เลเซอร์นอนกรน รักษาอาการกรนด้วยเลเซอร์ เสียงกรนลดลง ไม่ต้องพักฟื้น

สารบัญ

ทำไมเราถึงนอนกรน? และทำไมเสียงกรนถึงดังจนคนข้าง ๆ นอนไม่ได้?

คำตอบแบบเข้าใจง่ายที่สุดคือ “ความหย่อนคล้อย” เมื่อเราอายุมากขึ้น หรือมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น เนื้อเยื่อในลำคอ เพดานอ่อน และลิ้นไก่ จะเริ่มหย่อนตัวลง (คล้ายกับหนังยางที่เริ่มยืด) เวลาเราหลับและหายใจผ่านจุดที่หย่อนเหล่านี้ ลมหายใจจะไปกระแทกให้เกิดการสั่นสะเทือนจนเกิดเป็น “เสียงกรน” นั่นเอง

ที่ผ่านมาหลายคนกลัวการรักษาเพราะคิดว่าต้อง “ผ่าตัด” ต้องเจ็บตัว หรือต้องนอนโรงพยาบาล แต่ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน “เลเซอร์นอนกรน” เข้ามาเปลี่ยนเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย วิธีนี้ไม่ต้องผ่า ไม่ต้องดมยาสลบ ไม่มีแผลเลือดออก และที่สำคัญคือ เห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ

บทความนี้หมอจะพาไปทำความเข้าใจว่า เลเซอร์ช่วยแก้ปัญหาเสียงกรนได้อย่างไร และทำไมวิธีนี้ถึงเป็นทางออกที่คนมักจะเลือกใช้

สาเหตุที่นอนกรน

เลเซอร์นอนกรน คืออะไร?  รักษาอาการนอนกรนได้อย่างไร?

เลเซอร์นอนกรน (Snore Laser) คือการใช้เทคโนโลยีพลังงานเลเซอร์ชนิดพิเศษที่ชื่อว่า Fotona Nightlase (Erbium Yag) ส่งพลังงานความร้อนอุ่น ๆ เข้าไปกระตุ้นเนื้อเยื่อบริเวณเพดานอ่อน ลิ้นไก่ และโคนลิ้น

หลักการทำงานของมันเหมือนการ “รีดเสื้อ” หรือ “คืนความกระชับ” ให้กับผิว

  1. กระตุ้นคอลลาเจน ความร้อนจากเลเซอร์จะลงไปลึกถึงชั้นโครงสร้าง สั่งให้คอลลาเจนเก่าที่หย่อนคล้อยเกิดการหดตัว และสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมา
  2. ยกกระชับทันที เมื่อเนื้อเยื่อแข็งแรงและตึงกระชับขึ้น พื้นที่ในลำคอจะเปิดกว้างขึ้น
  3. ลดแรงสั่นสะเทือน เมื่อเนื้อเยื่อไม่หย่อน ยามลมหายใจผ่านก็จะไม่เกิดการสะบัดหรือสั่นแรง ๆ ทำให้ “เสียงกรนลดลง” และหายใจโล่งขึ้นอย่างชัดเจน

นอนกรน ไม่จำเป็นต้องทน การกรนส่งผลเสียอะไรบ้างต่อสุขภาพ?

อาจยังมีคนคิดว่า “นอนกรน = หลับสนิท” แต่ความจริงคือตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง การนอนกรนคือสัญญาณเตือนภัยของร่างกายที่ไม่ควรปล่อยผ่านไป เพราะมันส่งผลเสียมากกว่าแค่เสียงรบกวนคนข้าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น

  • ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) เสียงกรนที่ดังสลับกับเงียบไปชั่วขณะ คือช่วงที่ลมหายใจอุดกั้น ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจน
  • ตื่นมาไม่สดชื่น เหมือนคนอดนอน ทั้งที่นอนมาทั้งคืน มึนหัว เพลีย และง่วงนอนตอนกลางวัน
  • เสี่ยงโรคเรื้อรัง หัวใจทำงานหนักขึ้น เสี่ยงต่อความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และหลอดเลือดสมอง
  • ปัญหาความสัมพันธ์ แน่นอนว่าเสียงกรนทำลายบรรยากาศการนอนของคู่รัก จนอาจต้องแยกห้องนอน

เลเซอร์นอนกรนเหมาะกับใคร

ถ้าคุณเช็กลิสต์แล้วตรงกับข้อใดข้อหนึ่งด้านล่างนี้ แสดงว่า Fotona Nightlase คือคำตอบที่คุณตามหา

  • ผู้ที่มีอาการนอนกรนระดับเริ่มต้น ถึง ปานกลาง: คนที่กรนเสียงดังจนคนข้าง ๆ บ่น หรือเริ่มมีอาการสะดุ้งตื่นบ้างเล็กน้อย
  • ผู้ที่มีเนื้อเยื่อในช่องคอหย่อนคล้อย: สาเหตุหลักที่ทำให้ทางเดินหายใจแคบลง ซึ่งเลเซอร์ช่วยกระชับจุดนี้ได้โดยตรง
  • ผู้ที่กลัวการผ่าตัด: ไม่อยากเจ็บตัว กลัวเข็ม และไม่มีเวลาพักฟื้น (วิธีนี้ไม่มีแผล ไม่ต้องลางาน)
  • ผู้ที่มีปัญหากับเครื่อง CPAP: ทดลองใช้แล้วรู้สึกอึดอัด หน้ากากกดทับ นอนไม่หลับ หรือเดินทางบ่อยไม่สะดวกพกเครื่อง

และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง… ผู้ที่ “เจ็บ” มาเยอะกับการลองผิดลองถูก (แต่ไม่หายสักที) หากคุณเคยเสียเงินและเวลาไปกับอุปกรณ์เหล่านี้แต่ผลลัพธ์ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ เลเซอร์นอนกรนคือการแก้ปัญหาที่ตรงจุดกว่าการใช้อุปกรณ์ภายนอก

  • กลุ่มอุปกรณ์ช่วยหายใจ: เคยลองใช้ แถบติดจมูก (Nasal Strips), เครื่องขยายรูจมูก, หรือสเปรย์พ่นจมูก แล้วรู้สึกว่าช่วยได้แค่ชั่วคราว หรือตื่นมาคอแห้งกว่าเดิม
  • กลุ่มอุปกรณ์ในช่องปาก: เคยทนใส่ ยางครอบฟัน (Mouth Guard), เครื่องมือยึดลิ้น หรือ เทปปิดปาก แล้วรู้สึกรำคาญ น้ำลายไหล หรือขากรรไกรล้าจนนอนไม่หลับ
  • กลุ่มเครื่องนอนและท่านอน: เคยลงทุนซื้อ หมอนลดอาการกรน, หมอนลิ่ม, หรือพยายามฝืน นอนตะแคง ทั้งคืน แต่สุดท้ายก็เผลอกลับมานอนหงายแล้วกรนเหมือนเดิม
  • กลุ่มปรับสภาพแวดล้อม: เคยซื้อ เครื่องฟอกอากาศ, เครื่องเพิ่มความชื้น หรือใช้ สเปรย์ล้างลำคอ เพราะคิดว่าเป็นภูมิแพ้ แต่อาการกรนก็ยังไม่หายไป

Note จากหมอ: อุปกรณ์เหล่านี้ส่วนใหญ่ช่วยแก้ปัญหาที่ “ปลายเหตุ” หรือช่วยได้เฉพาะบางกรณีเท่านั้น แต่ เลเซอร์นอนกรน จะเข้าไปจัดการที่ “ต้นเหตุ” คือความหย่อนคล้อยของเนื้อเยื่อภายใน ให้กลับมากระชับแข็งแรงขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

เลเซอร์นอนกรนไม่เหมาะกับใคร 

  • ผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับขั้นรุนแรง (Severe OSA) อาจต้องใช้ CPAP หรือการผ่าตัดร่วมด้วย
  • ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากเกินไป (Obesity) ซึ่งไขมันกดทับทางเดินหายใจรอบด้าน
  • ผู้ที่มีปัญหาโครงสร้างหน้าผิดปกติรุนแรง (เช่น คางถอยมาก)

การรักษาด้วยเลเซอร์นอนกรน Fotona Nightlase ดีอย่างไร?

ที่รัตตินันท์ คลินิก เราเลือกใช้เครื่อง Fotona Nightlase เพราะตอบโจทย์วิถีชีวิตคนปัจจุบันที่สุด ดังนี้

  1. Non-Surgical: ไม่ใช่การผ่าตัด ไม่ต้องดมยาสลบ ไม่มีการตัดหรือกรอเนื้อเยื่อใด ๆ
  2. Painless: ไม่เจ็บเลย ระหว่างทำผู้รับบริการจะรู้สึกแค่อุ่น ๆ หรือจี๊ด ๆ เล็กน้อยในลำคอ เหมือนจิบน้ำอุ่น
  3. No Downtime: ทำเสร็จพูดคุยได้ทันที ทานข้าวได้ ขับรถกลับบ้านได้ ใช้ชีวิตปกติไม่ต้องลางาน
  4. Measurable: เราไม่ได้ใช้ความรู้สึกวัดผล แต่มีแอปพลิเคชันช่วยแทรคเสียงกรน (Snore Lab) เพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์ให้เห็นจริง
  5. Unlimited Shots: เทคนิคเฉพาะของแพทย์ที่นี่ เรายิงเลเซอร์ให้ทั่วถึงทุกจุดที่เป็นปัญหา ไม่จำกัดจำนวนช็อตเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

การวินิจฉัยความรุนแรงของอาการกรนในปัจจุบัน

“ทำไมต้องตรวจละเอียดก่อนยิงเลเซอร์?”

คำถามนี้สำคัญมาก เพราะแต่ละคนมีสาเหตุของการนอนกรนไม่เหมือนกัน ที่รัตตินันท์ คลินิก เราไม่ได้แค่ “ยิงเลเซอร์ให้จบไป” แต่แพทย์จะทำการตรวจประเมินโครงสร้างลำคอก่อนเสมอ เพื่อดูว่า “เลเซอร์จะช่วยคุณได้จริงไหม” หรือ “คุณต้องไปทำ Sleep Test เพิ่มเติมหรือเปล่า” ผ่าน 2 ขั้นตอนสำคัญดังนี้

1. วินิจฉัยด้วย Modified Mallampati Scoring

คือการตรวจดู “พื้นที่ว่าง” ในลำคอ หมอจะให้คุณอ้าปากแลบลิ้น เพื่อดูว่าขนาดของลิ้นกับช่องคอสัมพันธ์กันไหม มีอะไรมาบังทางเดินหายใจหรือไม่ โดยแบ่งความรุนแรงเป็น 4 ระดับ ได้แก่

  • Class 1 (Low Risk): มองเห็นทุกอย่างชัดเจน (ช่องคอ, ลิ้นไก่, ทอนซิล) ทางเดินหายใจกว้าง
  • Class 2 (Mild Risk): เริ่มเห็นผนังคอด้านหลังน้อยลง ลิ้นอาจตกลงมาบังบ้าง
  • Class 3 (Moderate Risk): มองเห็นแค่ฐานลิ้นไก่ พื้นที่เหลือน้อย เริ่มเสี่ยงต่อการหยุดหายใจ
  • Class 4 (High Risk): มองไม่เห็นลิ้นไก่เลย เห็นแต่เพดานแข็ง ลิ้นบังมิด กลุ่มนี้เสี่ยงหยุดหายใจรุนแรงที่สุด

ตารางวิเคราะห์ Modified Mallampati Scoring กับการนอนกรน

ระดับ (Class) ลักษณะที่มองเห็น (Physical View) ต้นเหตุของเสียงกรน (Common Causes) ความร้ายแรง/ความเสี่ยง (Severity & Risk)
Class 1 เห็นช่องคอ, ลิ้นไก่, และทอนซิลชัดเจน เพดานอ่อนยาวเกินไป หรือปัญหาที่โพรงจมูก (ภูมิแพ้/ผนังกั้นเบี้ยว) ต่ำ: มักเป็นกรนธรรมดา โอกาสหยุดหายใจต่ำ
Class 2 เห็นลิ้นไก่ส่วนใหญ่ แต่เริ่มเห็นผนังคอด้านหลังน้อยลง เนื้อเยื่อเริ่มเบียดกัน ลิ้นอาจตกลงมาบังทางเดินหายใจบ้างในท่านอนหงาย ต่ำ-ปานกลาง: เริ่มมีอาการง่วงกลางวันบ่อยขึ้น อาจเป็น OSA ระยะเริ่มต้น
Class 3 เห็นแค่เพดานอ่อนและฐานลิ้นไก่ (ตัวลิ้นไก่ถูกบังเกือบหมด) โคนลิ้น (Tongue Base) คือตัวการหลัก พื้นที่เหลือน้อยจนลิ้นไม่มีที่อยู่ สูง: สัมพันธ์กับภาวะหยุดหายใจ (OSA) ปานกลาง-รุนแรง มีเสียงกรนสลับเงียบ
Class 4 เห็นเฉพาะเพดานแข็ง (ด้านบน) มองไม่เห็นลิ้นไก่หรือเพดานอ่อนเลย ช่องปากแคบมาก หรือมีภาวะลิ้นโตผิดปกติ ปิดทางเดินหายใจเกือบสนิท สูงสุด: เสี่ยงต่อ OSA รุนแรงมาก มักปวดหัวตอนเช้าและเพลียสะสม

วินิจฉัยจากผลทดสอบผ่านแอปพลิเคชั่น Snore Lab

เราแนะนำให้ผู้รับบริการโหลดแอปฯ Snore Lab ไปลองใช้ที่บ้านก่อนมาพบแพทย์ แอปฯ นี้จะช่วยอัดเสียงและวัดระดับความดัง (Decibel) เพื่อให้เรารู้ว่า เสียงกรนของคุณ “อันตราย” แค่ไหน

ระดับความดังบอกอะไรเราบ้าง?

ระดับความดัง เดซิเบล (dB) การเปรียบเทียบ ผลกระทบ
เบา (Light) 30 – 45 dB เสียงกระซิบ, เสียงแอร์ทำงาน แทบไม่รบกวนคนรอบข้าง
ปานกลาง (Moderate) 45 – 60 dB เสียงคุยปกติ, เสียงพิมพ์ดีด รบกวนคนนอนข้าง ๆ เริ่มมีผลต่อคุณภาพการนอน
ดัง (Loud) 60 – 80 dB เสียงเครื่องดูดฝุ่น, เสียงล้างจาน รบกวนมาก เสี่ยงต่อภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
ดังมาก (Heroic) 80 – 100+ dB เสียงเครื่องตัดหญ้า, รถบรรทุก อันตราย ส่งผลเสียต่อหัวใจและสุขภาพรุนแรง

ทำเลเซอร์นอนกรน VS รักษาด้วยเครื่อง CPAP ต่างกันอย่างไร แบบไหนดีกว่ากัน?

คำถามยอดฮิตคือ “ทำเลเซอร์แล้ว ไม่ต้องใช้ CPAP เลยใช่ไหม?” คุณหมอที่รัตตินันท์ คลินิก ได้เคยเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัด ๆ ว่า

  • CPAP (Continuous Positive Airway Pressure):
    • ข้อดี: เป็นมาตรฐานดีเยี่ยม (Gold Standard) ในการรักษาได้ทุกระดับความรุนแรง โดยเฉพาะขั้นรุนแรง (Class 4)
    • ข้อจำกัด: ต้องใส่หน้ากากนอนทุกคืน ต้องพกพาไปทุกที่ บางคนรู้สึกอึดอัด เหมือนมีอะไรมาครอบหน้าตลอดเวลา และเมื่อถอดออกก็จะกลับมากรนเหมือนเดิม
  • เลเซอร์นอนกรน (Snore Laser):
    • ข้อดี: แก้ที่ตัวเนื้อเยื่อของเราโดยตรง ไม่ต้องใส่อุปกรณ์ตอนนอน สะดวกสบายกว่า
    • ข้อจำกัด: เหมาะกับผู้ที่มีอาการเล็กน้อยถึงปานกลาง หรือใช้ร่วมกับ CPAP เพื่อลดแรงดันลมลง

สรุป หากคุณกรนรุนแรงมาก คุณหมอมองว่า CPAP ยังจำเป็น แต่ถ้าคุณกรนระดับปานกลาง หรือรำคาญ CPAP การทำเลเซอร์คือทางเลือกที่ตอบโจทย์มาก

ขั้นตอนการรักษานอนกรนด้วยเลเซอร์

Alert : รักษานอนกรน ด้วยเลเซอร์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีควรทำ 3 ครั้ง เป็นอย่างต่ำ และควรอยู่ภายใต้การดูแลโดยแพทย์ที่ชำนาญ

การยิงเลเซอร์ในช่องคอ ต้องอาศัยความชำนาญสูง เพื่อให้พลังงานลงลึกถึงชั้นคอลลาเจนโดยไม่ทำให้ผิวไหม้ ทีมแพทย์ที่ รัตตินันท์ คลินิก ผ่านการฝึกอบรมการใช้เครื่อง Fotona Nightlase มาโดยเฉพาะ เข้าใจโครงสร้างทางเดินหายใจ (Airway Anatomy) เป็นอย่างดี เพื่อให้มั่นใจว่าการรักษาจะปลอดภัยและได้ผลจริง

หลังเลเซอร์นอนกรน อาจมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง

เนื่องจากเป็นเลเซอร์แบบ Non-ablative (ไม่ทำลายผิว) ผลข้างเคียงจึงน้อยมาก ดังนี้

  • รู้สึกระคายเคืองคอ หรือคอแห้ง: อาจเกิดขึ้นได้เล็กน้อยในช่วง 1-2 วันแรก
  • เจ็บคอเล็กน้อย: คล้ายอาการเริ่มจะเป็นหวัด แต่จะหายไปเองอย่างรวดเร็ว

ดูแลตัวเองอย่างไร หลังรับการเลเซอร์นอนกรน

  • จิบน้ำบ่อย ๆ เพื่อลดอาการคอแห้งและให้ความชุ่มชื้น
  • เลี่ยงของเย็นจัด/ร้อนจัด ในช่วง 24 ชั่วโมงแรก เพื่อลดการระคายเคือง
  • งดใช้เสียงดังตะโกน พักการใช้เสียงหนัก ๆ สัก 1 วัน
  • ติดตามผล ใช้แอป Snore Lab บันทึกเสียงกรนหลังทำ เพื่อเปรียบเทียบความเปลี่ยนแปลง
เปรียบเทียบช่องปาก ก่อน-หลัง

ทีมแพทย์รักษานอนกรน
ที่ รัตตินันท์ คลินิก

พญ. รัตตินันท์ ตรีรัตน์
แพทย์ – ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ

ฝึกอบรมเฉพาะทางด้านผิวหนังและเวชศาสตร์ชะลอวัย

พญ. นฤมล วิเชียร
แพทย์หญิง

ปริญญาโทสาขาตจวิทยา

พญ. จุฑามาศ ตันคุณากร

พญ. จุฑามาศ ตันคุณากร
แพทย์โรคผิวหนัง

วุฒิบัตรสาขาตจวิทยา

นพ. ศศินทร์ ตรีรัตน์
นายแพทย์

รีวิวผลลัพธ์หลังเลเซอร์นอนกรนที่ รัตตินันท์ คลินิก

เคสนอนกรนเสียงดัง คอแห้งตอนเช้า แก้ด้วยเลเซอร์กระชับเนื้อเยื่อในคอ ช่วยเปิดทางเดินหายใจ ลดเสียงกรนได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

เคสนอนกรนเสียงดังจากลิ้นไก่หย่อน แก้ด้วยเลเซอร์กระชับเนื้อเยื่อในช่องปาก ช่วยเปิดทางเดินหายใจ ลดเสียงกรนลงได้ตั้งแต่ครั้งแรก

เคสนอนกรนหนักจนแฟนต้องใส่หูฟังนอน แก้ด้วย เลเซอร์นอนกรน กระชับเพดานอ่อน ช่วยเปิดทางเดินหายใจ ลดเสียงกรนได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

testimonial snore laser

รีวิวรักษาอาการนอนกรนที่ Rattinan Clinic

ตอนแรกไม่รู้เลยว่าตัวเองนอนกรน คิดแค่ว่าทำไมตื่นมาคอแห้ง เพลีย เหมือนไม่ได้พัก จนมีคนอัดเสียงมาให้ฟังถึงรู้ว่า ‘ใช่เลย!’ พอมารักษาที่ Rattinan Clinic หมอบอกว่าเป็นระดับ D จากเพดานปากหย่อน แล้วแนะนำให้ใช้ Snore Laser คือแอบกลัวตอนแรกนิดนึงว่าจะเจ็บ แต่เอาเข้าจริง ไม่เจ็บเลย! ทำเสร็จกลับบ้านได้เลยแบบชิลล์มาก หลังทำเริ่มเห็นลิ้นไก่ อาการคอโล่งขึ้น พอเทียบเสียงกรนจากแอป SnoreLab ก็ต่างแบบชัดมาก ที่ประทับใจอีกอย่างคือทีมพนักงานที่นี่ดูแลดีสุดๆ ยิ้มแย้ม ตั้งแต่เดินเข้าประตูยันกลับบ้าน รู้สึกเลยว่าการรักษาที่นี่เขาใส่ใจจริง ๆ ใครที่นอนกรนแบบไม่รู้ตัวหรือเริ่มมีอาการ แนะนำให้ลองมาปรึกษา ไม่ต้องรอให้หนักก่อน ถึงค่อยรักษา

รีวิว รักษานอนกรน รัตตินันท์ คลินิก

วิธีแก้อาการนอนกรน ผู้ชาย รีวิว ก่อนทำ
วิธีแก้อาการนอนกรน ผู้ชาย รีวิว หลังทำ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ เลเซอร์นอนกรน

ค่าบริการเลเซอร์นอนกรนที่ รัตตินันท์ คลินิก มีความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีที่ได้รับ สามารถตรวจสอบราคาปัจจุบันได้ที่ตารางด้านล่าง

ราคาหัตถการ เลเซอร์รักษานานกรน

ราคาเริ่มต้น

เลเซอร์รักษานอนกรน tx fotona Nightlase

15,000 บาท

ส่วนโปรโมชันอื่น ๆ ให้ติดต่อสอบถามผ่านช่องทาง Line Official

ใช้เวลาทำประมาณ 30-45 นาทีต่อครั้งครับ สะดวก รวดเร็ว สามารถทำในช่วงพักเที่ยงหรือหลังเลิกงานได้เลย

โดยปกติจะเริ่มรู้สึกว่าเสียงกรนเบาลง และหายใจโล่งขึ้นตั้งแต่ ครั้งที่ 1 แต่เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนและชัดเจนที่สุด แนะนำให้ทำต่อเนื่องเป็นคอร์ส 3 ครั้ง (ห่างกันทุก 3-4 สัปดาห์) ซึ่งจะช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานถึง 1 ปี หรือมากกว่านั้นขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเอง

ปลอดภัยมาก เพราะเลเซอร์ชนิดนี้ (Erbium Yag) เป็นชนิดเดียวกับที่ใช้ในงานทันตกรรมและผิวหนังมาอย่างยาวนาน ไม่มีการตัดเนื้อเยื่อ ไม่มีเลือดออก จึงไม่มีความเสี่ยงเรื่องการติดเชื้อจากแผลผ่าตัด

ไม่เจ็บ ไม่จำเป็นต้องใช้ยาชา ความรู้สึกจะเหมือนมีการเป่าลมร้อนอุ่น ๆ ในคอ หรือรู้สึกจี๊ด ๆ เพียงเล็กน้อยในบางจุดเท่านั้น ผู้รับบริการส่วนใหญ่นอนทำได้สบาย ๆ