Morpheus8 คืออะไร?
Ulthera คืออะไร?
หลักการทำงานของ Morpheus8 กับ Ulthera แตกต่างกันอย่างไร?
- ใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวนด์แบบเฉพาะเจาะจง (MFU-V) ปล่อยพลังงานเป็นจุดเล็ก ๆ เรียงต่อกัน
- ส่งพลังงานลึกถึง 4.5 มม. ถึงชั้น SMAS (ชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ทำการผ่าตัดดึงหน้า)
- มีหน้าจอแสดงผลชั้นผิวแบบเรียลไทม์ แพทย์มองเห็นชั้น SMAS ได้ตลอดเวลา
- กระตุ้นให้ชั้นเยื่อหุ้มกล้ามเนื้อหดตัว ยกแนวโครงสร้างใบหน้าจากภายใน
- ไม่กระทบผิวชั้นนอก ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น
- ผสาน RF และเข็มสแตนเลสขนาดจิ๋ว (Microneedling) เข้าด้วยกัน
- เข็มส่งผ่านบนผิวเพื่อนำพลังงานลงลึก ปรับระดับได้ 1-4 มม. สำหรับใบหน้า
- ปล่อยพลังงานแบบแผ่กระจายความร้อนเป็นบริเวณกว้าง ครอบคลุมตั้งแต่ชั้นหนังแท้ถึงชั้นไขมัน
- สลายไขมันส่วนเกิน เช่น แก้มป่องและเหนียง
- กระตุ้นคอลลาเจนใหม่ รูขุมขนเล็กลง หลุมสิวตื้นขึ้น ผิวเรียบเนียนขึ้น
จุดเด่นของ Morpheus8 เหมาะกับใคร?
- ผู้ที่มีไขมันสะสมบริเวณใบหน้าเยอะ เช่น แก้มป่อง มีเหนียงใต้คาง แต่ผิวหนังเริ่มมีความหย่อนคล้อยร่วมด้วย
- ผู้ที่มีปัญหาผิวไม่เรียบเนียน รูขุมขนกว้าง มีหลุมสิว หรือมีรอยแผลเป็น
- ผู้ที่มีริ้วรอยเล็ก ๆ รอยพับบริเวณลำคอ หรือผิวหน้าหลวมย้วยจากการลดน้ำหนัก
- ผู้ที่ต้องการกระชับผิวบริเวณลำตัว เช่น หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา หรือต้องการลดเลือนรอยแตกลาย
ผลลัพธ์หลังทำ Morpheus8 เป็นอย่างไร? อยู่ได้นานไหม?
จุดเด่นของ Ulthera เหมาะกับใคร?
- ผู้ที่มีความหย่อนคล้อยของผิวหน้าอย่างชัดเจน แต่ไม่ได้มีไขมันสะสมบริเวณแก้มหรือเหนียงมากนัก (ผิวหน้าตกตามแรงโน้มถ่วง)
- ผู้ที่ต้องการเก็บกรอบหน้าให้คมชัด สร้างมิติให้ใบหน้าดูเรียวขึ้นแบบ V-Shape
- ผู้ที่มีปัญหาหางตาตก คิ้วตก หรือมีริ้วรอยความหย่อนคล้อยบริเวณรอบดวงตา
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ใกล้เคียงกับการผ่าตัดดึงหน้า แต่ไม่มีเวลาพักฟื้นและไม่อยากมีรอยแผล
ผลลัพธ์หลังทำ Ulthera เป็นอย่างไร? อยู่ได้นานไหม?
สามารถทำ Morpheus8 กับ Ulthera พร้อมกันได้ไหม?
- ทำในวันเดียวกัน: ตามหลักการแพทย์มักจะเริ่มต้นด้วยการทำ Ulthera เพื่อส่งพลังงานลงไปดึงโครงสร้างชั้นลึกก่อน จากนั้นจึงตามด้วย Morpheus8 เพื่อเก็บรายละเอียดงานผิวและสลายไขมันใต้ผิวหนัง วิธีนี้ตอบโจทย์ผู้ที่มีเวลาจำกัด ต้องการเจ็บตัวหรือพักฟื้นเพียงครั้งเดียว
- แบ่งระยะเวลาทำ: สำหรับผู้ที่มีความกังวลเรื่องความระบมหรือมีผิวที่บอบบางมาก แพทย์อาจพิจารณาให้ทำ Ulthera ก่อน แล้วเว้นระยะห่างประมาณ 2-4 สัปดาห์ เพื่อให้ผิวและเนื้อเยื่อใต้ชั้นผิวได้พักฟื้นและยุบบวมลงอย่างเต็มที่ ก่อนจะกลับมาใช้ Morpheus8 เก็บรายละเอียดกระชับผิวในขั้นตอนต่อไป
เปรียบเทียบราคา Morpheus8 กับ Ulthera แตกต่างกันไหม
ราคาหัตถการ โปรแกรมยกกระชับ | ราคาเริ่มต้น (บาท) |
โปรแกรม Ulthera 300 Line | 39,000 |
โปรแกรม Morpheus8 (Body) | 59,000 |
โปรแกรม Morpheus8 (Face) | 59,000 |
โปรแกรม Morpheus8 (Eye) | 39,000 |
โปรแกรม Thermage Face | 69,000 |
โปรแกรม Thermage Eye | 45,000 |
โปรแกรม Thermage Body | 99,000 |
โปรแกรม EMFACE | 55,000 |
โปรแกรม Fotona 4D (4D Lift) | 25,000 |
เหตุผลที่ควรเลือกทำ Morpheus8 กับ Ulthera ที่รัตตินันท์ คลินิก
สรุป Morpheus8 กับ Ulthera แตกต่างกันอย่างไร?
- เลือก Ulthera: เมื่อปัญหาหลักคือความหย่อนคล้อยตามวัย กรอบหน้าไม่ชัด คิ้วตก หางตาตก และต้องการดึงโครงสร้างหน้าให้ยกขึ้นจากชั้นลึก (SMAS) โดยไม่ได้มีปัญหาเรื่องไขมันสะสมบนใบหน้าเยอะ Ulthera จะทำหน้าที่เสมือนการดึงเสาเข็มบ้านให้ตั้งตรง คืนความอ่อนเยาว์และตึงกระชับให้ใบหน้า
- เลือก Morpheus8: เมื่อปัญหาหลักคือมีไขมันส่วนเกินบริเวณแก้มหรือเหนียง ต้องการกระชับผิวที่หลวมย้วยให้กลับมาแน่นฟู ร่วมกับมีปัญหาคุณภาพผิวชั้นนอก เช่น รูขุมขนกว้าง หลุมสิว หรือรอยแตกลาย Morpheus8 จะเข้าไปสลายไขมันพร้อมซ่อมแซมผิวให้เรียบเนียนและกระชับผิวจากชั้นหนังแท้ไปจนถึงชั้นไขมัน


นักเขียนบทความสุขภาพ รัตตินันท์ คลินิก ทำหน้าที่ ค้นคว้าและตรวจสอบงานวิจัยล่าสุด ทั้งเรื่องผิวหนัง สารออกฤทธิ์ เลเซอร์ และศัลยกรรมความงาม เพื่อนำความรู้ที่ซับซ้อนเหล่านั้นมา แปลให้เป็นภาษาที่เข้าใจง่าย ถูกต้อง และเชื่อถือได้ เป้าหมายหลักคือการทำให้ข้อมูลทุกชิ้นที่คลินิกสื่อสารออกไปนั้น มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ (Evidence-based) เพื่อให้คุณผู้อ่านสามารถ ตัดสินใจเลือกการดูแลผิวหรือหัตถการได้อย่างมั่นใจและเหมาะสม โดยไม่ถูกชี้นำเกินจริง และเข้าใจถึงกลไกที่แท้จริงเบื้องหลังผลลัพธ์นั้น ๆ