ผิวที่ดูเหมือนดูแลมาตลอดแต่สิวยังกลับมาซ้ำ หรือรูขุมขนอุดตันเรื้อรังที่ไม่ตอบสนองต่อครีมบำรุงทั่วไป มักเป็นสัญญาณว่าผิวต้องการการปรับสมดุลในระดับที่ลึกกว่าการบำรุงผิวปกติ Plasmalis คือโปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ตรงนี้โดยเฉพาะ ด้วยพลังงานพลาสม่าที่ช่วยทำความสะอาดผิวในระดับลึก ปรับสมดุลสภาพแวดล้อมบนผิว และเตรียมผิวให้พร้อมรับการรักษาขั้นตอนถัดไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
โปรแกรม Plasmalis คืออะไร?
Plasmalis คือโปรแกรมดูแลผิวที่ใช้พลังงานพลาสม่าเป็นตัวกลางในการทำความสะอาดและปรับสภาพผิวในระดับลึก โดยเปลี่ยนสภาพอากาศรอบๆ ผิวให้เป็นตัวนำพลังงาน แล้วส่งผ่านลงสู่ผิวโดยไม่ต้องสัมผัสผิวโดยตรง
ความแตกต่างจากการทำความสะอาดผิวทั่วไปอยู่ที่กลไกของพลังงานพลาสม่า ซึ่งมีฤทธิ์ต้านเชื้อโดยธรรมชาติ ช่วยปรับสมดุลของเชื้อแบคทีเรียบนผิวโดยไม่ทำลายชั้นผิวหนัง และยังช่วยผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพออกอย่างอ่อนโยน ส่งผลให้รูขุมขนโล่งขึ้น ผิวดูเรียบเนียนและกระจ่างใสขึ้นตามธรรมชาติ
Plasmalis จึงไม่ได้เป็นแค่การทำความสะอาดผิว แต่เป็นการรีเซ็ตสภาพแวดล้อมของผิวให้กลับสู่จุดที่พร้อมรับการบำรุงและการรักษาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
หลักการทำงานของ Plasmalis
Plasmalis ทำงานด้วยพลังงานพลาสม่าที่ปล่อยลงสู่ผิวผ่านอากาศ โดยหัวอุปกรณ์จะไม่สัมผัสกับผิวโดยตรง พลังงานที่ปล่อยออกมาจะเกิดขึ้นในรูปแบบของกระแสพลาสม่าขนาดเล็กที่ควบคุมได้ แล้วส่งผ่านลงไปยังชั้นผิวในระดับที่แม่นยำ
กลไกหลักของ Plasmalis มีสามส่วนที่ทำงานพร้อมกัน ดังนี้
- ผลัดเซลล์ผิวเสื่อมสภาพ พลังงานพลาสม่าช่วยทำให้เซลล์ผิวที่สะสมอยู่บนผิวและรูขุมขนหลุดออกอย่างอ่อนโยน โดยไม่ใช้ความร้อนสูงหรือแรงเสียดทาน จึงเหมาะกับผิวบางและผิวที่แพ้ง่าย
- ปรับสมดุลเชื้อแบคทีเรียบนผิว พลาสม่ามีคุณสมบัติต้านเชื้อตามธรรมชาติ ช่วยลดปริมาณเชื้อแบคทีเรียที่สะสมบนผิวและในรูขุมขน ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดสิวอักเสบซ้ำ โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีปัญหาสิวเรื้อรัง
- เตรียมผิวรับสารบำรุงและหัตถการถัดไป เมื่อผิวถูกทำความสะอาดในระดับลึกและรูขุมขนโล่งขึ้น ผิวจะดูดซึมสารบำรุงได้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ Plasmalis จึงมักถูกใช้เป็น Pre-treatment ก่อนหัตถการอื่นๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการรักษา
โปรแกรม Plasmalis ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?
Plasmalis ตอบโจทย์ปัญหาผิวได้หลายมิติในเวลาเดียวกัน โดยไม่ได้เน้นเพียงแค่การทำความสะอาดผิวชั้นบน แต่เข้าถึงรูขุมขนและสมดุลของผิวในระดับที่ลึกกว่า ดังนี้
- ทำความสะอาดรูขุมขนในระดับลึก ช่วยขจัดสิ่งอุดตันและเซลล์ผิวที่สะสมในรูขุมขน ซึ่งเป็นต้นตอของสิวอุดตันและสิวอักเสบซ้ำ
- ลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรียบนผิว ช่วยปรับสมดุลของเชื้อบนผิว โดยเฉพาะเชื้อที่เกี่ยวข้องกับการเกิดสิวอักเสบ
- ผลัดเซลล์ผิวเสื่อมสภาพอย่างอ่อนโยน โดยไม่ทำให้ผิวระคายเคืองหรือแดง เหมาะกับผิวบางและผิวแพ้ง่าย
- ปรับสมดุลผิวให้กลับมาเรียบเนียนและกระจ่างใสขึ้น ผิวดูสม่ำเสมอขึ้นหลังรูขุมขนโล่งและเซลล์ผิวเก่าถูกผลัดออก
- เตรียมผิวให้ดูดซึมสารบำรุงได้ดีขึ้น ทำให้ครีม เซรั่ม หรือหัตถการที่ทำตามมาส่งผลลัพธ์ได้ชัดเจนและรวดเร็วขึ้น
โปรแกรม Plasmalis เหมาะกับใคร
Plasmalis เหมาะกับหลายกลุ่มผิว แต่จะให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุดกับคนที่มีปัญหาเหล่านี้
- ผิวมีสิวอุดตันเรื้อรัง ที่ทำความสะอาดทั่วไปไม่สามารถแก้ได้ เนื่องจากสิ่งอุดตันอยู่ในระดับลึกของรูขุมขน
- สิวอักเสบที่กลับมาซ้ำ โดยเฉพาะในกลุ่มที่ผิวมีเชื้อแบคทีเรียสะสมมาก Plasmalis ช่วยปรับสมดุลเชื้อบนผิวได้โดยไม่ทำให้ผิวแห้งหรือระคายเคืองเหมือนการใช้ยาต้านเชื้อ
- ผิวที่ใช้ผลิตภัณฑ์สเตียรอยด์มาเป็นเวลานาน ซึ่งทำให้ผิวบางลงและมีสิว Plasmalis ช่วยปรับสภาพผิวได้อย่างอ่อนโยน โดยไม่กระตุ้นให้ผิวระคายเคืองเพิ่ม
- ผิวหมองคล้ำ ไม่กระจ่างใส จากเซลล์ผิวเก่าสะสม Plasmalis ผลัดเซลล์ผิวได้อย่างสม่ำเสมอโดยไม่ต้องพึ่งครีมที่มีกรด
- ผิวบางหรือผิวแพ้ง่าย ที่ไม่เหมาะกับการผลัดผิวแบบ Physical หรือ Chemical Exfoliation ทั่วไป เพราะ Plasmalis ไม่ใช้แรงเสียดทานและไม่ทำให้ผิวระคายเคือง
- ผู้ที่ต้องการเตรียมผิวก่อนหัตถการอื่น เช่น ก่อนทำ Rejuran, PRP หรือหัตถการฟื้นฟูผิวอื่นๆ เพื่อให้ผลลัพธ์ดีขึ้น
โปรแกรม Plasmalis ไม่เหมาะกับใคร
แม้ Plasmalis จะมีความอ่อนโยนสูง แต่มีกลุ่มที่ควรงดทำหรือปรึกษาแพทย์ก่อน ดังนี้
- ผู้ที่มีแผลเปิดหรือผิวหนังอักเสบในบริเวณที่ต้องการรักษา เนื่องจากพลังงานพลาสม่าอาจทำให้บริเวณนั้นระคายเคืองเพิ่มขึ้น
- ผู้ที่มีโรคผิวหนังเรื้อรังในระยะกำเริบ เช่น โรคสะเก็ดเงิน หรือผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ควรรอให้อาการสงบก่อน
- ผู้ตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลความปลอดภัยในกลุ่มนี้อย่างเพียงพอ
- ผู้ที่มีเครื่องกระตุ้นหัวใจหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกาย ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำทุกครั้ง เพราะพลังงานไฟฟ้าอาจรบกวนการทำงานของอุปกรณ์
- ผู้ที่ผิวไหม้แดดในบริเวณที่ต้องการรักษา ควรรอให้ผิวฟื้นตัวก่อนเสมอ
- ผู้ที่เพิ่งผ่านการทำเลเซอร์แบบ Ablative หรือหัตถการผลัดผิวเชิงลึกในช่วง 1 ถึง 2 สัปดาห์ก่อนหน้า เพราะผิวยังอยู่ในช่วงฟื้นตัวและอาจไวต่อพลังงานมากกว่าปกติ
โปรแกรม Plasmalis ทำส่วนไหนได้บ้าง
Plasmalis ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บริเวณใบหน้า แต่สามารถใช้กับผิวบนลำตัวและแขนขาได้ด้วย โดยบริเวณที่ทำได้ ได้แก่
- ใบหน้า รวมถึงหน้าผาก แก้ม คาง และบริเวณรอบปาก ซึ่งเป็นจุดที่มักมีสิวอุดตันและรูขุมขนกว้างมากที่สุด
- ลำคอ บริเวณที่มักถูกมองข้ามในการดูแลผิว แต่สะสมเซลล์ผิวเก่าและความหมองคล้ำได้ไม่ต่างจากใบหน้า
- ใต้วงแขน โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีปัญหารูขุมขนอุดตันหลังกำจัดขน
- แขน หลัง และขา โดยเฉพาะบริเวณที่มีสิวที่หลังหรือผิวขรุขระจากรูขุมขนอักเสบ
โปรแกรม Plasmalis อยู่ได้นานแค่ไหน
ผลลัพธ์ของ Plasmalis ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและวิถีชีวิตของแต่ละคน โดยทั่วไปผิวที่รู้สึกได้ชัดเจนหลังทำคือความเรียบเนียน รูขุมขนที่โล่งขึ้น และผิวที่ดูกระจ่างใสขึ้นตามธรรมชาติ ซึ่งมักคงอยู่ได้ประมาณ 4 ถึง 6 สัปดาห์
สำหรับผู้ที่มีปัญหาสิวเรื้อรังหรือรูขุมขนอุดตันต่อเนื่อง การทำ Plasmalis เป็นประจำทุก 4 สัปดาห์จะช่วยรักษาสมดุลของผิวให้ต่อเนื่อง และลดโอกาสที่สิวจะกลับมาซ้ำได้ดีกว่าการทำเป็นครั้งคราว อย่างไรก็ตาม ความถี่และจำนวนครั้งที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน ควรให้แพทย์ประเมินก่อนวางแผนการดูแลที่เหมาะสม
ทำ Plasmalis เจ็บไหม? ต้องพักฟื้นนานแค่ไหน?
Plasmalis เป็นหนึ่งในโปรแกรมที่ผู้รับบริการส่วนใหญ่ทนได้ดี เพราะอุปกรณ์ไม่สัมผัสผิวโดยตรง ระหว่างทำอาจรู้สึกเหมือนมีความอุ่นเล็กน้อยหรือรู้สึกเสียวซ่าเบาๆ ในบางจุด แต่โดยทั่วไปไม่มีความเจ็บปวดที่ต้องการยาชา
หลังทำผิวอาจแดงเล็กน้อยในช่วง 30 ถึง 60 นาทีแรก ซึ่งเป็นการตอบสนองของผิวต่อพลังงานที่ปกติ และมักหายไปเองโดยไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติม ไม่มีช่วง Downtime ที่ต้องหยุดพักจากกิจวัตรประจำวัน สามารถแต่งหน้าหรือออกไปทำกิจกรรมปกติได้ทันทีหลังทำ
สิ่งที่ควรงดในช่วง 24 ชั่วโมงหลังทำ ได้แก่ การโดนแดดจัดโดยไม่มีครีมกันแดด และการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมแรง เช่น กรดเข้มข้นหรือ Retinol ในคืนเดียวกัน เพื่อไม่ให้ผิวที่เพิ่งทำความสะอาดในระดับลึกระคายเคืองโดยไม่จำเป็น
ทำโปรแกรม Plasmalis ร่วมกับหัตถการอื่น ๆ ได้ไหม?
ได้ และเป็นหนึ่งในจุดแข็งของ Plasmalis ด้วย เพราะโปรแกรมนี้ออกแบบมาให้ทำงานเสริมกับหัตถการอื่นได้ดี ไม่ว่าจะเป็น Pre-treatment เพื่อเตรียมผิวก่อน หรือ Post-treatment เพื่อปรับสมดุลผิวหลังหัตถการรุนแรง
- Plasmalis ร่วมกับ Rejuran หรือ Skinvive การทำ Plasmalis ก่อนฉีดสารบำรุงผิวช่วยให้รูขุมขนโล่งและผิวดูดซึมสารบำรุงได้ดีขึ้น ผลลัพธ์ของ Rejuran ในเรื่องผิวเรียบเนียนและกระจ่างใสมักชัดเจนขึ้นเมื่อผิวถูกเตรียมมาดี
- Plasmalis ร่วมกับ PRP เมื่อรูขุมขนสะอาดและผิวอยู่ในสมดุล Growth Factor จาก PRP จะซึมเข้าสู่ผิวได้ลึกและสม่ำเสมอขึ้น ซึ่งช่วยให้การฟื้นฟูผิวจาก PRP มีประสิทธิภาพมากขึ้น
- Plasmalis ร่วมกับ Morpheus8 หรือ Pico MLA Plasmalis สามารถใช้เป็น Post-treatment หลังหัตถการที่ผิวมีการอักเสบหรือรูขุมขนเปิด เพื่อปรับสมดุลเชื้อบนผิวและลดความเสี่ยงของการติดเชื้อหรือสิวที่อาจเกิดขึ้นหลังหัตถการ
อย่างไรก็ตาม การจัดลำดับหัตถการที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสภาพผิวและแผนการรักษาของแต่ละคน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนให้ตรงกับเป้าหมายของผิวมากที่สุด
สรุป โปรแกรม Plasmalis คุ้มค่าจริงไหม?
Plasmalis คุ้มค่าสำหรับคนที่มีปัญหาเฉพาะเจาะจง โดยเฉพาะผิวที่มีสิวกลับมาซ้ำ รูขุมขนอุดตันเรื้อรัง หรือผิวบางที่ไม่สามารถทนกับการผลัดผิวแบบทั่วไปได้ เพราะ Plasmalis แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ด้วยการปรับสมดุลสภาพแวดล้อมบนผิว ไม่ใช่แค่ทำความสะอาดชั้นบน
มากไปกว่านั้น สำหรับคนที่วางแผนทำหัตถการฟื้นฟูผิวอื่นๆ อยู่แล้ว การใช้ Plasmalis เป็นขั้นตอนเตรียมผิวก่อนจะช่วยให้ผลลัพธ์จากหัตถการถัดไปชัดเจนขึ้น และคุ้มค่ากับการลงทุนมากขึ้นด้วย
Plasmalis ไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกปัญหาผิว หากสิวเกิดจากฮอร์โมน ความเครียด หรือยา จำเป็นต้องจัดการสาเหตุต้นตอควบคู่กันไปด้วย การปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิวและวางแผนการดูแลที่ครอบคลุมจึงให้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนกว่าการเลือกหัตถการเอง
สอบถามหรือนัดปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิวและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับคุณโดยเฉพาะ ได้ที่รัตตินันท์ คลินิก
ราคาหัตถการ Facial Treatment | ราคาเริ่มต้น |
Plasmalis | 1,500 บาท |
Rattinan SkinPen | 10,000 บาท |
CANDY PEEL | 1,500 บาท |
ทีมแพทย์รักษาผิวพรรณ
รัตตินันท์ คลินิก
พญ. รัตตินันท์ ตรีรัตน์
ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ
พญ. นฤมล วิเชียร
แพทย์หญิง
พญ. จุฑามาศ ตันคุณากร
แพทย์โรคผิวหนัง


ในฐานะนักเขียนสายสุขภาพ ฉันมุ่งพัฒนาเนื้อหาที่ถูกต้อง อิงหลักการแพทย์ และเข้าใจง่ายสำหรับผู้อ่านทุกกลุ่ม โดย อ้างอิงข้อมูลจากงานวิจัยทางการแพทย์ที่เชื่อถือได้มาตรฐานสากล และแหล่งข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ เพื่อให้บทความที่เผยแพร่มีความถูกต้อง เป็นกลาง และเป็นข้อมูลที่ผู้อ่านไว้วางใจได้อย่างแท้จริง