึงเลือกใช้เลเซอร์รีแพร์ FemiLift สำหรับการกระชับช่องคลอด เนื่องจากสามารถสร้างคอลลาเจน และเพิ่มความกระชับและยืดหยุ่นได้สูง สามารถทำได้ถึง 360 องศา มีส่วนช่วยในการปรับสีผิวภายนอกให้ดูดีขึ้นได้ และมีหัวหลายขนาดให้เลือกใช้ เหมาะกับแต่ละคน

ที่สำคัญ FemiLift ยังเป็นผลิตภัณฑ์เลเซอร์กระชับช่องคลอดเพียงตัวเดียวในขณะนี้ที่สามารถรักษาความสะอาด และป้องกันการติดเชื้อของผู้ที่มาทำได้สูงสุด เรียกว่า 100% เลยทีเดียวเนื่องจากมีการเปลี่ยนหัวที่ใช้สำหรับการทำเลเซอร์ใหม่ทุกครั้ง หลังการใช้ ทำให้ลดโอกาส และความเสี่ยงในการติดเชื้อในช่องคลอดระหว่างผู้ที่เข้ารับทำ ซึ่งเคยมีกรณีทำเลเซอร์แล้วติดเชื้อให้เห็นนั้นเอง

ที่ รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ เราเน้นความสะอาดและปลอดภัยเป็นความสำคัญ ทีมแพทย์และพนักงานมีความเชี่ยวชาญด้วยเลเซอร์เป็นอย่างดี มีประสบการณ์กว่า 22 ปีในการใช้เลเซอร์เพื่อการรักษา

กลับสู่สารบัญ

Q&A คำถามที่พบบ่อย

Femilift ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล?

เพื่อผลการรักษาที่เต็มที่ ควรทำการรักษาติดกัน 3 ครั้ง โดยห่างกันทุก 4 อาทิตย์

ต้องตรวจภายในก่อนหรือไม่?

ควรมีผลการตรวจภายในครั้งล่าสุดมาให้คลินิกพิจารณาด้วย

Femilift เจ็บหรือไม่? และ ใช้เวลาในการรักษานานเท่าไหร่?

กระบวนการในการรีแพร์ใช้เวลาเพียง 15 นาที ไม่มีการใช้ยานอนหลับหรือยาสลบ เพราะไม่มีอาการเจ็บปวด

ขั้นตอนการทำคล้ายการตรวจภายใน โดยแพทย์จะค่อยๆ สอดหัวยิงเลเซอร์เข้าไปจนสุดผนังช่องคลอดแล้วยิงผนังข้างๆ รอบด้าน ผู้ป่วยจะรู้สึกคล้ายๆ การตรวจภายใน และขณะยิงเลเซอร์จะไม่มีความเจ็บปวด อาจจะรู้สึกอุ่นๆ เพียงเท่านั้น และไม่จำเป็นต้องเสียเวลาพักฟื้น

หลังทำรีแพร์ กระชับช่องคลอด สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้เมื่อไร ?

สามารถกลับมามีเพศสัมพันธ์ได้ หลังจากทำครบ 7 วัน

ทำไมต้อง รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์

ติดต่อสอบถาม ปรึกษาแพทย์
ผ่านช่องทางไลน์ หรือโทรศัพท์

086-570-7040 086-323-4040
คลิ๊ก ติดต่อไลน์ รับส่วนลด
คลิ๊ก ติดต่อ messenger Facebook