“ซีสต์” หรือ ก้อนไขมันใต้ผิวหนัง (Sebaceous cyst) อันตรายไหม แล้วจะรักษาอย่างไร?

"ซีสต์" หรือ ก้อนไขมันใต้ผิวหนัง

ซีสต์ ไขมันใต้ผิวหนัง (Sebaceous cyst)  คืออะไร? หรือจะเรียกว่า Keratin cyst/ Epidermoid cyst/ Epidermal inclusion cyst เป็นซีสต์ของผิวหนังที่พบได้บ่อยที่สุด ที่มีผนังคล้ายผิวหนังกำพร้า สามารถผลิตขี้ไคล (keratin) เข้าไปในถุงซิสต์ได้ ซึ่งจะมีลักษณะเป็นก้อนซีสต์ที่มีสารสีขาวคล้ายชีส (Cheese) หรือไขมันอยู่ภายใน ซึ่งที่จริงแล้วซีสต์ชนิดนี้เกิดจากส่วนบนของรูขุมขน (Follicular infundibulum) สาเหตุเชื่อว่าเกี่ยวกับการแตกของรูขุมขนแล้วก่อให้เกิดซีสต์ตามมา ไม่ได้เกี่ยวข้องกับไขมันตามที่เรียกกันว่า Sebaceous cyst และไม่ได้เกิดมาจากต่อมไขมันแต่อย่างใด

สาเหตุให้เกิด ซีสต์ - ก้อนไขมันใต้ผิวหนัง มีอะไรบ้าง

สาเหตุที่เซลล์ผิวหนังชั้นนอกไปอยู่ผิดที่นั้น เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น

  • เป็นโรคทางพันธุกรรม เช่น โรคการ์ดเนอร์ซินโดรม (Gardner’s Syndrome) โรคมะเร็งผิวหนังบางชนิด (Basal Cell Nevus Syndrome) หรือเซลล์ผิวหนังอยู่ผิดตำแหน่งแต่กำเนิด
  • การบาดเจ็บของผิวหนังจากสาเหตุต่างๆ เช่น การเกิดแผล ไม่ว่าจะเป็นแผลผ่าตัด สิว รอยขีดข่วน เมื่อมีการซ่อมแซมเซลล์ผิวหนัง อาจทำให้เซลล์ต่างๆ เกิดขึ้นผิดที่ได้
  • การอุดตันของท่อไขมันหรือต่อมเหงื่อ
  • การได้รับรังสียูวี (Ultraviolet light) หรือแสงแดดแรงๆ ต่อเนื่องเป็นเวลานาน
สาเหตุให้เกิด ซีสต์ - ก้อนไขมันใต้ผิวหนัง มีอะไรบ้าง

อ่านเพิ่มเติม : NK Cells คืออะไร? ภูมิคุ้มกันธรรมชาติ ฆ่าเชื้อไวรัสและกำจัดเซลล์มะเร็ง

ปัจจัยเสี่ยงให้เกิด ซีสต์ ไขมันใต้ผิวหนัง

ซีสต์ไขมันใต้ผิวหนัง พบได้ทุกเพศทุกวัย โดยไม่ทราบปัจจัยเสี่ยงแน่ชัด แต่พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิงเป็นสองเท่า และพบได้มากที่สุดในช่วงอายุ 30-40 ปี นอกจากนั้น คือ พบได้บ่อยขึ้นในคนที่มีประวัติเป็นสิวมาก

ซีสต์ ไขมันใต้ผิวหนัง มีอาการอย่างไร?

ซีสต์ไขมันผิวหนัง จะมีลักษณะมองเห็นและคลำได้เป็นก้อนกลม ขอบเรียบ สีเดียวกับผิวหนัง (Skin-colored cystic nodule) มักจะพบรูเปิด ก้อนซีสต์มีได้หลายขนาด ตั้งแต่เป็นมิลลิเมตรไปจนถึงเป็นหลายๆเซนติเมตร (0.5-5 ซม.) อาจมีก้อนเดียว หรือหลายๆ ก้อน

ก้อนสามารถจับให้เคลื่อนไปมาได้เล็กน้อย พบได้ทุกบริเวณของผิวหนัง ทั้งใบหน้า หนังศีรษะ แขนขา ลำตัว และอวัยวะเพศ มักไม่มีอาการ ในบริเวณอัณฑะ (Scrotal cyst) สามารถพบซิสต์ได้หลายจุด และมักมีลักษณะแข็งมีหินปูนเกาะ (Calcification)

ซีสต์ - ก้อนไขมันใต้ผิวหนัง

เมื่อเป็น ซีสต์ เมื่อไรควรไปพบแพทย์?

หากมีก้อนผิดปกติที่ผิวหนังที่โตตั้งแต่ 1 เซนติเมตรขึ้นไป สามารถพบแพทย์เพื่อทำการตรวจได้ เนื่องจากก้อนที่ผิวหนังนั้นมีหลายประเภท เช่น ก้อนเนื้องอกไขมัน ก้อนเนื้อพังผืดสิว หรืออาจต้องแยกจาก ก้อนต่อมน้ำเหลือง หรือ ก้อนมะเร็งผิวหนัง เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง

ซึ่งหากไม่สามารถยืนยันการวินิจฉัยจากการตรวจโดยการดูจากภายนอกได้ แพทย์มักแนะนำผ่าตัดซีสต์เพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา เพื่อยืนยันการวินิจฉัยว่า เป็นซีสต์หรือก้อนสาเหตุจากอะไร

รักษา ซีสต์ - ไขมันใต้ผิวหนัง อย่างไร?

เนื่องจากซีสต์ไขมันผิวหนังไม่มีอาการ และไม่เปลี่ยนเป็นมะเร็ง จึงไม่จำเป็นต้องทำการรักษา แต่หากต้องการกำจัดก้อนซีสต์ สามารถทำได้โดยการผ่าตัดโดยต้องเอาถุงซิสต์ออกให้หมด เพราะถ้ายังมีถุงอยู่ก็สามารถเป็นก้อนซ้ำได้อีกในตำแหน่งเดิม อย่างไรก็ตาม ถ้ามีการอักเสบติดเชื้อ การรักษาคือการให้ยาปฏิชีวนะ ร่วมกับการผ่าเอาสารภายในซีสต์หรือหนองออกก่อน อาจร่วมกับการฉีดยาต้านการอักเสบเข้าไปในซีสต์ด้วย

รักษา ซีสต์ ก้อนไขมันใต้ผิวหนัง

ซีสต์หรือก้อนไขมันใต้ผิวหนัง มีวิธีรักษา - ดูแลตนเอง อย่างไร?

การดูแลตนเองเมื่อเป็นซีสต์ไขมันผิวหนัง คือ ไม่ควรพยายามกดสารสีขาวออกจากซีสต์ด้วยตนเอง เพราะจะทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อตามมาได้ และถ้ากังวลในการมีก้อนซีสต์ หรือเมื่อซีสต์โตขึ้น ควรพบแพทย์

ซีสต์ อาการเป็นอย่งไร

ซีสต์ไขมันใต้ผิวหนังมีข้างเคียงอย่างไร?

ผลข้างเคียงที่พบได้จากซีสต์ไขมันผิวหนัง คือ การติดเชื้อในซีสต์ ก่อให้เกิดอาการ บวม แดงเจ็บที่ก้อน อาจมีไข้ได้

อย่างไรก็ตาม ซีสต์ในลักษณะนี้ไม่ค่อยเป็นอันตราย แต่อาจเสี่ยงเกิดความผิดปกติหรือกลายเป็นมะเร็งได้ โดยผู้ป่วยควรไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจอย่างละเอียดหากสังเกตพบอาการดังต่อไปนี้

  • ก้อนซีสต์ขยายใหญ่มากกว่า 5 เซนติเมตร
  • มีก้อนซีสต์โตขึ้นใหม่อย่างรวดเร็วหลังจากผ่าออกไปแล้ว
  • พบสัญญาณการติดเชื้ออื่น ๆ เช่น มีอาการปวด เกิดรอยแดง มีหนอง เป็นต้น

แล้วจะป้องกัน ซีตส์ - ก้อนไขมันใต้ผิวหนัง ได้อย่างไร?

ไม่มีวิธีป้องกันซีสต์ไขมันใต้ผิวหนังได้ 100% แต่สามารถลดโอกาสเกิดได้ โดยรักษาความสะอาดผิวหนัง ป้องกันการเกิดสิว หรือแผล รวมถึงใช้เครื่องสำอางผิวทุกชนิดเป็นชนิดปลอดไขมัน (Oil free) และหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด

Ref. https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S2352047719300401

อ่านเพิ่มเติม : ดูดไขมัน

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า